ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 291 รายการวาไรตี้ที่ปังที่สุดในประวัติศาสตร์ของคุนเผิง!
- Home
- ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
- ตอนที่ 291 รายการวาไรตี้ที่ปังที่สุดในประวัติศาสตร์ของคุนเผิง!
แฟนคลับ ‘ศิษย์ครู’ ไม่น้อยในเวลานี้กำลังดูรายการไปพลาง แอบจับตาดูรายการ ‘The Voice’ ที่อยู่ข้างๆ ไปพลาง เป้าหมายก็แน่นอนว่าเพื่อสอดแนมศัตรู
ผลจากการสอดแนมนี้ทำให้แฟนคลับของ ‘ศิษย์ครู’ พบว่าเพลงเปิดตัวของ ‘The Voice’ ดูจะดีกว่าเล็กน้อย แต่ละคนจึงเกิดความรู้สึกหงุดหงิดที่เริ่มต้นไม่ดี
แต่เมื่อพวกเขาเห็นพิธีกรของ ‘The Voice’ แล้ว พลันรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาในพริบตา!
‘พิธีกรข้างๆ โคตรห่วย!’
‘หวงลี่คนนั้นไม่เคยได้ยินชื่อเลยนะ อย่างน้อยก็เป็นรายการประกวดขนาดใหญ่ที่ลงทุนใกล้เคียงกับ ‘ศิษย์ครู’ ทำไมถึงไม่หาพิธีกรที่ดูดีมาหน่อย?’
‘พิธีกรพวกเราชนะแล้ว!’
‘เพลงเปิดตัวรอบแรกถือว่าพวกเขาเหนือกว่านิดหน่อย แตรอบสองพวกเราชนะขาด พิธีกรที่ ‘ศิษย์ครู’ ของเราเชิญมาคืออาจารย์หลี่หานเลยนะ เป็นพิธีกรระดับแนวหน้าที่มีชื่อเสียงมากในฉินโจว ความสามารถในการเป็นพิธีกรเป็นที่ยอมรับว่าดี ไม่เหมือนหวงลี่คนนี้ ฉันลองหาข้อมูลดูแล้ว เป็นแค่พิธีกรแถวสี่เท่านั้นเอง’
‘ไม่ใช่ว่าพวกเขาได้เงินลงทุนโฆษณามาไม่น้อยเหรอ?’
‘อาจเป็นเพราะเงินถูกเอาไปใช้เชิญราชาราชินีเพลงหมดแล้ว ในส่วนของพิธีกรเลยไม่มีงบ’
‘ไม่แน่อาจไม่ใช่ปัญหาเรื่องงบก็ได้ ฉันสงสัยว่าพิธีกรเก่งๆ หลายคนไม่อยากไป ‘The Voice’ มากกว่า ถึงมีเงินก็เชิญมาไม่ได้’
‘ฮ่าๆ สไตล์การเป็นพิธีกรของหวงลี่คนนี้ก็แสนจะธรรมดา’
‘แม้แต่ผู้ชมก็ดูเหมือนไม่สนใจเขาเท่าไหร่เลย’
อันที่จริงคำพูดนี้ค่อนข้างเกินจริงไปหน่อย แฟนคลับของ ‘ศิษย์ครู’ เองก็รู้ดีแก่ใจ เพราะรายการประกวดร้องเพลงแบบนี้ดูที่โค้ชกับผู้เข้าแข่งขันเป็นหลัก การมีอยู่ของพิธีกรแทบไม่มีความสำคัญเลย ทำหน้าที่เพียงแค่ประกาศรายการและอ่านโฆษณานิดหน่อย จากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว
ดู ‘ศิษย์ครู’ ฝั่งนี้ก็ไม่ใช่แบบนี้เหรอ? พิธีกรจะดังขนาดไหนสุดท้ายก็เป็นแค่พิธีกร พื้นที่ให้แสดงความสามารถมีแค่นี้ จะเล่นลูกเล่นอะไรให้ประหลาดไปกว่านี้ได้อีก?
แต่แล้วในขณะที่ทุกคนคิดเช่นนั้น หวงลี่ก็เริ่มเล่นลูกเล่นแปลกๆ เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า:
“ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ผมจะขอมอบสิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวให้ทุกท่านก่อน”
หน้าไม่อาย ใครเป็นครอบครัวนายกัน? จะมีสิทธิพิเศษอะไรได้?
ในขณะที่ผู้ชมกำลังหัวเราะ หวงลี่ก็พลันสูดหายใจเข้าลึก
“ช็อกโกแลตแท้ The Voice เลือกช็อกโกแลตหลานฝู่ ชวนคุณมาสัมผัสความนุ่มละมุนลิ้นในเวลานี้ ขอเรียนเชิญทุกท่านรับชมรายการประกวดร้องเพลงค้นหาดาวดวงใหม่ที่ยิ่งใหญ่ The Voice ฉินโจวอย่างเป็นทางการ สร้างสรรค์โดยเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิง ฉีเลอกั่วจือร่วมสนับสนุนทุกความฝันของคุณ เซียนเวยกั่วหยวนที่รสชาติดีกว่าเดิมเมื่อเขย่าก่อนดื่ม ขอร่วมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ The Voice ศิษย์เอกของโค้ชทั้งสี่แห่ง The Voice ในฤดูกาลนี้จะก้าวเดินบนเส้นทางความฝันทางดนตรีกับหมากฝรั่งอี้ต่าที่ใส่ใจดูแลฟันและห่วงใยคุณยิ่งกว่า…”
แฟนคลับของ ‘ศิษย์ครู’ อึ้งตะลึง! แฟนคลับของ ‘The Voice’ ก็อึ้งตะลึง! ผู้ชมนับไม่ถ้วนที่กำลังรับชมการถ่ายทอดสดต่างตกตะลึงปากอ้าตาค้าง!
