ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 278 กำเนิดละครออนไลน์ยอดเยี่ยมแห่งปี! (1)
คนที่เคยตามดูละครก็น่าจะมีประสบการณ์แบบนี้กันทั้งนั้นจริงไหม ตอนท้ายของละครสักตอนจู่ๆ ก็เกิดการหักมุมช็อกโลกขึ้นมา ทำให้บรรยากาศความลุ้นระทึกถูกดันถึงขีดสุดจนแทบอดใจรอดูตอนต่อไปไม่ไหว!
นี่ก็เหมือนกับการตัดบทของนิยาย และ ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ ก็เป็นแบบนี้
ตามที่นางเอกหลี่ซือฉิงเล่าว่าเธอได้เผชิญกับการวนลูปมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งคำพูดนี้ก็หมายความว่าพระเอกเซียวเฮ่ออวิ่นที่อยู่บนรถเมล์คันเดียวกันก็ถูกระเบิดไปแล้วไม่ใช่แค่ครั้งเดียว เพียงแต่ไม่รู้ทำไมมีเพียงนางเอกหลี่ซือฉิงเท่านั้นที่ยังคงจำเรื่องราวในแต่ละลูปได้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ บนรถ รวมถึงเซียวเฮ่ออวิ่นด้วยต่างไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเผชิญการระเบิดซ้ำไปซ้ำมา
จนกระทั่งถึงตอนท้ายของตอนแรก วงจรลูปเริ่มต้นอีกครั้ง เซียวเฮ่ออวิ่นตื่นขึ้นมาบนรถเมล์ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ตึงเครียด และงุนงง…
ทำไมถึงเป็นแบบนี้?
ผู้กำกับแทบจะบอกเป็นนัยตรงๆ กับผู้ชมว่า ในที่สุดพระเอกก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำในวงจรลูปแล้ว!
และก็เพราะฉากปิดท้ายแบบนี้เอง ที่ทำให้ผู้ชมนับไม่ถ้วนขนลุกซู่ไปทั้งตัว หนังหัวชาวาบ!
‘อ๊ากกก! เนื้อเรื่องนี่สุดยอดเกินไปแล้ว!’
‘ปู่เยโหวไม่เล่นตามสูตรเลย นึกว่าเป็นละครสืบสวนที่ไหนได้กลายเป็นไซไฟไปซะงั้น!’
‘ไอเดียลูปเวลาแบบนี้ฉันบอกได้แค่สมกับเป็นปู่เยโหว แม่เจ้า!’
‘บอกแล้วว่าปู่เยโหวคือราชาแห่งความคิดสร้างสรรค์ วันนี้เพิ่งได้เห็นกับตา ขนาดพล็อตเพี้ยนๆ แบบนี่ยังคิดออกมาได้!’
‘ฉันชอบการวางพล็อตแบบนี่สุดๆ วงการทีวีน่าจะมีละครแนวใหม่ๆ แบบนีมาตั้งนานแล้ว!’
‘ก่อนหน้านี้ปู่เยโหวมีนิยายเรื่อง [ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ] ก็ไซไฟมากเหมือนกัน แต่ไซไฟแค่ผิวนอก เนื้อในอบอุ่นหัวใจมาก ละครเรื่องนี่ก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆ กันเลย ถึงพล็อตจะหลุดโลกแต่เรื่องราวกลับไม่รู้สึกว่าลอยเลย’
‘แต่พล็อตแบบนี้ก็น่าห่วงว่าจะพังตอนหลังนะ นิยายไซไฟที่เกี่ยวกับเส้นเวลามักจะเกิดบั๊กด้านตรรกะได้ง่ายอยู่แล้ว’
‘ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเจ็ดตอนแรกก็ฟรีอยู่แล้ว แถมคุนเผิงปล่อยออกมาทีเดียวครบเลย เหอะๆ ดูฟรีก็พอแล้ว!’
อารมณ์ของผู้ชมถูกปลุกเร้าเรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางกระแสคอมเมนต์บนจอ ทุกคนแทบจะกดดูตอนที่สองต่อไปโดยไม่รู้ตัว!
