ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 257 ปู่เยโหว: ฉันเป็นคนฆ่าฉันเอง?
“เจ้านายครับ ผมคำนวณดูแล้วถ้าเอาหุ้นของสำนักพิมพ์เสินฮวามาได้ รวมกับขนาดกิจการตอนนี้ของคุนเผิง ทรัพย์สินสุทธิของคุณน่าจะขึ้นไปถึงหลักแสนล้านได้เลยครับ!”
เจียงเฉิงมาพบหลินจือไป๋ ช่วงนี้ทั้งสองมีเหตุให้พบกันบ่อย เหตุผลสำคัญที่สุดคือความร่วมมือระหว่างปู่เยโหวกับสำนักพิมพ์เสินฮวาราบรื่นมาก และปู่เยโหวก็เป็นคนของคุนเผิง การที่เจียงเฉิงมาพบประธานสำนักพิมพ์เสินฮวาในฐานะตัวแทนจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว
ถ้าได้ถือหุ้นควบคุมสำนักพิมพ์เสินฮวาได้อย่างเด็ดขาด ทรัพย์สินสุทธิก็จะขึ้นไปถึงหลักแสนล้านเลยเหรอ?
หลินจือไป๋ยิ้มจางๆ เงินในโลกนี้พอๆ กับเงินหยวนในชาติก่อนของเขา ดังนั้นทรัพย์สินระดับแสนล้านเขาก็รู้สึกว่าไม่น่าฮือฮาอะไร
“ยังมีอีกเรื่องครับ” เจียงเฉิงกล่าว “ขั้นโพสต์โปรดักชั่นของ ‘มังกรหยก’ ทางเสินฮว่าทำเสร็จสมบูรณ์แล้วครับ คาดว่าน่าจะเริ่มโปรโมตพรุ่งนี้ แต่ภาพรวมของตลาดดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ช่วงนี้มีคนพูดกันเยอะว่าแนวกำลังภายในกำลังจะตายครับ”
ในชาติก่อนกำลังภายในตายไปนานแล้ว เพียงแต่โลกนี้เดินช้ากว่าอยู่เล็กน้อย หลินจือไป๋บ่นในใจแต่ปากกลับเอ่ยถาม
“หือ? ยังไงบ้างครับ?”
“เรื่องนี้ก็เพราะเจ้านายนั่นแหละครับ” เจียงเฉิงกล่าว “ความนิยมแนวกำลังภายในสองปีนี้ตกลงอยู่แล้ว แล้วพอ ‘กระบี่เทพสังหาร’ ผงาดขึ้นมา นิยายเทพเซียนบนเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ก็โด่งดังทันที แนวเทพเซียนสารพัดแบบเริ่มทะลักออกมา พอผู้อ่านได้สัมผัสแนวเทพเซียน ความสนใจที่มีต่อกำลังภายในก็เลยค่อยๆ ลดลงไปเองครับ”
หลินจือไป๋: “…”
สุดท้ายฉันกลายเป็นคนขุดหลุมฝังกำลังภายในเอง? ไม่ได้สิ ยังมีละครกำลังภายในฉันต้องออกอากาศอยู่นะ!
