ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 328 บุกเบิกตลาดฉีโจว
งานประมูลการกุศลบลูสตาร์จบลงแล้ว หลินจือไป๋แจ้งเกิดอย่างยิ่งใหญ่จนโลกตะลึง
ชื่อของเขาปรากฏในสายตาคนภายนอกฉินโจวเป็นครั้งแรก หลายคนต่างจดจำเด็กหนุ่มชาวฉินโจวผู้มีนามนี้ขึ้นใจ!
ฉีโจว: “เชี้ยเอ๊ย! วันนี้เอามีดมาปาดกันชัดๆ เปิดหูเปิดตาจริงๆ”
“วีรบุรุษถือกำเนิดจากยุวชนจริงๆ ไม่คิดเลยว่าฉินโจวจะมีเด็กหนุ่มที่มหัศจรรย์ขนาดนี้ ไปตี้ ฉันจำชื่อเขาไว้แล้ว!”
“ศิลปินอักษรวิจิตรอันดับหนึ่งของบลูสตาร์คนใหม่ถือกำเนิดแล้ว เขาชื่อไปตี้!”
“ชื่อนี้โคตรอวดดีเลยแฮะ!”
“คนคนนี้ต่อไปจะเป็นจักรพรรดิแห่งวงการอักษรวิจิตร!”
เยียนโจว: “อูร่า!”
“ภาพตัวอักษรนี้มีมูลค่าหกร้อยล้าน เจ้าหนุ่มไปตี้ชื่อดังก้องโลกแล้ว!”
“เขาหล่อมากเลยนะ!”
หานโจว: “อาซี่!”
“คนหนุ่มที่เก่งกาจราวกับปีศาจขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ใช่คนหานโจวของเรานะ!”
“พอได้ดู ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ ของไปตี้ ฉันถึงได้รู้ว่าอะไรคือศิลปะแห่งอักษรวิจิตร!”
จ้าวโจว: “ไปตี้คนนี้นี่เป็นพวกที่ต่อให้ใช้หน้าตาก็หากินได้สบายๆ แต่ดันเลือกใช้พรสวรรค์เหรอ?”
“ฉันได้ยินมาว่าเด็กคนนี้เป็นทายาทกลุ่มนายทุนด้วยนะ”
“นี่มันผู้ชนะในชีวิตชัดๆ!”
เวยโจว: “WTF!”
“ฉันหลงรักเขาแล้ว!”
“อยากให้เขามาเซ็นชื่อบนก้นฉันจัง!”
จงโจว: “จูเกอชิวเหลียงแพ้ไปทั้งอย่างนี้เลยเหรอ?”
“ตำแหน่งอันดับหนึ่งในวงการอักษรวิจิตรแห่งบลูสตาร์เปลี่ยนมือแล้วงั้นเหรอ?”
“เจ้าไปตี้นี่เป็นสัตว์ประหลาดที่โผล่มาจากไหนกันเนี่ย โหดเกินไปแล้ว!”
ขณะเดียวกัน ข่าวฉินโจวก็เริ่มถล่มไปทั่วโลกออนไลน์แล้ว!
[ไปตี้เอาชนะจูเกอชิวเหลียง ผงาดขึ้นจุดสูงสุดวงการอักษรวิจิตรบลูสตาร์!]
[อารัมภบทศาลากล้วยไม้ปรากฏขึ้นอย่างสะท้านฟ้า อักษรวิจิตรของไปตี้สะเทือนไปทั่วโลก!]
[ผลงานอักษรวิจิตรของไปตี้มีมูลค่าถึงหกร้อยล้าน!]
[งานประมูลการกุศลบลูสตาร์ครั้งที่ยี่สิบเอ็ดปิดฉากลงอย่างงดงาม ไปตี้คว้าชัยไปครอง!]
[ตำแหน่งทายาทเสินฮวากรุ๊ปของไปตี้มั่นคงแล้ว?]
