ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 327 ศิลปินอักษรวิจิตรอันดับหนึ่งแห่งบลูสตาร์!
‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ ของปราชญ์อักษรวิจิตร หวังซีจือ เนื้อหาถ่ายทอดจากสุขไปเศร้า จากเศร้าไปสุข เทคนิคยิ่งใหญ่ตระการตาหาใครเปรียบไม่ได้ ตัวอักษรดั่งเลื้อยซ่อนกายเร้นพลังพันลี้ เส้นพู่กันหลอมรวมกับธรรมชาติ งดงามวิจิตรปานเทพสร้าง แบบนี้ถึงคู่ควรกับคำว่าอักษรศิลป์อันดับหนึ่งในใต้หล้า!
ในชาติก่อน ปราชญ์อักษรวิจิตรนับไม่ถ้วนพยายามลอกเลียนแบบ ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ แต่ก็ไม่มีใครทำได้ ทว่าหลินจือไป๋ในเวลานี้กลับทำได้! เพราะตอนนี้หลินจือไป๋ได้บรรลุถึงขอบเขตแห่งความสมบูรณ์แบบที่ฟ้าและคนรวมเป็นหนึ่ง และยังได้รับมรดกทั้งหมดของหวังซีจือ ในแง่หนึ่ง ตัวเขาในตอนนี้ก็เปรียบเสมือนเทพอักษรวิจิตร คำว่า ‘เทพ’ คำนี้ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้นในงานจึงเงียบกริบ ผู้ชมทุกคนที่ดูถ่ายทอดสดต่างก็เงียบงัน ท่ามกลางความเงียบราวกับป่าช้า กล้องในงานได้แสดงผลงานอักษรวิจิตรนี้จากมุมต่างๆ รอบด้าน
ผู้ชมที่เป็นคนนอกวงการต่างจ้องมองภาพจากมุมต่างๆ อย่างเหม่อลอย รู้สึกเพียงว่าตัวอักษรภาพนี้วิเศษจริงๆ ราวกับลายมือเซียน มองแล้วสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ แต่ถ้าให้วิจารณ์เนื้อหาอย่างละเอียด แต่ละคนกลับไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหน แต่สิ่งที่คนในวงการมองเห็นกลับเป็น ‘โครงสร้าง’!
ทักษะพู่กันของไปตี้ได้ทำสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้นไปจนถึงขีดสุด ความสุดยอดนี้แสดงออกมาให้เห็นโดยเฉพาะที่โครงสร้าง! ในนั้นมีโครงสร้างของตัวอักษรหลายตัวที่ทำให้คนคาดไม่ถึงจริงๆ เหล่าศิลปินอักษรวิจิตรไม่ว่าจะคิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าทำไมต้องลงพู่กันแบบนี้! แต่พอไปตี้เขียนออกมา กลับทำให้เหล่านักอักษรวิจิตรทุกคนกระจ่างแจ้งในทันที!
โดยเฉพาะตัวอักษร ‘จือ’ (之)! ความสนใจของจูเกอชิวเหลียงในตอนนี้แทบจะทั้งหมดอยู่ที่ตัวอักษรนี้ โครงสร้างของตัวอักษรตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดที่น่ากลัวที่สุดในผลงานพู่กันบทนี้ของไปตี้เลย เพราะในผลงานชิ้นนี้ ตัวอักษร ‘จือ’ ปรากฏขึ้นถึง 20 ครั้ง!
อักษร ‘จือ’ ทั้ง 20 ตัวนี้ เปรียบเสมือนการร่ายรำที่งดงามจับใจ เพราะตัวอักษรแต่ละตัวมีวิธีการเขียนที่แตกต่างกัน เป็นสัญลักษณ์ของท่วงท่าและความงามที่แตกต่างกัน เช่นในประโยคที่ว่า “ใตฤดูวสันต์” เกือบเหมือนขีดขวาง จุดและขีดขวางเชื่อมโยงกันชัดเจน หักและตวัดเก็บปลายกลมมน ลากเส้นกดลงเก็บปลายพู่กัน การจัดวางช่องว่างสมดุล
หรืออย่าง “ชุมนุมกัน ณ ศาลากล้วยไม้ เขตซานอิน” ขีดขวางละเส้นปัดชายทับซ้อน เกือบเป็นเส้นเดียว เส้นลากขวาตวัดหมุนวนส่งแรงลงน้ำหนักเบาปล่อยปลายพู่กัน จัดวางช่องว่างด้านบนแน่นด้านล่างหลวม อย่าง “แหงนมองจักรวาลไพศาล” การจัดการเส้นขวางและเส้นปัดชายคล้ายคลึงกัน เส้นลากขวากลับเหลี่ยมทื่อ
ตัวอักษรเดียวกันปรากฏยี่สิบครั้ง วิธีการเขียนไม่ซ้ำกันเลยแม้แต่ตัวเดียว! ไปตี้คนนี้ทำได้ยังไง!?
