ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 258 สถานีโทรทัศน์เสินฮวาเมินมังกรหยก?
เวลานี้เข้าสู่เดือนกรกฎาคมแล้ว หลินจือไป๋ได้ปิดเทอมฤดูร้อนครั้งที่สอง นับแต่เข้าเรียนที่วิทยาลัยศิลปะฉินโจว เปิดเทอมคราวหน้าก็ขึ้นปีสามแล้ว
ด้านเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ได้กำหนดเวลาออกอากาศของ ‘มังกรหยก’ เรียบร้อย ละครเรื่องนี้จะออกอากาศในอีกหนึ่งสัปดาห์
ในชาติก่อน ‘มังกรหยก’ มีนิยายมาก่อนแล้วค่อยมีละคร ชาตินี้หลินจือไป๋ตั้งใจให้ละครออกอากาศไปสักระยะ ค่อยปล่อยต้นฉบับนิยายออกมา ช่วงนี้เขาเริ่มลงมือเขียนแล้ว
ส่วนเรื่องที่ว่าไม่มีนิยายปูพื้น ‘มังกรหยก’ จะดังได้ไหม? คำตอบมีอยู่แล้ว ในชาติก่อนลองถามคนที่ดูละครกำลังภายในมานับไม่ถ้วน มีสักกี่คนที่เคยอ่านต้นฉบับนิยายมาก่อน?
ความจริงมีไม่กี่คนที่อ่านนิยายกำลังภายในของกิมย้งแต่ละครก็ยังดังถล่มทลาย ดังนั้นจุดสำคัญไม่ใช่ตรงนี้ ปัญหาจริงอยู่ที่ฉากหลังยุคสมัยของต้นฉบับ ‘มังกรหยก’ ซึ่งวางพื้นหลังเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างแคว้นซ่ง จิน และมองโกล
เนื้อเรื่องโคจรรอบสี่ตัวละคร คือ ก๋วยเจ๋ง อึ้งย้ง เอี้ยคัง และมกเนี่ยมซื้อ เล่าการเติบโตของก๋วยเจ๋งที่ผ่านมรสุมจนกลายเป็นยอดฝีมือ และความรักระหว่างเขากับอึ้งย้ง แต่ในฉินโจวไม่มีฉากหลังสมัยราชวงศ์ซ่ง ถ้าแก้ไม่ได้จริงๆ ก็มีแต่ต้องทำเป็นโลกสมมติขึ้นมา
โชคดีว่าประเด็นนี้ระบบจัดการไว้เกือบหมดแล้ว ทั้งนิยายและบทละครที่หลินจือไป๋ได้รับคือฉบับที่ระบบปรับแก้ โดยดัดแปลงให้ยึดตามประวัติศาสตร์โบราณของบลูสตาร์ ซึ่งความจริงก็พิสูจน์แล้วว่าโลกนี้การจะหาฉากหลังที่คล้ายยุคสมัยซ่งในชาติก่อนไม่ใช่เรื่องยาก แม้ไม่เหมือนกันเสียทีเดียวแต่ความคล้ายคลึงสูงเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
นอกจากนี้ อู๋ฉือรับหน้าที่ทำดนตรีประกอบให้ละคร ‘มังกรหยก’ เพลงเปิดคือ ‘หัวใจเหล็กกล้า’ สุดคลาสสิกแห่งยุค! เพลงปิดคือ ‘โลกนี้มีเจ้าเสมอ’ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพลงคลาสสิกเช่นเดียวกัน! ทั้งสองเพลงเป็นภาษาอู๋โจวและเป็นเพลงคู่ชายหญิง คุณภาพเพลงจัดว่าชั้นเยี่ยม!
