ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 293 ‘The Voice’ ทลายสถิติครั้งใหญ่ติดต่อกัน -ตอนที่ 294 รายการวาไรตี้ที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์ฉินโจว!
- Home
- ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
- ตอนที่ 293 ‘The Voice’ ทลายสถิติครั้งใหญ่ติดต่อกัน -ตอนที่ 294 รายการวาไรตี้ที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์ฉินโจว!
หลินเฟิ่งกับหลินกงค่อยๆ พบว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด
ทั้งสองคนต่างก็จับตากระแสตอบรับออนไลน์ตลอดเวลาที่ ‘ศิษย์ครู’ ออกอากาศ
ผลจากการจับตานี้สถานการณ์เลวร้ายมาก!
ชาวเน็ตบนแพลตฟอร์มจี๋กวงต่างพากันพูดถึง ‘The Voice’ อย่างล้นหลาม!
เมื่อเทียบกันแล้วการพูดคุยเกี่ยวกับ ‘ศิษย์ครู’ กลับลดลงมาก
แถมเนื้อหายังว่างเปล่าและซ้ำซากคนกลุ่มนั้นพูดซ้ำๆ วนไปวนมาอยู่แค่ ‘หนุ่มน้อย XX หล่อจังเลย’ ‘สาวน้อย XX สวยจริงๆ’
ไม่เหมือนผู้ชม ‘The Voice’ ที่พูดคุยกันทุกเรื่องเนื้อหาหลากหลายรูปแบบและมีหัวข้อจุดกระแสมากมาย!
ทั้งสองคนนั่งไม่ติดตัดสินใจเปิดดู ‘The Voice’
เวลานี้สถานีโทรทัศน์ได้ออกอากาศ ‘The Voice’ เทปแรกจบไปแล้ว
ตอนนี้ดูได้เฉพาะทางเว็บไซต์วิดีโอของคุนเผิงเท่านั้น
หลินเฟิ่งกับหลินกงฝืนความรู้สึกขยะแขยงลงทะเบียนสมัครสมาชิกไป
สองคนนี้ลงทุนไปหลายร้อยล้านใน ‘ศิษย์ครู’ ก็ยังไม่รู้สึกอะไรแต่กลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างกับขาดทุนไปหลายร้อยล้านตอนที่จ่ายเงินสิบกว่าหยวนเพื่อลงทะเบียนเป็นสมาชิกเว็บไซต์วิดีโอของคุนเผิง
แต่สิ่งที่ทรมานยิ่งกว่ายังอยู่หลังจากนี้เมื่อทั้งสองคนดูเนื้อหาของ ‘The Voice’ เทปแรกจบทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับมีคนตาย
สีหน้าของหลินกงดูย่ำแย่ถึงขีดสุดจ้องมองหลินเฟิ่งอย่างเย็นชากัดฟันพูดว่า
“นี่คือที่เธอบอกว่าคุณภาพผู้เข้าแข่งขันของพวกเขาไม่ดีงั้นเหรอ?”
“มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ…”
หลินเฟิ่งหน้าซีดเผือดราวกับสูญเสียบิดามารดาหมดอาลัยตายอยาก
หลินกงโกรธจัดจนอยากจะฆ่าหลินเฟิ่งให้ตายกระโดดด้วยความโมโห
“เธอทำฉันตายแล้วเธอรู้ตัวไหม!”
สองร้อยล้านเลยนะ!
เขาแบกรับความเสี่ยงมหาศาลลงทุนไปสองร้อยล้านกับ ‘ศิษย์ครู’ แต่กลับไม่สามารถสร้างกระแสอะไรในโลกออนไลน์ได้เลย
ทั้งที่สองรายการออกอากาศในวันเดียวกันและเวลาเดียวกัน!
ผลปรากฏว่าทุกที่พูดคุยถึงแต่ ‘The Voice’ ส่วนรายการวาไรตี้ประเภทเดียวกันของหลินเพิ่งกลับต้องเผชิญกับจุดจบที่ไม่มีใครสนใจ
นี่มันหมายถึงอะไรหลินกงคาดเดาได้แล้วดังนั้นในตอนนี้อารมณ์ของเขาจึงฉุนเฉียวถึงขีดสุด
“ไม่จริงไม่จริง!”
เมื่อเผชิญหน้ากับหลินกงที่โกรธจัดหลินเฟิ่งดูราวกับถูกควบคุม “กระแสการพูดคุยสูงไม่ได้หมายความว่าเรตติ้งจะต้องสูงตามเสมอไปนี่ผู้เข้าแข่งขันของเราแต่ละคนดูดีขนาดนี้ขณะที่ผู้เข้าแข่งขันของพวกเขาหน้าตาธรรมดาลงเรื่อยๆ นี่ก็แค่แสดงว่าพวกเขามีลูกเล่นเยอะกว่าเท่านั้นเอง…”
“ทำไมเพื่อนร่วมทีมของฉันถึงเป็นคนไร้ประโยชน์อย่างเธอเนี่ย!”
หลินกงรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะสติแตกแล้วนี่ก็ใกล้สิ้นปีแล้วถึงตอนนั้นปู่จะต้องตรวจสอบผลงานของทายาทรุ่นที่สามของตระกูล
หากเขาเห็นว่าตนใช้เงินไปถึงสองร้อยล้านเพื่อโยนทิ้งลงน้ำอย่างสวยงามในรายการวาไรตี้ของหลินเพิ่งจะมีปฏิกิริยายังไง?
