ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 290 ‘The Voice’ ออกอากาศอย่างเป็นทางการแล้ว!
ที่นั่งโค้ชโค้ชทั้งสี่มองไม่เห็นสถานการณ์ด้านหลังแต่เสียงร้องที่ดังเข้าหูกลับทำให้หัวใจของพวกเขาถึงกับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ฉินเลี่ยนหันไปมองหลี่เชียวกล่าวด้วยความประหลาดใจ
“นี่เพลงของเธอใช่ไหม! สุดยอดนักร้องหญิงจริงๆ! ฝีมือเหมือนจะเหนือกว่าเถียนเหว่ยกับจ้าวโยวเยว่ซะอีก
วิธีการถ่ายทอดไม่เหมือนกับต้นฉบับของเธอเลยร้องได้เป็นตัวเองสร้างสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา!”
ยังมีคำพูดที่ฉินเลี่ยนไม่ได้พูดออกมานั่นคือการร้องเพลงของผู้เข้าแข่งขันคนนี้น่าประทับใจมากถึงขนาดที่เทียบกับหลี่เชียวซึ่งเป็นเจ้าของเพลงต้นฉบับก็ไม่ด้อยกว่ามากนัก
คล้ายต่างคนต่างมีดีเพียงแต่ทักษะการร้องของอีกฝ่ายยังไม่แข็งแกร่งขนาดนั้นเพราะอย่างไรหลี่เชียวก็เป็นถึงราชินีเพลง!
แต่จะว่าไปในฐานะผู้เข้าแข่งขันประกวดร้องเพลงการแสดงกลับสามารถเทียบเคียงกับหลี่เชียวราชินีเพลงที่เป็นต้นฉบับได้สิ่งนี้ทำให้ฉินเลี่ยนรู้สึกตกใจที่สุดแล้ว!
หลี่เชียวก็ตกใจเช่นกัน!
“โทนเสียงของผู้หญิงคนนี้ไพเราะเหลือเกินเพลงนี้ถูกเธอร้องออกมาได้ถึงระดับนี้เจ้าของเพลงต้นฉบับอย่างฉันยังรู้สึกกดดันเลย
ในเมื่อเธอเลือกเพลงของฉันมาร้องในรอบแรกนี้แล้วคนนี้พวกคุณห้ามแย่งนะฉันจะสอนเธอด้วยตัวเอง!”
หลี่เชียวมั่นใจว่าต้องได้ตัวผู้เข้าแข่งขันคนนี้!
ในฐานะราชินีเพลงแน่นอนว่าเธอฟังออกว่าการร้องของผู้เข้าแข่งขันคนนี้อาศัยพรสวรรค์และโทนเสียงล้วนๆแต่ก็ยังขาดทักษะด้านเทคนิคอยู่บ้าง
ซึ่งอาจเป็นเพราะอีกฝ่ายยังไม่เคยได้รับการเรียนการสอนด้านการร้องอย่างเป็นระบบ
แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญพรสวรรค์นั้นเป็นสิ่งที่สวรรค์ประทานให้ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ยากที่จะเติมเต็มส่วนนี้ได้
แต่เทคนิคเป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาได้ด้วยการเรียนรู้ภายหลังผู้เข้าแข่งขันคนนี้เป็นหยกที่ยังไม่เจียระไนอย่างแท้จริง!
“ฝันไปเถอะ!”
ครั้งนี้โจวหานจิ้นไม่ยอมถอยแล้วแววตาของเขาสุกใสและรู้สึกถูกใจอย่างที่สุด
“พวกคุณต่างก็มีผู้เข้าแข่งขันของตัวเองแล้วแตวันนี้ฉันยังไม่ได้เปิดร้านเลยนะผู้เข้าแข่งขันคนนี้ฉันจองแล้ว
ไม่น่าเชื่อว่าทีมงานรายการจะสามารถค้นหาเพชรเม็ดงามแบบนี้มาเข้าแข่งขันได้ไม่แปลกใจเลยที่ให้เด็กผู้หญิงคนนี้มาร้องปิดท้าย…”
เพราะผู้เข้าแข่งขันสองคนแรกน่าทึ่งเกินไปโค้ชทั้งสี่ต่างก็คิดว่าผู้เข้าแข่งขันคนหลังๆ คงไม่มีความประหลาดใจใหญ่ๆ มากนักแล้ว
แต่ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายกลับมีผู้เข้าแข่งขันที่มีพรสวรรค์น่ากลัวขนาดนี้โผล่ออกมา!
จางซีหยางยิ้มแม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรมากแต่ผู้เข้าแข่งขันคนนี้เขาต้องแย่งชิงมาให้ได้ผู้เข้าแข่งขันคนนี้มีโอกาสคว้าแชมป์ฝีมือถือว่าดีที่สุดของวันนี้!
เพียงแต่…ปฏิกิริยาของผู้ชมดูเหมือนจะแปลกๆ นะ
จางซีหยางมองไม่เห็นผู้เข้าแข่งขันแต่กลับมองเห็นสีหน้าของผู้ชมบางส่วนเขามองเห็นผู้ชมใต้เวทีกำลังจ้องมองเวทีด้วยความตกตะลึง
ใบหน้าของพวกเขานอกจากความตกใจแล้วเหมือนจะมีความรู้สึกประหลาดและไม่เชื่อสายตาตัวเองอยู่ด้วย
ใช่แล้วเมื่อหลัวเยี่ยนเริ่มร้องเพลงผู้ชมที่เดิมทีกำลังปรึกษากันว่าจะไปกินข้าวที่ไหนต่างก็ตะลึงงัน
ผู้ชมที่กำลังก้มหน้าเล่นมือถืออยู่ก็นิ่งค้างไปเช่นกันส่วนผู้ชมที่กำลังคิดว่าจะกลับบ้านด้วยพาหนะอะไรยิ่งโยนความคิดทั้งหมดทิ้งไปไกลสุดกู่
สายตาทุกคู่ในฮอลล์ต่างจับจ้องไปที่หลัวเยี่ยนจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้าตาอยู่แล้ว!
หรือว่าเป็นปัญหาที่รูปลักษณ์ของผู้เข้าแข่งขัน?
เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่เถียนเหว่ยขึ้นแสดงผู้ชมก็มีปฏิกิริยาคล้ายกันนั่นเป็นเพราะเสียงของเถียนเหว่ยกับรูปลักษณ์ภายนอกของเขามีความแตกต่างกันอย่างรุนแรง
ผู้ชมจึงรู้สึกประหลาดใจและตกตะลึงเพียงแต่ปฏิกิริยาของผู้ชมในครั้งนี้เหมือนจะเกินจริงกว่า!
สิ่งนี้ทำให้จางซีหยางอดสงสัยไม่ได้ว่าผู้เข้าแข่งขันหญิงที่อยู่ด้านหลังนี้อาจจะอ้วนเกินไปหรือขี้เหร่เกินไป
แต่เสียงกลับไพเราะราวกับนางฟ้าผู้ชมจึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้…
ในทำนองเดียวกันโค้ชอีกสามคนก็สังเกตเห็นว่าปฏิกิริยาของผู้ชมไม่ปกติหลายคนสบตากันต่างมีความคิดที่เชื่อมโยงไปคล้ายกับจางซีหยาง
แต่ก็ไม่มีใครสนใจพวกเขาไม่สนใจว่าผู้เข้าแข่งขันจะมีรูปลักษณ์อย่างไร!
ขี้เหร่แล้วยังไง? อ้วนแล้วยังไง? แค่มีเสียงแบบนี้ผู้เข้าแข่งขันคนนี้ก็ต้องคว้าตัวมาให้ได้!