ตั้งแต่ไปตี้เข้าวงการมาก็มีฉายานับไม่ถ้วน บ้างก็ว่าเขาเป็นปรมาจารย์เพลงเทพ บ้างก็ว่าเขาเป็นปรมาจารย์เพลงฉลองปีใหม่ แถมยังมีคนบอกว่าเขาคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งฉินโจวอีก
และตอนนี้หลินจือไป๋ก็มีฉายาที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเพิ่มมาอีกหนึ่ง!
อันดับหนึ่งแห่งวงการอักษรวิจิตรบลูสตาร์ ผู้มีผลงานประมูลราคาสูงเสียดฟ้าถึงหกร้อยล้าน!
และตัวหลินจือไป๋เอง หลังจากจบงานประมูลก็ถูกนักข่าวจากทวีปต่างๆ รุมล้อมอย่างไม่เกินความคาดหมาย
ไมโครโฟนของสื่อแทบจะยัดเข้าไปในปากเขาอยู่แล้ว!
เมื่อสลัดหลุดจากนักข่าวมาได้ หลินจือไป๋ก็รีบกลับโรงแรมทันที
กลับกลายเป็นคนอื่นๆ ในคณะตัวแทนฉินโจวที่อยู่ให้สัมภาษณ์ โดยคนที่ดูตื่นเต้นที่สุดก็คือโจวไท!
โจวไทต้องตื่นเต้นอยู่แล้ว ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ สร้างความตะลึงไปทั่วงาน เขาเป็นคนฝนหมึกเชียวนะ งานนี้ตัวเขากับไปตี้แท็กทีมกันฟาดเรียบ!
“ฉันฝนหมึกให้ไปตี้ แล้วเขาก็เขียนอารัมภบทศาลากล้วยไม้!”
เรื่องนี้โจวไทเอาไปคุยโวได้ตลอดชีวิต! เฉินหลิงและหลิ่วอั้นที่อยู่ข้างๆ ก็ยิ่งพยายามอวยอักษรวิจิตรของไปตี้สุดชีวิต!
โดยเฉพาะหลิ่วอั้น วันนี้เดิมทีเขาต้องขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ไปตี้ได้ช่วยกู้หน้าเขาไว้
หากอีกฝ่ายไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย คราวนี้เขาคงเสียหน้าครั้งใหญ่แน่ แม้ตอนนี้จะเสียหน้าไปบ้างแต่ก็ไม่มีใครสนใจแล้ว!
ทุกคนหันไปสนใจไปตี้กันหมด ใครจะยังมาสนใจเรื่องที่หลิ่วอั้นโดนจูเกอชิวเหลียงเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอีกละ!
อีกอย่างวันนี้จูเกอชิวเหลียงโดนไปตี้เหยียบย่ำหนักกว่าอีกต่างหาก! ถือว่าได้ชำระแค้นครั้งใหญ่แล้ว!
อีกด้านหนึ่งที่โรงแรม หลินจือไป๋รับประทานอาหารร่วมกับหลินเจามู
เมื่อทานเสร็จหลินเจามูก็เช็ดปากแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ใกล้จะจบปีสามแล้ว ต่อไปมีแผนยังไงบ้าง?”
