ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 277 Reset ลูปย้อนชะตาออนแอร์ หักมุมขั้นเทพ! (1)
- Home
- ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
- ตอนที่ 277 Reset ลูปย้อนชะตาออนแอร์ หักมุมขั้นเทพ! (1)
ในข้อความประชาสัมพันธ์ของเจียงเฉิงเกี่ยวกับ ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ มีการย้ำซ้ำๆ ว่า ‘ปู๋เย่โหว’ คือคนเขียนบทของละครเรื่องนี้
อย่างไรในแวดวงโทรทัศน์ฉินโจวทุกวันนี้ ปู๋เย่โหวก็เป็นหลักประกันเรตติ้ง ชื่อของปู๋เย่โหวมีค่ายิ่งกว่านักแสดงแถวหนึ่งเสียด้วยซ้ำ พลังการเรียกคนดูของเขาเทียบเคียงได้กับซูเปอร์สตาร์ไม่กี่คนที่อยู่ระดับเหนือแถวหน้าในวงการทีวี!
นอกจากนี้…
ในคำโปรยยังระบุด้วยว่า ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ เป็นละครเรื่องแรกที่คุนเผิงฟิล์มถ่ายทำเองทั้งหมด
นี่ก็เป็นจุดสนใจของคนนอกวงการเช่นกัน
วงการโทรทัศน์กำลังถกเถียงกันอย่างร้อนแรงเกี่ยวกับละครเรื่องนี้
“ดูท่าว่าคุนเผิงตั้งใจจะแยกตัวจากสามค่ายใหญ่มาถ่ายทำละครเองจริงๆ แต่ถ้าไม่มีทรัพยากรและทีมมือโปรของสามค่ายใหญ่ คุนเผิงฟิล์มที่เป็นแค่ทีมสมัครเล่นจะถ่ายละครที่เป็นเรื่องเป็นราวออกมาได้เหรอ?”
“ยาก!”
“ละครของคุนเผิงจะดังได้ บทดีก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่พลังหนุนจากสามค่ายใหญ่ก็มองข้ามไม่ได้ แม่ครัวเก่งแค่ไหนก็ทำกับข้าวไม่ได้ถ้าไม่มีวัตถุดิบ อีกอย่างละครเรื่องนี้เป็นละครออนไลน์ ตามโปรโมตเหมือนจะฉายแค่บนเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงเท่านั้น แต่เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงมีส่วนแบ่งตลาดเล็กนิดเดียว การจำกัดช่องทางแบบนี้ไม่เอื้อต่อการเผยแพร่ละครเลยจริงๆ เทียบกับสามเว็บไซต์วิดีโอรายใหญ่ที่มีฐานผู้ใช้มหาศาลไม่ได้สักนิด”
“ฉันก็คิดแบบนั้น”
“ถึงบทของปู๋เย่โหวโดยทั่วไปคุณภาพจะไม่เลว ผู้กำกับละครเรื่องนี้อย่างสือซิ่วเจี๋ยก็ฝีมือสูงส่ง แต่ยังไงเหล้าอร่อยก็ยังกลัวซอยลึก ตอนนี้เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงยังไม่พอจะรองรับละครเอ็กซ์คลูซีฟที่ดังระเบิดได้หรอกมั้ง?”
“ก็น่าจะมีลุ้นดังอยู่เหมือนกัน”
“อย่าลืมว่าเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงเคยมี ‘Unexpectedness’ ที่ดังมาก่อน ละครดีๆ เรื่องเดียวก็ช่วยดึงผู้ใช้มาได้ไม่น้อย เพียงแต่จำนวนจะมากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับกระแสความฮิตของผลงานนั้นเอง”
“แต่นั่นเป็นละครสั้นนี่นา”
“พอไม่มีข้อได้เปรียบแบบละครสั้นที่สั้นกระชับเดินเรื่องไว ต่อให้ ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ คุณภาพใช้ได้ ก็คงยากจะเทียบกระแสละครที่พวกเขาร่วมงานกับสามค่ายใหญ่ได้ละมั้ง?”
ในวงการมีเสียงถกเถียงกันพอสมควร
นี่เป็นปัญหาที่มองข้ามได้ยากจริงๆ เปรียบเหมือนเมื่อก่อนมีละครออนไลน์คุณภาพสูงเรื่องหนึ่ง แต่ Tencent Video iQIYI และ Youku ไม่มีลิขสิทธิ์ ดูได้แค่บน LeTV เท่านั้น แล้วจะมีสักกี่คนที่ยอมสมัครสมาชิก LeTV เพียงเพื่อดูละครเรื่องนี้เรื่องเดียว?