เวลานี้เองหลัวเยี่ยนเริ่มร้องเพลงประสานเสียง
“อา— อ้า— อ่ำ— อ่ำ— อา— อ่ำ— อ้า— อ่ำ— อ้า— อ่ำ— อ้า— อ่ำ— อ่ำ—”
นี่คือส่วนไคลแม็กซ์ของเพลงไม่มีเนื้อร้องมีเพียงเสียงร้องประสานเสียงคล้ายกับเสียงปลาโลมาแต่ก็ไม่เหมือนทั้งหมด
มีองค์ประกอบของ Bel Canto อยู่มากการเรียบเรียงทั้งท่อนเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและราบรื่นทำให้ทุกคนขนลุกซู่ไปทั้งตัว!
ไม่ใช่แค่ขนลุกหลี่เชียวในฐานะเจ้าของเพลงต้นฉบับตอนนี้ขอบตาแดงก่ำน้ำตาไหลอาบแก้ม
เธอถูกการร้องเพลงนี้สะกดจนซาบซึ้งไปทั้งหัวใจ
“พระเจ้าช่วย!”
“เสียงร้องประสานเสียงนี้!”
“ฉันยอมให้เขาอ้าได้ทั้งวันเลย!”
“ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!”
“ทำเอาฉันทึ่งเลย!”
“ขนลุกไปหมดแล้ว!”
“ยังไม่หมุนอีกเหรอ?”
“โค้ชกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย!”
“หมุนแล้วหมุนแล้วโหโค้ชสี่คนหมุนทันทีเลยเหรอ!”
ในวินาทีที่หลัวเยี่ยนกลายร่างเป็นไซเรนเริ่มร้องเพลงประสานเสียงโค้ชทั้งสี่คนก็กดปุ่มไฟหมุนเก้าอี้กลับมาพร้อมกันราวกับนัดหมายไว้!
ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!
เพราะความพร้อมเพรียงกันสูงมากราวกับนัดหมายไว้ล่วงหน้าความตื่นตะลึงที่เกิดจากการกดไฟทั้งสี่ดวงพร้อมกันจึงไม่เคยมีมาก่อน
ผู้ชมรู้สึกราวกับว่าในฤดูร้อนที่ร้อนระอุได้กินแตงโมแช่เย็นส่วนที่หวานที่สุดคำแรกร่างกายพลันรู้สึกชื่นสบายไปทั้งตัว!
พวกเขาคือคนที่สบายตัวแต่โค้ชทั้งสี่ที่หมุนเก้าอี้กลับต้องตกใจ!
เสื้อผ้าเรียบง่ายผมสั้นสะอาดตาตัวเล็กรูปลักษณ์ธรรมดาสิ่งเหล่านี้ล้วนไม่เพียงพอที่จะทำให้โค้ชตกใจสิ่งที่ทำให้ทั้งสี่อึ้งไปจริงๆ คือเพศของผู้เข้าแข่งขันคนนี้!
ผู้ชาย! เป็นผู้ชาย!
โจวหานจิ้นทำสีหน้าคล้ายคนท้องผูกอีกครั้ง!
หลี่เชียวที่ขอบตาแดงก่ำยิ่งไม่สนใจที่จะเช็ดน้ำตาจ้องมองหลัวเยี่ยนอย่างตกตะลึง!
“ผู้ชาย! เป็นผู้ชายฉันคิดว่าเป็นนักร้องหญิงซะอีก!”
ฉินเลี่ยนใช้มือทั้งสองจับท้ายทอยอ้าปากค้างด้วยความตกใจจนหุบไม่ลง!
“พวกเราต่างก็คิดว่าเป็นนักร้องหญิง…”
ขนาดจางซีหยางยังฟังไม่ออกเลยว่าผู้ขับร้องเพลงนี้เป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งไม่แปลกใจเลยที่ผู้ชมจะตกตะลึง
ไม่แปลกใจเลยที่สีหน้าของทุกคนเมื่อครู่จะดูเกินจริงขนาดนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เห็นฉากนี้ย่อมได้รับแรงกระแทกใหญ่หลวง!
ขอบตาของหลัวเยี่ยนเองก็แดงก่ำไม่รู้ว่าเป็นเพราะโค้ชทั้งสี่คนหมุนเก้าอี้เลือกเขาหรือเป็นเพราะเขาจมดิ่งอยู่ในอารมณ์ของเพลงกันแน่
เขาร้องเพลงจบทั้งเพลงด้วยอาการสะอื้นเล็กน้อยและขอบตาแดงก่ำ!
ในวินาทีที่เพลงจบลงทั่วทั้งฮอลล์ระเบิดเสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว!
โค้ชทั้งสี่คนก็ปรบมืออย่างเต็มแรง!
เสียงปรบมือยังไม่ทันจะจบลงฉินเลี่ยนก็รีบถามเสียงดังว่า “คุณชื่ออะไรคะ!?”
สถานที่ถ่ายทำเงียบสงบลงทุกคนดูเหมือนจะอยากรู้ชื่อของผู้เข้าแข่งขันหลัวเยี่ยนพยายามระงับอารมณ์แล้วกล่าวว่า
“สวัสดีครับอาจารย์ทั้งสี่ท่านผมชื่อหลัวเยี่ยนครับ!”
หลี่เชียวเช็ดน้ำตาพร้อมกล่าวว่า “หลัวเยี่ยนคุณร้องได้ดีมากคุณร้องได้ยอดเยี่ยมเลยแม้แต่เจ้าของเพลงต้นฉบับอย่างฉันยังยอมแพ้เลยค่ะ!”
ฉินเลี่ยนหยอกล้อ “อาจารย์หลี่เชียวถึงกับร้องไห้จนน้ำตาท่วมเลย”
โจวหานจิ้นในเวลานี้พลังแฟนหนุ่มพุ่งทะลุปรอทเดินลงจากเวทีไปขอทิชชูจากผู้ช่วยข้างๆ เพื่อเช็ดน้ำตาให้หลี่เชียว
“ไม่เสแสร้งแล้วเปิดไพ่อย่างเป็นทางการแล้วสินะคู่นี้”
จางซีหยางเห็นฉากนี้ก็อดไม่ได้ที่จะแซวว่า “คืนนี้ไม่ต้องกินข้าวแล้วลำพังแค่กินอาหารหมาก็อิ่มแล้ว”
ผู้ชมหัวเราะลั่นจากนั้นโจวหานจิ้นก็กลับไปที่นั่งของเขาและกล่าวว่า
“ผมเข้าวงการมาหลายปีก็นับว่าได้เห็นโลกมามากแล้วผู้ชายที่ร้องเพลงด้วยเสียงผู้หญิงได้หายากมากแต่ก็ไม่ถึงกับไม่เคยเจอ
นักร้องชายหลายคนที่ผมรู้จักก็ทำได้แต่พวกเขาใช้เสียงหลอกซึ่งไม่ใช่เสียงธรรมชาติของพวกเขา
แต่การร้องเพลงของหลัวเยี่ยนเหมือนว่าเสียงจะเป็นแบบนี้โดยธรรมชาติไม่รู้สึกว่าจงใจเลยสักนิดแบบนี้ผมเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก
แม้กระทั่งเสียงพูดตามธรรมชาติของคุณยังเหมือนเด็กผู้หญิงด้วยซ้ำทำได้ยังไงกันเนี่ย…”
“ผมเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วครับ”
หลัวเยี่ยนกล่าวอย่างเขินอาย “เพราะลักษณะพิเศษแบบนี้สมัยเรียนเลยโดนเพื่อนๆ ล้อต่อมาผมไปหาหมอเพราะคิดว่าเป็นความผิดปกติอะไรบางอย่าง
แต่หมอบอกว่าคอของผมไม่มีปัญหาเพียงแต่ไม่ได้เข้าสู่ช่วงเสียงแตกเหมือนเด็กผู้ชายคนอื่นเสียงเลยไม่เปลี่ยนมาตั้งแต่เด็กจนโตครับ”
“ไม่ต้องเขินอายหรอกครับ”
จางซีหยางกล่าวว่า “เสียงที่ติดตัวมาแต่กำเนิดของคุณควรค่าแก่การที่คุณจะภาคภูมิใจ
โทนเสียงที่ไพเราะขนาดนี้แม้แต่นักร้องหญิงมืออาชีพหลายคนยังต้องอิจฉาคุณเลยนะ”
“อย่างฉันเป็นต้นค่ะ!”