“ก็พอมีอยู่ครับ” หลินจือไป๋ตอบ “คุณพ่ออยากบุกเบิกตลาดต่างทวีป ผมกะว่าจะตามไปดูสักหน่อยครับ”
“ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดี” หลินเจามูพยักหน้า “สะสมประสบการณ์ให้มากเข้าไว้ วันหน้าเวลามารับช่วงงานที่บ้านจะได้สบายขึ้นหน่อย”
แววตาของหลินจือไป๋ไหววูบ คุณปู่พูดออกมาอย่างสบายๆ แต่ความหมายที่แฝงอยู่นั้นไม่พูดก็พอรู้
สองปู่หลานไม่ได้คุยหัวข้อนี้กันลึกมากนัก ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ย
วันรุ่งขึ้น หลินจือไป๋กลับมาถึงบ้าน พ่อกำลังดูทีวีอยู่ในห้องรับแขก พอหันมาเห็นหลินจือไป๋ก็ยิ้มแก้มปริทันที
“ลูกกลับมาแล้วเหรอ”
พี่ชายเอ่ยแซว “สวัสดีตอนสายครับ ท่านศิลปินอักษรวิจิตรผู้ยิ่งใหญ่”
แม่ปรีเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น “ลูกแม่ เล่ามาซิว่าเรื่องอักษรวิจิตรมันเป็นยังไงมายังไง แม่ไม่เห็นรู้เลยว่าลูกเก่งขนาดนี้?”
“ความดีความชอบของแม่ทั้งนั้นแหละครับ” หลินจือไป๋มั่วไปเรื่อยว่า “ตอนเด็กๆ แม่สมัครคอร์สเรียนพิเศษอักษรวิจิตรให้ผมไม่ใช่เหรอครับ”
แม่เบิกตากว้าง มันก็มีเรื่องแบบนี้อยู่จริงๆ นี่นะ ตอนเด็กๆ หลินจือไป๋เคยเรียนวิชาความสามารถพิเศษมาไม่น้อย หนึ่งในนั้นก็รวมถึงอักษรวิจิตรด้วย
แต่ไอ้คอร์สเรียนพิเศษอักษรวิจิตรพรรคนั้น จะปั้นศิลปินอักษรวิจิตรอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ออกมาได้เลยเหรอ!?
พี่สาวก็ขยับเข้ามาเช่นกัน สายตาจ้องเขม็งไปที่หลินจือไป๋ “เงินหกร้อยล้านจากการประมูลงานอักษรวิจิตร บริจาคไปหมดเลยเหรอ?”
หลินจือไป๋พยักหน้า พี่สาวรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที ตะโกนก้องตัวพลางโอดครวญ “เงินตั้งเยอะแยะ!”
หลินจือไป๋ขำ “เมื่อก่อนไม่เห็นรู้เลยว่าพี่งกเงินขนาดนี้”
พี่สาวมองค้อน “ฉันไม่ได้งกเงิน แต่นั่นมันตั้งหกร้อยล้านเชียวนะ!”
พูดจบ พี่สาวก็ทำหน้าคาดหวังเต็มเปี่ยม “ปู่ได้บอกใบ้อะไรนายไหม เขาอยากเลือกนายเป็นทายาทหรือเปล่า?”
หลินจือไป๋กะพริบตาปริบๆ “ความคิดของคุณปู่อย่าไปเดาเลย”
พ่อเอ่ยขึ้นว่า “เมื่อกี้ปู่ลูกเพิ่งโทรหาพ่อ บอกว่าเรื่องที่เราจะบุกเบิกตลาดต่างทวีป จะให้ลูกเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ท่านยังอยากเห็นความสามารถในการทำงานด้วยตัวคนเดียวของลูกอีกหน่อย ส่วนเรื่องจะไปทวีปไหน พ่อมีไอเดียแล้ว แต่ยังต้องถามความเห็นลูกก่อน เพราะถึงเวลานั้นลูกต่างหากคือคนรับผิดชอบ”
เว้นจังหวะครู่หนึ่ง พ่อก็พูดต่อ “ลูกคิดว่าฉีโจวเป็นยังไง?”
ฉีโจว? เหมือนจะไม่เลวเลย…
หลินจือไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ทางผมไม่มีปัญหาครับ”
พ่อพยักหน้า “งั้นพ่อจะไปปรึกษาขั้นตอนรายละเอียดกับทางคุนเผิงนะ”
เสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ต้องร่วมมือกับคุนเผิงในการบุกเบิกตลาดต่างทวีป พ่อย่อมต้องไปปรึกษากับเจียงเฉิงสักหน่อย
ตกเย็นผลสรุปการหารือก็ออกมา หลักๆ เป็นเพราะหลินจือไป๋แอบส่งข้อความไปบอกเจียงเฉิงว่า สถานีแรกในการบุกเบิกตลาดต่างทวีปให้เป็นฉีโจว!