จูเกอชิวเหลียงหน้าซีดเผือด แววตาเหม่อลอย หากใช้คำพูดที่ดูเป็นนามธรรมหน่อยก็คือ ‘จิตวิญญาณพังทลาย’ เขาทียกตนว่าเป็นศิลปินอักษรวิจิตรอันดับหนึ่งของบลูสตาร์มาตลอด วันนี้กลับถูกศิลปินที่อายุน้อยขนาดนี้เอาชนะ! จูเกอชิวเหลียงไม่เข้าใจ! ชายหนุ่มคนนี้ ต่อให้เริ่มฝึกคัดลายมือตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก็ไม่ควรจะมีระดับทักษะพู่กันที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้สิ! หรือว่านี่คือพรสวรรค์? สวรรค์ไม่ยุติธรรมเลย!
จูเกอชิวเหลียงไม่อาจยอมรับ แต่ความจริงตรงหน้ากลับทำให้เขาจำต้องยอมรับว่าตัวเองแพ้ให้กับชายหนุ่มตรงหน้านี้แล้วจริงๆ! อีกฝ่ายต่างหากคือศิลปินอักษรวิจิตรอันดับหนึ่งแห่งบลูสตาร์ที่แท้จริง!
ด้านข้าง พิธีกรที่ตกตะลึงกลืนน้ำลายอึกหนึ่งแล้วถามว่า “ผลงานอักษรวิจิตรชิ้นนี้มีชื่อว่าอะไรครับ?”
หลินจือไป๋กล่าว “อารัมภบทศาลากล้วยไม้ครับ”
พิธีกรพยักหน้า “ราคาเริ่มต้นประมูลที่คุณกำหนดคือเท่าไหร่ครับ?”
กฎของงานประมูลการกุศล ราคาเริ่มต้นนี้ผู้มอบของประมูลจะเป็นคนกำหนด หลินจือไป๋อยากจะตั้งเท่าไหร่ก็ได้ “หกสิบห้าล้านครับ” หลินจือไป๋พูดตัวเลขที่น่าตื่นตะลึงออกมา!
จูเกอชิวเหลียงได้ยิน สีหน้าพลันหมองลงทันที เมื่อครู่เขาเหยียบย่ำหลิวอั้นอย่างไร ไปตี้คนนี้ก็เหยียบย่ำกลับมาอย่างนั้น แต่นี่ตั้งราคาเริ่มต้นไว้สูงขนาดนี้ ไม่กลัวรถคว่ำหรือไง? ถ้าเกิดไม่มีคนซื้อล่ะ? เขาได้แต่แอบคาดหวังลึกๆ ว่าคนในงานจะตาไม่ถึงดูของไม่เป็น หากประมูลไม่ออก วันนี้ตัวเขาก็ยังพอจะรักษาหน้าไว้ได้บ้าง
พิธีกรสูดหายใจเฮือกใหญ่ โจวไทที่อยู่ข้างหลินจือไป๋ได้ยินแล้วก็ใจเต้นระรัว ราคาเริ่มต้นผลงานของไปตี้นี้ มันคือราคาปิดประมูลผลงานของจูเกอชิวเหลียงชัดๆ!
“ซี้ดดด~~~” พิธีกรสูดหายใจเข้าลึกอย่างเงียบเชียบแล้วประกาศเสียงดัง “เรียนแขกผู้มีเกียรติในงานทุกท่านโปรดทราบ ลำดับต่อไปคือของประมูลชิ้นสุดท้ายสำหรับวันนี้ ผลงานอักษรวิจิตรที่อาจารย์ไปตี้เพิ่งจะรังสรรค์ขึ้นเมื่อสักครูนี้ ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ ราคาเปิดประมูลอยู่ที่หกสิบห้าล้านครับ!”
ผู้ชมในงานและทางบ้านต่างตกอยู่ในความเงียบงัน… ราคาเริ่มต้นที่ไปตี้ตั้งไว้ ไม่ไว้หน้าจูเกอชิวเหลียงเลยสักนิด! พวกเศรษฐีจะยอมจ่ายเหรอ? หกสิบห้าล้านไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยนะ!
แต่แล้วความจริงในวินาทีต่อมาก็ได้พิสูจน์ว่า การตั้งราคาของไปตี้นี้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก!
“เจ็ดสิบล้าน!” เศรษฐีชาวฉีโจวคนหนึ่งยกป้ายขึ้นทันทีโดยไม่ลังเล สีหน้าของเขาเข้าขั้นคลั่งไคล้
“แปดสิบล้าน!” เศรษฐีชาวฉูโจวคนหนึ่งเพิ่มราคารวดเดียวสิบล้าน!