ฉินเลี่ยนยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ฉันพยายามเปล่งเสียงให้มีความเป็นไปได้ที่หลากหลายมากขึ้นมาตลอด
แต่โทนเสียงของฉันก็ถูกกำหนดไว้แล้วถึงจะร้องเสียงที่แตกต่างออกมาได้ก็ต้องใช้เทคนิคบีบเค้นอย่างหนักไม่เป็นธรรมชาติเลยไม่เหมือนคุณที่เป็นไปเองโดยธรรมชาติ”
“ได้ยินไหมแม้แต่ราชินีเพลงอย่างพวกเรายังต้องอิจฉาคุณเลย!”
หลี่เชียวยิ้มกล่าว “คุณสามารถทำในสิ่งที่แม้แต่ราชาเพลงก็ทำไม่ได้ให้เวลาคุณเติบโตบางทีคุณอาจจะกลายเป็นราชินีเพลงในบรรดาราชาเพลงหรือราชาเพลงในบรรดาราชินีเพลงเลยก็ได้นะคะ!”
ราชินีเพลงในบรรดาราชาเพลง! ราชาเพลงในบรรดาราชินีเพลง!
การประเมินนี้สูงเกินไปแล้วผู้ชมทั้งฮอลล์ต่างร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ!
จากนั้นหลี่เชียวกล่าวว่า “คุณน่าจะยังไม่เคยเรียนร้องเพลงอย่างเป็นระบบใช่ไหมคะแล้วคุณทำงานอะไรอยู่?”
หลัวเยี่ยนกล่าวว่า “งานของผมคือส่งอาหารครับเคยเรียนดนตรีด้วยตัวเองส่วนใหญ่สนใจ Bel Canto ครับ”
นี่นะเหรอพี่ชายส่งอาหาร!?
ผู้ชมถึงกับตะลึงกับคำตอบนี้!
โค้ชทั้งสี่คนก็รู้สึกมึนงงแม้ว่าการแต่งกายของหลัวเยี่ยนจะดูเรียบง่ายมากทำให้รู้สึกว่าฐานะทางบ้านธรรมดาไม่ร่ำรวย
แต่การเป็นพนักงานส่งอาหารก็ยังทำให้คนประหลาดใจอยู่ดีนี่น่าจะเป็นพี่ชายส่งอาหารที่ร้องเพลงเพราะที่สุดในบลูสตาร์แล้วมั้งเนี่ย?
สมแล้วที่เป็นรายการของคุนเผิงสมแล้วที่เป็น ‘The Voice’ แสดงให้เห็นอย่างลึกซึ้งว่าสิ่งที่เรียกว่า ‘เสียงคือมาตรฐานเดียว’ นั้นเป็นอย่างไร!
ผู้ชมในฮอลล์หลงรักรายการนี้เข้าแล้วจริงๆ!
หากไม่มีรายการแบบนี้ผู้เข้าแข่งขันอย่างหลัวเยี่ยนก็คงไม่มีโอกาสได้แสดงความสามารถตลอดไปเลยใช่ไหม?
ไม่ใช่ว่าการส่งอาหารไม่ดีอาชีพไม่มีสูงต่ำเพียงแต่พี่ชายส่งอาหารคนหนึ่งมีพรสวรรค์ทางดนตรีที่แข็งแกร่งขนาดนี้เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
“คุณไม่ใช่คนส่งอาหาร”
โจวหานจิ้นกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังทั่วทั้งสถานที่เงียบไปครู่หนึ่งแต่แล้วโจวหานจิ้นก็เสริมว่า
“คุณคือคนส่งอาหารและอัศวินแห่งวงการเพลงด้วย!”
ผู้ชมหัวเราะออกมาหลี่เชียวยิ้มกล่าว “ฉันเพิ่งเคยได้ยินราชาเพลงโจวชมคนขนาดนี้ครั้งแรกเลยคุณเป็นโค้ชแต่กลับเยินยอผู้เข้าแข่งขันแบบนี้ไม่อายบ้างเหรอคะ”
“นี่เป็นคำชมครับ!”
โจวหานจิ้นเป็นคนรักหน้าและค่อนข้างหยิ่งยโสอยู่บ้างก็จริงแต่รักคนที่มีความสามารถจริงเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้เขายังไม่ได้ผู้เข้าแข่งขันเลยแม้แต่คนเดียว
เขาหวังว่าหลัวเยี่ยนจะเข้ารวมทีมของเขาเพื่อกอบกู้ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าให้ได้โดยสิ้นเชิง
ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงยิ้มอย่างเป็นมิตรและไร้ซึ่งท่าทีถือตัว “หลัวเยี่ยนคุณรู้ไหมปีนี้ผมมี…”
“คอนเสิร์ตสามสิบสองรอบ!”
ตอนที่ 290 ‘The Voice’ ออกอากาศอย่างเป็นทางการแล้ว! (2)
โค้ชอีกสามคนคาดเดาคำพูดของโจวหานจิ้นได้ล่วงหน้าโจวหานจิ้นกลอกตาเปลี่ยนคำพูดในขณะที่ผู้ชมโห่แซวหยอกล้อ
“ผมอยากจะบอกว่าปีนี้ผมมีเพลงใหม่อยู่เพลงหนึ่งอยากจะหาราชินีเพลงมาร่วมร้องแต่พอได้ยินเสียงของคุณแล้วผมว่าเราสองคนร่วมร้องด้วยกันเลยดีกว่า”
หลัวเยี่ยนเบิกตากว้าง! โค้ชอีกสามคนก็ถึงกับทำสีหน้าตกตะลึง!
โจวหานจิ้นคนนี้ยอมทุ่มสุดตัวเพื่อให้ได้หลัวเยี่ยนมา!
เพลงใหม่ของราชาเพลงหากไม่เกินความคาดหมายก็แทบจะการันตีอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลได้เลย!
การได้ร่วมร้องเพลงกับราชาเพลงนับได้ว่าเป็นการก้าวสู่ความสำเร็จในพริบตาสำหรับหลัวเยี่ยนเลยทีเดียว!
“ผมทำได้จริงๆ เหรอครับ?” เห็นได้ชัดว่าหลัวเยี่ยนก็รู้ถึงน้ำหนักของคำพูดนี้
โจวหานจิ้นพยักหน้าร้องตอบด้วยสไตล์ Bel Canto ว่า “แน่นอนว่าได้และถึงแม้คุณจะไม่เลือกผมคำสัญญานี้ก็ยังคงมีผลอยู่”
หลัวเยี่ยนบอกว่าเขาเคยเรียน Bel Canto ด้วยตัวเอง!
ดังนั้นโจวหานจิ้นจึงแสดงฝีมือ Bel Canto ของตัวเองออกมาให้เห็นทันที!
หลัวเยี่ยนได้ยินดังนั้นดวงตาก็เป็นประกาย!
จางซีหยางยิ้มกล่าว “ระดับ Bel Canto ของอาจารย์โจวหานจิ้นไม่เลวครับแต่ของผมก็ไม่แย่เหมือนกัน…”
ยังไม่ทันพูดจบโจวหานจิ้นก็ถกแขนเสื้อขึ้นจางซีหยางไม่สะทกสะท้าน
“อีกอย่างผมจะเชิญอาจารย์ของผมปรมาจารย์ Bel Canto จ่าวฝ่านเม่ามาสอน Bel Canto ให้คุณด้วย”
จ่าวฝ่านเม่าปรมาจารย์ Bel Canto แห่งฉินโจว!