จะว่าไปแล้วผู้ชมเกือบทั้งหมดที่ดูตอนแรกของ ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ จบ ต่างก็กดเปิดตอนที่สองต่อทันทีแบบไม่ลังเล!
นี่แหละคือเสน่ห์ของการวางพล็อตสุดตะลึงในตอนแรก ที่ผสานเข้ากับพลังดึงดูดของเนื้อเรื่อง!
ถ้าใช้คำพูดของ หลินจือไป๋ นี่แหละคือเสน่ห์ของการวางพล็อตแบบ “แนวเรื่องไร้ขอบเขต”!
ใช่แล้วจริงๆ ละคร ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ ก็คือการใช้พล็อตนิยายออนไลน์แนวเรื่องไร้ขอบเขต (Infinity Genre) ที่นักอ่านบนโลกก่อนคุ้นเคยกันดีนั่นเอง
นอกจากนี้ในชาติก่อนยังมีนิยายไซไฟชื่อ ‘นักโทษหนึ่งวัน’ ที่พูดถึงการวนลูปของเวลาเหมือนกัน รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง ‘Groundhog Day’ ในชาติก่อนก็เล่าเรื่องพระเอกที่ติดอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นกัน แต่ในโลกนี้ยังไม่เคยมีนิยายออนไลน์แนวเรื่องไร้ขอบเขตมาก่อน โลกนี้ก็ยังไม่เคยมีนิยายหรือภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องการวนลูปของเวลาเช่นเดียวกัน
ดังนั้นสำหรับผู้ชมที่เพิ่งได้เห็นแนวนี้เป็นครั้งแรก การวางพล็อตแนวเรื่องไร้ขอบเขตเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่เหนือจินตนาการ! ไอเดียระดับเทพ!
และพล็อตของตอนที่สองก็ยิ่งให้ความรู้สึกคุ้นราวกับเคยเห็นมาก่อนชัดเจนขึ้นไปอีก
ครั้งแรกที่เซียวเฮ่ออวิ่นเข้าลูปพร้อมความทรงจำ ยังนึกว่าตัวเองเพิ่งฝันร้ายไป แต่พอเขาเห็นหลี่ซือฉิงนั่งอยู่ข้างๆ กลับเริ่มรู้สึกสงสัยขึ้นมา
“นี่เราเจอกันครั้งแรกใช่ไหมครับ?”
หลี่ซือฉิงจ้องมองเซียวเฮ่ออวิ่นด้วยสีหน้าแปลกๆ
เซียวเฮ่ออวิ่นถูกจ้องจนรู้สึกอึดอัด กระแอมเบาๆ แล้วพูดว่า “ม…ไม่มีอะไร…”
“คุณก็เข้ามาแล้วเหมือนกันเหรอ?” หลี่ซือฉิงเดาเหตุผลของท่าทางประหลาดของพระเอกออกทันที
“เข้าอะไร?”
“ลูป! นายก็ติดเข้ามาในลูปแล้วใช่ไหม?”
คนที่เคยอ่านนิยายออนไลน์แนวเรื่องไร้ขอบเขตน่าจะรู้กันดีว่านี่แหละคือพล็อตคลาสสิกแบบ ‘หน้าใหม่เจอรู่นเก๋า’
จ้าวอวี้ถึงกับหัวเราะลั่น ตานีก็ยิ้มกว้างแทบหุบไม่อยู่ ดูสินางเอกดีใจขนาดไหน เพราะก่อนหน้านี้นางเอกต้องต่อสู้อยู่ในลูปเพียงลำพัง คราวนี้ดีเลยมีเพื่อนร่วมทีมแล้ว!
