ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 295 ท่านมาผิดที่หรือเปล่า?
ตอนนี้จางอวิ๋นซั่ง จุเหวินจวี๋ เฉินอี่ และเฉาเยว่ ทั้งสี่คนรู้สึกราวกับว่าพวกเขาเป็นแค่กองทัพที่พ่ายแพ้
และถูกบังคับให้รวมกลุ่มกันเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น
“ยอมแพ้แบบนี้ไม่ได้!”
“พวกเรายังมีโอกาส!”
“ถึงความนิยมของ ‘The Voice’ ในตอนแรกจะสูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่รายการวาไรตี้ก็อัปเดตทีละตอน”
“ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป บางทีพวกเราอาจจะทำให้ความนิยมของรายการเพิ่มขึ้นภายหลังก็ได้”
“ใช่แล้ว”
“‘The Voice’ ที่อยู่ข้างๆ น่ะฉันก็ดูแล้ว พวกเรามีจุดหนึ่งที่สู้พวกเขาไม่ได้จริงๆ คือช่วงที่โค้ชแย่งลูกทีม”
“งั้นเอาแบบนี้ไหม การบันทึกเทปครั้งต่อไป พวกเราทำให้บรรยากาศมันตึงเครียดขึ้นหน่อย”
“ทุกคนทนๆ เอาหน่อยแล้วกัน ถ้ามัวแต่ปรองดองกันคงทำให้รายการวาไรตี้น่าสนใจขึ้นมาไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นตอนต่อๆ ไปพวกเราก็จะเรียนรู้กลยุทธ์การแย่งลูกทีมแบบพวกเขา”
“ไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง เพราะถ้ารายการนี้ไม่เหลือทางรอดแล้ว พวกเราก็คงไม่เหลืออะไรดีๆ เหมือนกัน”
“อีกอย่าง ‘The Voice’ อาจจะไม่ได้ไร้เทียมทานขนาดนั้นก็ได้ ลองคิดดูดีๆ”
“พวกเขาอาจจะเอาผู้เข้าแข่งขันที่ดีที่สุดมาไว้เทปแรกเพื่อสร้างเสียงฮือฮา”
“ไม่แน่คุณภาพของผู้เข้าแข่งขันในตอนที่สองของพวกเขาอาจจะไม่ดีเท่านี้ก็ได้นะ!”
“ฉันก็คิดแบบนั้น”
“พวกเขาต้องเอาผู้เข้าแข่งขันดีๆ มาไว้เทปแรกก็เพื่อสร้างกระแสที่ไร้เทียมทาน”
“พอคุณภาพผู้เข้าแข่งขันในตอนต่อๆ ไปลดลง ความนิยมก็ต้องตกลงตามไปด้วยแน่”
“พวกเราพยายามเข้า ถึงจะตามไม่ทันแต่ก็ไม่ถึงกับแพ้แบบน่าเกลียดเกินไปจริงไหม?”
ทั้งสี่คนวางแผนกัน และสองวันหลังจาก ‘The Voice’ ตอนแรกออกอากาศ
หลินจือไป๋ ก็เริ่มบันทึกเทปรายการ ‘The Voice’ ตอนที่สอง
รายการวาไรตี้ส่วนใหญ่ในจินโจวจะออกอากาศสัปดาห์ละหนึ่งตอน
ดังนั้นผู้ชมจำนวนมากที่ดู ‘The Voice’ ตอนแรกจบแล้วก็ต่างเฝ้ารอตอนที่สองกันอยู่!
เป็นเช่นนี้เองรอแล้วรอเล่า ในที่สุดหนึ่งสัปดาห์ก็ผ่านไปอีกครั้ง
ในวันนี้ ‘The Voice’ ตอนที่สองกำลังจะออกอากาศในตอนเย็น ผู้ชมก็เริ่มส่งเสียงฮือฮากันแล้ว!
‘ร้อนใจจะตายอยู่แล้วเนี่ย!’