“เก้าสิบล้าน!” เศรษฐีชาวหานโจวไม่ยอมน้อยหน้า!
“หนึ่งร้อยล้าน!” มหาเศรษฐีเวยโจวท่านหนึ่งตะโกนเสียงดังลั่น “ทุกท่านช่วยเห็นแก่หน้าผมหน่อยเถอะครับ ภาพอักษรชิ้นนี้ผมชอบด้วยใจจริง!”
น่าเสียดายที่ผู้ที่นั่งอยู่ในที่นี้ล้วนเป็นมหาเศรษฐีระดับท็อปทุกคน จึงไม่มีใครสนใจเขาเลย โดยเฉพาะเศรษฐีชาวเยี่ยนโจวคนหนึ่งถึงกับเพิ่มราคารวดเดียวสามสิบล้าน “หนึ่งร้อยสามสิบล้าน!”
คณะตัวแทนจากทุกทวีปต่างพากันตะลึงจนตาค้างกันหมด! ราคาตอนนี้เป็นสองเท่าของภาพอักษรของจูเกอชิวเหลียงแล้ว! ที่สำคัญคือยังไม่ปิดการประมูล! หันไปมองจูเกอชิวเหลียงอีกที ตอนนี้เขาได้ปิดกั้นตัวเองไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ความหวังลมๆ แล้งๆ พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ในหมู่มหาเศรษฐีเหล่านี้ไม่ขาดแคลนคนตาถึง ต่อให้บางคนดูของไม่เป็น ก็ย่อมมีคนบอกพวกเขาอยู่ดีว่าภาพอักษรชิ้นนี้มีมูลค่าเพียงใด!
ฝั่งคณะตัวแทนฉินโจวต่างพากันมึนงง โจวหานจินร้องเสียงหลง “แค่ตัวอักษรภาพเดียว ต้องขนาดนี้เลยเหรอ!”
จางซีหยางถอนหายใจกล่าว “ในสายตานายมันเป็นแค่ตัวอักษรภาพเดียว แต่ในสายตาบางคน มันไม่ใช่แค่ตัวอักษรภาพเดียวอีกแล้ว!”
เฉินหลิงถึงกับชาไปทั้งตัว “อาจารย์ไปตี้คมในฝักลึกสุดหยั่งจริงๆ!”
หลิวอั้นมึนหัวไปหมด “ทั้งที่อาจารย์ไปตี้มีฝีมือระดับนี้ เมื่อก่อนกลับไม่เคยเปิดเผยโออวด ปล่อยให้ผมครองฉายาศิลปินอักษรวิจิตรอันดับหนึ่งของฉินโจว ตอนนี้พอนึกย้อนไปแล้วน่าละอายจริงๆ”
คุณยายจ้าวอายุขนาดนี้แล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งเท่าไหร่ ทว่าตั้งแต่ได้เจอกับไปตี้ หญิงชราที่ใช้ชีวิตมาค่อนคนถึงได้พบว่าประสบการณ์และความรู้ที่ผ่านมาของตัวเองยังไม่เพียงพอจริงๆ! ข้างกายหลินจือไป๋ โจวไทรู้สึกราวกับตัวลอย “ผลงานชิ้นนี้มีความดีความชอบของฉันอยู่หนึ่งส่วน! ฉันเป็นคนฝนหมึก ฉันเป็นคนฝนหมึกละ!”
การประมูลยังคงดำเนินต่อไป มีเศรษฐีจ้าวโจวคนหนึ่งยกป้าย “หนึ่งร้อยห้าสิบล้าน!”
“ให้มันทันใจหน่อยได้ไหม สองร้อยล้าน!” มหาเศรษฐีจากฝั่งจงโจวถึงกับกระโดดเข้ามาร่วมวงประมูลด้วย ผิดไปจากความคาดหมายของทุกคนโดยสิ้นเชิง เพราะอย่างไรเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับศึกอักษรวิจิตรระหว่างฉินโจวและจงโจว ตามทฤษฎีแล้วเศรษฐีจงโจวควรจะสนับสนุนจูเกอชิวเหลียงอย่างไม่มีเงื่อนไขสิ แต่อุตส่าห์อดทนมาตั้งนาน สุดท้ายก็ทนไม่ไหว! เมื่อมีคนเปิดหัว ไม่นานก็มีเศรษฐีจงโจวอีกหลายคนพากันเสนอราคาแย่งชิงอย่างดุดัน เกทับราคาทีละสามสิบล้านเป็นอย่างต่ำ!