“ยังมีความหวังอยู่!”
หลินเฟิ่งปากพูดเช่นนั้นแต่แววตาเริ่มเผยความสิ้นหวังเธอไม่สามารถหลอกหลินกงและไม่สามารถหลอกตัวเองได้
โครงการ ‘ศิษย์ครู’ ดูเหมือนว่าจะล้มเหลวแล้วจริงๆ
แต่รายการวาไรตี้นี้แย่เหรอ?
พูดกันตามตรง ‘ศิษย์ครู’ ไม่ได้แย่เลยมันเป็นรายการประกวดร้องเพลงที่ดีที่สุดของฉินโจว!
หากไม่มี ‘The Voice’ มาเปรียบเทียบคคำวิจารณ์เช่นนี้ก็ไม่ถือว่าเกินจริงเลย!
แต่เมื่อมีรายการประเภทเดียวกันมาเปรียบเทียบและสะท้อนให้เห็นรายการ ‘ศิษย์ครู’ ก็ดูด้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
การแข่งขันที่อีกฝ่ายขึ้นอีกฝ่ายลงเช่นนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด!
พูดได้เลยว่าทุกคนที่ดู ‘The Voice’ จบแล้ว…
เมื่อกลับไปดู ‘ศิษย์ครู’ ก็ยากที่จะเกิดความสนใจอีก
หากเปรียบเทียบด้วยแนวคิด ‘รูปลักษณ์เป็นใหญ่’ ของหลินเพิ่งคราวนี้ก็เหมือนกับการนำดาวประจำชั้นมายืนอยู่ข้างๆ ดาราสาวที่สวยสะดุดตามากแล้วให้คุณเลือกซึ่งแทบทุกคนจะเลือกคนหลัง
จบแล้ว!
ฉันจบสิ้นหลินกงก็จะต้องจบสิ้น
ปู่เป็นคนที่ไม่สนใจกระบวนการแต่สนใจผลลัพธ์เท่านั้น
ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ครั้งนี้อาจทำให้โครงการที่ทั้งสองคนรับผิดชอบในปีนี้ต้องถูกส่งมอบให้คนอื่นรับผิดชอบในปีหน้า!
วินาทีที่หัวใจของคนทั้งสองด้านชาราวกับขี้เถานี่เป็นค่ำคืนที่เป็นของ ‘The Voice’
ความคึกคักเป็นของคนอื่นหลินเฟิ่งและหลินกงรู้สึกเพียงความเย็นเยียบที่แผ่ไปทั่วทั้งตัว
หลินจือไป๋นอนหลับสนิทวันรุ่งขึ้นหลินจือไป๋นอนอืดอยู่บนเตียงเปิดโทรศัพท์เล่นอยู่ครู่หนึ่ง
เวลานี้ทั่วโลกออนไลน์เต็มไปด้วยข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ‘The Voice’!
ฉินโจวเดลี่: “ศึกแห่งศตวรรษในวงการวาไรตี้ ‘The Voice’ มีความนิยมทางออนไลน์นำโด่ง!
บันเทิงออนไลน์: ‘เรตติ้ง ‘The Voice’ เป็นอย่างไร? คนในวงการแสดงความเชื่อมั่น!
เทียนเทียนนิวส์: ‘รูปแบบเก้าอี้หมุนของ ‘The Voice’: นวัตกรรมการออกแบบครั้งใหญ่ของรายการประกวดร้องเพลง!’
จินรื่อโถวเถียว: ‘หลัวเยี่ยนนำทัพผู้เข้าแข่งขัน ‘The Voice’ ดันความนิยมพุ่งสูง!’
เสินฮว่าเดลี่: ‘ศิษย์ครูมหกรรมรูปลักษณ์ผู้เข้าแข่งขัน!’
เทียนกวงเดลี่: ‘รายการวาไรตี้ใหม่ของไปตี้ร่วมกับคุนเผิงออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เทียนกวงดังเป็นพลุแตกในชั่วข้ามคืน!’
น่าเซินเดลี่: ‘พรสวรรค์ในการวางแผนรายการวาไรตี้ของจวินหลินสร้างความตกตะลึงให้กับวงการอีกครั้ง!’
โอโหนอกจากเสินฮว่าเดลี่ที่โดยธรรมชาติแล้วมีความใกล้ชิดกับรายการในเครือเสินฮวากรุ๊ปมากกว่าสื่อใหญ่เกือบทั้งหมดต่างให้ความสำคัญกับการรายงานข่าว ‘The Voice’ ของคุนเผิงในวันนี้เช่นกัน
‘บันเทิงไร้วงการ’ เทปล่าสุดออกอากาศแล้ว!
รายการที่ขึ้นชื่อด้าน ‘ฝีปากกล้า’ มาโดยตลอดนี่ก็ไม่ปล่อยให้ ‘ศิษย์ครู’ รอดไปได้
ทันทีที่รายการเริ่มพิธีกรชายก็กล่าวด้วยสีหน้าเยาะเย้ยว่า
“เมื่อวานผมดู ‘ศิษย์ครู’ ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่สุดก็คือเทคโนโลยีสมัยนี้พัฒนาไปมากจริงๆ นะครับ!”
พิธีกรหญิงถามทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว “คำพูดนี้หมายความว่ายังไงคะ?”