รอบนี้เหมือนยกหินทุ่มเท้าตัวเองอยู่หน่อยๆ แต่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็ไม่แปลก พอแนวเทพเซียนเริ่มครองถนน กำลังภายในย่อมเริ่มถลาไหลลงทางชัน นิยายประเภทนี้มีชะตากรรมต้องเดินจากความฮิตถล่มทลายไปสู่ความเฉพาะกลุ่มอยู่แล้ว
ลองคิดดูดีๆ… ต่อให้ไม่มีฉัน ต่อไปบนบลูสตาร์ก็จะมีนิยายออนไลน์แล้วแนวเทพเซียนก็คงปรากฏขึ้นอยู่ดี การมีฉันก็แค่เร่งให้พัฒนานิยายออนไลน์ก้าวหน้าเร็วขึ้นเท่านั้นเอง ดูท่าตอนนี้มีแต่กิมย้งเท่านั้นที่พอจะพยุงกำลังภายในของบลูสตาร์ได้ และยังเป็นแค่การแก้ไขที่ปลายเหตุเท่านั้น
“ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ครับ” หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “เราต้องคว้าเอาหางกระแสกำลังภายในไว้ให้ได้ก็พอ”
กำลังภายในจะเสื่อมความนิยมลงแน่แต่ไม่ใช่ตอนนี้ หลินจือไป๋จะคว้าหางกำลังภายในไว้ให้มัน แล้วให้กำลังภายในของกิมย้งฉายแสงในโลกนี้ ส่วนหลังจากนั้นกำลังภายในจะดับหรือไม่ไม่ใช่เรื่องที่หลินจือไป๋ต้องกังวลอีกแล้ว นี่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของกาลสมัย
อีกไม่กี่ปีนิยายกำลังภายในคงไร้หนทางกู้กลับมา แต่ละครกำลังภายในน่าจะปัง มีตลาดอยู่จริงๆ แล้วนิยายกับละครแยกกันเป็นสองสนามแข่ง เจียงเฉิงเห็นเจ้านายยังมั่นใจก็เบาใจลงไปไม่น้อย จากนั้นจึงเปลี่ยนไปพูดเรื่องฝั่งเทียนกวง
“อำนาจของซูฉานในบริษัทสูงขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ ช่วงนี้เริ่มยื่นมือไปถึงฝ่ายภาพยนตร์แล้ว”
หลังจากซูฉานขึ้นเป็นหัวหน้าแผนกโทรทัศน์ก็ทำผลงานไว้ไม่น้อย จึงเป็นธรรมดาที่ตอนนี้เริ่มคิดจะขยายอำนาจไปแตะฝ่ายภาพยนตร์ของเทียนกวง
“ภาพยนตร์เหรอ…” หลินจือไป๋เพิ่งนึกได้ว่าช่วงนี้ตัวเองทำแต่ละคร ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยสุ่มได้บทหนังจากระบบเลย ไว้เดี๋ยวช่วยซูฉานหน่อยแล้วกัน แค่ไปตั้งค่ากับระบบให้จัดบทหนังมาก็พอ
อย่างไรเสียก็ไม่รู้ว่าประธานของเทียนกวงจะประคองตัวได้นานแค่ไหน ถ้าอีกฝ่ายทนไม่ไหวจากไปเสียก่อน ซูฉานจะกุมอำนาจเทียนกวงได้ยากมากขึ้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของหลินจือไป๋ จากสถานการณ์ตอนนี้ซูฉานดูน่าลงทุนจริงๆ อำนาจในเทียนกวงของเธอสูงขึ้นเรื่อยๆ มือก็ยื่นไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่มีกลเม็ดยอดฝีมือตอนนี้คงทำไม่ได้ถึงขั้นนี้
ตามที่เจียงเฉิงว่าไว้ เสินฮวาปล่อยข่าวในวันถัดมาว่า ‘มังกรหยก’ กำลังจะออกอากาศ ทีมแสดงถือว่าดีมาก อีกทั้งการโปรโมตย่อมไม่ลืมย้ำถึงผู้เขียนบทอย่างปู่เยโหว พูดให้ตรง ‘ปู่เยโหว’ คือหนึ่งในจุดขายของละครเรื่องนี้เลย เพราะตอนนี้ชื่อเสียงของปู่เยโหวโด่งดังมาก แม้เจ้าตัวจะอยู่แค่แถวสามในระดับคนดัง แต่อิทธิพลกลับรุนแรงน่าเหลือเชื่อ!
เมื่อข่าวถูกปล่อยออกมา ชาวเน็ตก็ถกกันสนั่นทันที!
‘ฉันบอกแล้วว่าปู่เยโหวขยันผลิตงาน ปีนี้เป็นละครเรื่องที่สามแล้วนะ ตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าหมอนี่ไม่ใช่แค่ไอเดียพุ่ง ความเร็วในการพิมพ์ของเขาก็คงไวและโหดสุดๆ ด้วย แถมยังมีเวลานั่งเขียนนิยายออนไลน์อีก!’