ทั้งสองเพลงนั้นท่อนร้องฝ่ายหญิงหลินจือไป๋มอบให้หานเยว่ซวงรับผิดชอบ เพราะเธอมาจากอู๋โจวและเป็นศิลปินในสังกัดคุนเผิง ส่วนท่อนร้องฝ่ายชายให้จางซีหยางรับหน้าที่ ไหนๆ ก็เป็นละครที่ร่วมงานกับเสินฮวาและเหล่าจางก็เป็นเพื่อนที่ดีของตนด้วย
แพลตฟอร์มออกอากาศของละครถูกกำหนดแล้ว ยังคงเป็นสถานีโทรทัศน์ของเสินฮวาเอง อย่างไรฝ่ายโทรทัศน์และฝ่ายโปรดักชันก็ให้ความสำคัญกับละครเรื่องนี้มาก อย่างน้อยก็เป็นแบบนั้นก่อนที่แนวเทพเซียนจะแจ้งเกิด
“ถ้าปู่เยโหวไม่ปล่อยนิยายเทพเซียนออกมาเร่งให้ละครกำลังภายในโรยแรง ‘มังกรหยก’ คงจะมีอนาคตในตลาดที่ดีมากๆ เลย” ที่บ้านหลินตงจนใจอยู่บ้าง ตลาดเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ใครจะคิดว่าแนวกำลังภายในที่ฮิตมาหลายสิบปีจะซวนเซขึ้นมาฉับพลันแบบนี้?
“ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็เป็นบทของปู่เยโหวนะคะ” หลินซีปลอบใจ
เพราะเธอเองก็รู้ว่าตอนนี้ชาวเน็ตไม่ค่อยสนใจกำลังภายในสักเท่าไร บางทีต่อไปค่ายที่ทำละครกำลังภายในอาจจะหันกรูไปทำละครเทพเซียนกันหมดเลยก็ได้ ทิศทางตลาดชัดเจนแล้ว ช่วงนี้ฝ่ายเพลงของเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ได้รับคำสั่งผลิตผลงานไม่น้อย ทุกเจ้าล้วนอยากให้แต่งดนตรีประกอบสำหรับละครเทพเซียนทั้งนั้น เห็นได้ชัดว่าแนวนี้กำลังจะเป็นกระแสใหญ่ลูกถัดไปของวงการโทรทัศน์!
มีคำพูดว่ากันไว้แบบนี้ไม่ใช่หรือ? แค่ยืนถูกทิศลม หมูก็ยังบินได้!
แล้วการเอาละครกำลังภายในไปฉายท่ามกลางกระแสแบบนี้ ย่อมต้านแรงลม ไม่ใช่แค่ ‘มังกรหยก’ เท่านั้นที่ซวย ละครกำลังภายในอีกไม่น้อยที่รอฉายต่างก็ได้รับผลกระทบหนัก จนคนในวงการเริ่มมีมุมมองเป็นลบต่อแนวกำลังภายในเป็นวงกว้างแล้ว
“สถานการณ์ทวนกระแสแบบนี้อาจจำกัดเพดานความสำเร็จของปู่เยโหว แต่ต่ำสุดของเขาก็ยังสูงพออยู่ดี” แม่ก็วิเคราะห์ไปในทำนองเดียวกัน สรุปคือเรตติ้งของเรื่องนี้ต่อให้ไม่ดังถล่มทลาย ก็ไม่ถึงกับเจ๊งไม่เป็นท่าแน่นอน
หลินเชิ่งเทียนเสริมว่า “ไม่ใช่แค่มีปู่เยโหวเป็นหลักประกันนะครับ ยังมีฐานผู้ชมของสถานีโทรทัศน์เสินฮวาหนุนอยู่ด้วย เรตติ้งสถานีสูงขนาดนั้น ไม่ต้องพูดถึง ‘มังกรหยก’ เลย เอาละครเรื่องไหนขึ้นก็มีคนดูมหาศาลทั้งนั้น”
“ผมก็คิดแบบนั้นนะ” หลินจือไป๋ผสานจังหวะกับครอบครัวช่วยปลอบพ่อ
หลินตงถูกครอบครัวปลอบให้ใจชื้นขึ้น เขาพยักหน้ายิ้มกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่จู่ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หลินตงกดรับสาย ไม่รู้ว่าปลายสายพูดว่าอะไร สีหน้าของหลินตงพลันเคร่งขึ้นมาทันที
“หมายความว่ายังไง? ตกลงกันว่าจะออกอากาศที่สถานีโทรทัศน์เสินฮว่าในอีกหนึ่งสัปดาห์นี่ ทำไมถึงมาเปลี่ยนคำตอนนี้? จะปรับผังออกอากาศ? จะรอให้ตลาดฟื้นก่อนค่อยฉาย? ไม่กำหนดวันที่แน่ชัด นี่คิดจะถ่วงไปเรื่อยๆ ใช่ไหม? ตอนนี้โปรโมตไปแล้ว จะให้ฉันชี้แจงกับฝ่ายโทรทัศน์ยังไง แล้วจะบอกคนดูยังไง? อย่ามาอ้างเรื่องชนผังกับฉัน! ละครเรื่องอื่นฉายได้แล้วทำไมเรื่องนี้ฉายไม่ได้? พวกเขาอยากสลับเป็นเรื่องไหนขึ้นฉาย? เรื่องตำรวจอาชญากรรมนั่นเหรอ? เรื่องนั้นฉันไม่คิดว่ามันจะดีหรอกนะ!”