เชี่ย! นี่มันความเร็วในการพูดอะไรกันเนี่ย!
‘พิธีกรคนนี้เสพยามาหรือไง!’
‘นี่มันฉีดยาโด๊ปอะไรเข้าไปล่ะเนี่ย!’
โฆษณาบทนี้น่าจะมีตั้งสองร้อยกว่าคำสินะ นายใช้เวลาไปกี่วินาทีเองเนี่ย? หมอนี่ไม่ได้มองสคริปต์เลยใช่ไหม แต่กลับอ่านถูกทั้งหมดรวดเดียวจบได้ยังไง!?
ฮือฮา! ทั่วโลกออนไลน์ถกกันสนั่น! วินาทีนี้หลินจือไป๋ก็กำลังดูรายการอยู่ที่บ้านพร้อมกับครอบครัว อย่างไรหลินจือไป๋ก็เป็นผู้อำนวยการรายการ ‘The Voice’ ครอบครัวจึงให้การสนับสนุนอย่างมาก และเมื่อฉากอ่านโฆษณาด้วยความเร็วสูงนี้ปรากฏออกมา หลินซีพี่สาวเกือบจะกระโดดลงจากโซฟา:
“นี่มันสุดยอดเกินไปแล้วมั้ง!”
“ปากนี่คล่องแคล่วจริงๆ!” แม่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม พ่อตกใจ: “หนึ่งวินาทีต้องพูดกี่คำกันเนี่ย?”
หลินเชิ่งเทียนไม่ได้พูดอะไรแต่แววตาตกตะลึงอย่างไม่ต้องสงสัย ในฐานะผู้อยู่ในวงการวาไรตี้มานาน เขารู้ดีว่าโฆษณาบทนี้มันยอดเยี่ยมเพียงใด ด้วยการแสดงโฆษณาบทนี้เพียงอย่างเดียว ต่อไปในอนาคตหวงลี่ไม่มีทางขาดโอกาสในการทำงานอย่างแน่นอน แทบทุกรายการวาไรตี้จะต้องพิจารณาจ้างเขาเป็นพิธีกร เพราะนี่คือความเร็วในการพูดระดับเทพที่แม้แต่พิธีกรดังๆ ซึ่งโดดเด่นในเรื่องความคล่องแคล่วว่องไวก็ยังทำไม่ได้เลย!
ใช่แล้ว ในเวลานี้คนในวงการไม่น้อยกำลังดู ‘The Voice’ อยู่ด้วย ซึ่งรวมถึงพิธีกรบางคน เวลานี้แม้แต่พิธีกรในวงการก็ยังยอมแพ้!
‘ความเร็วในการพูดระดับนี้ฉันทำไม่ได้!’
‘ฉันพอจะทำได้นะ แต่ไม่มีทางทำได้เหมือนเขาที่อ่านได้ชัดเจนขนาดนี้ ความเร็วในการพูดที่สูงขนาดนี้ผิดพลาดง่ายมาก ไม่ว่าจะอ่านคำผิดหรือพูดกินคำก็ตาม’
‘ใครรู้จักหวงลี่บ้าง?’
‘ฉันรู้จัก เพื่อนมหาวิทยาลัยเรียนเอกผู้ประกาศเหมือนกัน หมอนี่ความเร็วในการพูดเว่อร์มากมาตลอด ชอบเล่นคำพูดยากๆ แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้เร็วขนาดนี้นะ!’
‘ดูท่าในเวลาปกติคงฝึกฝนไม่น้อยเลย ฉันสงสัยว่าทั้งวงการพิธีกรคงไม่มีใครที่เร็วกว่าหมอนี่แล้ว’
‘มิน่าสุดท้าย ‘The Voice’ ถึงเลือกเขามาเป็นพิธีกร ไม่ว่ารายการนี้จะประสบความสำเร็จหรือเปล่า หวงลี่ก็อาจจะดังเป็นพลุแตกแล้ว’
“พวกนายคุยอะไรกัน? ในรายการ ‘The Voice’ มีพิธีกรที่ชื่อหวงลี่สุดยอดไปเลย!”
“งั้นฉันดูบ้าง เมื่อกี้เพิ่งดู ‘ศิษย์ครู’ อยู่เลย”
เวลานี้ที่ฉินโจว มีคนกำลังดู ‘ศิษย์ครู’ มีคนกำลังดู ‘The Voice’ ในบรรดาผู้ชมเหล่านั้นมีหลายคนที่ดูไปพร้อมพูดคุยกันออนไลน์ และพบว่าเพลงเปิดตัวทาง ‘The Voice’ นั้นดูจะดีกว่าเล็กน้อย
นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ยังไงผู้อำนวยการฝ่ายดนตรีของ ‘The Voice’ ก็คือไปตี้ การที่เพลงเปิดตัวจะดีกว่าก็เป็นเรื่องปกติ แต่พิธีกรของ ‘The Voice’ กลับก่อให้เกิดการพูดคุยกันมากมายได้ถึงขนาดนี้ นี่จึงกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของคนบางส่วน
บางคนที่กำลังดู ‘ศิษย์ครู’ อยู่ลังเลและเปลี่ยนช่องมาที่สถานีโทรทัศน์เทียนกวง แม้ว่าตอนที่หลายคนเริ่มเปลี่ยนช่องโฆษณาของหวงลี่ได้จบลงแล้วก็ตาม แต่บางคนก็ยังตัดสินใจดูต่อไปอีกหน่อย ถ้าไม่ไหวก็เปลี่ยนกลับไปดู ‘ศิษย์ครู’ ก็ได้นี่ ยังไงการแข่งขันของทั้งสองรายการก็ยังไม่ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการสักหน่อย
แต่ก็มีแฟนคลับของ ‘ศิษย์ครู’ หลายคนทีรู้สึกขัดใจเล็กน้อย พากันแสดงความคิดเห็นว่า:
‘ฉาบฉวยไร้แก่นสาร!’