หลินจือไป๋เคยศึกษาตลาดฉีโจวมาแล้ว เพลงกระแสหลักของที่นั่นล้วนขับร้องด้วยภาษาฉี ส่วนภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมของที่นั่นจะเน้นแนวตลกคอมเมดี้
หลินจือไป๋มีระบบอยู่ เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา เพราะมีผลงานให้เลือกเยอะแยะมากมายไปหมด
“พ่อกับเจียงเฉิงปรึกษาหารือจนได้แผนการออกมาแล้ว เราจะเริ่มจากการเข้าซื้อกิจการบริษัทบันเทิงขนาดกลางในท้องถิ่นของฉีโจวก่อน แบบนี้จะช่วยลดความยุ่งยากไปได้เยอะ ลูกจะได้รับตำแหน่งประธานคอยดูแลเรื่องการตัดสินใจบริหารบริษัท ทางคุนเผิงเองก็เห็นด้วย ส่วนการแบ่งหุ้น เสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์กับคุนเผิงจะถือคนละห้าสิบเปอร์เซ็นต์” พ่อกล่าวเช่นนี้ครับ
หลินจือไป๋พยักหน้า เมื่อคุนเผิงจับมือกับเสินฮวา ประสิทธิภาพการทำงานก็สูงมาก
เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน เสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ก็ได้ร่วมมือกับคุนเผิง เข้าซื้อกิจการบริษัทบันเทิงขนาดกลางแห่งหนึ่งในฉีโจวได้สำเร็จ
บริษัทนี้เดิมชื่อว่า ‘กวงฮุยเอ็นเตอร์เทนเมนต์’ หลังจากถูกซื้อกิจการก็เปลี่ยนชื่อเป็น ‘บริษัทเสินฮวาคุนเผิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์’ ทันที
ชื่อนี้บอกทุกคนตรงๆ แบบหยาบๆ ว่าคือบริษัทที่คุนเผิงและเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ร่วมกันก่อตั้งขึ้น!
และในขณะที่บริษัทถูกซื้อกิจการ หลินจือไป๋ก็ขึ้นเป็นประธานของเสินฮวาคุนเผิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ทันที!
แน่นอนว่ายังไม่ได้เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ หลังจากซื้อกิจการเสร็จสิ้น ข่าวก็แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว เริ่มจากคนในวงการที่ถกเถียงกันต่างๆ นานา!
“ได้ข่าวหรือยัง?”
“คุนเผิงกับเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ร่วมมือกันซื้อบริษัทบันเทิงที่ฝั่งฉีโจว นี่กะจะบุกตลาดฉีโจวเลยนะ!”
“จะบุกตลาดฉีโจว!?”
“บุกตลาดนะพูดง่าย แต่สามยักษ์ใหญ่พยายามกันมาตั้งหลายปีก็ยังไม่สำเร็จ เลยคุนเผิงกับเสินฮวาร่วมมือกันจะทำได้เหรอ?”
“นี่ไม่ใช่ประเด็นที่ฉันจะพูด ประเด็นที่ฉันจะพูดคือ ดูเหมือนประธานของบริษัทบันเทิงแห่งนี้จะเป็นไปตี้”
“หา! จริงหรือมั่วเนี่ย!?”
“ฉันจำได้ว่าไปตี้ยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเองไม่ใช่เหรอ?”