ไหนจะทีมงานของคุนเผิงเองที่เพิ่งตั้งมาได้ไม่นาน คุณภาพบุคลากรจะไปเทียบกับสามค่ายใหญ่ได้หรือ?
ต่อให้เป็นบทเด็ดๆ อย่าง ‘The Knockout’ ตอนนั้นถ้าไม่ได้มอบให้เสินฮว่าถ่ายทำ บริษัทภาพยนตร์ละครโทรทัศน์ส่วนใหญ่ก็คงยากจะทำออกมาได้ดีขนาดนั้นจริงไหม?
แต่คำพูดแบบนี้ก็พูดกันมาจนเกร่อแล้ว
ในวงการเริ่มถกเรื่องนี้มาตั้งแต่ช่วง ‘Unexpectedness’ ว่าหลังจากคุนเผิงไม่ร่วมมือกับสามค่ายใหญ่ ยังจะไปได้อยู่ไหม?
การถ่ายทำเองฟังดูเข้าท่า
แต่การจะทำเองได้ไม่ใช่เรื่องง่ายดายขนาดนั้น
โลกก่อน หลังจากโจวซิงฉือประสบความสำเร็จต่อเนื่อง ในที่สุดก็เริ่มคิดที่จะฉายเดี่ยว ผลงานหนังเรื่องแรกที่เขาเขียนบท กำกับ และแสดงนำเองก็คือ ‘Shaolin Soccer’
ตอนนั้นหนังเรื่องนี้ก็เผชิญแรงกดดันมหาศาลเช่นกัน
ทั้งที่ตอนนั้นโจวซิงฉือดังมากอยู่แล้ว แต่ ‘Shaolin Soccer’ ก็ยังไม่เป็นที่คาดหวังของตลาด
เพราะโจวซิงฉือยังไม่มีประสบการณ์ในการกำกับเดี่ยว และหลายคนคิดว่าความสำเร็จของเขาแยกจากทีมงานเก่าไม่ได้
คุนเผิงฟิล์มในตอนนี้ก็กำลังเผชิญกับสถานการณ์แบบเดียวกัน
…
มุมมองของมืออาชีพกับชาวเน็ตทั่วไปต่างกันสิ้นเชิง หลัง ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ เริ่มประชาสัมพันธ์ กระแสบนอินเทอร์เน็ตก็ถือว่าดีไม่น้อย
แฟนคลับของคุนเผิงและปู๋เย่โหวต่างก็แสดงความคาดหวังกันถ้วนหน้า
แม้นักแสดงชุดนี้จะดูด้อยไปหน่อย ไม่เหมือนละครที่ร่วมงานกับสามค่ายใหญ่ ซึ่งสามารถดันนักแสดงแถวหนึ่งได้โดยตรง
แต่ผู้กำกับสือซิ่วเจี๋ยก็ถือว่าฝีมือยอดเยี่ยมทีเดียว
ส่วนปู๋เย่โหวผู้เขียนบท ยิ่งเป็นหลักประกันคุณภาพที่ใหญ่ที่สุด
เพียงแต่…
ความสนใจของชาวเน็ตทั่วไปกลับเฉยๆ มาก
‘จะบอกว่าไม่สนใจเลยก็ไม่ใช่ หลักๆ ตามที่ประชาสัมพันธ์ละครเรื่องนี้บอกว่าจะฉายบนเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงอย่างเดียว แต่ฉันไม่ได้เป็นสมาชิกเว็บนั้น’
‘ฉันสมัครสมาชิกเสินฮว่ากับน่าเซินไปแล้ว ไม่อยากสมัครสมาชิกคุนเผิงเพิ่มอีก แต่ถ้าสมัครเทียนกวงวิดีโออีกสักอัน ฉันก็ยังพอรับได้นะ ค่าสมาชิกรายเดือนสิบกว่าหยวน สมัครหลายเจ้าก็เปลืองเปล่าๆ’
‘ประเด็นคือเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงมีคอนเทนต์น้อยเกินไป’
‘ยังไงเว็บไซต์วิดีโอของสามค่ายใหญ่ก็มีตัวเลือกมากกว่า’
‘เว้นแต่ ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ จะดังระเบิด ไม่งั้นฉันก็คงไม่ไปดูหรอก’
‘ทำไมไม่ร่วมงานกับสามค่ายใหญ่ต่อนะ?’