จางซีหยางถึงกับยกคนระดับนี้ออกมาเลยเหรอ!
ฉินเลี่ยนเห็นท่าไม่ดีจึงเดินลงจากเก้าอี้โค้ชพุ่งไปหาหลัวเยี่ยนแล้วส่งสายตาพลางกล่าวว่า “คุณเข้าใจความหมายของฉันใช่ไหม?”
“คุณผิดกติกา!”
หลี่เชียวจ้องหลัวเยี่ยน “คุณร้องเพลงของฉันถ้าคุณมาทีมฉันลิขสิทธิ์เพลงนี้ฉันจะยกให้คุณเลยต่อไปคุณจะร้องใหม่เมื่อไหร่ก็ได้!”
วินาทีนี้หลัวเยี่ยนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกลับเป็นจางซีหยางที่เอ่ยปาก “เชิญคุณเลือกได้เลยครับ”
“เอ่อ…” หลัวเยี่ยนลังเลอยู่ครู่หนึ่งกัดฟันในที่สุดก็กล่าวว่า “ผมเลือกอาจารย์โจวหานจิ้นครับ!”
“อา— อ่ำ— อ่ำ— อ่ำ— อ่ำ— อ้า— อ่ำ!”
โจวหานจิ้นตื่นเต้นดีใจราวกับเด็กหนักแปดสิบกิโลกรัมยิ่งกว่านั้นยังเหมือนลิงบาบูนขนหยิกท่าทางที่ภาคภูมิใจนั้นทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์และโค้ชอีกสามคนถึงกับหัวเราะออกมา
“นายได้เปรียบแล้ว!” หลี่เชียวรู้สึกเสียดายเสียดายจากก้นบึ้งของหัวใจ
จางซีหยางก็รำพึงว่า “บางทีราชาเพลงโจวอาจจะเป็นโค้ชที่เขาชื่นชอบอยู่แล้ว…”
“ไม่ใช่ครับ” หลัวเยี่ยนเกาหัว “โค้ชที่ผมกรอกในแบบฟอร์มคืออาจารย์จางซีหยางครับผมเป็นแฟนคลับของคุณ…”
“พรืด!”
ฉินเลี่ยนลืมความรู้สึกเสียดายไปชั่วขณะหัวเราะเยาะอย่างไร้ความปรานี “นี่คุณกำลังถูกราชาเพลงโจวแย่งชิงไปแล้วนะ!”
“จู่ๆ บรรเทาหัวใจวายฉับพลัน!”
จางซีหยางไม่คิดว่าเป็นแบบนี้อดไม่ได้ที่จะล้มลงบนเก้าอี้ด้วยความเจ็บปวดสองมือกุมหน้าอกผู้ชมหัวเราะดังยิ่งกว่าเดิม
โจวหานจิ้นถึงกับแลบลิ้นปลิ้นตาใส่จางซีหยางทันทีในรายการนี้ภาพลักษณ์ของเขาได้พังทลายลงทีละน้อยและปลดปล่อยความเป็นตัวตนและสัญชาตญาณของตัวเองออกมาอย่างสิ้นเชิง
เขาไม่ใช่ราชาเพลงโจวคนเดิมที่อยู่สูงส่งและชอบวางมาดอีกต่อไปแล้ว
ด้านหลังเวทีผู้กำกับก็อดยิ้มไม่ได้ “ผมบอกแล้วไงโค้ชในดวงใจอะไรนั่นน่ะเป็นแค่ของประดับใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงก็พอความต้องการของผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่แล้วจะตัดสินใจกันหน้างาน”
“จบได้แล้วละครับ”
หลินจือไป๋กล่าวเทปแรกของรายการมาถึงตรงนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แล้ว!
ไม่ว่าจะเป็นการแสดงของผู้เข้าแข่งขันหรือการแสดงของโค้ชล้วนเป็นไปตามที่หลินจือไป๋คาดการณ์ไว้หรืออาจจะเกินกว่าที่คาดไว้ด้วยซ้ำ
เมื่อถ่ายทำเทปแรกเสร็จต่อไปก็เป็นงานตัดต่อหลังการถ่ายทำ
เจียงเฉิงกล่าว “เนื้อหารายการไม่ซับซ้อนมากการตัดต่อใช้เวลาไม่นานพวกเรากำหนดออกอากาศเป็นวันที่สิบเอ็ดพฤศจิกายนเลยดีไหมครับ”
หลินจือไป๋เห็นด้วยวันนี้คือวันที่แปดเดือนพฤศจิกายนเหลือเวลาไม่มากแล้วจนถึงวันที่สิบเอ็ดพฤศจิกายนหรือก็คือมะรืนนี้
เมื่อพิธีกรขึ้นเวทีสรุปการแข่งขันของวันนี้แล้วผู้ชมในห้องถ่ายทำก็เริ่มทยอยออกจากห้องอย่างเป็นระเบียบ
แต่ละคนเดินไปพร้อมกับพูดคุยถึงสถานการณ์การถ่ายทำในวันนี้ต่างก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
“สนุกมากเลย!”
“นี่คือรายการประกวดร้องเพลงที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยดูมาเลย!”
“ยอดเยี่ยมเกินไปแล้วก่อนหน้านี้ฉันยังกังวลอยู่เลยว่ารายการ ‘The Voice’ จะต้นร้ายปลายง่อยไม่นึกเลยว่าเทปแรกจะกลายเป็นหัวเสือหางมังกรการปรากฏตัวของหลัวเยี่ยนช่างเป็นการตวัดหางของเทพมังกรโดยแท้
นี่แหละคือความสามารถในการทำรายการวาไรตี้ของคุนเผิงนี่แหละคือฝีมือของจวินหลิน
ก่อนหน้านี้กระแสสังคมออนไลน์ยังบอกว่าคุณภาพผู้เข้าแข่งขันของรายการนี้อยู่ในขั้นที่น่าเป็นห่วงอยู่เลยพูดจาไร้สาระเหลวไหลสิ้นดี
ระดับของผู้เข้าแข่งขันรายการนี้น่ะแทบจะเหนือกว่ารายการประเภทเดียวกันทั้งหมดในฉินโจวแล้ว!”
“แค่เถียนเหว่ยกับจ้าวโยวเยว่ก็สุดยอดพอแล้ว!”
“ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าหลังจากนี้ยังมีผู้เข้าแข่งขันระดับอสูรกายอย่างหลัวเยี่ยนอีก!”
“เมื่อก่อนฉันดูรายการประกวดร้องเพลงจะรู้สึกว่าผู้เข้าแข่งขันรูปลักษณ์ภายนอกต้องดีแต่บนเวทีนี้พอเห็นการร้องเพลงของผู้เข้าแข่งขันฉันลืมรูปลักษณ์ของพวกเขาไปเลยสนใจแค่เสียงร้องของพวกเขานี่สิถึงจะเป็นรายการดนตรีคุณภาพของจริง!”
“รอตอนออกอากาศอย่างเป็นทางการจริงๆ!”
“ตอนออกอากาศฉันจะดูซ้ำอีกครั้งแน่นอน!”