‘เมื่อก่อนฉันไม่ดูรายการวาไรตี้เลยนะ สุดท้ายดันมาติด ‘The Voice’ งอมแงม’
‘ข่าวบอกว่า ‘The Voice’ เป็นรายการวาไรตี้ที่ได้รับความนิยมที่สุดในประวัติศาสตร์ ฉันได้เห็นกับตาตัวเองวันนี้แหละ’
‘ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนในบริษัทก็มีแต่คนพูดถึงผู้เข้าแข่งขันในรายการนี้’
‘แม้แต่ตอนเลิกงานบนรถไฟใต้ดินก็ยังได้ยินคนพูดถึงรายการนี้เต็มไปหมด’
‘แถมหลายคนยังก้มหน้าดูรายการเทปแรกผ่านมือถืออยู่เลยด้วยซ้ำ’
‘ผู้เข้าแข่งขันเทปแรกเจ๋งจริง หลัวเยี่ยน เถียนเหวย จ้าวโยวเยว่ พวกนี้โคตรสุด!’
‘ตอนนี้ฉันกังวลว่า ‘The Voice’ จะต้นดีปลายแย่หรือเปล่า’
‘เพราะผู้เข้าแข่งขันในเทปแรกโหดเกิน ทำเอาฉันสงสัยเลยว่าทีมงานจงใจให้คนเก่งๆ มาอยู่ในตอนแรก’
‘เพื่อสร้างกระแสความนิยมให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็เหมือนยืมสิ่งที่มีในอนาคตของรายการมาใช้ด้วยในเวลาเดียวกัน’
‘ยังไงก็เถอะ ในที่สุดคืนนี้ก็จะได้ดูอีกครั้งแล้ว!’
‘การทดสอบที่แท้จริงของ ‘The Voice’ จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในตอนที่สองนี้แหละ’
‘ทําไมถึงมีคนเริ่มสร้างกระแสปั่นป่วนจิตใจคนอีกแล้วเนี่ย คงไม่ใช้พวกที่เหลือรอดมาจาก ‘ศิษย์ครู’ หรอกนะ’
‘ถึงเวลาต้องยอมรับก็ยอมรับได้แล้ว พวกเราไม่เหมือนรายการห่วยๆ ของพวกเธอที่มีแต่หน้าตาเน็ตไอดอลหรอกนะ’
‘ตราบใดที่ลดความต้องการเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกลง ชาวบ้านทั่วไปก็ยังมียอดฝีมืออยู่อีกเยอะ!’
แฟนๆ ‘The Voice’ ที่แน่วแน่ไม่มีทางหวั่นไหว!
ในคืนนั้นเกือบสองทุ่มที่บ้านของ หลินจือไป๋ แม่ล็อกช่องโทรทัศน์เทียนกวง
หลินซีที่กำลังกินผลไม้อยู่ก็ถามแม่เป็นระยะว่า “เริ่มหรือยังคะ?”
แม่ตอบว่า “ยังจ้ะลูก ไปล้างลูกพีชมาให้แม่หน่อยสิ”
หลินซีตะโกน “พ่อคะ! แม่บอกให้พ่อล้างลูกพีชให้หน่อย”
พ่อ: “…”
(ทำเหมือนฉันไม่ได้ยินสินะ แม่สั่งให้ลูกไปชัดๆ!)
หลินเชิ่งเทียนก็นั่งลงบนโซฟาแล้ว “พ่อครับ ปอกแอปเปิ้ลให้ผมลูกหนึ่งสิ ขอบคุณครับ!”
พ่อพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “อยากให้ปอกเปลือกให้ด้วยไหม?”
หลินเชิ่งเทียนหัวเราะ “ถ้าอย่างนั้นยิ่งดีเลยครับ”
พ่อพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “พ่อว่าไม่ใช่แอปเปิ้ลหรอกที่ต้องปอกเปลือก แต่เป็นแกต่างหากที่ต้องโดนตีกัน”
หลินจือไป๋ หัวเราะเบาๆ และกินกล้วยอย่างเงียบๆ
ไม่ใช่ว่าชอบกล้วยเป็นพิเศษ แต่หลักๆ คือมันไม่ต้องล้าง แถมปอกเปลือกก็ง่ายสุดๆ
ในเวลาเดียวกันครอบครัวนับพันในจฉินโจวก็เกิดสถานการณ์คล้ายๆ กัน
“คืนนี้แดดดีจังเลยนะจางซัง?”