‘เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงเป็นช่องทางฉายเดียวชวนให้ถอดใจจริงๆ ถึงฉันจะเข้าใจว่าคุนเผิงอยากดึงผู้ใช้งานเข้าเว็บก็เถอะ’
‘จริงๆ ตอนนี้เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงก็มีคอนเทนต์ไม่น้อยแล้วนะ ทั้งวาไรตี้และละครที่คุนเผิงสร้างก็มีให้ดูได้หมดเลย’
‘แต่เว็บไซต์วิดีโอของสามค่ายใหญ่ฉันก็ดูได้เกือบหมดเหมือนกันนี่นา’
…
การถกเถียงบนอินเทอร์เน็ตเหล่านี้ เจียงเฉิงย่อมจับตามอง
พอเห็นว่าหลายคนลังเลเพราะไม่อยากสมัครสมาชิกเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิง เขาก็รีบหาทางรับมือกับหลินจือไป๋
“คุนเผิงทำเอ็กซ์คลูซีฟตอนนี้ จะรีบร้อนไปหน่อยนะครับ”
เจียงเฉิงพูดอย่างจนใจว่า “หรือไม่งั้นเราเลือกสักเจ้าหนึ่งจากสามเว็บไซต์วิดีโอใหญ่มาร่วมมือดีไหมครับ?”
“แบบนั้นเราจะไปแย่งคนดูกับสามเว็บไซต์วิดีโอใหญ่ได้ยังไงล่ะครับ?”
หลินจือไป๋ปฏิเสธข้อเสนอนี้ พร้อมยกตัวอย่างเทียบกับเว็บไซต์วิดีโอบนโลกว่า
ถ้า iQIYI กับ LeTV ต่างก็มีละครเรื่องเดียวกัน คนเกินเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ก็คงเลือกดูบน iQIYI ใช่ไหมล่ะ?
“แต่วงการกับกระแสออนไลน์บางส่วนต่างก็พูดสะท้อนปัญหาแล้วนะครับ”
เจียงเฉิงถอนหายใจ “คำว่าเหล้าอร่อยก็ยังกลัวซอยลึก ก็มีเหตุผลอยู่”
หลินจือไป๋กล่าว “งั้นก็ให้ดูฟรีเจ็ดตอนแรกแล้วกันครับ ไม่ต้องสมัครสมาชิก ผู้ใช้ทั่วไปก็ดูได้”
ละครในเว็บไซต์วิดีโอมักจะให้ดูฟรีสองสามตอน ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ มีทั้งหมดสิบห้าตอน ถ้าให้ดูฟรีถึงเจ็ดตอน เท่ากับว่าหลินจือไป๋ยอมให้ผู้ชมดูฟรีไปถึงครึ่งเรื่องเลยทีเดียว
“ได้ครับ”
เจียงเฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นว่าไม่มีปัญหา คราวนี้เป็นการเดิมพันว่าเมื่อผู้ชมได้ดูเจ็ดตอนแรกแล้ว จะถูกเนื้อเรื่องดึงดูดจนยอมสมัครสมาชิกเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงเพื่อดูต่ออีกแปดตอนที่เหลือหรือไม่
หลังตกลงกลยุทธ์กัน เจียงเฉิงก็รีบประกาศข่าวออกไปทันที
…
ในวงการ
“เจ็ดตอนแรกไม่เสียเงิน?”
“ละครเรื่องนี้โปรโมตว่ามีแค่สิบห้าตอนเองใช่ไหม?”
“โห!”
“คุนเผิงนี่เล่นใหญ่จริงๆ”
“แต่จะได้ผลเหรอ อย่าให้ถึงตอนนั้นพังไม่เป็นท่าล่ะ”
“ออกจะเหมือนวิธีคิดแบบนิยายออนไลน์เลยนะ ต่อแรกให้คนอ่านฟรีเยอะหน่อย ถ้าอยากดูต่อหลังจากนั้นก็ต้องพิจารณาสมัครสมาชิกแล้ว”
“ให้ฟรีเกือบครึ่งเรื่อง ไม่รู้ว่าจะมีพวกสายดูฟรีมากน้อยแค่ไหน”
…
แพลตฟอร์มจี๋กวง
ชาวเน็ตก็ตื่นเต้นดีใจ
ฟรีเจ็ดตอนแรกทั้งหมด?
โอ้โห
‘งั้นถึงเวลานั้นฉันต้องไปดูซะหน่อยแล้ว’
‘ฉันนี่แหละเจ้าชายดูฟรี ไม่ได้มีแค่ชื่อเปล่าๆ!’