‘เขาเพิ่งเดบิวต์ได้กี่ปีเอง!’
‘แต่งานออกมาเพียบขนาดนี้แล้ว!’
‘ที่สำคัญคือสไตล์ยังหลากหลายด้วย!’
‘ปู่เยโหวจะเขียนกำลังภายในได้เหรอ? ก่อนหน้านี้ก็แนวเมืองสมัยใหม่ทั้งนั้น อีกสองเรื่องก็ตำรวจอาชญากรรมอย่าง Home Temptation น่ะ’
‘เธอยังไม่ได้อ่าน กระบี่เทพสังหาร ใช่ไหมละ? ถ้าอ่านเล่มนี้แล้วเธอจะไม่สงสัยเลยว่าปู่เยโหวจะเขียนกำลังภายในได้ไหม จะเรียก กระบี่เทพสังหาร ว่าเทพเซียนก็ได้แต่พูดอีกอย่างก็คือกำลังภายในเวอร์ชันอัปเกรด นิกายใหญ่ๆ ก็คือบรรดาสำนักในนิยายกำลังภายใน การประลองเจ็ดสายนิกายชิงอวิ๋นก็คืองานประชุมยุทธภพ เพียงแต่โลกทัศน์ของเทพเซียนกว้างใหญ่กว่ามากเลยทำให้ตอนนี้ฉันไม่สนใจกำลังภายในแล้ว’
‘เห็นด้วยกับคอมเมนต์บน!’
‘พออ่าน กระบี่เทพสังหาร แล้ว ยังมีนิยายเทพเซียนอีกเพียบในเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ ตอนนี้ฉันไม่อยากอ่านกำลังภายในเลย รู้สึกชั้นเชิงต่ำเกินไป ไม่มีอะไรแปลกใหม่น่าสนใจ มีแต่วนสู้กันไปสู้กันมาชุดเดิมๆ’
‘จริงๆ คือเกณฑ์ในใจเราถูกยกระดับขึ้นต่างหาก’
‘พอเห็นพระเอกแนวเทพเซียนเหาะเหินขี่กระบี่ต่อสู้กันด้วยของวิเศษแล้ว หันกลับมาดูวิชาตัวเบาในนิยายกำลังภายในมันดูสืบไปเลย ในนิยายกำลังภายในมือเปล่าบดหินได้ก็นับว่ายอดฝีมือแล้ว แต่พระเอกแนวเทพเซียนผ่าภูเขาตัดสายน้ำได้ อ่านแบบนี้บ่อยๆ แล้วจะมีใครยังอยากสนใจกำลังภายในอีกละ’
ถ้าเป็นก่อนที่แนวเทพเซียนจะผงาดขึ้นมา พอได้ยินข่าว ‘ละครใหม่ของปู่เยโหว’ ชาวเน็ตก็ตื่นเต้นตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ แต่หลังจากได้สัมผัสแนวเทพเซียน แม้ทุกคนจะยังตื่นเต้นเมื่อได้ยินว่าปู่เยโหวมีผลงานใหม่ แต่พอเห็นคำว่า ‘กำลังภายใน’ ก็กลับอดรู้สึกผิดหวังขึ้นมานิดๆ ไม่ได้ ถึงขั้นมีชาวเน็ตออกปากว่า
‘ท่านโหวเลิกทำกำลังภายในเถอะ ไปทำละครเทพเซียนเลย เอา กระบี่เทพสังหาร มาดัดแปลงเป็นละครดีไหม ฉันดูแน่นอน!’
‘ฉบับละครขอให้ปี้เหยามีชีวิตรอดด้วยเถอะ!’
‘ทำละครเทพเซียนต้นทุนสูงมากใช่ไหม?’