‘พูดเร็วแค่ไหนแล้วมีประโยชน์อะไร นี่คือการแข่งขันของผู้เข้าแข่งขัน ไม่ใช่การแข่งขันของพิธีกรสักหน่อย!’
‘นั่นสิ! คุณภาพของผู้เข้าแข่งขันต่างหากคือจุดสำคัญ!’
‘คาดว่า ‘The Voice’ ก็รู้ว่าผู้เข้าแข่งขันของตัวเองไม่ไหว เลยคิดใช้กลยุทธนอกเกม’
‘ไม่มีประโยชน์หรอก สุดท้ายก็ต้องกลับมาที่การแข่งขันของผู้เข้าแข่งขันอยู่ดี’
‘ผู้เข้าแข่งขันคนแรกของ ‘ศิษย์ครู’ ขึ้นเวทีแล้ว! ผู้เข้าแข่งขันคนแรกของ ‘The Voice’ ก็ออกมาแล้วเหมือนกัน!’
ทั้งสองรายการพร้อมเพรียงกันดีจริงๆ! แต่มีจุดหนึ่งที่ทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างกันอย่างมาก นั่นคือภาพลักษณ์ของผู้เข้าแข่งขัน ทางสถานีโทรทัศน์เสินฮว่า ผู้เข้าแข่งขันคนแรกของ ‘ศิษย์ครู’ เป็นหนุ่มหล่อตัวเล็ก ผิวขาวสะอาดสะอ้าน ละเอียดอ่อน พูดจาแผ่วเบานุ่มนวล
กลับกันทางฝั่ง ‘The Voice’ ผู้เข้าแข่งขันคนแรกชื่อเถียนเหวย เป็นชายร่างใหญ่ หยาบกระด้าง ดูสมบุกสมบัน แข็งแกร่งราวกับภูเขาลูกย่อมๆ หากบอกว่าเป็นนักซูโมก็คงมีคนเชื่อ!
ดังนั้นปฏิกิริยาของผู้ชมทั้งสองฝ่ายจึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทางด้านรายการ ‘ศิษย์ครู’ ของสถานีโทรทัศน์เสินฮว่า ผู้เข้าแข่งขันกำลังแนะนำตัวว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยดนตรีแห่งหนึ่ง อายุเท่าไหร่ บลาๆๆ:
‘หนุ่มน้อยหล่อจังเลย!’
‘หนุ่มน้อยมีแฟนหรือยัง?’
‘รูปลักษณ์แบบนี้สุดยอดเลย!’
‘เขาเป็นผู้ชายห่วยๆ ที่มีชื่อเสียงในโรงเรียนของเรา!’
‘คนยังไม่ทันดังก็มีคนวิ่งมาใส่ร้ายซะแล้ว คาดว่าน่าจะมาจากทาง ‘The Voice’ นั่นแหละ’
‘หนุ่มน้อยสู้ๆ นะ!’
ทางด้านรายการ ‘The Voice’ ของสถานีโทรทัศน์เทียนกวง กำลังฉายวิดีโอซึ่งเป็นการแนะนำตัวของผู้เข้าแข่งขันเช่นกัน นี่เป็นขั้นตอนปกติของรายการประกวดร้องเพลง
‘พี่ชายคนนี้ดูอย่างกับภูเขาเนื้อเลย!’
‘บ้าจริง คุนเผิงซื่อสัตย์ขนาดนี้เลยเหรอ บอกว่าไม่ดูหน้าก็ไม่ดูหน้าจริงๆ?’
‘แต่นี่มันไม่ดูหน้าเกินไปแล้วมั้ง!’
‘ตอนแรกทำเอาฉันตั้งตารอมาก ไม่ว่าจะเป็นการแสดงเปิดตัวหรือระดับฝีมือของพิธีกร แต่พอผู้เข้าแข่งขันคนแรกออกมาเท่านั้นแหละ เหมือนภาพลักษณ์พังทลายลงในพริบตาเลย’
‘ฮ่าๆๆ อาจารย์พละ? อาจารย์พละมาร่วมรายการร้องเพลง?’
‘พี่ชายคนนี้หน้าตาดูไม่น่าจะร้องเพลงได้เลยนะ รูปร่างหน้าตาแบบนี้มาร้องเพลงร็อกเหรอ?’
‘คาดว่าเพลงแรกคงเป็นแบบวากๆ แหละ’
‘ฉันดูรายการประกวดร้องเพลงมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เห็นผู้เข้าแข่งขันที่มีภาพลักษณ์แบบนี้เข้ารอบหลัก คนแบบนี้ร้องเพลงได้ดีงั้นเหรอ?’
ในวิดีโอเถียนเหวยแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาเป็นอาจารย์พลศึกษาคนหนึ่ง อาชีพนี้บวกกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูน่าเชื่อถือของเขา ทำให้ผู้ชมที่กำลังดูรายการอยู่ถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไหไม่ออก
แต่แล้วเถียนเหวยแสดงออกอย่างจริงจังในคลิป VCR ว่า:
“หลายปีมานี้จริงๆ แล้วผมก็เคยพยายามเข้าร่วมรายการวาไรตี้ประกวดร้องเพลงมาบ้าง แต่เพราะเรื่องภาพลักษณ์ทำให้ไม่เคยผ่านรอบคัดเลือกเลย แม้แต่การเข้าร่วมรอบคัดเลือกของ ‘The Voice’ ก็ถูกคัดออก จนกระทั่งภายหลังทีมงานรายการติดต่อผม บอกว่าอาจารย์ไปตี้ได้ดูการร้องในรอบคัดเลือกของผมแล้วตัดสินใจให้ผมเข้าร่วมการแข่งขัน ผมรู้สึกขอบคุณอาจารย์ไปตี้มากครับที่ให้โอกาสอันล้ำค่านี้แก่ผม วันนี้ผมจะนำการแสดงที่ดีที่สุดของผมมามอบให้กับอาจารย์ไปตี้ให้ได้เลยครับ!”
เมื่อคำพูดนี้ออกมาผู้ชมก็เริ่มรู้สึกสนใจ ต้องรู้ว่าเมื่อครู่มีผู้ชมบางคนเห็นหน้าตาของเถียนเหวยแล้วก็คิดอยากจะเปลี่ยนช่องไปดู ‘ศิษย์ครู’ ที่อยู่ข้างๆ เลย แต่ในเมื่อเป็นคนที่ไปตี้เลือกมา งั้นก็ไม่น่าจะแย่เกินไปหรอกจริงไหม?
คิดได้ดังนั้นเถียนเหวยก็ได้รับไมค์เดินขึ้นเวทีแล้ว ในวินาทีถัดมาเสียงดนตรีดังขึ้น ข้อมูลเพลงปรากฏ:
เพลง: เสียดายไม่ใช่เธอ
เนื้อร้อง: อูฉือ
ทำนอง: อูฉือ
ร้องโดย: เถียนเหวย
ผู้ชมที่กำลังดูรายการอยู่ต่างเซคะมำในทันที แต่ละคนหัวเราะแทบบ้า แฟนคลับของไปตี้แทบจะกระอักเลือดเก่าออกมา!
เชี่ย!
‘ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ!’
‘ไหนบอกว่าจะขอบคุณอาจารย์ไปตี้ รอบแรกบนเวทีไม่เลือกเพลงของใครมาร้อง กลับเลือกเพลงของอูฉือเนี่ยนะ!’
‘ไปตี้: นี่คือเพลงที่นายจะมอบให้ฉันเหรอ?’
‘หัวเราะจนปวดท้องเลย พี่คนนี้ดูท่าจะไม่สนใจข่าวบันเทิงเลยนะ ไม่รู้หรือไงว่าความสัมพันธ์ของไปตี้กับฉูฉือมันละเอียดอ่อนแค่ไหน?’
‘เอฟเฟกต์รายการพุ่งพรวดเลย!’
‘แต่เพลงนี้มันบ้าอะไรกันเนี่ย? นายที่เป็นชายร่างใหญ่บึกบึนเทอะทะ ไม่ใช่ว่าควรร้องเพลงวากหรอกเหรอ ทำไมถึงร้องเพลงรักที่อ่อนโยนและงดงามปวดร้าวแบบนี้?’
‘แบบนี้จะรอดเหรอ?’
ทุกคนต่างคุ้นเคยกับเพลง ‘เสียดายไม่ใช่เธอ’ เพลงนี้มีอัตราการขับร้องสูงมาก แต่การที่เถียนเหวยซึ่งมีภาพลักษณ์แบบนี้แล้วมาร้องเพลงนี้มันแปลกเกินไป
ทันใดนั้นบนหัวทุกคนก็ปรากฏเครื่องหมายคำถามสามตัว แต่เมื่อเถียนเหวยเริ่มร้องเพลงอย่างเป็นทางการ ทันทีที่เสียงที่แตกต่างจากภาพลักษณ์อย่างสุดขั้วนั้นดังขึ้น เครื่องหมายคำถามบนศีรษะของทุกคนก็แปรเปลี่ยนเป็นเครื่องหมายอัศเจรีย์ทันที!
‘ให้ตายเถอะ!’
‘นี่มันเพราะเกินไปแล้วมั้ง!’
‘ทำไมเสียงเขาถึงได้ละเอียดอ่อนขนาดนี้ล่ะเนี่ย!’
‘เสียงนี้ยอดเยี่ยมมาก เขาเปลี่ยนความเข้าใจของฉันเกี่ยวกับครูพละไปเลย!’
‘ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วว่าทำไมรายการถึงต้องมีการออกแบบเก้าอี้หมุนกลับ โค้ชจะมองไม่เห็นหน้าผู้เข้าแข่งขัน ดังนั้นพวกเขาเลยได้แต่ตัดสินใจผ่านเสียงเพลง ปฏิกิริยาของโค้ชยอดมากเลย!’
‘ที่แท้นี่ก็คือ ‘The Voice’ เหรอ?’
‘ตรงกับธีมของรายการเสียจริงๆ ถึงพี่คนนี้จะมีรูปลักษณ์ไม่เหมือนดาราเลยสักนิด แต่เสียงร้องของเขาดีจริงๆ คุณภาพเสียงร้องระดับนี้เพียงพอจะทำให้ทุกคนมองข้ามรูปลักษณ์ภายนอกไปเลย นักร้องจากจิตวิญญาณของแท้!’
‘หลี่เชียวหมุนแล้ว! โค้ชสี่คนหมุนกันหมดเลย!’
ในวินาทีที่หมุนเก้าอี้กลับมา สีหน้าของโค้ชทั้งสี่ก็อึ้งตะลึงไปหมด!