แต่พระเอกกลับไม่ใจเย็น พอรู้ว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในลูปก็ลนลานเริ่มหาทางลงจากรถก่อนเวลาเหมือนที่นางเอกเคยทำก่อนหน้านี้…
ตอนแรกนางเอกก็อยากคุยกับพระเอกต่อให้มากกว่านี้ แต่พอเห็นว่าพระเอกไม่ค่อยสงบก็เลยได้แต่นั่งมองเขา ‘แสดง’ แววตาแฝงทั้งความขบขันและเวทนาเล็กน้อย
หน้าใหม่ช่างน่าสงสารจริงๆ คงเพราะยังเจอระเบิดน้อยไป ถ้าเจอระเบิดอีกสักหลายๆ รอบ เดี๋ยวก็เรียนรู้ที่จะคิดอย่างใจเย็นเอง
ในคอมเมนต์สดยังมีคนล้อเลียนกันอยู่ รถเมล์ระเบิดทีทุกคนก็ล้อกันที
‘สุกสามส่วนแล้ว’
‘สุกสามส่วนอะไร! นี่มันชายสุกอ่อนต่างหาก!’
‘สุกห้าส่วนแล้ว!’
‘สุกเจ็ดส่วน!’
‘รอบนี้สุกเต็มที่แล้ว’
‘ในที่สุดก็กลายเป็นชายสุกเต็มตัวแล้ว!’
‘ไหม้เกรียมกลายเป็นขี้เถ้าแล้ว!’
‘ยังจะเรียก “ชายสุก” อีกเหรอ?’
แต่มันก็แปลกจริงๆ ละครเรื่องอื่นถ้าเห็นพระเอกทำตัวเหมือนเสียสติก็มักจะรู้สึกว่าโง่เง่ามาก แต่เรื่องนี้กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกแบบนั้นเลย เพราะทั้งพระเอกนางเอกก็เป็นแค่คนธรรมดา ไม่ถึงกับฉลาดแต่ก็ไม่ใช่ว่าโง่เขลา ผู้ชมกลับยอมรับได้แถมยังอินตามไปด้วย…
จริงอย่างที่ว่า พอโดนระเบิดหลายรอบเข้า พระเอกก็เริ่มใจเย็นลง
ในที่สุดก็มาจับทีมกับนางเอก ทั้งสองถกกันอย่างจริงจังว่าจะหาทางเอาชีวิตรอดยังไง
หลังจากวิเคราะห์แล้วก็ได้ข้อสรุปว่า เหตุที่รถเมล์ระเบิดก็เพราะตอนผ่านสัญญาณไฟแดง คนขับพยายามหักหลบเด็กส่งอาหารที่โผล่มากะทันหัน เลยหักพวงมาลัยกะทันหันจนชนเข้ากับรถบรรทุกน้ำมันจึงทำให้เกิดการระเบิดขึ้น
ดังนั้นวิธีแก้ก็ง่ายมาก แค่เตือนให้คนขับระวังอย่าให้ไปชนรถบรรทุกน้ำมันอีกก็พอ
การร่วมมือของทั้งสองถือว่าราบรื่นดี หลี่ซือฉิงกับเซียวเฮ่ออวิ่นขยับไปใกล้คนขับรถ คอยเตือนเขาให้ระวังเด็กส่งอาหารตอนผ่านไฟแดง ผลปรากฏว่า… คนขับสามารถหลบพนักงานส่งอาหารได้จริงๆ! รอบนี้รถเมล์ไม่ได้ชนเข้ากับรถบรรทุกน้ำมัน!
“สำเร็จแล้ว?”
ตานีดูถึงตรงนี้ก็เกาหัวเบาๆ วิธีแก้ปัญหานี้มันง่ายเกินไปแล้ว ง่ายจนหมดแรงดึงดูดเลย จ้าวอวี้ยังพยายามคาดเดาเนื้อเรื่องต่อไป:
“ไม่แน่ พระเอกกับนางเอกอาจจะไปติดอยู่ในลูปอื่นต่อ รถเมล์ยังคงแล่นไปข้างหน้า พอข้ามสะพานไปพระนางก็จะสามารถลงจากรถได้แล้ว”
ทั้งคู่ผ่อนคลายลง ถึงกับอยากจะเปิดแชมเปญฉลองล่วงหน้าเลยทีเดียว
แต่แล้วเวลานี้เอง ก็ได้ยินเสียงริงโทนที่คุ้นหูดังขึ้น
หลี่ซือฉิงถึงกับหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัว!
เซียวเฮ่ออวิ่นสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของนางเอก “เป็นอะไรไป?”