“อยากมาดูรายการเทปสองอีกจังเลยแต่ถึงตอนนั้นตั๋วคงหายากแล้วครั้งนี้พวกเราได้ตั๋วเข้าชมก็เพราะใช้ฐานะพนักงานภายในของเทียนกวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์”
เพราะสถานการณ์การถ่ายทำต้องเก็บเป็นความลับดังนั้นผู้ชมส่วนใหญ่ที่มาถึงสถานที่ถ่ายทำจึงไม่ใช่คนนอกโดยสมบูรณ์แต่มีความเกี่ยวข้องกับรายการไม่มากก็น้อย
เช่นตัวแทนแบรนด์ที่เป็นสปอนเซอร์พนักงานของเทียนกวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์พนักงานของคุนเผิงเป็นต้น
คนเหล่านี้ไม่ได้มีส่วนร่วมในการผลิตรายการวาไรตี้ดังนั้นความคิดเห็นหลังจากที่เข้ามาจึงยังค่อนข้างเป็นกลางและไม่แตกต่างจากผู้ชมทั่วไป
ตัวแทนของฝ่ายแบรนด์สินค้าต่างเข้าพบเจียงเฉิงตัวแทนของช็อกโกแลตหลานผู่จับมือกับเจียงเฉิงอย่างแน่นแฟ้นแล้วกล่าวว่า
“ผมรู้แล้วว่าเชื่อมั่นในคุนเผิงของพวกคุณไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน!”
“งั้นเหรอครับผมได้ยินมาว่าพวกคุณอยากเปลี่ยนพิธีกรนี่ครับ?”
“ไม่ไม่ ไม่แล้ว” ตัวแทนของหมากฝรั่งอี้ต๋ารีบกล่าว
“ไม่เปลี่ยนแล้วไม่เปลี่ยนแล้วให้หวงลี่คนนี้เป็นพิธีกรต่อไปได้เลยพวกเราชอบวิธีการอ่านโฆษณาของเขามากต่อไปก็รักษามาตรฐานไว้นะครับตัวแทนเจียง!”
“ฮ่าๆๆ เป็นธรรมดาอยู่แล้วครับ”
“หลังจากนี้ถ้ารายการของคุนเผิงต้องการเงินลงทุนก็ติดต่อชานมเชียงเวยเหมยของเราได้เลยนะครับพวกเราเป็นเพื่อนเก่ากันแล้ว!”
ตัวแทนชานมเชียงเวยเหมยกล่าวสุดท้ายผู้รับผิดชอบของฉีเลอกั่วจือก็ตบหน้าอกรับรอง
“ตราบใดที่รายการเป็นของคุนเผิงพวกเราก็พร้อมจะพิจารณาลงทุนได้ทั้งหมดส่วนตัวเลขที่แน่นอนพวกเราสามารถมาเจรจากันอย่างจริงจังได้อยู่แล้วถึงยังไงตัวแทนเจียงก็ทราบถึงความจริงใจของพวกเราเป็นอย่างดี”
“แสดงว่าทุกคนพึงพอใจมากใช่ไหมครับ?”
“พอใจมากครับ! แม้ว่าพวกเราจะไม่ค่อยได้ดูรายการวาไรตี้แบบนี้และก็ไม่ใช่คนวงในอะไรแต่ในฐานะผู้ชมทั่วไปพวกเราก็ถูกดึงดูดด้วยเนื้อหารายการอย่างแท้จริงแค่รายการของคุณทำได้ถึงจุดนี้ก็เพียงพอแล้ว!”
ตัวแทนของแบรนด์สปอนเซอร์ต่างก็เอ่ยปากรายการที่สามารถดึงดูดพวกเขาได้ก็ควรจะดึงดูดผู้ชมทั่วไปได้เช่นกัน!
อีกด้านหนึ่งโค้ชก็กำลังพูดคุยกันฉินเลี่ยนรำพึง “ไม่รู้จริงๆ ว่าคุนเผิงไปหาผู้เข้าแข่งขันพวกนี้มาจากไหน
เดิมทีการมารับตำแหน่งเป็นหนึ่งในโค้ชทั้งสี่อาจเป็นแค่งานหนึ่งสำหรับพวกเราแต่ตอนนี้ฉันแทบจะรอถ่ายทำเทปที่สองไม่ไหวแล้ว!”
ก่อนหน้านี้ ‘ศิษย์ครู’ ก็เคยติดต่อฉินเลี่ยนเช่นกันแต่ตอนนี้ฉินเลี่ยนรู้สึกโชคดีที่ท้ายที่สุดแล้วเธอเลือก ‘The Voice’!
แม้ว่าฉินเลี่ยนจะไม่รู้ว่าคุณภาพของ ‘ศิษย์ครู’ เป็นอย่างไรแต่ฉินเลี่ยนคิดว่ารายการของหลินเพิ่งคงยากที่จะแซงหน้า ‘The Voice’
เพราะก่อนหน้านี้ใช่ว่าเธอไม่เคยเข้าร่วมรายการวาไรตี้มาก่อนจากประสบการณ์ของฉินเลี่ยนเธอคิดว่า ‘The Voice’ ออกอากาศเมื่อไหร่ต้องดังเป็นพลุแตกแน่
“ฉันชอบรายการนี้!” โจวหานจิ้นก็ยิ้มกล่าว
“ไม่เหมือนรายการวาไรตี้อื่นปลอมเกินไปนั่นคือเหตุผลที่ฉันไม่ชอบเข้าร่วมรายการวาไรตี้รายการวาไรตี้ถ้าต้องทำตามบทจะสนุกตรงไหน!”
“ฉันว่านายคงปล่อยใจตามสบายแล้วละ” หลี่เชียวขำน้ำตาไหล
โจวหานจิ้นเป็นราชาเพลงที่คอยระมัดระวังภาพลักษณ์อย่างเห็นได้ชัดแต่หลังจากสงครามแย่งชิงผู้เข้าแข่งขันหลายครั้งในวันนี้ราชาเพลงโจวคนนี้กลับไม่เหลือความเป็นผู้เป็นคนแล้ว
กลายเป็นคนตลกโปกฮาสารพัดสร้างสีสันให้กับรายการนับไม่ถ้วน!
แม้ว่าหลี่เชียวจะรู้ว่าตามปกติแล้วนอกกล้องโจวหานจิ้นก็เป็นแบบนี้แต่หมอนี่เมื่อก่อนเวลาอยู่หน้ากล้องไม่ใช่คนที่ชอบวางท่าหรอกหรือแต่เมื่อลองคิดดูแล้วการที่โจวหานจิ้นละทิ้งภาพลักษณ์และปล่อยตัวตามสบายเช่นนี้ก็ไม่อาจพูดได้ว่ามีปัญหาอะไร
เพราะผู้ชมถูกเขาทำให้หัวเราะหลายครั้งมาก!
ผู้ชมต่างชื่นชอบที่จะเห็นบรรดาราชาราชินีเพลงแสดงด้านที่เป็นกันเองเข้าถึงง่ายบางทีการมารายการนี้อาจจะมาถูกทางแล้วจริงๆ!
ต้องรู้ไว้ว่าแม้แต่สำหรับดาราระดับซูเปอร์สตาร์แถวหน้าอย่างราชาราชินีเพลงก็ยังจำเป็นต้องรักษาชื่อเสียงไว้เช่นกัน
วิธีการรักษาชื่อเสียงอาจเป็นการปล่อยเพลงใหม่หรือแน่นอนว่าเป็นการเข้าร่วมรายการวาไรตี้…
เพียงแต่รายการวาไรตี้ส่วนใหญ่มักจะให้ผลตอบแทนที่คู่ควรกับซูเปอร์สตาร์ระดับแนวหน้าได้ยากยกเว้นรายการวาไรตี้ที่ดังเป็นพลุแตกสุดๆ!
และจากสถานการณ์การถ่ายทำ ‘The Voice’ ในวันนี้ดูเหมือนว่าจะมีศักยภาพนั้นแล้ว!
