ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 281 เกมพอลูกที่เต็มไปด้วยความบาดหมางล้วนๆ
เสินฮวามีราชินีเพลงอยู่สองคน
หนึ่งในนั้นชื่อฉินเลี่ยน
ฉินเลี่ยนสนใจรายการ ‘The Voice’ จริงๆ
พูดให้ถูกคือสนใจรายการวาไรตี้ของคุนเผิง
โดยเฉพาะหลังจากได้ยินว่าหลินจือไป๋จะรับตำแหน่งผู้อำนวยการดนตรีของรายการนี้
ดังนั้นหลังได้ยินข่าวจากหลินซีเธอก็เรียกทีมงานของตัวเองมาประชุมเล็กๆ
ผู้จัดการส่วนตัวรำพึงว่า
“รายการวาไรตี้ที่คุนเผิงวางแผนเอง กระแสนะไม่แย่เกินไปแน่
ปกติแล้วไม่มีทางทำให้คุณค่าของราชาราชินีเพลงตกต่ำลง
แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ นะ เพราะรายการวาไรตี้ของคุนเผิงคราวนี้ผลิตเองทั้งหมด ไม่ได้ร่วมมือกับสามค่ายใหญ่เลย
เรายังไม่รู้ว่าคุนเผิงมีความสามารถผลิตรายการวาไรตี้ด้วยตัวเองหรือเปล่า
ดังนั้นส่วนตัวฉันไม่แนะนำให้เสี่ยง
กลับกันเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวามีประสบการณ์และพื้นฐานที่ดี แถมยังเป็นแผนกพี่น้องของเสินฮว่าเอนเตอร์เทนเมนต์ด้วย
รายการวาไรตี้ชื่อว่า ‘ศิษย์ครู’ ที่พวกเขาผลิตเองก็ฟังดูไม่เลวนะ แล้วหลินเฟิ่งก็ส่งคำเชิญมาให้เราแล้วด้วย”
รายการวาไรตี้ที่ผลิตเองของเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวา ‘ศิษย์ครู’ ก็ได้ส่งคำเชิญมาให้ฉินเลี่ยนแล้วเช่นกัน
แถมทางรายการ ‘ศิษย์ครู’ ยังส่งคำเชิญมาให้ก่อนอีกด้วย
ตอนนี้ฉินเลี่ยนมีทางเลือกสองทาง
ไม่เข้าร่วมรายการวาไรตี้ของเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวา ก็ไปเป็นโค้ชในรายการ ‘The Voice’
“ฉันมีความเห็นแบบนี้”
ผู้รับผิดชอบอีกคนในทีมของฉินเลี่ยนกล่าวว่า
“การทำงานของคุนเผิงยังค่อนข้างน่าเชื่อถือนนะ ทุกคนคงรู้จัก ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ กันอยู่แล้วใช่ไหม
นั่นก็เป็นละครออนไลน์ที่ผลิตเองครั้งแรกของคุนเผิงนะ แต่โดยรวมผลตอบรับดีมาก
งั้นรายการวาไรตี้ที่พวกเขาจะผลิตเองครั้งแรกก็ไม่น่าจะแย่เหมือนกัน
อีกอย่างตราสินค้าด้านรายการวาไรตี้ของคุนเผิงก็โด่งดังออกขนาดนั้น”
“ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องพวกนั้นหรอก”
ผู้จัดการส่วนตัวกล่าวว่า
“แค่ค่าตอบแทน รายการ ‘ศิษย์ครู’ ก็ยินดีจ่ายสี่สิบล้าน
แต่ ‘The Voice’ นั้นให้แค่ยี่สิบห้าล้านเอง
เห็นชัดๆ เลยว่าเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาจริงใจกว่ามาก”
“ดูแค่เงินอย่างเดียวก็ไม่ได้นะ”
ผู้รับผิดชอบอีกคนขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า
“รายการวาไรตี้ของคุนเผิงมีโอกาสที่จะปังสูงมาก ขอแค่รายการจะมีกระแสแรงพอ ได้ค่าตัวต่ำลงหน่อยก็พอรับได้ไม่ใช่เหรอ”
ทั้งสองคนมีความเห็นไม่ตรงกัน คุยไปคุยมาก็เริ่มทะเลาะกันซะแล้ว
ฉินเลี่ยนฟังจนปวดหัว หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็กล่าวว่า
“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ไปคุยกับ ‘The Voice’ ก่อน ฉันค่อนข้างเอนเอียงไปทางคุนเผิง”
ราชินีเพลงอีกคนของเสินฮวาชื่อ เฉินอี๋
เช่นเดียวกัน เฉินอี๋ก็กำลังเผชิญหน้ากับสองทางเลือก
หัวหน้าทีมงานกล่าวว่า
“ฉันแนะนำให้เธอเข้าร่วม ‘ศิษย์ครู’ ถึงยังไงพวกเธอสองคนก็เป็นราชินีเพลงของเสินฮว่าเอนเตอร์เทนเมนต์ และเวลาเดบิวต์ก็ใกล้เคียงกัน
เข้าร่วมรายการเดียวกันเป็นจุดขายที่ดี แสดงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของพี่น้องในรายการ แถมยังสยบข่าวลือความบาดหมางได้ด้วย”
“ก็ไม่ถูกกันจริงๆ แหละจะปิดบังไปทำไม อีกอย่างค่าตัวฉันก็สูงกว่าเธอมาตลอด
คุนเผิงกล้าดียังไงถึงยื่นราคาให้เท่ากัน…”
คุนเผิงยินดีจ่ายค่าตัวให้เฉินอี๋ยี่สิบห้าล้าน แต่ก็เป็นราคาเดียวกับฉินเลี่ยน นั่นทำให้เฉินอี๋ไม่พอใจมาก
เธอควรจะได้มากกว่านี้สิ ราชินีเพลงก็มีช่องว่างระหว่างกันอยู่นะ!