พิธีกรชายยิ้มกล่าว “ผมแค่รู้สึกว่าใบหน้าของผู้เข้าแข่งขัน ‘ศิษย์ครู’ เต็มไปด้วยความรู้สึกทางเทคโนโลยีครับ”
ผู้ชมยิ้มอย่างรู้กันจริงๆ ที่หนุ่มหล่อสาวงามทางฝั่ง ‘ศิษย์ครู’ มีใบหน้าจากการศัลยกรรมอยู่ไม่น้อยซึ่งหลบไม่พ้นสายตาของทุกคน
พิธีกรหญิงหัวเราะลั่น “ดังนั้นฉันเลยเลือก ‘The Voice’ เมื่อกี้ตอนตื่นนอนยังถามตัวเองเลยว่า…”
เว้นช่วงไปครู่หนึ่งพิธีกรหญิงเลียนเสียงของโจวหานจิ้นว่า “ความฝันของฉันคืออะไร?”
โจวหานจิ้นในรายการ ‘The Voice’ มักจะถามผู้เข้าแข่งขันว่า ‘ความฝันของคุณคืออะไร’ ซึ่งเป็นคำถามที่ล้างสมองผู้ชมจริงๆ
พิธีกรชายก็เล่นมุกตามโดยใช้วลีเด็ดของโจวหานจิ้นว่า “ความฝันของผมคือการได้ฟังคอนเสิร์ตสามสิบสองรอบของโจวหานจิ้นในปีนี้ให้ครบครับ”
ทั้งสองคนสอดรับเข้าขากันอย่างดีทำให้ผู้ชมหัวเราะลั่นอีกครั้ง
แขกรับเชิญของรายการวันนี้คือจินเสี่ยวเฟิงในฐานะผู้รับผิดชอบการออดิชันของ ‘The Voice’
ตอนนี้เขาได้รับมอบหมายจากหลินจือไป๋ให้เป็นผู้บริหารระดับกลางของคุนเผิงแล้ว
อย่างไรเถียนเหว่ยและหลัวเยี่ยนในแง่หนึ่งก็เป็นคนที่จินเสี่ยวเฟิงค้นพบ
ถ้าไม่ใช่จินเสี่ยวเฟิงหลินจือไป๋ก็เกือบจะพลาดผู้เข้าแข่งขันสองคนนี้ไปแล้วคนคนนี้ถือว่ามีคุณูปการอย่างยิ่ง
พิธีกรชายมองไปที่จินเสี่ยวเฟิง “ผู้จัดการจินพอจะเปิดเผยเรื่องวงในที่เราไม่รู้ได้บ้างไหมครับ? อย่างเช่นข้อมูลของผู้เข้าแข่งขันเทปที่สอง?”
“ผมก็ยังอยากรักษาหน้าที่การงานไว้อยู่นะครับ”
จินเสี่ยวเฟิงยิ้ม “แต่ถ้าจะพูดถึงข่าวซุบซิบที่น่าสนใจก็มีอยู่จริงๆ ครับ”
“ช่วยเล่าหน่อยสิครับ?”
“มีผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งที่จะขึ้นเวทีในเทปที่สองก่อนหน้านี้ตอนที่เพิ่งผ่านรอบคัดเลือกมาเขาได้พูดกับอาจารย์ไปตี้ว่าอาจารย์ไปตี้ครับผมชอบเพลง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ของคุณมากๆ เลย”
พรืด!
ทั่วทั้งห้องหัวเราะลั่น!
ใครบ้างจะไม่รู้ว่าเพลงนี้เป็นผลงานชิ้นแรกของฉู่ฉือ!
พิธีกรก็ขำกลิ้งสิ่งนี้มีความคล้ายคลึงกันกับฉากที่เถียนเหว่ยใช้เพลง ‘เสียดายไม่ใช่เธอ’ ของฉู่ฉือในรอบแรกเพื่อแสดงความเคารพและขอบคุณต่อไปตี้
“ยังมีเรื่องวงในอื่นๆ อีกไหมคะ?”
หลังจากหัวเราะลั่นพิธีกรก็เจาะลึกต่อพยายามจะเค้นเอาข่าวใหญ่ที่แท้จริงจากปากของจินเสี่ยวเฟิงเพื่อให้เรตติ้งรายการเพิ่มสูงขึ้น
“มีอยู่ครับ”
ก่อนที่จินเสี่ยวเฟิงจะมาร่วมรายการเจียงเฉิงได้พูดคุยกับเขาล่วงหน้าแล้วว่าอะไรที่พูดได้อะไรที่พูดไม่ได้เขารู้ดีแก่ใจ
“ลองบอกหน่อยสิครับ”
พิธีกรทั้งสองคนแสดงสีหน้าอยากรู้เรื่องชาวบ้านทันที
จินเสี่ยวเฟิงยิ้ม “พวกเราทุกคนต่างรู้ว่าค่าสปอนเซอร์โฆษณาของ ‘The Voice’ สูงถึงสองร้อยล้านทำลายสถิติใหม่ที่บางรายการเพิ่งสร้างไว้ได้ในไม่กี่ชั่วโมง…”
ไหนๆ ก็เป็นคู่แข่งกันแล้วจินเสี่ยวเฟิงจึงแขวะ ‘ศิษย์ครู’ เต็มที่
ในขณะที่ทุกคนกำลังยินดีจินเสี่ยวเฟิงก็เปิดเผยข่าวที่ทำเอาทุกคนตะลึงปากอ้าตาค้าง
“แต่สิ่งที่ทุกคนไม่รู้คือมีบริษัทบันเทิงชั้นนำแห่งหนึ่งจากฉีโจวยื่นข้อเสนอมูลค่าหนึ่งร้อยล้านเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ดัดแปลงรายการ ‘The Voice’ นี่เป็นสถิติสูงสุดของลิขสิทธิ์ดัดแปลงรายการวาไรตี้ที่ขายได้ในวงการวาไรตี้เช่นเดียวกันครับตอนนี้สัญญาน่าจะเซ็นเรียบร้อยแล้ว…”
ใช่แล้วมีบริษัททางฉีโจวต้องการทำ ‘The Voice’ ด้วยเช่นกัน
ยอมเสนอราคาหนึ่งร้อยล้านเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ดัดแปลงท้องถิ่นของรายการคุนเผิงที่จวินหลินเป็นผู้วางแผน!