“พวกเราจะแพ้รายการข้างๆ ไม่ได้นะ” จางซีหยางยิ้มพร้อมเตือนประโยคหนึ่ง
รายการ ‘ศิษย์ครู’ ที่อยู่ข้างๆ ก็มีซูเปอร์สตาร์ระดับแนวหน้าสี่คนเช่นกัน
ถ้า ‘The Voice’ แพ้รายการข้างๆ ไม่เพียงแต่คุนเผิงจะเสียหน้าจางซีหยางโจวหานจิ้นหลี่เชียวฉินเลี่ยนทั้งสี่คนก็จะหมดความสง่างามด้วยเช่นกัน
“ไม่มีทางแพ้พวกเขาแน่นอน!” โจวหานจิ้นเป็นคนที่มีจิตใจรักการแข่งขันสูงมาก
แม้แต่เข้าร่วมรายการวาไรตี้เขาก็หวังว่ารายการวาไรตี้ที่เข้าร่วมจะเป็นรายการวาไรตี้ที่ดีที่สุด!
“อืม” จางซีหยางยิ้มเล็กน้อยตอนนี้เขากับโจวหานจิ้นได้กลายเป็นเพื่อนกันแล้วหรือจะพูดว่าหลังจากโค้ชทั้งสี่คนของ ‘The Voice’ ใช้เวลาร่วมกันมาระยะหนึ่งความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นมาก
เป็นเรื่องยากที่ซูเปอร์สตาร์ระดับแนวหน้าสี่คนในวงการบันเทิงจะรู้สึกว่าอัธยาศัยเข้ากันได้
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้จางซีหยางก็อดไม่ได้ที่จะรำพึงรายการวาไรตี้ที่อาจารย์ไปตี้ชวนเขาเข้าร่วมล้วนแต่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากต่อความก้าวหน้าในอาชีพของเขา
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วม ‘I Am a Singer’ หรือ ‘Sisters Who Make Waves’ ความตั้งใจเดิมคือต้องการตอบแทนบุญคุณไปตี้
แต่ทุกครั้งในตอนสุดท้ายตนไม่เพียงแต่ไม่ได้ตอบแทนบุญคุณกลับยังรู้สึกเหมือนติดหนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรการที่ตนเข้าร่วมรายการเหล่านี้ท้ายที่สุดก็ได้รับผลประโยชน์มากมาย!
และตอนนี้ดูเหมือนว่าการเข้าร่วม ‘The Voice’ ก็เป็นเช่นเดียวกันภายนอกเหมือนตนมาช่วยไปตี้แต่สุดท้ายแล้วอาจจะเป็นไปตี้ที่ช่วยตน!
หลังจากคุยกันได้สักพักทั้งสี่คนก็ไม่ได้จากไปทันทีแต่เรียกผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ในการดูแลของตัวเองมาอยู่ข้างๆ พวกเขาต้องการให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าแข่งขันสักหน่อย!
เพราะโค้ชทั้งสี่คนต่างก็ต้องการคว้าแชมป์!
อยากได้แชมป์ก็ต้องพึ่งพาการแสดงของผู้เข้าแข่งขัน!
ดังนั้นโค้ชทั้งสี่คนย่อมต้องรับผิดชอบในการชี้แนะและฝึกสอนผู้เข้าแข่งขันอย่างเต็มที่!
ตอนที่ 290 ‘The Voice’ ออกอากาศอย่างเป็นทางการแล้ว! (3)
ในส่วนของผู้ตัดต่อเทปแรกของ ‘The Voice’ หลินจือไปไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมมากนัก
เพียงแต่สุดท้ายดูฉบับสมบูรณ์และเสนอความเห็นในการแก้ไขเล็กน้อยขณะเดียวกันข่าวที่ว่า ‘The Voice’ เทปแรกจะออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เทียนกวงในวันมะรืนนี้ก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์แล้ว!
ทันใดนั้น! พลันเกิดการถกเถียงร้อนแรงทั่วโลกออนไลน์!
“วันนี้เพิ่งถ่ายทำเทปแรกเสร็จไม่ใช่เหรอมะรืนก็จะออกอากาศแล้ว? ไม่ใช่ว่าคุนเผิงเพิ่งทำรายการวาไรตี้เป็นครั้งแรกหรอกเหรอประสิทธิภาพไม่เลวเลยนะ”
“แล้ว ‘ศิษย์ครู’ จะออกอากาศเมื่อไหร่?”
“ยังไม่กำหนดเลยความจริงถ้าไม่มี ‘ศิษย์ครู’ ฉันอาจจะยังสนใจ ‘The Voice’ อยู่บ้างนะแต่พอมี ‘ศิษย์ครู’ แล้วก็รู้สึกว่าไม่ค่อยมีอารมณ์อยากดูรายการของคุนเผิงเท่าไหร่เลย”
“รีบดูเร็ว!”
“‘ศิษย์ครู’ ที่ผลิตโดยเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาก็กำหนดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เสินฮว่าแล้วคราวนี้เป็นการประลองระหว่างสถานีโทรทัศน์เสินฮวากับสถานีโทรทัศน์เทียนกวง!”
“ออกอากาศวันไหน?”
“สิบเอ็ดพฤศจิกายน!”
“ให้ตายสิ! วันมะรืนนี้เหมือนกัน! สองรายการจะออกอากาศพร้อมกันเหรอเนี่ย? ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะเปิดศึกบาดหมางกันจริงๆ ด้วยนะการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการสกัดดาวรุ่งชัดๆ ทุกจุดต่างก็เผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด!”
ก่อนหน้านี้ทั่วโลกออนไลน์ต่างก็ถกเถียงกันอย่างร้อนแรงว่าทั้งสองฝ่ายเปิดศึกแก้แค้น
วันนี้ ‘The Voice’ เพิ่งจะกำหนดออกอากาศวันที่สิบเอ็ดพฤศจิกายน ‘ศิษย์ครู’ ที่อยู่ข้างๆ ก็ตามมาติดๆ ราวกับกำลังรอให้คุนเผิงกำหนดวันออกอากาศ
แม้แต่ประสาทที่ไม่ไวต่อความรู้สึกที่สุดก็ยังสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่พร้อมจะปะทุของทั้งสองฝ่าย
รูปแบบของสองรายการนี้คือจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้ต่อสู้กันจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง!
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วเปิดโหวตเถอะ”
ทันใดนั้นผู้ที่ชอบหาเรื่องสนุกก็เริ่มตั้งโพลโหวตออนไลน์เพื่อสอบถามความคิดเห็นของชาวเน็ตว่าสุดท้ายใครจะชนะใครจะแพ้ระหว่าง ‘The Voice’ กับ ‘ศิษย์ครู’
‘The Voice’ ชนะ
‘ศิษย์ครู’ ชนะ
บอกไม่ได้
ผลลัพธ์คือมีคนเพียง 22% ที่เชื่อว่า ‘The Voice’ จะทำผลงานได้ดีกว่า!
ส่วนผู้ที่เชื่อว่า ‘ศิษย์ครู’ จะทำผลงานได้ดีกว่ามีถึง 71%!
ชาวเน็ตส่วนน้อยที่เหลือเลือก ‘บอกไม่ได้’ รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น
“เหนือกว่า!” หลินเพิ่งเห็นผลสำรวจนี้ก็หัวเราะเยาะ “ตอนนี้มีความมั่นใจแค่ไหนละ?”