ยิ่งไปกว่านั้น ค่าตัวในการเข้าร่วมรายการวาไรตี้ของเธอก็ไม่เคยต่ำกว่าสี่สิบล้านมาก่อนเลยด้วย!
ด้วยเหตุนี้ เฉินอี๋จึงตัดสินใจได้แล้วกล่าวเรียบๆ ว่า
“ฉันจะไป ‘ศิษย์ครู’ ทางคุนเผิงก็ปฏิเสธไปแล้วกัน ใช้คำสุภาพหน่อย”
“ไป ‘ศิษย์ครู’ ดีแล้ว!”
ผู้จัดการส่วนตัวเห็นด้วยกับการตัดสินใจของเฉินอี๋
“คุนเผิงให้แค่ยี่สิบห้าล้าน ‘ศิษย์ครู’ ให้ตั้งสี่สิบห้าล้าน
ต่างกันเกินไปแล้ว อีกอย่างรายการวาไรตี้ของคุนเผิงครั้งนี้ไม่ได้ร่วมมือกับสามค่ายใหญ่
ความสามารถในการผลิตรายการของพวกเขาก็ยังไม่แน่ใจเลย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าทั้งสองรายการนี้เป็นรายการประกวดร้องเพลงเหมือนกันอีก
แม้แต่งบประมาณการลงทุนรวมของทาง ‘ศิษย์ครู’ ก็ยังสูงกว่า
ถึงผลงานวาไรตี้ของคุนเผิงจะดีมาตลอด แต่รายการวาไรตี้ที่เว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาผลิตก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน
อาจารย์นักวางแผนรายการวาไรตี้ก็เป็นสุดยอดฝีมือระดับแนวหน้าของวงการ
รายการอมตะที่โด่งดังอย่าง ‘ความสุขเหนือสิ่งอื่นใด’ ก็เป็นผลงานของเขาคนนี้ ประวัติและผลงานก็งดงามมากเหมือนกัน!”
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ‘The Voice’ ก็ไม่ได้มีข้อได้เปรียบมากมายนัก อย่างน้อยดูจากข้อมูลเผินๆ ‘ศิษย์ครู’ ก็ดูเหมือนจะมีแววปังมากกว่า
ในเวลาเดียวกันนั้น ภายในวิลล่าแห่งหนึ่ง
“โจวหานจิ้น ผู้จัดการแผนกโทรทัศน์หวังให้นายกับหลี่เซียวเข้าร่วมรายการวาไรตี้ประกวดร้องเพลง ‘The Voice’ ของคุนเผิงนะ”
ผู้จัดการส่วนตัวของโจวหานจิ้นกล่าว
โจวหานจิ้นขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า
“ผู้อำนวยการดนตรีของรายการนี้คือไป่ตี้สินะ…”
หลี่เซียวมองโจวหานจิ้นอย่างยิ้มๆ แล้วกล่าวว่า
“ธันวานายกับไป่ตี้นี่มีวาสนาต่อกันมากเลยนะ ไม่งั้นพวกเราไปเข้าร่วมกันดีไหม?”
“ไม่ไป!”