“อย่ามาใช้รหัสลับเลย เมียฉันไม่อยู่ แต่ว่าวันนี้ฉันไม่ไปดื่มหรอก”
“ทำไมไม่ดื่มแล้วละ?”
“กำลังจะดู ‘The Voice’ อยู่ อีกเดี๋ยวก็จะมาแล้ว”
“ฉายวันนี้เหรอ?”
“ใช่แล้ว”
“ถ้างั้นฉันก็ไม่ไปเหมือนกัน อยู่บ้านดูรายการดีกว่า”
ที่ห้องเล่นไพ่นกกระจอกแห่งหนึ่ง
“แปดหมื่น!”
“กินไม่ได้”
“หงจง”
“ฉันชนะแล้ว!”
“โธ่เว้ย วันนี้แกนี่มือขึ้นจริงๆ ไม่เล่นแล้วไม่เล่นแล้ว กลับบ้านแล้ว!”
“วันนี้กลับบ้านเร็วขนาดนั้นเลย?”
“เมียฉันตามให้ไปดู ‘The Voice’ ด้วยกันนะสิ”
“มันคืออะไรวะ?”
“เป็นรายการวาไรตี้ที่สนุกมากเลยละ แกลองไปดูสิ รับรองว่าตื่นเต้นแน่!”
ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ลูกค้ากำลังกินข้าวอยู่ จู่ๆ ก็มีคนตะโกน “พนักงานเปิดทีวีหน่อย!”
“ได้ครับ”
“นี่ช่องเสินฮว่าเหรอ?”
“ใช่ครับ วันนี้ ‘ศิษย์ครู’ ตอนที่สองออกอากาศ”
พนักงานพูดพร้อมรอยยิ้ม เขาชอบรายการนี้มาก เพราะสาวๆ ในรายการทั้งสวยทั้งเสียงดี
“เปลี่ยนไปช่องเทียนกวง!”
ลูกค้าไม่พอใจ รายการ ‘ศิษย์ครู’ อะไรกัน?
ฉันจะดู ‘The Voice’ ต่างหาก!
พนักงานแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง “หารีโมทไม่เจอเลยครับ”
ลูกค้าคนอื่นก็เริ่มร้อนใจ
“งั้นเธอก็ปรับด้วยมือสิ ดูช่องเทียนกวง!”
“นั่นสิ!”
“รายการ ‘ศิษย์ครู’ บ้าบออะไร”
“รีบหน่อย ฉันจะดู ‘The Voice’ เดี๋ยวจะฉายแล้วเนี่ย!”
“ได้ครับ”
พนักงานเห็นว่าลูกค้าทุกคนต่างก็ต้องการดูช่องเทียนกวง ก็ขัดใจคนหมู่มากไม่ได้
แม้ว่าจะมีบางคนกังวลว่า ‘The Voice’ ตอนที่สองอาจจะทำความนิยมได้ไม่สูงเท่าตอนแรก
แต่ความคาดหวังก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย สายตานับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปที่หน้าจอไม่กะพริบตา
ได้เวลาแล้ว!
ตอนที่สองเริ่มต้น!
รายการเริ่มด้วยโฆษณาของหวงลี่ ซึ่งเป็นช่วงพูดเร็วแบบคลาสสิกอีกครั้ง
ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนว่าลิ้นของคนคนนี้กำลังลุกเป็นไฟ!
บนโลกออนไลน์ฮ่าๆๆ!
‘รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้!’
‘หมอนี่เร็วอะไรอย่างนี้!’
‘ชอบพิธีกรคนนี้แฮะ’
‘นายไม่เห็นเหรอว่าเมื่อวานนี้ระดับคนดังของหมอนี่ขึ้นเป็นแถวสามแล้วนะ เพราะประโยคโฆษณานี้เลย!’