หลินตงยิ่งพูดก็ยิ่งเดือด น้ำเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็กดวางสายไปอย่างปึงปัง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ บรรยากาศอึมครึมขึ้นมาทันที
คนในบ้านต่างก็เดาใจความได้ หลินซีถามเสียงค่อย “สถานีโทรทัศน์เสินฮวาจะไม่จัดผังให้ ‘มังกรหยก’ ออกอากาศแล้วเหรอคะ?”
หลินตงพยักหน้าอย่างอึดอัด หลินจือไป๋สงสัย “สถานีโทรทัศน์เสินฮว่าจะเอาเรื่องไหนมาแทนครับ?”
หลินตงว่า “ ‘เส้นเป็นตาย’ เป็นเรื่องที่เจี้ยเลี่ยงดูแล หมอนี่เป็นคนของลุงรองและเป็นมือสองของฝ่ายโทรทัศน์ ตอนนี้เป็นรองหัวหน้าแผนก คอยขัดแข้งขัดขาพ่อมาตลอด”
“เจี้ยเลี่ยง?” แม่บ่นอย่างหัวเสีย “ไม่ต้องคิดก็รู้ว่านี่เป็นการตัดสินใจของลุงรอง ก่อนหน้านั้นเขาก็คอยกีดกันพ่อของพวกลูกอยู่ที่ฝ่ายโปรดักชัน ตอนนี้สถานีอยู่ในความรับผิดชอบของเขา ก็เลยคิดจะขวางการออกอากาศของเราอีก ทีนี้ยังให้ ‘เส้นเป็นตาย’ ที่เจี้ยเลี่ยงดูแลขึ้นมาแทน…”
“ถ้าไม่ได้ฉายที่สถานีโทรทัศน์เสินฮวา เรื่องจะยุ่งยากขึ้น” หลินเชิ่งเทียนเริ่มกังวลแทนพ่อกับแม่ แนวกำลังภายในตอนนี้ก็ลำบากอยู่แล้ว ถ้ายังไม่มีแรงหนุนจากสถานีโทรทัศน์เสินฮวาอีกละก็ สถานการณ์คงยิ่งแย่ไปกว่าเดิมแน่
เวลานี้อาจมีแค่หลินจือไป๋คนเดียวในบ้านที่ยังสงบนิ่งอยู่ หลินจือไป๋ไม่กลัวลุงรองจะเล่นงาน กลัวก็แต่ลุงรองจะระวังตัวเกินไปจนไม่ทำอะไรเลย แล้วเก็บเกี่ยวกระแสความดังของ ‘มังกรหยก’ ไปแบบสบายๆ ต่างหาก ตอนนี้ไม่ใช่จังหวะที่ดีหรอกเหรอ? ในที่สุดลุงรองก็อดไม่ได้จนสอดมือเข้ามา!