โจวหานจิ้นฮึดฮัด
“ฉันว่าเข้าร่วมก็ได้นะ”
ผู้จัดการส่วนตัวของหลี่เซียวกล่าว
“คุนเผิงให้ความสำคัญกับรายการวาไรตี้นี้มาก ถึงจะเป็นการลองผลิตเองครั้งแรกแต่พวกเขาก็เชิญโค้ชที่แข็งแกร่งมากมาร่วมรายการ
ว่ากันว่าคนที่ยืนยันแล้วคือจางซีหยาง นี่หมายความว่าพวกเขาต้องการโค้ชระดับราชาราชินีเพลงสี่คนเลย
อีกอย่างพวกเราก็ต้องเห็นแก่หน้าผู้จัดการซูฉานด้วย…”
“ใครนะ?”
ดวงตาโจวหานจิ้นมีประกายวาบผ่าน
“จางซีหยางก็เข้าร่วมด้วยเหรอ?”
หลี่เซียวพยักหน้าแล้วกล่าวว่า
“จางซีหยางคนนี้ยืนยันเกือบแน่นอนแล้ว ถ้าพวกเราไป ถึงตอนนั้นก็จะได้พาทีมไป PK กับทีมของเขาด้วย”
“งั้นฉันเข้าร่วม!”
โจวหานจิ้นหรี่ตาลง เขารู้สึกไม่พอใจจางซีหยางมาก
หมอนี่เคยเอาเพลงของเขาไปร้องคัฟเวอร์บนเวที ‘I Am a Singer’ แล้วมีชาวเน็ตบางคนถึงกับแสดงความเห็นว่ามันดีกว่าต้นฉบับเสียอีก!
งั้นเราก็ไปประลองกันในรายการวาไรตี้เลยสิ!
ไม่มีคำพูดโต้แย้งใดจะน่าเชื่อถือไปกว่าการเอาชนะจางซีหยางอย่างเปิดเผย!
“เรียบร้อย”
หลี่เซียวมองโจวหานจิ้นอย่างยิ้มแย้ม ทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกัน ขอแค่เหล่าโจวยินดีเข้าร่วม เธอก็ยินดีไปแน่นอน
วันที่สอง โค้ชทั้งสี่คนของ ‘The Voice’ ก็ได้รับการยืนยันเกือบจะแน่นอนแล้ว!
ฉินเลี่ยน หลี่เซียว จางซีหยาง โจวหานจิ้น
เป็นการรวมตัวกันของชายสองหญิงสอง
เดิมทีหลินจือไป๋วางแผนไว้ว่าจะใช้ผู้ชายสามคนและผู้หญิงหนึ่งคน เพราะรายการ ‘The Voice’ ในชาติที่แล้วก็ใช้รูปแบบนี้
แต่ต่อมารายการ ‘The Voice’ ก็เคยลองใช้โค้ชชายสองหญิงสอง ซึ่งผลตอบรับก็ไม่เลว
ดังนั้นหลินจือไป๋จึงไม่ได้ขัดข้อง ยังไงโค้ชของ ‘The Voice’ ในโลกนี้ก็แข็งแกร่งกว่าในชาติที่แล้ว!
ราชาราชินีเพลงสี่คน ค่าตัวของคนเหล่านี้รวมกันก็เกินหนึ่งร้อยล้านแล้ว!
ในจำนวนนี้ โจวหานจิ้นกับจางซีหยาง เจียงเจี่ยฉิงจ่ายให้คนละสามสิบล้าน
ส่วนฉินเลี่ยนกับหลี่เซียว จ่ายให้คนละยี่สิบห้าล้าน
นี่ยังนับว่าเป็นราคามิตรภาพ
โดยเฉพาะโจวหานจิ้น หมอนี่เข้าร่วมรายการวาไรตี้ใหญ่ๆ มักจะได้ค่าตัวห้าสิบล้าน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบารมีของซูฉานใหญ่มากหรือเปล่า ถึงได้ยอมรับเงินสามสิบล้านแล้วเข้าร่วมเป็นโค้ชของ ‘The Voice’
เพียงแต่เมื่อหลินจือไป๋ได้ยินชื่อ ‘โจวหานจิ้น’ กับ ‘จางซีหยาง’ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
สองคนนี้เหรอ!