‘สุดยอดเกินไปแล้ว!’
‘ฉันยังลองหัดพูดตามด้วยนะ ใช้เวลาตั้งสามสิบกว่าวินาทีถึงจะพูดจบ’
‘ซึ่งก็ถือว่าเร็วมากแล้วแต่เทียบกับหมอนี่ไม่ได้เลย’
‘พิธีกรคนอื่นอ่านโฆษณาแล้วฉันรู้สึกรำคาญมากเลย’
‘มีแค่หมอนี่คนเดียวที่อ่านโฆษณาแล้วฉันยังฟังเพลินได้’
‘โอ้โห ผู้เข้าแข่งขันคนแรกขึ้นเวทีแล้ว!’
เวลานี้กำลังฉายคลิปวิดีโอของผู้เข้าแข่งขันคนนี้
“ดิฉันชื่อจางชิ่วฉิน อายุ 22 ปี มาจากเขตภูเขาที่บ้านเลี้ยงแกะเยอะมาก”
“สมัยเด็กทุกครั้งที่ไปเลี้ยงแกะ ฉันจะเปล่งเสียงร้องเพลงก้องกังวานในหุบเขาที่ว่างเปล่า…”
วินาทีถัดมาผู้เข้าแข่งขันก็ปรากฏตัวขึ้น!
จางชิ่วฉิน ตัวเตี้ยอ้วนท้วน และดูบึกบึน
ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเด็กที่มาจากพื้นที่ยากจน
แต่ผู้ชมที่ดูรายการ ‘The Voice’ เทปแรก ต่างก็คุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้เป็นอย่างดี
เพราะรายการนี้ไม่ได้สนใจรูปลักษณ์ภายนอกเลยจริงๆ!
เพียงแต่ไม่รู้ว่าร้องเพลงได้ดีแค่ไหน?
ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัย เพลงของหญิงสาวก็ดังขึ้น
เธอร้องเพลง ‘ดอกไม้ไฟ’ ซึ่งเป็นเพลงที่ไปตี้แต่งให้กับจางซีหยาง!
“นี่คือการแสดงที่ไร้บทสรุป รวมความไร้สาระและบ้าคลั่ง”
“เหมือนเด็กคนหนึ่งที่เปี่ยมด้วยความโศกเศร้าเงียบงัน หลับใหลบนพื้นดิน”
“ตอนนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าและเหนื่อย จนเหมือนดอกไม้ป่าที่ถูกลมพัดหัก”
“เพราะฉะนั้นฉันกำลังจะเปลี่ยนไป กลายเป็นเหมือนก้อนพลุเพลิงที่พุ่งทะยานลุกไหม้ร้อนแรง!”
ฮือฮา!
ผู้ชมที่เคยถูกทำให้ตกตะลึงมาแล้วหลายครั้งในเทปแรก ถึงกับตัวชา
เพราะเสียงเพลงของจางชิ่วฉินคนนี้ กลับกลายเป็นเสียงที่เหมือนกับผู้ชาย!
ห้าวหาญ!
แหบพร่า!
แผดเสียงดังสนั่น!
ผู้ชมที่ดูรายการผ่านเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิง ต่างพากันพิมพ์ข้อความวิ่งแสดงความเห็น!
‘ตอนแรกยังกังวลว่าตอนที่สองจะมีปัญหา ทำได้ไม่เท่าตอนแรก’
‘แต่กลายเป็นว่าผู้เข้าแข่งขันคนแรกก็ตบหน้าฉันดังฉาดเลย!’
‘เจ๋งเกินไปแล้ว!’
‘หลัวเยี่ยนผู้ชายร้องเสียงผู้หญิง แต่จางชิ่วฉินผู้หญิงคนนี้ร้องเสียงผู้ชายได้’
‘รายการไปหาตัวประหลาดแบบนี้มาจากไหนกันเนี่ย!’
‘เสียงดังมากจริงๆ!’
‘นี่เป็นเสียงที่ฝึกจากการร้องเพลงบนภูเขาใช่ไหม?’