“ไปตี้อยู่ปีสามแล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะจบปีสาม ปีสี่ก็ไม่มีเรียนแล้ว เพราะงั้นไปตี้จะออกมาทำงานก็เป็นเรื่องปกติ การที่เขาเป็นประธานก็ยิ่งปกติเข้าไปใหญ่ อย่าลืมว่าไปตี้เป็นประธานกรรมการของสำนักพิมพ์เสินฮวาด้วยนะ เขามีความสามารถในการทำงานด้วยตัวคนเดียวมานานแล้ว”
“แต่การบุกเบิกตลาดฉีโจวนะไม่ง่ายนะ ของที่ฮิตที่นั่นต่างกับฉินโจวบ้านเราเยอะเลย ไปตี้ในฐานะผู้รับผิดชอบการบุกเบิกตลาดจะหาทิศทางที่ถูกต้องเจอเหรอ?”
“ฉันว่าไม่น่ารอด! เมื่อก่อนสามยักษ์ใหญ่ก็เคยคิดจะบุกตลาดฉีโจวแต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง เจอปัญหาปรับตัวเข้ากับพื้นที่ไม่ได้สารพัด”
จากนั้นข่าวที่เสินฮวากับคุนเผิงร่วมหุ้นเปิดบริษัทที่ฝั่งฉีโจว ก็แพร่ไปถึงแพลตฟอร์มจี๋กวงแล้วเช่นกัน
‘ความสัมพันธ์ของเสินฮวากับคุนเผิงช่วงนี้แย่มากเลยไม่ใช่เหรอ?’
‘นั่นเพราะนายไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์กับสถานีโทรทัศน์เสินฮวาไม่เหมือนกัน ที่ความสัมพันธ์กับคุนเผิงไม่ดีคือสถานีโทรทัศน์เสินฮวา แต่ความสัมพันธ์ของเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์กับคุนเผิงนะดีมาตลอด เพราะเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็นส่วนที่ครอบครัวไปตี้รับผิดชอบ ส่วนสถานีโทรทัศน์เสินฮวา ลุงสามของไปตี้เป็นคนดูแล ครอบครัวไปตี้กับครอบครัวลุงสามเขาไม่ค่อยถูกกัน…’
‘วุ่นวายชะมัด!’
‘ไม่คุยเรื่องไร้สาระพวกนี้แล้ว ได้ยินคนในวงการแฉว่า บริษัทร่วมทุนของเสินฮวากับคุนเผิงในฉีโจว จะให้ไปตี้รับตำแหน่งประธาน!’
‘พรวด! ไปตี้!?’
‘ไปตี้ก็รู้ภาษาฉีนะ เพลงภาษาฉีที่แต่งก็เพราะมาก แต่ไม่รู้ว่าเพลงของเขาจะดังในตลาดฉีโจวได้ไหม’
‘ฉันบอกได้แค่ว่า ฉินโจวเราพยายามบุกตลาดฉีโจวมาตั้งนานแล้วแต่ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง ต่อให้เปลี่ยนเป็นไปตี้มาคุมเกม ฉันว่าก็คงเหมือนเดิมแหละ!’
สุดท้ายข่าวนี้กลับแพร่สะพัดไปทั่วฝั่งฉีโจวด้วยเช่นกัน!
ความจริงตามหลักแล้ว ข่าวนี้ไม่น่าจะดึงดูดความสนใจของชาวฉีโจวสักเท่าไหร่ ยังไงก็แค่การเข้าซื้อกิจการบริษัทบันเทิงขนาดกลางแห่งหนึ่งเท่านั้น
แต่ใครใช้ให้การซื้อกิจการครั้งนี้เกี่ยวข้องกับไปตี้ล่ะ? ไปตี้เพิ่งจะได้รับการยอมรับจากผู้ชมทั่วโลกว่าเป็น ‘ศิลปินอักษรวิจิตรอันดับหนึ่งของบลูสตาร์’
ช่วงนี้ในแต่ละทวีปต่างก็มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการประมูลผลงาน ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ ของเขาด้วยราคาสูงลิ่วแล้ว
จู่ๆ ช่วงเวลานี้ก็มีข่าวลือว่าไปตี้จะมาที่ฝั่งฉีโจว เพื่อรับตำแหน่งประธานบริษัทบันเทิงแห่งหนึ่ง ชาวเน็ตฉีโจวจะไม่สนใจได้อย่างไรไหว!