โดยเฉพาะโจวหานจิ้นคนคุ้นเคยกันดี
หลินจือไป๋จำได้ว่าเพลงของตัวเองเคยเบียดโจวหานจิ้นให้ไปอยู่ในอันดับที่สองในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลมาแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง
ไม่คิดเลยว่าตนจะมีวันที่ได้ร่วมงานกับอีกฝ่าย
แค่เพราะเหตุผลนี้ ต่อไปก็คงต้องให้เกียรติราชาเพลงโจวผู้นี้หน่อยแล้ว
อีกด้านหนึ่ง หลินเฟิ่งที่กำลังเตรียมรายการ ‘ศิษย์ครู’ อยู่ในขณะนี้รู้สึกหงุดหงิดกระสับกระส่าย
ข่าวที่เธอได้รับเมื่อวานนี้คือ คุนเผิงก็กำลังจะทำรายการประกวดร้องเพลงด้วยเหมือนกัน!
อันที่จริงนี่เป็นเรื่องปกติมาก ตลาดของรายการประกวดร้องเพลงนั้นมั่นคงเกินไป
รายการประกวดร้องเพลงจำนวนมากที่ออกอากาศในเวลาเดียวกันล้นตลาด แต่ผู้ชมก็ยังชอบดูเหมือนไม่เคยเบื่อเลย
แต่ก็เพราะรายการประเภทนี้ล้นตลาดนี่แหละ การแข่งขันในวงการเลยมาถึงจุดที่รุนแรงมาก
รายการเพลงสารพัดประเภทดึงเรตติ้งไปแบ่งกันจนแทบไม่เหลือ!
มองจากมุมนี้ การทำรายการเพลงก็ดูไม่ฉลาดเลย การแข่งขันในประเภทเดียวกันรุนแรงเกินไป!
แต่ถ้ามองจากอีกมุมล่ะ?
การแข่งขันในประเภทเดียวกันรุนแรง แต่ก็แสดงให้เห็นว่าตลาดส่วนนี้มีขนาดใหญ่มาก!
ถ้ามีรายการหนึ่งที่คุณภาพเหนือกว่ารายการประเภทอื่นๆ ได้อย่างเด็ดขาดละก็ บรรดาผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนที่ชอบดูรายการแนวนี้จะต้องแห่กันเข้ามาอย่างแน่นอน ครอบครองฉินโจวได้เบ็ดเสร็จ!
นี่ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน มีคนเคยทำได้มาแล้ว คนคนนั้นชื่อจวินหลิน รายการนั้นชื่อ ‘I Am a Singer’
หลินเฟิ่งจำได้ว่าตอนนั้นรายการประกวดร้องเพลงทั้งหมดถูก ‘I Am a Singer’ จัดการจนพ่ายแพ้ราบคาบ!
และด้วยเหตุผลนี้แหละ หลินเฟิ่งจึงตัดสินใจทำรายการ ‘ศิษย์ครู’
เธอต้องสร้างปาฏิหาริย์ซ้ำรอย ‘I Am a Singer’ หรือกระทั่งเหนือกว่ารายการนั้น แล้วใช้รูปแบบการประกวดค้นหาดาวเด่นครองรายการเพลงทั้งหมดในฉินโจวอย่างเด็ดขาด!
แต่ในจังหวะนี้เอง คุนเผิงก็บุกเข้ามา!
รายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงก็เป็นรายการเพลง เป็นแนวค้นหาดาวเด่น แถมยังต้องใช้โค้ชถึงสี่คน…
“หลินจือไป๋คิดจะเล่นงานฉันเหรอ?”
หลินเฟิ่งนึกไม่ออกว่าคุนเผิงมีเหตุผลอะไรที่จะต้องจงใจเล่นงานเธอ
แต่ผู้อำนวยการดนตรีของรายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงคือไป่ตี้
ดังนั้นหลินเฟิ่งจึงมีเหตุผลมากพอที่จะสงสัยว่าหลินจือไป๋คนนี้คือคนที่อยู่เบื้องหลังการก่อกวน!
ในขณะเดียวกัน หลินเฟิ่งก็ได้รับข่าวอีกว่า ในรายชื่อโค้ชของรายการใหม่ของคุนเผิง มีชื่อจางซีหยางอยู่ด้วย!
ใครบ้างในเสินฮวาที่ไม่รู้ว่าจางซีหยางยอมรับแค่ไป่ตี้
เรื่องที่เขาเข้าร่วมรายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงจะเกิดขึ้นได้เหรอถ้าไม่ใช่หลินจือไป๋เอ่ยปาก?
“ไอ้เดรัจฉานตัวแสบนี่เริ่มสงสัยฉันแล้วใช่ไหม?”
สายตาของหลินเฟิ่งอำมหิตโหดเหี้ยม แม้เธอจะหงุดหงิดแต่กลับไม่ได้เกรงกลัวการแข่งขันของคุนเผิงเลย
ถึงคุนเผิงจะแย่งฉินเลี่ยนราชินีเพลงที่เธอตั้งใจจะเชิญมาร่วมรายการไป แต่เธอก็ยังมีทางเลือกอื่นอีก
รายชื่อโค้ชของ ‘ศิษย์ครู’ ได้รับการยืนยันแล้ว!