‘สำหรับปู่เยโหวไม่ใช่ประเด็นหรอก ยังไงบทของเขาก็ร่วมกับสามค่ายใหญ่แทบทุกเรื่อง สามค่ายใหญ่ไม่ขาดเงินทุนอยู่แล้ว!’
‘ได้ยินว่ามีบริษัทเริ่มถ่ายทำละครเทพเซียนแล้ว!’
‘ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน!’
‘ตั้งตารอคอยสุดๆ เลย!’
วงสนทนาไม่ได้เกี่ยวข้องกับละครกำลังภายในของปู่เยโหวเลย หลายคนถึงกับมองว่าแค่ชื่อ ‘มังกรหยก’ ก็ไม่มีอะไรให้ถกแล้ว ชื่อนี้จะไปสะกดอารมณ์ได้เท่า กระบี่เทพสังหาร ได้ยังไง ออกละครเทพเซียนเร็วๆ เถอะ!
ฝ่ายโทรทัศน์กับฝ่ายโปรดักชันของเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ พอเห็นกระแสชาวเน็ตก็เริ่มตึงเครียดขึ้นมา ละครใหม่ของเราเป็นแนวกำลังภายในนะ! พวกเธอไม่คุยกันเรื่อง ‘มังกรหยก’ ก็น่าจะคุยเรื่องกำลังภายในกันหน่อยไหม? ทำไมพากันคุยแต่เทพเซียนละ!
เพราะเรื่องนี้ฝ่ายโทรทัศน์จึงดึงฝ่ายโปรดักชันมาจัดการประชุมร่วมกัน เพราะละครเรื่องนี้คือโครงการใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญสูงสุดของปีนี้!
“แนวโน้มตลาดยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่” มีผู้บริหารเอ่ยขึ้นในที่ประชุม ทำให้คนทั้งห้องพากันถอนหายใจ
“แนวกำลังภายในไปต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ!”
“หมวดที่เคยฮอตที่สุดตอนนี้กลับดึงดูดชาวเน็ตไม่ได้แล้ว มีแต่แฟนคลับของนักแสดงที่ยังตั้งตารอ”
“หนนี้แม้แต่ชื่อของปู่เยโหวก็ยังเอาไม่อยู่แล้ว”
“ชัดเจนว่าแนวกำลังภายในอาจใช้การไม่ได้แล้วจริงๆ”
“โปรเจ็กต์นี้เราลงทุนไปมากขนาดนั้น ถ้าเอาทุนคืนไม่ได้จะทำยังไงดีละ?”
“คืนทุนไม่น่ายากหรอก ต่อให้กำลังภายในจะซบเซา แต่บทละครของเรามีเนื้อหาที่ยอดเยี่ยมมากๆ อย่างมากละครเรื่องนี้ก็แค่ไม่ดังเท่าผลงานก่อนๆ ของปู่เยโหวเท่านั้น”
ทุกคนย่อมต้องสะท้อนใจ อย่างไรกำลังภายในก็เคยรุ่งเรืองสุดขีด ทั้งฝ่ายโทรทัศน์และฝ่ายโปรดักชันของเสินฮวามีหลายคนที่เคยทำละครกำลังภายในและปั้นให้โด่งดังมาไม่น้อย เรียกได้ว่าเติบโตมาจากยุคกำลังภายในเลย มาตอนนี้พบว่า ‘กำลังภายในได้ตายแล้ว’ จะไม่ให้รู้สึกเสียดายก็คงยากจริงไหม กระทั่งมีคนพูดขึ้นว่า
“ปีหน้าเราควรเน้นหนักไปที่ละครแนวเทพเซียนนะ”
“ตอนนี้ในวงการมีหลายบริษัทเตรียมถ่ายทำละครเทพเซียนแล้ว”
“น่าเซิน เทียนกวง ต่างก็มีแผนทั้งนั้น”
“แล้วยังมีอีกหลายเจ้าที่เล็งนิยาย กระบี่เทพสังหาร ของปู่เยโหวอยู่ด้วย”