‘ดูครบเจ็ดตอนแล้วเผ่น ถ้าดูเพิ่มอีกตอนถือว่าฉันแพ้แล้วกัน!’
‘ฮ่าๆๆๆ คิดจะหลอกให้ฉันติดกับ ไม่มีปัญหา แต่ฉันบอกเลยว่าก่อนตอนที่แปด ฉันออกแน่นอน!’
‘สายดูฟรีนี่เยอะจริงๆ…
‘ละครส่วนใหญ่ฉันก็ดูไม่ค่อยจบอยู่แล้ว รู้สึกว่าดูแค่ครึ่งเดียวก็พอ’
‘จริงด้วยๆ ดูครึ่งเดียวก็พอแล้ว!’
‘ออกอากาศเมื่อไหร่นะ? ของฟรี ไม่ดูเสียดายแย่ ยังไงก็เป็นละครของคุนเผิงนะ!’
‘กำหนดฉายวันที่หนึ่งตุลาคม’
…
พอเห็นคำประกาศของสายดูฟรี เจียงเฉิงก็อดกระตุกมุมปากไม่ได้ มีผู้ชมไม่น้อยเลยที่คิดว่าดูครบเจ็ดตอนแล้วจะเผ่นหนี
“งั้นก็ต้องหนีให้ได้สิ”
หลินจือไป๋ยิ้มออกมา เขารู้ดีว่านี่คือละครที่ทำให้คนติดงอมแงมได้ในเจ็ดตอน
เพราะละครเรื่องนี้ดำเนินเรื่องกระชับฉับไว จังหวะก็ตื่นเต้นเร้าใจ เป็นละครหายากที่ทำให้ทุกคนดูไปจนถึงตอนจบได้
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีวิธีโปรโมตอีกอย่างหนึ่ง
วันที่ยี่สิบเดือนกันยายน
หลินจือไป๋เริ่มอัดเพลง ‘Canon’ อย่างเป็นทางการ
จริงๆ แล้วตามชื่อเต็ม บทเพลงนี้ควรเรียกว่า ‘Canon in D major’
บทเพลงนี้ประพันธ์ขึ้นราวปี ค.ศ.1680 เป็นผลงานดนตรีแชมเบอร์แห่งยุคบาโรก ที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในดนตรีบรรเลงไร้เนื้อร้องที่น่าหลงใหลที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์เลยทีเดียว!
คำยกย่องนี้ได้รับการการันตีจากคีตกวีระดับโลกจำนวนมาก
แต่หลินจือไป๋พิจารณาแล้วว่าฝีมือการเล่นเปียโนของตนยังไม่ถึง จึงตัดสินใจ ‘อาศัยฟิตเอาโค้งสุดท้าย’
“เฟยหง เพิ่มค่าทักษะเปียโน!”
“เพิ่มเท่าไหร่ครับ?”
“เพิ่มสองแต้มแล้วกัน”
ตอนนี้เปียโนของหลินจือไป๋เพิ่งอยู่ที่ระดับ 58 คราวนี้เขาจัดการปัดเศษ เพิ่มอีกสองแต้ม จนกลายเป็น 60 เทียบเท่าระดับมืออาชีพ
นักเปียโนมืออาชีพในวัยสิบเก้า…
หลินจือไป๋กะคร่าวๆ ว่าบนบลูสตาร์ จะมีสักกี่สิบคนกันที่สามารถไปถึงระดับนักเปียโนมืออาชีพได้ก่อนอายุสิบเก้า?
สำหรับตัวเขา ถือว่าเพียงพอแล้ว
สำหรับ ‘Canon in D major’ ก็ถือว่าเพียงพอแล้วเช่นกัน
นี่ไม่ใช่เพลงที่ซับซ้อนอะไรนัก ไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคสูงส่ง เว้นเสียแต่หลินจือไป๋จะตั้งใจอวดฝีมือ แต่ในการปล่อยเวอร์ชันสาธารณะครั้งแรกนี้ไม่ต้องอวดอะไรทั้งนั้น แค่เล่นให้ออกมาได้บรรยากาศแบบต้นฉบับก็พอ
ส่วนแต้มทักษะอีกยี่สิบแปดแต้ม ก็เก็บสะสมต่อไป
จะว่าไป เดิมที Canon ในเวอร์ชันแรกสุดจริงๆ ไม่มีเปียโนอยู่ด้วย
ไม่ใช่ว่าเล่น Canon ด้วยเปียโนจะมีปัญหาอะไร เพียงแต่ Canon ถูกสร้างขึ้นมาก่อนที่จะมีเครื่องดนตรีอย่างเปียโนเสียอีก
คาดไม่ถึงใช่ไหมล่ะ?