ดังนั้นตอนนี้หลินจือไป๋ถึงกับรู้สึกดีใจนิดๆ เพราะเขามองสถานการณ์จากมุมสูง และรู้ดีว่า ‘มังกรหยก’ ไม่ใช่ละครกำลังภายในธรรมดาทั่วไป
ว่าไปแล้ว ตอน ‘Sis Waves’ ออกอากาศที่สถานีโทรทัศน์เสินฮว่า ลุงรองกลั้นใจไม่ยื่นมือเข้ามาแทรก หลินจือไป๋ก็ยังแอบเสียดายอยู่เลย เพราะรายการนี้มีแนวโน้มทางตลาดชัดเจน และความคาดหวังของคนดูก็สูงมาก ต่อให้เป็นลุงรองก็ยังไม่กล้าแบกรับผลความเสี่ยงไม่ให้รายการออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เสินฮวาเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าเขาจะมีอำนาจขัดขวางก็ตาม
แต่ ‘มังกรหยก’ ไม่เหมือนกัน เพราะตอนนี้มีกระแสว่า ‘แนวกำลังภายในหมดยุคแล้ว’ แพร่ไปทั่วราวกับเป็นทิศทางใหญ่ของยุคสมัย ทำให้กระแสตอบรับของละครเรื่องนี้ในตลาดค่อนข้างซบเซา แม้แต่ปู่เยโหวก็ดูเหมือนยังเปลี่ยนความจริงข้อนี้ไม่ได้ ลุงรองก็คงมองว่า ‘มังกรหยก’ ไม่มีทางฮิตถล่มทลายได้ละมั้ง
ช่วงเวลาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เสินฮวามีจำกัดและล้ำค่ามาแต่ไหนแต่ไร เรียกได้ว่าช่องว่างหนึ่งรายการก็ลงได้เพียงหนึ่งเรื่องเท่านั้น ถ้า ‘มังกรหยก’ ไม่สามารถออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เสินฮวาได้ ดูเหมือนแม้แต่ความหวังสุดท้ายก็จะถูกลุงรองตัดขาดไปแล้ว…
“จะเปลี่ยนกำหนดออกอากาศไหมครับ?” หลินเชิ่งเทียนหันไปมองพ่อ “รอไปอีกสักระยะแล้วค่อยพยายามให้ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เสินฮวาอีกครั้ง?”
“เลื่อนไม่ได้!” หลินตงกล่าวโดยไม่ลังเลว่า “ทางสถานีโทรทัศน์เสินฮว่าให้พ่อรอ แต่กลับไม่บอกเส้นตายว่าเมื่อไหร่ แบบนี้ต้องรอไปนานแค่ไหนกัน เขาก็แค่อยากถ่วงเวลาเท่านั้น ละครที่เราทุ่มทั้งเงินทุนและกำลังไปขนาดนั้น โดนเขาถ่วงไว้ปีสองปี ความเสียหายมันใหญ่หลวงเกินไป”
“งั้นปล่อยออนไลน์ไปเลยดีไหมคะ?” หลินซีขมวดคิ้ว “ปล่อยออนไลน์ก็ทำได้นะ แต่ถ้าเสียช่องทางทีวีไป สำหรับละครฟอร์มใหญ่แนวกำลังภายในอย่างมังกรหยกแล้ว จะเสียเปรียบเกินไป”
“ช่องทางทีวีทิ้งไม่ได้” แม่กล่าว “ตอนนี้วิธีที่เป็นไปได้มีแค่เปลี่ยนไปออกอากาศสถานีอื่น แต่ถ้าไม่นับสถานีของเทียนกวงกับน่าเซิน จะมีสถานีไหนเทียบสถานีโทรทัศน์เสินฮว่าได้อีก?”