ถึงแม้ชาวเน็ตฉีโจวจะงงกันตอนเห็นข่าวนี้ครั้งแรกก็ตาม
“ไปตี้ไม่ใช่ศิลปินอักษรวิจิตรเหรอ?”
“ทำไมอยู่ๆ ถึงเข้าไปอยู่ในวงการบันเทิงซะแล้วล่ะ?”
“สถานะศิลปินอักษรวิจิตรกับประธานบริษัทบันเทิงนี่มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันเลยนะ!”
“ฮ่าๆ ฉันเรียนอยู่ที่ฉินโจว เดี๋ยวจะให้ความรู้พวกนายเอง เดิมทีไปตี้เป็นทายาทกลุ่มทุนระดับท็อปของฉินโจว ขณะเดียวกันเขาก็เป็นนักแต่งเพลงที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ในวงการเรียกกันว่าพ่อเพลงน้อย แถมเขายังได้รับการยอมรับว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งฉินโจว เชี่ยวชาญการแต่งบทกวีมากซะด้วย!”
“เชี้ย! โคตรเจ๋งเลย!”
“ฟังดูเหมือนผู้ชนะในชีวิตตามสูตรเป๊ะเลย!”
“แล้วอักษรวิจิตรล่ะ?”
“เรื่องอักษรวิจิตรนี่ไปตี้แค่ทำข้ามสายเฉยๆ จริงๆ ฉันเรียนที่ฉินโจวมาสองปียังไม่รู้เลยว่าอักษรวิจิตรของไปตี้น่ากลัวถึงขนาดนี้!”
“นั่นเขาดังมากในฉินโจวเหรอ?”
“ตัวท็อปเลยละ ที่ฉันพูดคือตัวท็อปของจริงนะ”
“เชี้ย! ไม่คิดเลยว่าไปตี้คนนี้จะมีเบื้องหลังซับซ้อนขนาดนี้ เขาไม่ใช่ศิลปินอักษรวิจิตรอาชีพด้วยซ้ำ!?”
“ขอบคุณเทพเด็กนอกที่มาให้ความรู้ นายเป็นคนดีใช้ได้เลยนะเนี่ย”
จากการที่มีคนออกมาให้ความรู้ ชาวฉีโจวถึงเพิ่งตระหนักได้อย่างแท้จริงว่า ไปตี้เป็นบุคคลระดับไหน!
พ่อเพลงน้อย? ทายาทกลุ่มทุน? อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งฉินโจว?
ถ้าไม่มีความรู้พวกนี้ ชาวฉีก็ยังนึกว่าไปตี้มาจากตระกูลอักษรวิจิตร เป็นอัจฉริยะอักษรวิจิตรระดับสุดยอดที่ฝึกฝนอย่างหนักมาตั้งแต่เด็กซะอีก ไม่อย่างนั้นเขาจะเขียนงานอักษรวิจิตรล้ำเลิศอย่าง ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ ออกมาได้อย่างไรกัน!
แต่ความจริงกลับแตกต่างจากจินตนาการของชาวฉีโจวมหาศาล!
กลับมาที่ฉินโจว เนื่องจากการถกเถียงข่าวเกี่ยวกับไปตี้สูงมาก และเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับคุนเผิงด้วย ดังนั้นไม่นานก็มีคนเชื่อมโยงเรื่องราวได้!
‘ถ้าเสินฮวากับคุนเผิงร่วมมือกันบุกตลาดฉีโจว ไปตี้ก็ต้องแต่งเพลงภาษาฉีใช่ไหม?’