ตอนที่ 291 รายการวาไรตี้ที่ปังที่สุดในประวัติศาสตร์ของคุนเผิง! (2)
สิ่งนี้ทำให้ผู้ชมส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น ก่อนหน้านี้ทุกคนยังคิดอยู่ว่าโค้ชอาจจะรู้ข้อมูลของผู้เข้าแข่งขันล่วงหน้าหรือไม่ แต่เมื่อดูสีหน้าของทั้งสี่คนแล้ว พวกเขาไม่รู้จักตัวผู้เข้าแข่งขันมาก่อนอย่างแน่นอน
เพราะสีหน้าแบบนี้มันจริงใจเกินกว่าที่จะแสดงออกมาได้ พวกเขาไม่คิดจริงๆ ว่าคนที่เปล่งเสียงที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ออกมาจะเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ดูเป็นชายฉกรรจ์ร่างใหญ่อย่างนี้!
น่าสนใจ! น่าสนใจเกินไปแล้ว!
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นยังอยู่หลังจากนี้ โค้ชทั้งสี่คนเปิดฉากศึกแย่งตัวผู้เข้าแข่งขันทันทีที่เพลงจบลง!
“ไอ!”
“นายไออะไร”
“ฉันไอไม่ได้เหรอ”
“นายไอ้อะไรอีก”
“ฉันก็แค่ไอหน่อยเดียวเอง”
ท่ามกลางศึกแย่งตัวผู้เข้าแข่งขัน โค้ชทั้งสี่คนเกือบจะตีกันเพื่อแย่งชิงเถียนเหวย คู่รักที่เป็นข่าวซุบซิบอย่างโจวหานจิ้นและหลี่เชียวถึงกับยอมรับความสัมพันธ์ของทั้งสองคนอย่างเป็นนัย ผู้ชมที่ดูอยู่ต่างก็ร้องออกมาว่าสนุกสะใจ!
ในโลกออนไลน์ถกกันนับไม่ถ้วน!
‘โจวหานจิ้นน่าสนใจจริงๆ มีไหวพริบในการทำรายการวาไรตี้เต็มเปี่ยม นี่เขาปล่อยใจตามสบายไปแล้วสินะ!’
‘ซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าสี่คนไม่วางมาดเลยสักนิด แต่ละคนแสดงความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง!’
‘เป็นกันเองเกินไปแล้ว!’
‘ฉันชอบบรรยากาศของทั้งสี่คนนี้มากเลย ต่างจากความเสแสแสร้งและมารยาทที่ปรุงแต่งในรายการประกวดอื่นๆ สิ้นเชิง!’
‘โจวหานจิ้นกับหลี่เชียวเป็นคู่รักกันแน่นอน!’
‘จางซีหยางทำฉันขำแทบตาย พูดตรงๆ เลยว่าจบรายการคู่รักคูนี้อาจได้เลิกกัน’
‘ก็จริงอย่างว่าแหละ ดูฉากรักๆ ใครๆ แต่ก็แก่งแย่งชิงดีกันนี่สิ โคตรสนุกเลย!’
‘เป็นครั้งแรกที่เห็นเหล่าราชาราชินีเพลงแสดงด้านแบบนี้ออกมา ฉากแย่งผู้เข้าแข่งขันฉันอวยสุดลิ่มทิ่มประตูเลย!’
‘ปีนี้ราชาเพลงโจวมีคอนเสิร์ตสามสิบสองรอบได้เหรอ? หมอนี่ภายนอกทำเพื่อแย่งตัวผู้เข้าแข่งขัน แต่ความจริงแล้วอาศัยจังหวะนี้มาโฆษณาในรายการต่างหาก!’
โลกนี้ดาราในวงการบันเทิงยิ่งดังมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดูเคร่งขรึมและห่างไกลผู้คนมากเท่านั้น ไม่เหมือนวงการบันเทิงในชาติก่อนที่ยิ่งพัฒนาไปมากเท่าไหร่ ดาราก็ยิ่งพยายามสร้างภาพลักษณ์ ‘ความเป็นกันเอง’
เพราะความจริงแล้วผู้ชมชอบความเป็นกันเองแบบนี้ ส่วนเรื่องที่ดาราดังวางตัวสูงส่งอะไรนั้นทุกคนเบื่อหน่ายนานแล้ว เสแสร้งเกินไป!
ทุกคนล้วนแต่เป็นมนุษย์ ย่อมมีความรู้สึกนึกคิด การแสดงออกของโค้ชทั้งสี่คนใน ‘The Voice’ ตอนนี้จึงเป็นสิ่งที่ตรงกับความชื่นชอบของผู้ชม
เป็นเช่นนี้เองนี่เพิ่งเป็นเพียงผู้เข้าแข่งขันคนแรกเท่านั้น ผู้ชม ‘The Voice’ ก็หลงรักรายการนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเก้าอี้หมุนของรายการคุนเผิง ช่วงศึกแย่งตัวผู้เข้าแข่งขันของโค้ช หรือแม้แต่การแสดงของผู้เข้าแข่งขันเอง ทุกคนต่างรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง!
ยิ่งไปกว่านั้น มีคนเริ่มชวนเพื่อนๆ แล้วว่า: “รีบดู ‘The Voice’ ทางสถานีโทรทัศน์เทียนกวงเร็ว เป็นรายการเทพจริงๆ โคตรสนุก!”
เพื่อนรู้สึกสงสัย: “นายแน่ใจนะว่า ‘The Voice’ สนุก? ก่อนหน้านี้ไม่ใช่หลายคนบอกว่าคุณภาพผู้เข้าแข่งขันรายการนี้ไม่ดีเหรอ?”
“เหลวไหล!”
ถึงจะยังไม่ได้ดูส่วนที่เหลือ ดูแค่ผู้เข้าแข่งขันคนเดียว แต่ผู้ชมจำนวนมากก็เปลี่ยนความคิดแล้ว!