ฮือฮาทันทีที่ข่าววงในนี้ถูกเปิดเผยพิธีกรทั้งสองคนก็ตกตะลึงนิ่งอึ้ง
ห้องส่งเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงผู้ชมรายการทุกคนรวมถึงคนในวงการจำนวนมากต่างก็ตกใจ!
‘บ้าไปแล้ว!’
‘นี่คุนเผิงตั้งใจจะใช้ ‘The Voice’ ทำเงินมากมายขนาดไหนกันเนี่ย!’
‘คราวนี้คุนเผิงเป็นตัวแทนของฉินโจวในการเผยแพร่วัฒนธรรมแล้วรายการที่เพิ่งออกอากาศเมื่อคืนนี้วันนี้ก็มีบริษัทจากฉีโจวต้องการซื้อลิขสิทธิ์ดัดแปลงแถมยังเสนอราคาสูงถึงหนึ่งร้อยล้าน’
‘การตัดสินใจที่เด็ดขาดขนาดนี้ไม่คิดจะรอดูสถานการณ์ก่อนเลยเหรอเนี่ย!’
‘สถิติใหม่อีกแล้วจวินหลินสุดยอดจริงๆ!’
‘ประเด็นคือ ‘The Voice’ มีการพูดถึงสูงมากก็จริงแต่ข้อมูลตัวเลขที่ชัดเจนยังไม่ทันจะออกมาเลยบริษัทฉีโจวไม่กลัวว่าธุรกิจนี้จะขาดทุนเหรอ?’
‘เรื่องนี้พวกเขาต้องพิจารณามาแล้วแน่ๆ ถ้าไม่มองว่ารุ่งพวกเขาจะทุ่มเงินมากมายขนาดนี้เหรอ?’
“ทันใดนั้นก็รู้สึกว่า ‘ศิษย์ครู’ เกิดมาผิดที่ผิดเวลาจริงๆ ต้องมาปะทะกับรายการประเภทเดียวกันที่มีคุณภาพสุดขั้วขนาดนี้”
“นี่มันจุดไฟในห้องน้ำรนหาที่ตายชัดๆ!”
“อ๊ะ! ดูสิ! อันดับความนิยมรายการวาไรตี้อัปเดตแล้ว!”
“ได้เท่าไหร่”
“ให้ตายเถอะความนิยมนี้!”
“ข้อมูลนี้ขั้นเวอร์เกินไปแล้วมั้งเนี่ย!”
ในขณะที่รายการ ‘บันเทิงไร้วงการ’ เทปนี้ออกอากาศจบอันดับความนิยมรายการวาไรตี้แห่งฉินโจวก็ได้รับการอัปเดตอย่างเป็นทางการ
ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนให้ความสนใจคนในวงการมากมายต่างรีเฟรชหน้าจัดอันดับอย่างบ้าคลั่ง
แต่เมื่อผลสรุปสุดท้ายปรากฏออกมาต่อหน้าทุกคนก็ยังคงตกใจแรง
อันดับความนิยมรายการในฉินโจว!
อันดับ 1: ‘The Voice’ ค่าความนิยม 1,500 ล้าน!
อันดับ 2: ‘Sisters Who Make Waves’ ค่าความนิยม 900 ล้าน!
อันดับ 3: ‘คลาวด์ซองโชว์’ ค่าความนิยม 800 ล้าน!
อันดับ 4: ‘บันเทิงไร้วงการ’ ค่าความนิยม 500 ล้าน!
อันดับ 5: ‘ศิษย์ครู’ ค่าความนิยม 400 ล้าน!
สูตรการคำนวณค่าความนิยมที่ว่านี้ถูกควบคุมโดยทางการภายนอกไม่รู้ว่าทางการคำนวณออกมาได้อย่างไร
รู้เพียงแต่ว่านี่น่าจะเป็นผลรวมของข้อมูลต่างๆ เช่นความนิยมในการออกอากาศออนไลน์จากเว็บไซต์วิดีโอเรตติ้งรายการโทรทัศน์และระดับการพูดคุยในประเด็นต่างๆ
แต่ทางการคำนวณออกมาได้อย่างไรนั้นไม่สำคัญ!ขอเพียงแค่ทุกคนเปรียบเทียบข้อมูลก็จะสามารถค้นพบข้อมูลที่น่ากลัวซึ่งซ่อนอยู่ในนั้นได้!
อันดับความนิยมรายการวาไรตี้แห่งฉินโจวที่อัปเดตในเวลานี้มีข้อมูลมากมายจริงๆ
สิ่งแรกที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจคืออันดับหนึ่งและอันดับสองกลับเป็นรายการที่คุนเผิงผลิตทั้งคู่!