หลินจือไป๋กล่าว “งั้นก็ไปเจรจาความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์เทียนกวงหรือไมก็น่าเซินสิครับ”
แม่อิ้มเจื่อนกล่าวว่า “สองสถานีนี้จะยอมออกอากาศละครที่เสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ผลิตเองทั้งหมดแบบนี้เหรอ แถมยังเป็นสถานการณ์ที่ตลาดส่วนใหญ่ไม่ค่อยเชื่อมั่นแนวกำลังภายในด้วย…”
สามค่ายใหญ่มีความร่วมมือกันอยู่ไม่น้อย แต่กับละครที่เสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ถ่ายทำเองทั้งหมดแบบนี้ ให้น่าเซินหรือเทียนกวงมารับช่วงออกอากาศต่อคงเป็นไปได้ยาก ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีตัวอย่างมาก่อน โดยปกติแล้วละครคุณภาพดีที่สุดของเสินฮวาก็มักจะลงที่สถานีโทรทัศน์เสินฮว่า ส่วนเรื่องอื่นๆ จะขายให้สถานีโทรทัศน์ภาครัฐบางแห่งที่เรตติ้งไม่สูงมากนัก
“ฝั่งน่าเซินไม่แน่ใจ” หลินจือไป๋ครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “แต่สถานีโทรทัศน์เทียนกวงพอลองได้ ผมจะไปคุยกับซูฉานแทนพ่อให้ก็ได้ครับ”
พูดจบทุกคนต่างเงียบกริบท่ามกลางบรรยากาศแปลกประหลาด จู่ๆ แววตาแม่พลันเกิดประกายวาบ “ลูกกำลังคบกับซูฉานคนนั้นอยู่จริงๆ เหรอ?”
“เป็นไปได้มากเลย” หลินซีจ้องหลินจือไป๋อย่างเคลือบแคลง “ถ้าซูฉานไม่ได้หลงรักจนหน้ามืดก็คงเป็นไปได้ยากที่จะยอมตกลงเรื่องแบบนี้ จริงไหม?”
“คิดจะใช้มารยาหนุ่มหล่อสินะ?” หาได้ยากที่หลินเชิ่งเทียนจะหยอกล้อขึ้นมาบ้าง
หลินจือไป๋เม้มปากพูดว่า “เป็นแค่เพื่อนกันเฉยๆ ครับ”
พ่อไม่ได้เล่นมุกกับลูกชาย เขาเอ่ยว่า “งั้นพ่อจะนัดพบซูฉานสักหน่อย ถึงตอนนั้นลูกก็ไปกับพ่อด้วย”
“ไม่ต้องหรอกครับ” หลินจือไป๋ยิ้มแล้วกล่าวว่า “เรื่องนี้ให้ผมไปคุยเอง พ่อไม่ต้องกังวล ถ้าคุยสำเร็จก็อย่าบอกคนนอกว่าเป็นความชอบของผม แล้วก็ไม่ต้องถามด้วยว่าผมกล่อมเธอยังไง ให้ถือว่าเป็นพ่อที่เจรจามาได้เองก็แล้วกัน”
“จะไหวจริงๆ เหรอ?” ทุกคนมองหน้ากันแล้วพากันจ้องไปที่หลินจือไป๋ สงสัยว่าจะโน้มน้าวซูฉานยังไง ให้สถานีโทรทัศน์เทียนกวงยอมซื้อและออกอากาศละครที่เสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ผลิตกันแน่
“ลองก่อนค่อยว่ากันครับ” หลินจือไป๋ไม่ได้พูดทั้งหมด จริงๆ ครั้งนี้เขาจะกดดันให้ซูฉานร่วมมือเลยก็ได้ เว้นแต่เธอจะไม่อยากทำงานกับคุนเผิงอีกแล้ว เพียงแต่เขาไม่อยากทำอย่างนั้น ซูฉานเป็นคนฉลาด คุยกันด้วยเหตุผลก็น่าจะพอ
คืนนั้นเอง หลินจือไป๋กับซูฉานนัดพบกัน ผ่านไปสิบนาทีทั้งสองฝ่ายก็ตกลงร่วมมือกัน
ละครโทรทัศน์ ‘มังกรหยก’ จะยังคงออกอากาศในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าเหมือนเดิม เพียงแต่สถานีที่ออกอากาศเปลี่ยนจากเสินฮวาเป็นเทียนกวงแล้ว!