‘ฝีมือของผู้เข้าแข่งขันไม่แย่เลย ถึงรูปลักษณ์ภายนอกอาจจะไม่สูงนักแต่ไม่ได้สำคัญเลยสักนิด ความสนุกของรายการนี้อยู่ที่ทุกคนไม่ตัดสินที่รูปลักษณ์ รายละเอียดฉันอธิบายไม่ถูก นายดูเองเดี๋ยวก็รู้ สนุกแบบไม่มีใครสู้ได้จริงๆ!’
เอาเถอะ พูดแบบนั้นก็ถูก
แต่เมื่อผู้เข้าแข่งขันคนที่สองอย่าง จ้าวโยวเยว่ สาวสวยพนักงานออฟฟิศปรากฏตัว ผู้ชมก็ยังมีความกังวลอยู่บ้าง โชคดีที่ความกังวลนั้นถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจในชั่วพริบตา!
เพราะเสียงของจ้าวโยวเยว่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเกินไป ยากมากที่ทั่วทั้งวงการเพลงจะเจอนักร้องหญิงคนที่สองที่มีลักษณะเสียงพิเศษแบบนี้!
‘เสียงนี้! เย้ายวนจังเลย!’
‘เสียงแบบนี้ผ่านการตรวจสอบด้วยเหรอ!’
‘ใช้มือสองข้างพิมพ์ข้อความเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ!’
‘ไม่พูดอะไรแล้ว รายการนี้ฉันดูแน่!’
‘โค้ชสามคนหมุน? ราชาเพลงโจวลังเล น่าเสียดายนะ คนนี้น่าจะได้โค้ชสี่คนหมุน ฉันมีลางสังหรณ์ว่าสาวน้อยที่ชื่อจ้าวโยวเยว่คนนี้อาจจะดังเป็นพลุแตกก็ได้ เธอไม่ด้อยกว่าเถียนเหวยเลย!’
‘ราชาเพลงโจวเองก็เสียใจอยู่! ฮ่าๆๆๆๆ วันนี้โจวหานจิ้นเหมาจ่ายมุกตลกไปกว่าครึ่งของฉันเลย!’
‘ราชาเพลงโจวคนเดิมที่ชอบวางท่าอวดเก่งใส่แว่นดำทำเท่อยู่ตลอดนะตายไปแล้ว ส่วนคนที่อยู่บนเวทีตอนนี้คือโจวหานจิ้นที่ปลุกจิตวิญญาณความตลกโปกฮาขึ้นมาอย่างสมบูรณ์!’
เป็นเช่นนี้ผู้เข้าแข่งขันคนที่สามขึ้นเวที นักร้องคนที่สี่ขึ้นเวที ผู้เข้าแข่งขันคนที่ห้าขึ้นเวที
“ฉันเป็นแม่บ้านค่ะ…”
“ผมเป็นคนขับรถแท็กซี่ครับ…”
“สวัสดีครับทุกคน ผมเป็นนักร้องประจำบาร์…”
ผู้ชมยิ่งดูยิ่งตื่นเต้น รายการนี้ไม่ทำตามกฎเกณฑ์ปกติเอาเสียเลย! อาชีพของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนนั้นหลากหลายมาก แถมส่วนใหญ่ยังเป็นคนที่มีรูปลักษณ์ภายนอกแสนจะธรรมดา
ถึงขนาดมีคนกล่าวว่ารายการนี้ไม่ควรชื่อ ‘The Voice’ บางทีเปลี่ยนชื่อเป็น ‘ยอดฝีมือในหมู่ชน’ อาจจะเหมาะสมกว่า!
เพราะผู้เข้าแข่งขันหลายคนมาจากคนธรรมดาทั่วไป ถึงขนาดไม่เคยเรียนทฤษฎีดนตรีอย่างเป็นระบบ แถมส่วนใหญ่ก็มีรูปลักษณ์ภายนอกธรรมดา
แต่ไม่ว่าจะมีรูปลักษณ์แบบไหน สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือเสียงที่ดี ถึงขั้นที่เมื่อผู้ชมได้ยินเสียงร้องเพลงของพวกเขาก็ยังมองข้ามรูปลักษณ์ไปเลย
ห้าคนแรกเป็นเช่นนี้ คนที่หก เจ็ด แปด ก็เป็นเช่นนี้ แม้แต่ผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกไปอย่างน่าเสียดายเพราะไม่ได้รับเลือกจากโค้ชก็ยังเป็นคนที่ผู้ชมชื่นชอบมาก
รู้สึกเสียดายอย่างสุดซึ้ง เพราะในรายการนี้ต่อให้เป็นผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออก เสียงร้องก็ยังดีมาก หากไปอยู่ในรายการประเภทอื่น แค่พูดถึงระดับการแสดงก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว!
อีกด้านหนึ่ง ‘ศิษย์ครู’ ก็กำลังออกอากาศอยู่ ฝั่งนี้มีกระแสตอบรับที่คึกคักเช่นกัน:
‘คนนี้หล่อจังเลย’
‘คนนี้หล่อกว่าอีก’
‘ฉันชอบสาวน้อยคนนี้’
‘พี่สาวคนนี้ยังฉีกขาได้ด้วยเหรอ?’
‘น่าเสียดายหนุ่มน้อยคนนี้ร้องเพี้ยนไปหน่อย’
‘ไม่ได้จบมาจากวิทยาลัยดนตรีชั้นนำเหรอ รู้สึกเสียงสูงไม่ค่อยถึงนะ ไม่ควรเลือกเพลงเสียงสูงแบบนี้เลย’
‘มีผิดพลาดบ้างก็ปกติ หน้าตาหล่อก็พอแล้ว!’