หลินกงที่คลุกคลีอยู่กับหลินเพิ่งมาตลอดในช่วงนี้ยิ้มกล่าว “ดูเหมือนว่าสงครามโฆษณาของ ‘ศิษย์ครู’ จะได้รับชัยชนะครั้งใหญ่แล้ว”
“ไม่ใช่เพราะเราโฆษณาดีหรอก” หลินเพิ่งกล่าวเสียงเรียบ
“แต่เป็นเพราะผู้เข้าแข่งขันของ ‘The Voice’ เทียบกับเราไม่ได้จริงๆ ต่างหากพวกเขามาช้าไปหนึ่งก้าวถูกกำหนดให้ทำได้แค่ตามกันเรามากินฝุ่นเท่านั้น”
“ถ้างั้นเงินลงทุนของฉันก็จะต้องคืนทุนครั้งใหญ่แล้วสิ!” หลินกงคาดหวังอย่างยิ่งเมื่อใกล้สิ้นปีคุณปู่จะเก็บผลงาน!
ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มหลายแบรนด์ภายใต้การดูแลของเสินฮว่ากรุ๊ปที่เขาดูแลรับผิดชอบมียอดขายที่มีแนวโน้มลดลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะผลลัพธ์ของโฆษณาไม่ดีเท่าคู่แข่ง!
ถ้าส่งผลงานแบบนี้… คุณปู่จะต้องไม่พอใจกับงานของเขาอย่างแน่นอน!
แต่ถ้า ‘ศิษย์ครู’ ดังเป็นพลุแตกแบรนด์หลายแบรนด์ที่เขาดูแลรับผิดชอบจะต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมากเพราะโฆษณาในรายการ!
ถึงตอนนั้นก็จะพลิกสถานการณ์ได้!
ไม่แน่อาจจะได้รับรางวัลจากคุณปู่มากขึ้นก็ได้และอาจถึงขั้นได้สิทธิ์ในหุ้นส่วนหนึ่งของกิจการด้วย?
เหมือนกับที่หลินจือไป๋ที่ได้ครอบครองสำนักพิมพ์เสินฮวา!
สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าทายาทรุ่นที่สามของตระกูลหลินอย่างหลินกงและหลินเพิ่งรวมถึงคนอื่นๆ อิจฉาริษยาที่หลินจือไป๋ได้รับมรดกเป็นสำนักพิมพ์เสินฮวามากขนาดไหน
แม้แต่ทายาทรุ่นที่สองก็ยังรู้สึกอยากได้จนทนไม่ไหว!
ส่วนแบรนด์คู่แข่งที่ลงทุนใน ‘The Voice’ นะหรือ? เหอะๆ หลินกงยิ้มเขาถูกลิขิตให้พลิกจากแพ้มาชนะวินาทีนี้ราวกับได้เห็นอนาคตที่แบรนด์เหล่านั้นจะถูกเขาเอาชนะอย่างราบคาบแล้ว!
คนในโลกออนไลน์ที่เชื่อว่า ‘ศิษย์ครู’ จะชนะมีมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นการบดขยี้ ‘The Voice’ อย่างแท้จริง!
นี่เป็นเพราะทุกคนคิดว่าคุณภาพผู้เข้าแข่งขันของ ‘The Voice’ ไม่ได้เรื่องมีเพียงผู้ชมที่ได้ชมการถ่ายทำเทปแรกของ ‘The Voice’ เท่านั้นที่รู้ว่าคำกล่าวนี้เป็นเพียงเรื่องไร้สาระแต่ผู้ชมที่ได้ดูการถ่ายทำมีสักกี่คนกัน?
คนเหล่านี้ต่อให้ตะโกนจนเสียงแห้งแห้งก็ไม่อาจสร้างกระแสอะไรในโลกออนไลน์ได้
ความจริงแล้วแม้แต่คนในวงการส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่า ‘ศิษย์ครู’ จะชนะเลย
“ปัญหาผู้เข้าแข่งขันนี่แหละคือจุดอ่อนของ ‘The Voice’ อย่างแท้จริงเว้นแต่คุนเผิงจะสามารถฉีกแนวทางใหม่ได้อย่างการเน้นไปที่โค้ชแทน?”
“ฉีกแนวทางใหม่ง่ายดายแบบนั้นที่ไหนกันละอีกอย่างรายชื่อโค้ชของทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก”
“พวกเราทุกคนต่างรู้ว่าการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ถูกต้องแต่รายการประกวดร้องเพลงทำกันมานานหลายปีก็ยังคงเป็นรูปแบบเดิมๆ การสร้างสรรค์นั้นพูดง่ายแต่ลงมือทำให้ได้ยากเย็นแค่ไหน?”
“แม้แต่จวินหลินก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ได้”
“น่าเสียดายถ้าไม่มี ‘ศิษย์ครู’ บางที ‘The Voice’ อาจจะดังเป็นพลุแตกเลยก็ได้ยังไงก็มีซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าตั้งสี่คน”
“รายการวาไรตี้ที่มีเนื้อหาประเภทเดียวกันการแข่งขันมันโหดร้ายเกินไปแล้วมีโอกาสสูงมากที่สองรายการนี้จะอยู่รอดได้เพียงรายการเดียว!”
“ในเมื่อโค้ชทั้งสองฝ่ายอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันปัญหาเรื่องผู้เข้าแข่งขันจึงถูกกำหนดให้กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะบีบให้รายการ ‘The Voice’ ล้มลง”
“รายการวาไรตี้ของคุนเผิงผลลัพธ์ขั้นต่ำน่าจะไม่มีปัญหายังไงพวกเขาก็เกือบจะคืนทุนได้แล้ว”
“พูดแบบนั้นก็ถูกแต่คุนเผิงทุ่มเทจัดงานใหญ่โตขนาดนี้สุดท้ายกลับได้แค่ผลลัพธ์ขั้นต่ำก็ถือว่าเป็นความล้มเหลวสำหรับพวกเขาแล้วยังไงรายการระดับนี้ก็ต้องทุ่มเทกำลังกายกำลังใจไปไม่น้อยเลย”
สถานการณ์ในตอนนี้ดูเหมือนว่าคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวอย่าง ‘ศิษย์ครู’ ได้กลายเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่คุนเผิงก้าวเข้าสู่วงการวาไรตี้ในส่วนของสื่อข่าวก็ออกมาอย่างต่อเนื่อง
‘The Voice ปะทะศิษย์ครู! สถานีโทรทัศน์เสินฮวาปะทะสถานีโทรทัศน์เทียนกวง! ไปตี้ปะทะหลินเพิ่ง! ราชาราชินีเพลงปะทะราชาราชินีเพลง!’
‘สองรายการประกวดร้องเพลงออกอากาศวันเดียวกัน? หลินเพิ่งเผยความอาฆาตเต็มที่!’
‘ผลโหวตชาวเน็ตรายการศิษย์ครูถูกคาดหวังสูงถึงกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์!’
‘อนาคต The Voice มืดมน?’
‘ศึกชิงความเป็นสุดยอดรายการวาไรตี้ประกวดร้องเพลงแห่งจินโจวกำลังจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ!’
‘ร่างทองของรายการวาไรตี้คุนเผิงจะถูกทำลายหรือไม่? ใครจะเป็นผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของรายการวาไรตี้ฉินโจว?’
เป็นเช่นนี้เองเวลาล่วงเลยผ่านไปทีละวันในที่สุด!
วันที่สิบเอ็ดเดือนพฤศจิกายนก็มาถึง!
ในวันนี้ระดับการพูดคุยเกี่ยวกับสองรายการวาไรตี้ทั้ง ‘The Voice’ และ ‘ศิษย์ครู’ บนแพลตฟอร์มจี๋กวงพุ่งสูงขึ้นแล้ว!
“คืนนี้สองทุ่มออกอากาศแล้ว!”
“พวกนายจะดูรายการไหน?”
“ฉันดู ‘ศิษย์ครู’”
“‘ศิษย์ครู’ อีกเสียง!”
“ต้อง ‘ศิษย์ครู’ แน่นอน!”