‘งั้นไปตี้ก็คือกำลังหลักในการบุกเบิกเลยสิ!’
‘แต่อย่าลืมนะว่า คุนเผิงร่วมหุ้นกับเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์!’
‘นี่หมายความว่า ฉูฉื่อก็จะกลายเป็นกำลังหลักในการบุกเบิกด้วยหรือเปล่า?’
‘ยังมีปู่เยโหวอีกคน!’
‘ปู่เยโหวเขียนบทละครเก่งขนาดนั้น การบุกเบิกครั้งนี้ปู่เยโหวต้องไปด้วยไหม?’
‘ถ้าไปกันหมด ฉันรู้สึกว่ารอบนี้มีเรื่องสนุกให้ดูแน่! ทัพนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ ไปตี้ ปู่เยโหว แล้วก็ฉูฉื่อ ผลงานของสามคนนี้ดังระเบิดในฉินโจวบ้านเราทั้งนั้น!’
‘ปัญหาคือไปถึงฉีโจวแล้วพวกเขาจะยังไหวไหม?’
‘ก็น่าจะสร้างผลงานได้บ้างแหละมั้ง?’
ความไม่แน่นอนในเรื่องนี้มีสูงมาก แต่ชาวเน็ตบางส่วนกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้ดูมีความหวัง! ถึงแม้ชาวเน็ตส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าเรื่องนี้ยากมากก็ตาม
อย่างปู่เยโหว แม้จะไร้คู่ต่อสู้ในตลาดละครโทรทัศน์ฉินโจวแล้ว แต่ไปถึงฉีโจวจะยังเป็นที่นิยมอยู่เหรอ? สไตล์ภาพยนตร์และละครที่ฮิตที่นั่นไม่เหมือนกับฉินโจวสักเท่าไหร่เลยนะ!
ภายนอกพากันวิพากษ์วิจารณ์ หลินจือไป๋เองก็กำลังวางแผน
ตัวเขาจะบุกเบิกตลาดฉีโจว แน่นอนว่าหมายถึงทั้งไปตี้ ฉูฉื่อ และปู่เยโหว ต้องไปด้วยกันหมด!
และอนาคตเมื่อไปถึงฉีโจว สิ่งแรกคือด้านดนตรี หลินจือไป๋ไม่มีทางปล่อยผ่านไปแน่นอน เพราะฉีโจวก็มีชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล
หากอยากให้ไปตี้หรือฉูฉื่อยืนหยัดในวงการเพลงฉีโจวได้อย่างมั่นคง ก็ไม่อาจปล่อยชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลไปได้
ส่วนภาพยนตร์และละครโทรทัศน์… ครั้งนี้หลินจือไป๋มุ่งไปที่ภาพยนตร์เป็นหลัก เพราะตลาดภาพยนตร์ของฉีโจวคึกคักมาก
โดยเฉพาะภาพยนตร์ตลกต่างๆ ผู้ชมชาวฉีโจวดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ!
ประจวบเหมาะกับถึงเวลาที่ปู่เยโหวต้องเปลี่ยนแนวทางพอดี จะเขียนแต่บทละครโทรทัศน์อย่างเดียวก็ไม่ได้!
ถ้าพูดถึงประสิทธิภาพการทำเงิน ภาพยนตร์สูงกว่าละครโทรทัศน์อีกนะ!
“ในเมื่อชาวฉีโจวชอบดูภาพยนตร์ตลก งั้นฉันก็เลือกจากผลงานของโจวซิงฉือก็แล้วกัน”
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินจือไป๋ก็เริ่มแลกเพลงภาษากวางตุ้งจำนวนมาก รวมถึงภาพยนตร์จำนวนมากที่เขาคิดว่าจะถูกจริตชาวฉีโจว
เตรียมพร้อมรับศึกครั้งใหญ่ในการบุกเบิกตลาดต่างทวีปอย่างเต็มตัว!