“เสียงดนตรีนี่!”
หลี่ซือฉิงเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ยังไม่ทันจบประโยค ก็มีเสียงตูมสนั่น รถเมล์ระเบิดอีกครั้ง…
การระเบิดอาจมาช้า! แต่ไม่หายไปซะทีเดียว!
ผู้ชมเองก็นับไม่ไหวแล้วว่านี่มันการระเบิดครั้งที่เท่าไหร่กันแน่ วินาทีนี้คำถามเดียวกันก็ผุดขึ้นในใจผู้ชมทุกคน: ทำไมเลี่ยงอุบัติเหตุรถเมล์ได้แล้ว การระเบิดถึงยังเกิดขึ้นอยู่ดี?
“เสียงริงโทนต้องมีปัญหาแน่ๆ!” จ้าวอวี้รู้สึกว่าความเข้มข้นของละครถูกดันขึ้นถึงขีดสุดอีกครั้ง!
พล็อตทิ้งตะขอเกี่ยวไว้อย่างชัดเจน! หลังจากนางเอกได้ยินเสียงริงโทนนั้นสีหน้าถึงได้เปลี่ยนไปทันที…
ส่วนตานีก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นว่า “เสียงริงโทนนี่คุ้นมากเลย… อ่อ… ฉันนึกออกแล้ว นี่มัน Canon เพลงบรรเลงที่อูฉือเพิ่งปล่อยมาก่อนหน้านี้ไม่ใช่เหรอ!”
“จริงเหรอ?” จ้าวอวี้ลองเลื่อนแถบย้อนกลับไปฟังริงโทนอีกครั้ง เป็น Canon ที่อูฉือปล่อยออกมาก่อนหน้านี้จริงๆ ด้วย!
เพลงนี้จ้าวอวี้ก็ชื่นชอบไม่น้อยแต่ยังไม่คุ้นมากเท่าตานี ผู้ชมคนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นที่มาของเสียงเรียกเข้ามือถือนี้ คอมเมนต์สดพากันไหลรัว
‘นั่นคือเพลง Canon!’
‘ก่อนหน้านี้อูฉือเคยโปรโมตไว้ว่าจะมีเพลงนี้โผล่ใน ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ ด้วยนะ’
‘ไม่คิดเลยว่าจะมาในรูปแบบเสียงเรียกเข้ามือถือ?’
‘งั้นเสียงเรียกเขานี้มันมีปัญหายังไงเหรอ?’
‘ฉันจำได้ว่ามีคนเก่งๆ วิเคราะห์ไว้ว่า Canon เป็นเพลงประสานเสียงแบบวนลูป…’
‘หือ!’
‘ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง! เพลงลูปนี้เข้ากับลูปของละครเป๊ะเลย!’
‘งั้นริงโทน Canon นี่เป็นเหมือนกฎหรือคำสาปอะไรทำนองนั้นเหรอ?’
นี่เป็นละครไซไฟ ความคิดของทุกคนเริ่มแตกกระจายไปคนละทิศละทาง แต่ก็ยังมีผู้ชมบางคนที่หัวไว รีบนึกโยงไปถึงประโยคที่นางเอกพูดตอนแจ้งความในตอนแรก: บนรถเมล์มีระเบิด!
พอเห็นข้อความวิ่งบนจอบอกว่ามีระเบิดอยู่บนรถเมล์ จ้าวอวี้ก็เข้าใจทันที “งั้นที่รถเมล์ระเบิดก็ไม่ใช่เพราะชนรถบรรทุกน้ำมันน่ะสิ!”
ตานีก็เข้าใจแล้ว “ที่แท้ก็มีคนวางระเบิดไว้บนรถเมล์ตั้งแต่แรกแล้วเหรอ!?”
โธ่เอ๋ย! พลิกไปพลิกมาไม่หยุดจริงๆ!