นั่นหมายความว่าแผนงานรายการวาไรตี้ที่ได้แชมป์และรองแชมป์ล้วนมาจากฝีมือของจวินหลินทั้งหมด!
ต้องรู้ว่า ‘Sisters Who Make Waves’ ก็เป็นรายการระดับปรากฏการณ์ในปัจจุบันและกำลังออกอากาศอย่างร้อนแรงโดยที่ยังไม่จบ
“ความนิยมเหนือกว่า ‘Sis Waves’ ไปแล้ว!”
“ไม่คิดเลยว่า ‘Sis Waves’ ที่ครองตำแหน่งแชมป์อันดับความนิยมรายการวาไรตี้มาตลอดจะถูกรายการของตัวเองโค่นได้ในที่สุด!”
“คุนเผิงเข้าใจการต่อสู้มือซ้ายสิ่งที่ตลกที่สุดพวกนายสังเกตไหม ‘Sis Waves’ กับ ‘The Voice’ มีการจัดวางบุคลากรที่มีอัตราซ้ำซ้อนสูงมากนะ”
ไปตี้เป็นทั้งผู้อำนวยการฝ่ายดนตรีของ ‘Sis Waves’ และผู้อำนวยการฝ่ายดนตรีของ ‘The Voice’
และยังมีจางซีหยางเป็นทั้งกรรมการทางฝั่ง ‘Sis Waves’ และเป็นโค้ชของ ‘The Voice’
“‘Sis Waves’ ดังมากพอแล้ว ‘The Voice’ ยังดังกว่าได้อีก!”
“รู้สึกว่าคุนเผิงไร้เทียมทานในวงการวาไรตี้อย่างสมบูรณ์แล้ว!”
“อย่าลืมว่า ‘The Voice’ ยังเป็นครั้งแรกที่คุนเผิงผลิตรายการวาไรตี้ด้วยตัวเองนะ!”
การที่อันดับหนึ่งและสองเป็นรายการของคุนเผิงยังไม่ถือว่าจบแค่นั้น
สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือค่าความนิยมของ ‘The Voice’ สูงถึง 1,500 ล้าน
เรื่องนี้ผู้ชมทั่วไปไม่ค่อยรู้สึกอะไรไม่ตระหนักถึงความหมายของข้อมูลนี้
พวกเขาสนใจแค่อันดับในตารางความนิยมรายการวาไรตี้ไม่ได้สนใจว่าตัวเลขที่แน่ชัดเป็นเท่าไหร่แต่คนในวงการวาไรตี้กลับคลั่งไปแล้ว!
เพราะ ‘The Voice’ ได้สร้างสถิติใหม่อีกครั้ง!
และก่อนหน้า ‘The Voice’ รายการวาไรตี้ที่มีความนิยมสูงสุดของบลูสตาร์คือ 1,490 ล้านพอดี!
“รายการนี้จะทำลายสถิติไปกี่อย่างกันเนี่ย!”
ค่าสปอนเซอร์โฆษณาทำลายสถิติสูงสุดค่าลิขสิทธิ์ที่ต่างทวีปซื้อก็ทำลายสถิติสูงสุดแม้แต่ค่าความนิยมของรายการก็ยังทำลายสถิติสูงสุดของฉินโจว!
“บ้าไปแล้ว!”
“พระเจ้า!”
“จวินหลินบ้าระห่ำไปแล้ว!”
“ตอนนี้โฆษณาได้อย่างผ่าเผยเลยว่า ‘The Voice’ เป็นรายการวาไรตี้ที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์ฉินโจว!”
“ลองคิดดูดีๆ รายการ ‘The Voice’ มีรายชื่อผู้เข้าร่วมสุดยอดเกินต้านการเป็นรายการวาไรตี้ที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์นะเข้าใจได้”
“ผู้วางแผนรายการคือจวินหลินผู้อำนวยการฝ่ายดนตรีคือไปตี้โค้ชทั้งสี่คนก็เป็นซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าเธอหารายชื่อคนทำงานแบบนี้ในวงการไม่ได้เป็นครั้งที่สองแล้ว!”
“งั้นเหรอ?”
“แล้ว ‘ศิษย์ครู’ ละ?”
เมื่อคำพูดนี้ออกมาคนในวงการและคนนอกวงการต่างก็เงียบสนิท
ไม่ผิดรายชื่อคนทำงานของ ‘The Voice’ นั้นแข็งแกร่งเกินต้านจริงๆ การได้ผลลัพธ์แบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เกินความเข้าใจเลย
แต่อย่าลืมว่ารายชื่อคนทำงานของ ‘ศิษย์ครู’ ก็ใกล้เคียงกันนะ!
กระทั่งในแง่ของการลงทุนทาง ‘ศิษย์ครู’ ต่างหากที่ใช้เงินมากกว่า!
มีคนคำนวณไว้ด้วยว่าต้นทุนการลงทุนของ ‘ศิษย์ครู’ น่าจะเป็นสถิติสูงสุดของวงการวาไรตี้เช่นกัน
แล้วผลลัพธ์ละ?
สองรายการออกอากาศพร้อมกันแต่ค่าความนิยมของ ‘ศิษย์ครู’ มีเพียงแค่ 400 ล้าน
เมื่อเทียบกับ 1,500 ล้านของ ‘The Voice’ ไม่ถึงแม้แต่เศษเสี้ยวเลยด้วยซ้ำถูกบดขยี้จนกลายเป็นผุยผงไปแล้ว…
ขาดทุนยับเยิน!