Canon ที่ผู้คนจำนวนมากเคยฟังกันในโลกก่อน อาจจะเป็นบทเพลงที่เก่าแก่ที่สุดในชีวิตที่พวกเขาเคยได้ยินก็ได้
แล้วก็เป็นแบบนี้
ในวันที่ยี่สิบสี่เดือนกันยายน
หลินจือไป๋ได้ปล่อยเวอร์ชันเปียโนของ ‘Canon’ อย่างเป็นทางการ!
ตอนที่เพลงนี้ขึ้นบนแพลตฟอร์มเพลงใหญ่ๆ หลายคนยังคิดว่าฉู่ฉือปล่อยเพลงใหม่ แม้ชื่อว่า ‘Canon’ จะฟังดูประหลาดไปสักหน่อยก็ตาม
พอคลิกเข้ามาฟังรอบหนึ่ง
ทุกคนก็ถึงกับตกใจที่พบว่าแท้จริงแล้วนี่คือบทเพลงที่บรรเลงด้วยเปียโนล้วนๆ!
[เพลง: Canon]
[ประพันธ์: ฉู่ฉือ]
[บรรเลง: ฉู่ฉือ]
แต่เมื่อลงานที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกในโลกแห่งนี้ กลับไม่ได้สร้างกระแสฮือฮาอะไรมากนัก
แน่นอนว่านี่ก็เป็นเรื่องปกติมาก
เพราะสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่มืออาชีพ ความรู้สึกเวลาฟังดนตรีบรรเลงก็มักไม่ได้แตกต่างกันมาก
สรุปคือมีแค่ ‘เพราะ’ กับ ‘ไม่เพราะ (ฟังไม่ออก)’ สองแบบนี้เท่านั้นเอง
เพลง ‘Canon’ นี้อยู่ในประเภทที่ ‘เพราะ’ อย่างไม่ต้องสงสัย ทำนองไพเราะเสนาะหู ฟังแล้วสบายกายสบายใจ เพียงแต่ก็เท่านั้นเอง
ทันทีที่ทุกคนฟังจบ ความเห็นบางส่วนถึงขั้นไม่ได้โฟกัสที่ตัวผลงานด้วยซ้ำ
แต่กลับเป็น…
‘ฉู่ฉือถึงกับเริ่มแต่งเพลงบรรเลงแล้วเหรอ’
‘นึกว่าฉู่ฉือต้องกลายเป็นพ่อเพลงก่อน ถึงจะเริ่มแต่งเพลงบรรเลงแนวนี้ซะอีก’
‘เพราะมาก’
‘ที่ผ่านมาฉู่ฉือก็แทบจะเล่นกับเพลงป๊อปรอบด้านแล้ว จะเข้ามาสายเพลงบรรเลงก็เป็นเรื่องธรรมดา’
‘เพลงนี้ให้ความรู้สึกแปลกดีนะ ทำให้ฉันนึกถึงวันฝนตกบอกไม่ถูก ระหว่างทำนองยังมีความเศร้าเจือจางแฝงอยู่ด้วย’
‘แต่ฉันฟังแล้วกลับรู้สึกสดใส ทำให้อารมณ์ดีขึ้นบอกไม่ถูก’
‘เหมือนหมอกหนาท่ามกลางฤดูหนาว เงียบสงัด สงบนิ่งถึงขีดสุด’
‘บรรยากาศอบอวลด้วยความสุข!’
‘ฟังไปนาทีกว่า สรุปไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ฉันว่านี่อาจเป็นความล้ำลึกในเพลงเพลงนี้ของฉู่ฉือล่ะมั้ง ทำให้ฉันเงี่ยหูฟังเสียงในใจตัวเอง…ฟังจบถึงรู้ว่าไม่ได้เปิดเสียง…’
‘พรวด!’
‘ข้างบนน่ะ พอเลย!’
‘ฉันไม่ค่อยเข้าใจดนตรีบรรเลงหรอก ไม่รู้ว่าฝีมือเปียโนของฉู่ฉือได้กี่คะแนน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคุณภาพเพลงนี้อยู่ระดับไหนในสายเพลงบรรเลง แต่ไม่รู้เพราะฟิลเตอร์แฟนคลับหรือเปล่า ทำให้ยังไงฉันก็ชอบฟังเพลงนี้อยู่ดี ตอนนี้วนฟังไปรอบที่ห้าแล้ว’
………………………………………………