พระนางพยายามสุดชีวิตให้รถเมล์เลี่ยงเด็กส่งอาหารกับรถบรรทุกน้ำมันได้ แต่กลับเป็นเพียงการผ่านด่านแรกเท่านั้นเอง? ลำบากแทบตายกว่าจะออกจากหมู่บ้านมือใหม่ได้ แต่เนื้อเรื่องตรงนี้กลับไม่รู้สึกฝืนเลย พอผู้ชมย้อนคิดดูก็พบว่าที่ผ่านมามีเบาะแสที่ถูกวางไว้หลายจุดแล้ว!
“เจ๋ง!” จ้าวอวี้ถูกพล็อตดึงดูดเข้าอย่างจังแล้ว!
การดำเนินเรื่องนี้เจ๋งเกินไปแล้ว เรื่องราวคาดไม่ถึงแต่ก็สมเหตุสมผล ไม่ใช่แค่ไอเดียที่น่าทึ่ง แต่เส้นเรื่องทั้งหมดต่อเนื่องสอดคล้องกันเป็นอย่างดี!
“ดูต่อๆๆ!” ตานีตื่นเต้นจนลืมไปเลยว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงานตามปกติ เวลานี้ควรจะล้างหน้าแปรงฟันเตรียมเข้านอนแล้ว สุดท้ายทั้งคู่ก็นั่งดูต่อไปตอนแล้วตอนเล่า
เนื้อเรื่องไม่ได้จำกัดอยู่บนรถเมล์เพียงอย่างเดียว ต่อมาเนื้อเรื่องตัดไปที่สถานีตำรวจ หลังจากพระนางสามารถลงรถได้สำเร็จครั้งหนึ่ง ตำรวจก็เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสวนคดีระเบิด โดยเฉพาะตัวละครสารวัตรจางที่ถูกสร้างคาแรกเตอร์ให้น่าชื่นชอบจนคนดูประทับใจ…
ในเวลาเดียวกัน พระเอกกับนางเอกก็เริ่มตรวจสอบผู้โดยสารบนรถทีละคน ทั้งคู่สงสัยว่าคนที่เอาระเบิดขึ้นรถก็คือหนึ่งในผู้โดยสาร
เสียงเพลง Canon ที่ดังขึ้นตรงเวลาทุกครั้งก่อนระเบิดนั้น อาจจะเป็นเสียงปลุกจากโทรศัพท์ที่ตั้งไว้ให้ตรงกับเวลาระเบิดก็เป็นได้! แน่นอนว่าก็อาจจะเป็นแค่โทรศัพท์ของใครบางคนดังขึ้นมาเฉยๆ ก็ได้เช่นกัน แต่บังเอิญว่าเสียงริงโทนนั้นดังขึ้นในจังหวะที่เกิดระเบิดพอดี
แล้วก็เป็นอย่างนี้ ตั้งแต่ตอนที่สาม ตอนที่สี่ ตอนที่ห้า และตอนที่หก พระนางกับตำรวจต่างก็พยายามตรวจสอบหาว่าผู้โดยสารคนไหนมีพิรุธ
ผู้โดยสารแต่ละคนต่างก็มีเส้นเรื่องย่อยของตัวเอง จนถึงตอนที่เจ็ด บนรถเหลือผู้โดยสารอีกเพียงสองคน แต่พระเอกนางเอกก็ยังหาตัวคนร้ายไม่เจอ!
ผู้ชมดูถึงตรงนี้หัวใจก็แทบจะขึ้นไปถึงคอหอย!
ใครเป็นคนวางระเบิดกันแน่!
‘หรือจะเป็นคนงานก่อสร้างที่สะพายกระเป๋าใบใหญ่ๆ?’
‘หรือว่าจะเป็นผู้หญิงที่สีหน้าดูหม่นๆ?’
‘ฉันว่าความเป็นไปได้ที่เป็นผู้หญิงน้อยกว่านะ’
‘น่าจะเป็นคนงานก่อสร้างมากกว่า’
‘สองคนนี้มีกระเป๋าทั้งคู่เลย!’
‘คนงานก่อสร้างมีกระเป๋าใบใหญ่มาก’
‘ส่วนผู้หญิงถือถุงพลาสติก ไม่รู้ว่าข้างในใส่อะไรไว้’
‘ฉันลุ้นจะตายอยู่แล้ว!’