ต่อให้ไม่เห็นสถานการณ์ของรายงานทางการเงินของ ‘ศิษย์ครู’ ทุกคนก็รู้ว่ารายการนี้ต้องขาดทุนยับเยินแน่นอน!
“จวินหลิน!”
เหล่าแฟนคลับที่สนับสนุน ‘The Voice’ ต่างคลั่งไคล้!
ก่อนหน้านี้แฟนคลับของ ‘ศิษย์ครู’ ฮึกเหิมทำให้ทุกคนโกรธมากคราวนี้ต้องวิจารณ์ให้หนักถึงจะสามารถระบายความอัดอั้นในใจ!
“แฟนคลับศิษย์ครูอยู่ไหนละ?”
“ไสหัวออกมาให้ฉันเห็นเดี๋ยวนี้!”
“ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเหิมเกริมนักเหรอ?”
“ช่องว่างขนาดนี้พอจะทำให้พวกนายตาสว่างได้หรือยัง?”
1,500 ล้านกับ 400 ล้านช่องว่างที่สูงกว่าสี่เท่าพวกนายเอาอะไรมาเหยียบ ‘The Voice’ ไปเอาความกล้ามาจากไหน?
“ก่อนหน้านี้ไอ้หมอนี่ @… นี่เหยียบสนุกที่สุดแล้ว!”
“@… อีกคน!”
“@… นี่ก็ไม่ใช่คนดี!”
“เหอะๆ @… อย่าแกล้งตายสิคลานออกมาเดี๋ยวนี้!”
ชาวเน็ตในยุคนี้มีประสบการณ์ในการโต้เถียงอย่างโชกโชนแล้วก่อนหน้านี้เคยโต้ตอบกับใครดุเดือดที่สุดพอบางคนหน้าแตกก็จะลากคนคนนั้นออกมาเย้ยหยันทันทีเรียกได้ว่ามีรูปแบบการเล่นที่ล้าสมัยมาก
ผลลัพธ์คือไม่มีใครคาดคิดนอกจากส่วนหนึ่งที่เลือกที่จะแกล้งตายแล้วยังมีชาวเน็ตอีกส่วนหนึ่งตอบกลับว่า
“อย่าด่าเลยอย่าด่าเลย!”
“พี่น้องทุกคน!”
“พวกเราเป็นคนกันเองทั้งนั้น!”
“เมื่อก่อนฉันตาบอดถึงได้สนับสนุน ‘ศิษย์ครู’ หลังจากดู ‘The Voice’ จบฉันก็แปรพักตร์ทันที!”
“ตอนนี้ฉันเป็นแฟนคลับอันดับหนึ่งของ ‘The Voice’ เลยนะ!”
“ฉันชอบหลัวเยี่ยนมาก!”
“เถียนเหว่ยสุดยอด!”
“เทพธิดาจ้าวโยวเยว่!”
ฉากนี้ทำให้ชาวเน็ตที่สนับสนุน ‘The Voice’ อย่างหนักแน่นถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
พวกนายช่วยดูดีๆ หน่อยได้ไหม?
ไหงกลายเป็นพวกเดียวกันไปแล้วละ?
ทำเอาฉันไม่กล้าโจมตีต่อเลย
แต่ความจริงก็เป็นแบบนี้ไม่ผิดเลยอย่างไรคนที่ปากแข็งก็มีแค่ส่วนน้อย
แฟนคลับส่วนใหญ่ของ ‘ศิษย์ครู’ หลังจากดู ‘The Voice’ จบก็เปลี่ยนแนวทางอย่างเด็ดขาด
ในเวลาเดียวกันที่เว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาพนักงานทุกคนในเวลานี้ต่างเงียบสงบ
ผู้บริหารระดับสูงของเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาคนหนึ่งชี้ไปที่จมูกของหลินเพิ่งในห้องประชุมและด่ากราดว่า
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่! ทำไมเธอถึงต้องไปทำชนกับ ‘The Voice’!”
“ทุ่มเงินไปสี่ร้อยล้านแต่เธอกลับสร้างค่าความนิยมให้เว็บไซต์ได้แค่สี่ร้อยล้านเองเหรอ? ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะเป็นลูกสาวของใครความเสียหายครั้งนี้เธอต้องรับผิดชอบทั้งหมดเพียงคนเดียว!”
ผู้นำสูงสุดของเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาคือหลินเซี่ย! พ่อแท้ๆ ของหลินเฟิ่ง!
แต่พ่อแท้ๆ ก็ไม่สามารถปกป้องหลินเพิ่งได้แล้วความเสียหายครั้งใหญ่นี้ทำให้ผู้บริหารระดับสูงของเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาทุกคนโกรธจัด!
เมื่อเผชิญกับความโกรธเกรี้ยวของทุกคนแม้แต่หลินเชี่ยก็จำต้องเลือกที่จะสงบศึก
ความจริงแล้วหลินเชี่ยในตอนนี้ก็ผิดหวังในตัวลูกสาวตัวเองอย่างถึงที่สุดกล่าวเน้นคำว่า “หลิน! เฟิ่ง! ถูก! ปลด!”
ลูกสาวคนนี้ชาญฉลาดมาโดยตลอดฉลาดกว่าหลินหูหลินเป้ามาตั้งแต่เด็กแต่ลูกสาวที่ฉลาดที่สุดกลับนำมาซึ่งความเสียหายที่ใหญ่ที่สุดแก่เขาหลินหูหลินเป้าก็ยังไม่ได้ก่อความเสียหายเท่าเธอเลย!