‘ปริมาตรอากาศในปอดน่ากลัวเกินไปแล้ว รู้สึกว่าสู้กับจางซีหยางที่เป็นต้นฉบับได้เลย!’
‘ฮ่าๆ ไม่ขนาดนั้นหรอก หลักๆ คือความแปลกใหม่แต่เรื่องพลังเสียงนี่ยอมเลย!’
‘หมุนแล้วๆ!’
‘ไม่ค่อยเห็นโจวหานจิ้นกระตือรือร้นขนาดนี้เลย!’
‘ให้ตายสิ สามคนที่เหลือก็หมุนด้วย!’
ช่วงหมุนเก้าอี้ที่ผู้ชมชื่นชอบที่สุดมาถึงแล้ว
และผู้เข้าแข่งขันคนแรกของวันนี้ก็ได้รับเก้าอี้หมุนพร้อมกันถึงสี่คน
ได้รับบทเดียวกับเถียนเหวยในตอนที่แล้ว!
“เลือกผมเลือกผมเลือกผม!”
ไม่รู้ว่าตอนที่ราชาเพลงโจวเห็นชาวเน็ตชมว่าเขาไม่วางมาดแล้วจะขำจริงๆ หรือเปล่า?
อย่างไรหมอนี่ก็ได้ลิ้มรสความหวานไปแล้ว
วันนี้พอมาถึงก็เล่นตลกเลย ท่าทางที่เหมือนคนไม่เคยเห็นโลกนั่น ทำให้ผู้ชมทุกคนหัวเราะออกมาทันที
ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า ‘แย่แล้ว!’
“ดูเหมือนเขาจะรู้แล้วว่าการทำแบบนี้ทำให้ทุกคนชอบ!”
“งั้นวันนี้ผมถามเอง ความฝันของคุณคืออะไรครับ?”
จางซีหยางเหลือบมองราชาเพลงโจวแล้วแย่งบทพูดของอีกฝ่าย
โค้ชทั้งสี่เปิดฉากสงครามแย่งชิงลูกทีม ความน่าตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่าผู้เข้าแข่งขันยอดนิยมในตอนแรกเลย!
หลังจากนั้นผู้เข้าแข่งขันคนที่สอง ผู้เข้าแข่งขันคนที่สาม ผู้เข้าแข่งขันคนที่สี่…
ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนล้วนมีระดับฝีมือที่ไม่เลว
ทำถึงมาตรฐานเฉลี่ยในเทปแรกได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งนี้ทำให้ผู้ชมทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้นมาก!
จนกระทั่งผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายกำลังจะขึ้นเวที!
ความคาดหวังของผู้ชมก็พุ่งสู่จุดสูงสุด!
“ตามสูตรของรายการในเทปแรก คนสุดท้ายที่ปิดท้ายต้องเป็นยอดฝีมือแน่”
“ตอนที่แล้วหลัวเยี่ยนก็เป็นคนปิดท้าย!”
“เทปนี้จะเป็นใครกันนะ?”
“จะหาคนที่เทียบกับหลัวเยี่ยนได้เหรอ?”
“เดี๋ยวก่อน!”
“นี่มัน!”
“ให้ตายสิ!”
“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!”
“คนคนนี้ร้องเพลงได้จริงเหรอ?”
เมื่อเห็นผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายขึ้นเวที ผู้ชมทุกคนต่างก็ตกตะลึง
ถึงกับสงสัยว่าตาตัวเองมีปัญหาหรือเปล่า เพราะผู้เข้าแข่งขันคนนี้ชื่อจี๋เสียง!
เป็นคุณปู่ที่อายุหกสิบปี!
คุณปู่ที่มีอายุขนาดที่สามารถเป็นปู่ของผู้ชมหลายคนได้
ดันวิ่งมาร่วมรายการ ‘The Voice’ ด้วยตัวเอง ทำให้ผู้ชมมึนงงไปหมด!
ท่านครับ!
ท่านมองดูให้ชัดๆ มาผิดที่หรือเปล่า?