‘โค้ชดูถ่อมตัวกันมากเลย ความสัมพันธ์ส่วนตัวน่าจะไม่เลวนะ’
‘ไม่รู้ว่า ‘The Voice’ เป็นยังไงบ้าง’
‘ผู้เข้าแข่งขันรายการนั้นคุณภาพสู้ทางนี้ไม่ได้แน่นอน!’
‘ไม่สนใจสักนิด’
‘ฉันก็ไม่สนใจ แต่ในโลกออนไลน์ดูเหมือนมีคนพูดถึง ‘The Voice’ กันเยอะเลย’
อย่าลืมว่าหลายคนกำลังท่องอินเทอร์เน็ตไปพร้อมกับดูรายการไปด้วย โดยเฉพาะทางฝั่ง ‘ศิษย์ครู’
เมื่อการแสดงของผู้เข้าแข่งขันไม่น่าสนใจ ผู้ชมก็จะเลื่อนดูหัวข้อต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตไปเรื่อยๆ ผลลัพธ์ที่ได้จากการเลื่อนดูนี้ไม่ธรรมดาเลย
รู้สึกได้ว่าการพูดคุยเกี่ยวกับ ‘The Voice’ บนอินเทอร์เน็ตมีมากเป็นพิเศษ!
ทั้งๆ ที่ตอนแรกเริ่มการพูดคุยเกี่ยวกับ ‘ศิษย์ครู’ บนอินเทอร์เน็ตมีมากกว่ารายการข้างๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ทำไมตอนนี้ดูเหมือนว่าร้อยละเก้าสิบของชาวเน็ตพากันไปพูดเรื่อง ‘The Voice’ หมดแล้ว?
บางคนอดทนต่อความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว อาศัยจังหวะที่การแสดงบางช่วงของ ‘ศิษย์ครู’ น่าเบื่อ เปลี่ยนช่องไปที่สถานีโทรทัศน์เทียนกวง
เวลานี้ทางด้านรายการ ‘The Voice’ ของสถานีโทรทัศน์เทียนกวง กำลังฉาย VCR ของผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายพอดี!
“ผมชื่อหลัวเยี่ยน เป็นคนส่งอาหาร วันนี้มาที่เวที ‘The Voice’ หวังว่าจะได้รับเลือกจากโค้ช…”
หลังจากพูดจบ ในกล้องก็ปรากฏภาพชายที่ดูซูบผอมคนหนึ่งกำลังนั่งเป็นเพื่อนอยู่ข้างเตียงของหญิงชราคนหนึ่ง
ทั้งสองพูดคุยพลางยิ้มหัวเราะ หญิงชราใบหน้าซีดเผือดเล็กน้อย ดูเหมือนสุขภาพไม่แข็งแรงนัก
นอกห้องผู้ป่วยมีชายชราคนหนึ่งกล่าวกับกล้องว่า:
“ภรรยาผมป่วย เสี่ยวเยี่ยนเด็กคนนี้พอส่งอาหารเสร็จก็จะมาเฝ้าไข้ทุกวัน ค่ารักษาพยาบาลก็มาจากงานที่เขาทั้งนั้น”
ผู้สัมภาษณ์ถาม: “พ่อแม่เขาอยู่ที่ไหนครับ?”
ชายชราส่ายหน้ากล่าว: “พ่อแม่ของเสี่ยวเยี่ยนเสียไปจากอุบัติเหตุนานแล้ว พวกเราสองคนเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็กจนโต เขาเริ่มทำงานหาเงินทันทีที่เรียนจบมัธยมปลายเพื่อเอามารักษาย่า เด็กคนนี้พูดเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เดิมทีเขาควรจะได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ แต่พวกเราทำให้เขาเสียโอกาส…”
ผู้สัมภาษณ์กล่าว: “มีอะไรอยากจะบอกกับทีมงานรายการเราไหมครับ?”
ชายชรากล่าวอย่างจนใจเล็กน้อยว่า: “ผมหวังว่าทุกคนจะยอมรับเสียงของเสี่ยวเยี่ยนได้นะครับ เพราะเสียงของเขาไม่เหมือนคนอื่น ตั้งแต่เด็กจนโตก็มักจะถูกเพื่อนๆ รอบข้างหัวเราะเยาะ แต่ผมกับภรรยาชอบฟังเสี่ยวเยี่ยนร้องเพลงมากเลยละ เพลงที่ย่าเขาชอบเขาร้องได้หมดเลย”
ดูถึงตรงนี้ ความอยากรู้อยากเห็นของผู้ชมก็เพิ่มขึ้นมา เสียงของผู้เข้าแข่งขันคนนี้ไม่เหมือนคนอื่นตรงไหนกันแน่? เสียงแบบไหนกันที่จะถูกเพื่อนๆ รอบข้างหัวเราะเยาะ?
ถึงขนาดมีคนรู้สึกว่าเว่อร์เกินไป สงสัยว่าทีมงานรายการจงใจใช้เรื่องราวขายความน่าสงสารแบบนี้เพื่อเรียกร้องความสนใจหรือไม่
ผู้ชมบางส่วนที่เปลี่ยนมาจาก ‘ศิษย์ครู’ จึงเริ่มพูดจาเยาะเย้ยถากถางทันที:
‘แต่งเรื่องขึ้นมาสินะ?’
‘พ่อแม่เสียแล้วทั้งคู่? ขายความน่าสงสาร?’
‘เพื่อหาเงินค่ารักษาพยาบาลและดูแลย่า ถึงกับต้องยอมสละการเรียน?’