หลินเฟิ่งกัดฟันกรามแทบแตกแต่เธอก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ทำได้เพียงฝืนทนความอับอายถูกเพื่อนร่วมงานทุกคนรุมประณาม!
ความผิดครั้งนี้ไม่สามารถชะล้างได้
ถ้าเธอไม่ยืนกรานที่จะทำชนกับ ‘The Voice’ ผลลัพธ์ก็คงไม่เลวร้ายขนาดนี้!
พูดอีกนัยหนึ่งขอเพียงแค่เธอเปลี่ยนช่วงเวลาออกอากาศ ‘ศิษย์ครู’ ให้เร็วขึ้นหรือช้าลงกว่านี้หน่อยรายการนี้ก็คงไม่ย่ำแย่ขนาดนี้
อีกด้านหนึ่งสถานการณ์ของหลินกงในตอนนี้ก็ไม่ได้ดีกว่าหลินเฟิ่งเท่าไหร่หนัก
“แกไปยุ่งกับหลินเพิ่งทำไมกัน!” คนที่กำลังด่าหลินกงอย่างหนักในตอนนี้คือหลินชุนพ่อแท้ๆ ของเขาเอง
“ให้รับผิดชอบแบรนด์พวกนั้นแกก็ควรจะดูแลงานขายให้ดีสิดันมาถูกหลินเพิ่งหลอกให้ไปลงทุนทำรายการวาไรตี้แถมยังไปทำชนกับรายการวาไรตี้ของคุนเผิงอีกตอนนั้นฉันน่าจะยิงแกทิ้งไว้บนกำแพงซะ!”
ครั้งนี้หลินชุนโกรธจัดจริงๆ ไม่ไม่อย่างนั้นคงไม่ถึงกับพูดจาไม่เลือก
หลินจิ้งอดไม่ได้ที่จะช่วยพูดว่า “พี่ใหญ่ก็ถูกหลินเฟิ่งหลอกใครจะรู้ว่าเธอไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นพอครับใจเย็นก่อนพวกเราหาทางรักษาโครงการในมือของพี่ใหญ่ไว้ก่อนเถอะครับ”
“ฉันรักษาไว้ไม่ได้!”
หลินชุนกล่าวอย่างเย็นชาวว่า “ตั้งแตเมื่อคืนนี้สปอนเซอร์ทั้งสี่ของ ‘The Voice’ มูลค่าแบรนด์เพิ่มขึ้นมหาศาลยอดขายก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืน
กลับกันแบรนด์หลายแบรนด์ที่อยู่ในมือของหลินกงพี่ชายแกยอดขายทั้งหมดได้รับผลกระทบแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนความเสียหายนี้ไม่ใช่แค่สองร้อยล้านแล้วแกเข้าใจไหม?”
นี่คืออีกฝ่ายขึ้นอีกฝ่ายลงขอยกตัวอย่างหมากฝรั่งแล้วกันแบรนด์หมากฝรั่งที่มียอดขายสูงสุดสองแบรนด์ในฉินโจวก็คืออี้ต๋าและเซวียนมาย
สองแบรนด์ใหญ่นี้คือตัวอย่างของการเติบโตที่อีกฝ่ายขึ้นอีกฝ่ายลงอย่างชัดเจนอี้ต๋าขายได้มากขึ้นเซวียนมายก็จะขายได้น้อยลง
แล้วตอนนี้อี้ต๋าสนับสนุน ‘The Voice’ รายการดังผลิตภัณฑ์ก็ย่อมดังตามไปด้วยคว้าผลประโยชน์ได้เต็มๆ
เซวียนมายที่หลินกงรับผิดชอบสนับสนุน ‘ศิษย์ครู’ รายการล้มเหลวทำให้ผลลัพธ์ของโฆษณาถูกจำกัดแถมคู่แข่งปังมียอดขายถล่มทลายตลาดจึงถูกพวกเขาแย่งชิงไปหลายส่วน!
ยังมีอะไรจะพูดอีก? ตอนนี้หลินกงขอบตาแดงก่ำคราวนี้จบเห่จริงๆ แล้วหลินเฟิ่งแกทำฉันซวย!!
หากจะพูดถึงความเจ็บปวดและความเสียใจที่ปรึกษาทั้งสี่ของ ‘ศิษย์ครู’ ในตอนนี้ก็ไม่น้อยหน้ากัน
สภาพจิตใจของจางอวิ่นซั่งใกล้จะพังทลายแล้ว!
เพราะเรื่องงานเลี้ยงตรุษจีนจางอวิ่นซั่งและจางซีหยางจึงเป็นศัตรูกันอย่างสิ้นเชิงคนทั้งวงการต่างรู้ดีว่า ‘สองจาง’ แห่งเสินฮว่ากรุ๊ปไม่ลงรอยกันแต่ครั้งนี้พ่ายแพ้ยับเยินแล้วจริงๆ!
เขาเป็นที่ปรึกษาให้ ‘ศิษย์ครู’ รายการล้มเหลว!
แต่คนอื่นเป็นที่ปรึกษาใน ‘The Voice’ ซึ่งตอนนี้ความนิยมพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งและได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาราชาเพลงแห่งฉินโจว!