เฉินอี๋ ราชินีเพลงจากเสินฮวา!
จางอวิ๋นซั่ง ราชาเพลงจากเสินฮว่า!
จูเหวินจวี่ ราชาเพลงจากเสินฮวา!
และ… เฉาเยว่ ราชินีเพลงจากนาเซิน!
ราชาราชินีเพลงกลุ่มนี้ได้มารวมตัวกันในเวลานี้
“รอบนี้เป็นเกมแห่งความบาดหมางจริงๆ”
จางอวิ๋นซั่งมองเฉินอี๋และแอบเยาะเย้ยอยู่ในใจ
เขารู้ว่าเฉินอี๋และฉินเลี่ยนต่างก็เป็นราชินีเพลงของเสินฮวาที่ความสัมพันธ์แย่มาตลอด
เหมือนกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจางซีหยางนั่นแหละ เพราะเหตุการณ์ ‘ศึกสองจาง’ ในงานตรุษจีน ทำให้คนทั้งฉินโจวรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างจางอวิ๋นซั่งกับจางซีหยางย่ำแย่มาก!
“อวิ๋นซั่ง พวกเราไม่ได้ร่วมงานกันนานมากแล้วนะ”
จูเหวินจวี่ขยับเข้าไปใกล้จางอวิ๋นซั่งแล้วกระซิบเสียงต่ำ
ก่อนที่จางซีหยางจะกลายเป็นราชาเพลง เสินฮวามีราชาเพลงแค่สองคนคือเขากับจางอวิ๋นซั่ง
ทั้งสองเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน แต่หลังจากที่จางซีหยางได้เป็นราชาเพลง ความสัมพันธ์ระหว่างจางอวิ๋นซั่งกับจูเหวินจวี่กลับค่อยๆ ดีขึ้นไม่น้อย เพราะทั้งสองมีศัตรูคนเดียวกัน!
หลักๆ คือจางซีหยางพัฒนาแบบก้าวกระโดดเกินไป
จางซีหยางที่กลายเป็นราชาเพลงแล้ว ได้เข้าร่วม ‘Sisters Who Make Waves’ และรับหน้าที่เป็นกรรมการในรายการ เรียกได้ว่าได้รับผลประโยชน์จากรายการมากมาย ความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ
นี่ทำให้จูเหวินจวี่รู้สึกถึงภัยคุกคามครั้งใหญ่ เขาจึงยอมดึงจางอวิ๋นซั่งที่เป็นคู่ปรับเก่าที่เคยเปิดศึกกับจางซีหยางมาร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่
ศัตรูของศัตรูคือมิตร จริงไหม
ดูเหมือนว่าในบรรดาโค้ชทั้งสี่ของ ‘ศิษย์ครู’ จะมีแค่เฉาเยว่ ราชินีเพลงจากนาเซินที่ดูเหมือนปะปนเข้ามามั่วๆ
แต่มีเพียงเพื่อนและญาติสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าความจริง เฉาเยว่คือภรรยาของจูเหวินจวี่
ทั้งสองคนได้จดทะเบียนสมรสกันอย่างเงียบๆ เมื่อสามปีที่แล้ว…
ดังนั้นครั้งนี้จึงเป็นเกมแห่งความบาดหมางล้วนๆ อย่างแท้จริง
จูเหวินจวี่ เฉาเยว่ และจางอวิ๋นซั่ง ต่างก็ต้องการโค่นจางซีหยางที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
ส่วนเฉินอี๋กับฉินเลี่ยนก็มีความสัมพันธ์เป็นศัตรูกัน
และยังมีเรื่องความบาดหมางในตระกูลใหญ่ระหว่างหลินเฟิ่งและหลินจือไป๋ด้วย
กระทั่งภายในรายการ ‘The Voice’ เอง โจวหานจิ้นก็ยังไม่วายจ้องจะเล่นงานจางซีหยางอยู่
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ยังมีการปะทะกันครั้งแรกระหว่างเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงกับเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวา
ความสัมพันธ์ในเกมแห่งความบาดหมางครั้งนี้ซับซ้อนชุลมุนยุ่งเหยิง
ถ้าดูจากระดับความเกลียดชังโดยรวมแล้ว ถึงขั้นที่เรียกว่าเป็นศึกแก้แค้นพอลูกก็ไม่เกินไปเลย