“สองร้อยสามสิบล้าน!”
“สองร้อยหกสิบล้าน!”
“สองร้อยเก้าสิบล้าน!”
“สามร้อยยี่สิบล้าน!”
มหาเศรษฐีฉินโจวเริ่มไม่พอใจจึงตะโกนสวนกลับไป “พวกคุณชาวจงโจวจะมาผสมโรงอะไรด้วยเนี่ย มันผลงานอักษรวิจิตรของฉินโจวพวกเรานะ!”
“ฉินโจวจงโจวอะไรกัน ศิลปะไร้พรมแดน!” เหล่าเศรษฐีจงโจวตอบกลับอย่างเต็มปากเต็มคำ
เศรษฐีฉินโจวรวมพลังกันต่อต้านศัตรูทันที “ภาพอักษรชิ้นนี้จะตกไปอยู่ในมือคนจงโจวไม่ได้เด็ดขาด นี่คือสมบัติล้ำค่าของฉินโจวเรา! ก่อนหน้านี้พวกเรายังไม่ประมูลผลงานของจูเกอชิวเหลียงเลย ตอนนี้พวกแกมีสิทธิ์อะไรมาแย่งผลงานของไปตี้กับพวกเรา?”
“สามร้อยสี่สิบล้าน!”
“สามร้อยเจ็ดสิบล้าน!”
“ผมให้สี่ร้อยล้าน!”
เหล่าเศรษฐีกลุ่มนี้ราวกับเป็นบ้า เพียงชั่วครู่เดียว ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ ก็ถูกเสนอราคาไปถึงสี่ร้อยล้านแล้ว และท่ามกลางการประมูลที่บ้าคลั่ง จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น… “ห้าร้อยล้าน”
ตัวเลขนี้ทำเอาเศรษฐีคนอื่นๆ ถึงกับอึ้งไปเลย ใครมันเล่นใหญ่ขนาดนี้กันเนี่ย พวกเราเพิ่มทีละยี่สิบสามสิบล้าน แกเล่นเพิ่มทีเดียวหนึ่งร้อยล้านเลยเหรอ!? ผลคือพอหันไปมองคนเสนอราคา เศรษฐีฉินโจวทั้งหมดต่างก็หัวเราะจนท้องแข็ง เพราะคนที่เสนอราคาในขณะนี้คือ หลินเจามู ปู่แท้ๆ ของไปตี้!
“โอ้โห! ท่านประธานหลิน! คุณจะมาร่วมวงอะไรด้วยเนี่ย!”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ! ไปตี้เป็นหลานชายแท้ๆ ของคุณนะท่านประธานหลิน จะซื้อผลงานหลานชายตัวเองยังต้องจ่ายถึงห้าร้อยล้านเลยเหรอ?”
“อย่ามาแย่งกับพวกเราเลยน่า! ไว้ค่อยให้หลานชายคุณเขียนให้ใหม่อีกสักภาพสิ!”
เศรษฐีฉินโจวต่างคุ้นเคยกันดี การที่หลินเจามูเข้าร่วมประมูลกะทันหันทำให้เพื่อนเก่าขำกันแทบบ้า พากันแซวรอบวง! ไม่ใช่แค่เหล่าเศรษฐีเท่านั้น ผู้ชมชาวฉินโจวในชั่วขณะหนึ่งก็รู้สึกว่าฉากนี้มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
‘นี่มันพล็อตละครครอบครัวอะไรกันเนี่ย!’
‘ไปตี้: พวกนายรู้ไหมว่าลายมือฉันมีค่าแค่ไหน? ขนาดปู่จะซื้อยังต้องควักเงินห้าร้อยล้านเลยนะ!’
‘กตัญญูกันลั่นห้องเลยพี่น้อง!’
ทุกคนคิดว่าห้าร้อยล้านน่าจะเป็นขีดจำกัดแล้ว พิธีกรเริ่มนับถอยหลัง “ห้าร้อยล้านครั้งที่หนึ่ง ห้าร้อยล้านครั้งที่สอง…” ครั้งที่สองยังพูดไม่ทันจบ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งวงการอินเทอร์เน็ตฉินโจวกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ผมให้ห้าร้อยสิบล้าน เหล่าหลินคุณพักเถอะ หลานชายแท้ๆ ของคุณนะ ยังไงซะคุณก็ไม่ขาดทุนอยู่แล้ว”
ใบหน้าของหลินเจามูไม่ได้แสดงอารมณ์ออกมามากนัก แต่หากมีใครที่อ่านสีหน้าเป็น ก็จะสังเกตเห็นว่าหางตาของตาแก่คนนี้กระตุกไปเล็กน้อย ในวินาทีนี้อารมณ์ของหลินเจามูซับซ้อนมาก