ทุกคนต่างก็อยู่บริษัทเดียวกันต่อจากนี้ไปเมื่อเจอกันอีกจางอวิ่นซั่งก็รู้สึกว่าตัวเองเงยหน้าไม่ขึ้นแล้ว!
จูเหวินจวี่ก็มีอารมณ์คล้ายกันในฐานะหนึ่งในราชาเพลงของเสินฮว่ากรุ๊ปเขาตั้งใจจะร่วมมือกับจางอวิ่นซั่งเพื่อเล่นงานจางซีหยางผลลัพธ์ตอนนี้ความเด่นดังที่จางซีหยางสร้างขึ้นมาคนเดียวจูเหวินจวี่กับจางอวิ่นซั่งรวมกันก็ยังต้านไม่ไหวเลยด้วยซ้ำ!
เมื่อเป็นแบบนี้เกรงว่าในอนาคตจางซีหยางคงจะกลายเป็นพี่ใหญ่เบอร์หนึ่งของแผนกเพลงเสินฮวาแล้วชีวิตจะอยู่ต่อไปยังไงเนี่ย!
เอาเถอะอีกคนที่ชีวิตกำลังจะอยู่ยากเช่นกันก็คือเฉินอี่
เฉินอี๋เป็นราชีนีเพลงของเสินฮวากรุ๊ปมีคู่แข่งในบริษัทคนเดียวคือฉินเลี่ยน
ผลปรากฏว่าฉินเลี่ยนไปร่วมรายการ ‘The Voice’ ในฐานะหนึ่งในโค้ชทั้งสี่และตอนนี้ความนิยมก็พุ่งสูงขึ้นมหาศาล!
ส่วนเธอเป็นที่ปรึกษาของ ‘ศิษย์ครู’ กลับไม่มีข่าวรายงานมากนัก…
ทั้งที่ตอนแรก ‘The Voice’ ก็เคยเชิญเธอเหมือนกัน!
ถ้าตอนนั้นเธอเลือก ‘The Voice’ ผลลัพธ์จะเป็นยังไง?
นั่นคือรายการวาไรตี้ที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์ฉินโจวเลยนะเธอพลาดโอกาสนี้ไปแล้ว!
แม้เฉินอี๋จะเป็นราชินีเพลงแต่เวลานี้ก็ยังเจ็บใจจนถึงขั้นหายใจไม่ออกเช่นกัน!
สิ่งที่ทำให้เธอยอมรับไม่ได้ยิ่งกว่าคือการมีช่องว่างระหว่างราชาราชินีเพลงก่อนหน้านี้เธอเป็นคนกดฉินเลี่ยน!
แต่หลังจากที่ ‘The Voice’ โด่งดังเป็นพลุแตกเกรงว่าต่อไปฉินเลี่ยนจะเป็นคนกดเธอแทนแล้วนี่มันวารีพลิกผันจริงๆ!
คนเดียวที่อารมณ์ยังถือว่าสงบอยู่คงเป็นเฉาเยว่
เฉาเยว่เป็นราชินีเพลงของนาเซินและมาเป็นที่ปรึกษาเพราะเห็นแก่หน้าจูเหวินจวี่ผู้เป็นสามี
รายการจะล้มเหลวก็ปล่อยให้ล้มเหลวไปแม้ในใจจะรู้สึกไม่ค่อยสบายนักและทะเลาะกับจูเหวินจวี่ไปอย่างหนักเพราะเรื่องนี้แต่คู่สามีภรรยาก็มักจะทะเลาะกันที่หัวเตียงแล้วคืนดีกันที่ปลายเตียงอยู่ดี
วงการบันเทิงก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือไงทุกการตัดสินใจย่อมมีทางเป็นไปได้นับไม่ถ้วน
“ถ้าไม่ไหวคุณมาอยู่กับนาเซินของเราเถอะ” เฉาเยว่กล่าวกับจูเหวินจวี่ว่า “แผนกเพลงเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ต่อไปน่าจะเป็นจางซีหยางที่มีอำนาจมากที่สุดการที่คุณร่วมมือกับจางอวิ่นซั่งเพื่อต่อต้านคนคนนี้ไม่ใช่แผนระยะยาวมาอยู่ที่นาเซินพวกเราสามีภรรยาจับมือกันจะไม่ดีกว่าเหรอ?”
“ฉันจะลองคิดดูแล้วกัน”
จูเหวินจวี่เริ่มคิดอย่างจริงจังว่าจะออกจากเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ดีไหม
กระแสของจางซีหยางตอนนี้แข็งแกร่งเกินไปจางอวิ่นซั่งก็เป็นเพื่อนร่วมทีมที่โง่เง่าดูแล้วไม่ค่อยน่าเชื่อถือเอาซะเลย…
แม้จูเหวินจวี่จะรู้ว่าการแข่งขันที่นาเซินจะมีมากขึ้นแต่การมีเฉาเยว่ภรรยาที่เป็นราชินีเพลงอยู่ด้วยบางทีสถานการณ์อาจจะดีกว่าการอยู่ที่เสินฮวาก็ได้เฮ้อ!
ทั้งหมดเป็นเพราะ ‘The Voice’!
สงครามแห่งศตวรรษครั้งนี้ทุกคนต่างคิดว่ามันจะต้องเป็นฉากที่สะท้านฟ้าสะเทือนดินราวกับดาวอังคารชนโลกใคร
จะรู้ว่าคู่แข่งของรายการ ‘ศิษย์ครู’ กลับกลายเป็นรายการวาไรตี้ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ฉินโจว!