“นิยายเล่มนั้นดังมาก ถ้าดัดแปลงเป็นละครละก็ จะดึงแฟนคลับผู้อ่านได้เพียบเลยละ”
ใช่แล้ว มีหลายฝ่ายอยากซื้อลิขสิทธิ์ดัดแปลง กระบี่เทพสังหาร ซึ่งเรื่องนี้หลินจือไป๋ก็ทราบดีแต่ตอนนี้เขายังไม่เอ่ยปากตกลง เพราะยังชั่งใจอยู่ว่าจะถ่ายทำเองดีไหม ในชาติก่อนเหมือน กระบี่เทพสังหาร จะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์แต่เรื่องคุณภาพไม่พูดถึงจะดีกว่า
หัวหน้าฝ่ายโปรดักชัน จ้าวเหล่ย กล่าว “เมื่อความคาดหวังภายนอกไม่สูง เราก็ต้องหาทางยกระดับด้วยการประชาสัมพันธ์ ผมมองว่ากำลังภายในยังไม่ตายหรอก เพียงแต่มันไม่ร้อนแรงอย่างสมัยก่อนเท่านั้น”
“ใช่ เพิ่มการโปรโมตให้มากขึ้น” ในฐานะหัวหน้าแผนกโทรทัศน์ หลินตงก็เห็นพ้องกับความคิดนี้
เขาได้ดู ‘มังกรหยก’ แล้ว และด้วยสัญชาตญาณของผู้กำกับมืออาชีพ เขาเชื่อว่าเรื่องนี้มีศักยภาพพอจะดังได้ ย่อมมีบางผลงานที่สามารถฉีกกระแสตลาดออกไปได้ แม้ผลงานบางแนวจะโรยรา กลายเป็นหมวดเฉพาะกลุ่ม แต่อย่างน้อยก็อาจยังมีสักเรื่องสองเรื่องที่เปล่งประกายเจิดจ้าได้!
ถึงอย่างนั้นหลินตงก็อดใจหายไม่ได้ พูดให้ชัดคือคนทั้งวงการต่างก็กำลังใจหายกันทั้งนั้น ในแวดวงทีวีต่างก็รู้กันว่า ‘มังกรหยก’ ละครใหม่ของเสินฮว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานของปู่เยโหว และยังเป็นละครลำดับที่สามของคุนเผิงในปีนี้ด้วย
“นี่เท่ากับปู่เยโหวฆ่ากำลังภายในด้วยมือตัวเองหรือเปล่า?”
“พูดอย่างนั้นก็ไม่ถูก”
“หลายปีนี้กำลังภายในเริ่มเดินลงทางลาดแล้วจริงๆ เพราะยังไงสิ่งที่ควรเขียนก็เขียนกันไปเกือบหมดแล้ว”
“ลูกเล่นใหม่ๆ อะไรก็แทบไม่มีแล้ว”
“แล้วเทพเซียนของปู่เยโหวก็กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของกำลังภายในได้ขาดผึงลง!”
“นั่นก็เท่ากับยกหินทุบเท้าตัวเองไม่ใช่เหรอ?”
“ฮ่าๆ พูดแบบนั้นก็ไม่ผิด คาดว่าปู่เยโหวเองก็คงไม่คิดว่าเทพเซียนจะเล่นงานกำลังภายในจนราบ ส่งผลให้ละครกำลังภายในของเขาที่ยังไม่ออกอากาศโดนหางเลขหนักไปด้วย!”
เรื่องนี้พูดแล้วก็ชวนขำอยู่เหมือนกัน ละครกำลังภายในของตัวเองถูกนิยายเทพเซียนของตัวเองอัดเสียน่วม เรียกได้ว่าเป็นมุกแห่งปีของวงการโทรทัศน์เลยทีเดียว ถึงขั้นมีคนแซวว่า คาดไม่ถึงเลยว่าผู้ที่สกัดละครใหม่ของปู่เยโหวและเสินฮว่าในคราวนี้จะไม่ใช่สองคู่แข่งอย่างเทียนกวงกับน่าเซิน แต่กลับเป็นปู่เยโหวเอง!