“ฉันเลือก ‘The Voice’ ไม่ว่ายังไงฉันก็ยังเชื่อมั่นในคุนเผิงรายการวาไรตี้ทั้งหมดที่คุนเผิงทำฉันชอบมากไม่มีเหตุผลที่ครั้งนี้จะล้มเหลว”
“ฉันก็ดู ‘The Voice’!”
“ฉันเป็นแฟนคลับของโจวหานจิ้นต้องดู ‘The Voice’ แน่นอนถึงส่วนตัวฉันจะคิดว่าสุดท้ายแล้ว ‘ศิษย์ครู’ อาจดังกว่าก็เถอะ”
“ฉันดูหมดแต่ดู ‘ศิษย์ครู’ ก่อนดีกว่า”
แม้ว่าหลายคนจะมอง ‘ศิษย์ครู’ ในแง่ดีกว่าแต่ผู้ชมที่เตรียมดู ‘The Voice’ ก็มีไม่น้อย!
โดยเฉพาะแฟนคลับของจางซีหยางโจวหานจิ้นหลี่เชียวฉินเลี่ยนและไปตี้จำนวนฐานแฟนคลับนี้ใหญ่มาก!
ในที่สุด! สองทุ่มของค่ำคืนนั้นก็มาถึงอย่างเป็นทางการ!
สถานีโทรทัศน์เสินฮวา ‘ศิษย์ครู’ ออกอากาศอย่างเป็นทางการ!
“เสน่ห์วัยหนุ่ม!” “หัวใจสาวแรกแย้ม!” “รดน้ำพรวนดินวัยเยาว์!” “วัยรุ่นไร้พ่าย!”
ทันทีที่รายการเริ่มต้นก็เป็นฉากการแสดงร้องเพลงร่วมกันบนเวทีของนักร้องระดับซูเปอร์สตาร์แถวหน้าทั้งสี่คน
ในเนื้อเพลงมีการเน้นย้ำถึง ‘วัยหนุ่ม’ และองค์ประกอบของวัยเยาว์อยู่ตลอดเพราะอย่างไรผู้เข้าแข่งขันของรายการนี้หลินเพิ่งก็คัดเลือกมาตามมาตรฐานของ ‘ไอดอล’
มีแต่หนุ่มหล่อสาวงาม!
หลายคนในโลกออนไลน์ดูไปคุยกันไป
“เวทีสวยมาก! ให้ความรู้สึกถึงวัยหนุ่มสาวเข้มข้นเลย!”
“เฮ้อเป็นแบบนี้จริงๆ ด้วยทุกครั้งที่ดูรายการแบบนี้ฉันจะมีความรู้สึกว่าเหมือนมีแต่คนที่หน้าตาดีเท่านั้นถึงจะมีวัยหนุ่มสาว”
“เหอะๆ ฉันเป็นคนหลังเขาฉันชอบแบบนี้แหละรูปลักษณ์คือความยุติธรรม!”
“เพลงเพราะ! ทำนองเรียบง่ายติดหูเพียงแต่โค้ชทั้งสี่คนดูเป็นผู้ใหญ่มากไม่ใช่ช่วงวัยรุ่นกันแล้วร้องเพลงที่ดูอ่อนวัยเป็นพิเศษแบบนี้ชวนให้ความรู้สึกแปลกๆ”
“แค่เพราะก็พอแล้ว! จริงสิ ‘The Voice’ ก็ออกอากาศแล้วใช่ไหม?”
“ไม่สนใจหรอกฉันชอบการรวมกลุ่มผู้เข้าแข่งขันที่เป็นหนุ่มหล่อสาวงามแบบ ‘ศิษย์ครู’ มากกว่าทางนั้นเอาแต่เน้นย้ำว่าไม่สนใจรูปลักษณ์อะไรนั่นแล้วจะสนุกตรงไหน”
“แต่เพลงทางนั้นก็เพราะดีนะ”
ใช่แล้วทางด้านสถานีโทรทัศน์เทียนกวง ‘The Voice’ ก็ออกอากาศอย่างเป็นทางการแล้วทันทีที่เปิดรายการก็เป็นการแสดงของโค้ชทั้งสี่คน!
ชื่อเพลง: วีรบุรุษจากใจ
เนื้อร้อง: ไปตี้
ทำนอง: ไปตี้
ร้องโดย: จางซีหยางโจวหานจิ้นหลี่เชียวฉินเลี่ยน
บนเวทีพลังเร่าร้อนเต็มเปี่ยม!
“จงไขว่คว้าทุกนาทีในชีวิต!”
“ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อฝันในใจ!”
“ไม่ผ่านพายุฝนจะเห็นรุ้งได้อย่างไร!”
“ไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ!”
เหล่าราชาราชินีเพลงขับร้องเพลงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของการสร้างแรงบันดาลใจนี้อย่างเต็มที่
“เพราะ!”
“เป็นเพลงใหม่ของไปตี้จริงๆ ด้วย!”
“ฮ่าๆ ‘ศิษย์ครู’ ที่อยู่ข้างๆ แล้วเพลงเปิดตัวของคุนเผิงดีกว่าชัดเจนเลย!”
“เพราะ ‘The Voice’ มีไปตี้ไงละ!”
“แต่ฉู่ฉือไปไหนแล้วละ ‘The Voice’ ให้ฉู่ฉือเป็นผู้อำนวยการฝ่ายดนตรีก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่นา”
“อันนั้นไม่รู้นะไม่แน่ว่าเทปหน้าอาจจะมีเพลงของฉู่ฉือก็ได้?”
“เออว่าไปก็จริง”
“ฉันขอประกาศว่ายกที่หนึ่ง ‘The Voice’ ชนะเพลงเปิดตัวนี้ไม่มีอะไรต้องสงสัยเลย!”
“เพลงเปิดตัวดีก็จริงแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแสดงของผู้เข้าแข่งขันต่างหากของแบบนี้ดีแค่ไหนก็เป็นแค่ของแถมเท่านั้นแหละ”
ทุกคนกำลังคุยกันมีคนไม่น้อยที่ดู ‘The Voice’ ไปพร้อมกับคอยสอดส่องสถานการณ์ของ ‘ศิษย์ครู’ อยู่ตลอด
โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ทุกคนสนใจศึกแห่งศตวรรษของวงการวาไรตี้นี้มากจึงอยากจะลงลึกในทุกรายละเอียดเพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของทั้งสองรายการ
ไม่ต้องสงสัยเลยการแข่งขันเปิดตัวรอบแรก ‘The Voice’ ชนะชนะเพราะเพลงที่ไปตี้แต่ง!
เพียงแต่หลังจากนั้นหลายคนที่กำลังเปรียบเทียบสองรายการก็เริ่มขมวดคิ้วเพราะพิธีกรของ ‘The Voice’ ขึ้นเวทีแล้ว…
“นี่ใครเนี่ย?”
“หวงลี่?”
“พิธีกรจากมุมโลกไหนกันเนี่ย?”
“ฉันลองหาข้อมูลดูแล้ว เป็นพิธีกรระดับสี่”
“พรืด!”
“พิธีกรระดับสี่จะมาเป็นพิธีกรของ ‘The Voice’ ได้เหรอ?”
“ต่อให้คุนเผิงไม่หาพิธีกรระดับแนวหน้ามาก็ควรจะหาพิธีกรแถวสองมาคุมเวทีหน่อยไม่ใช่เหรอ?”
“ดูเหมือนว่ารอบที่สอง ‘The Voice’ ของคุนเผิงจะแพ้แล้ว”
เพราะพิธีกรของ ‘ศิษย์ครู’ ที่อยู่ข้างๆ ก็ปรากฏตัวแล้วเช่นกันเป็นพิธีกรระดับแนวหน้าที่มีชื่อเสียงมากความโด่งดังไม่ใช่ระดับที่หวงลี่จะขึ้นมาเทียบได้เลย!