‘ต่อให้เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องจริง เสียงแบบไหนกันที่จะถูกเพื่อนๆ หัวเราะเยาะได้?’
‘ก็แค่พูดเกินจริงไปเท่านั้นแหละ’
‘นึกว่ารายการนี้จะเจ๋งได้ขนาดไหน ถึงมีคนชื่นชมในเน็ตมากมายขนาดนั้น’
‘ผู้เข้าแข่งขันคนนี้หน้าตาธรรมดาจริงๆ ผู้เข้าแข่งขันชายฝั่ง ‘ศิษย์ครู’ ของเราคนไหนๆ ก็ชนะขาด’
‘ตัวก็เตี้ย ไม่แน่อาจเป็นเพราะฐานะไม่ดีจริงๆ เลยได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ (อิโมจิหมา)’
“พวกนายพูดจาดีๆ หน่อยได้ไหม กลับไปดูหนุ่มหล่อสาวสวยของพวกนายไป!”
เมื่อเห็นแฟนคลับของ ‘ศิษย์ครู’ พูดแบบนี้แม้แต่คนที่ไม่ใช่แฟนคลับก็เริ่มทนดูไม่ไหว
ว่ากันตามจริง ‘The Voice’ ในชาติก่อนก็มีผู้เข้าแข่งขันบางคนที่ขายความน่าสงสารและแต่งเรื่องอยู่จริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ทางทีมงานรายการเรียกร้อง เพียงแต่ภายหลังถูกเปิดโปงทำให้ชื่อเสียงได้รับความเสียหาย ผู้เข้าแข่งขันก็ซวยไปด้วย
แต่เรื่องราวของหลัวเยี่ยนนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด จะตรวจสอบอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น หลินจือไป๋ไม่ยอมให้ ‘The Voice’ กลายเป็น ‘เรื่องราวดีๆ’ (เน้นแต่งเรื่อง) อย่างแน่นอน
แต่ถ้ามีเรื่องราวที่แท้จริงก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอำพราง
ท่ามกลางการถกเถียงหลากหลายเช่นนี้ หลัวเยี่ยนได้ปรากฏตัวอย่างเป็นทางการ! ทันทีที่เขาเปล่งเสียง! ผู้ชมทุกคนก็ขนลุกไปทั้งตัว!
แม้แต่แฟนคลับ ‘ศิษย์ครู’ บางคนที่ยังอยู่เพราะความอยากรู้อยากเห็นก็ยังถึงกับหัวระเบิด!
‘เชี่ย! เสียงของเขานี่มัน!’
‘ทำไมถึงเป็นเสียงผู้หญิงล่ะ!’
‘เขาทำได้ยังไงเนี่ย!’
‘เพราะเกินไปแล้ว!’
‘แค่ฟังเสียงฉันก็รู้สึกเคลิบเคลิ้มแล้วสิ!’
‘ฉันขอประกาศเลยว่ารายการ ‘The Voice’ ได้ขึ้นสู่ความเป็นเทพแล้ว!’
‘พวกแฟนคลับ ‘ศิษย์ครู’ ไสหัวไปได้แล้ว ไปตอนนี้ยังสงสัยอีกเหรอ เสียงแบบนี้ในความเป็นจริงต้องถูกเพื่อนที่ไม่รู้จักคิดหัวเราะเยาะได้แน่นอน เช่นบอกว่าเขาเหมือนผู้หญิง แต่ฉันว่านี่ไม่เรียกว่าเหมือนผู้หญิงหรอกนะ เขาไปส่งอาหารดูแลคนแก่ พฤติกรรมแบบนี้โคตรจะลูกผู้ชายเลย ส่วนคนที่เหมือนผู้หญิงจริงๆ คือพวกผู้ชายที่แต่งหน้าทาปาก ท่าทางเหมือนผู้หญิงจนคนเห็นรู้สึกไม่สบายตัวต่างหากละ!’
‘ฉันชอบหลัวเยี่ยนมากเลย!’
‘อยากร้องไห้นิดๆ เลย เขาเป็นคนจิตใจดีมากจริงๆ ถึงขนาดไปบอกโค้ชว่าเขาถูกเพื่อนร่วมชั้นหยอกล้อเพราะเสียงอยู่บ่อยๆ ความจริงแล้วก็ต้องถูกเยาะเย้ยแน่ๆ คนที่แตกต่างมักจะต่องเจอเรื่องแบบนี้ในโรงเรียนเสมอ รวมถึงฉันเองสมัยเด็กก็เคยเยาะเย้ยเพื่อนร่วมชั้นที่ใส่เครื่องช่วยฟังแล้วก็พูดติดอ่างด้วย แต่ตอนนั้นเราไม่เข้าใจจริงๆ โตมาเลยเสียใจมาตลอดที่ตอนนั้นเราไม่รู้จักคิดและทำร้ายคนอื่นไป…’
ผู้ชมนับไม่ถ้วนถูกความรู้สึกนี้ซึมซับ! บรรดาโค้ชเองก็ดวงตาแดงก่ำ!
แต่ไม่ใช่เพราะเรื่องราวของหลัวเยี่ยนที่ทำให้ทุกคนซาบซึ้ง บรรดาโค้ชไม่ได้รู้เรื่องราวของเขา สิ่งที่ซาบซึ้งอย่างแท้จริงคือเสียงเพลงของหลัวเยี่ยนต่างหาก นั่นคือเสียงที่เพียงพอจะเอาชนะหูของผู้ชมทุกคน!
ในเวลานี้มีข้อความวิ่งข้อความหนึ่งที่โดดเด่นอย่างมากและได้รับการยอมรับจากผู้ชมทุกคน:
“นี่คือรายการวาไรตี้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่คุนเผิงเคยมีมาเลย!”