ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 336 โจวหานจิ้นตัวจริงตัวปลอม!
“ขว้างระเบิดใส่ชีวิต! ระเบิดความหดหู่ให้กระจุย! ความเสื่อมโทรมและอ่อนล้าฉันไม่เกี่ยว! ฉันฉลองท่ามกลางแดดร้อนแรงอย่างบ้าคลั่ง!”
เสียงร้องของสุนัขทิเบตดังก้องกังวานอิสระบนเวที เขาชูไมโครโฟนขึ้นสูง แหงนศีรษะไปด้านหลัง และดึงไมโครโฟนออกห่าง ระเบิดพลังเสียงสูงถล่มเวทีอย่างบ้าคลั่ง!
ผู้ชมทั้งหมดตะลึงงัน! ทีมกรรมการนักทายก็อึ้ง!
“นี่มันเสียงโจวหานจิ้นชัดๆ!”
“นี่มันเพลงของโจวหานจิ้นชัดๆ!”
ถ้ามีคนคนหนึ่ง หุ่นเหมือนโจวหานจิ้น เสียงเหมือนโจวหานจิ้น แถมยังร้องเพลงของโจวหานจิ้น หรือแม้แต่การแต่งตัวก็ยังคล้ายกับสไตล์หลุดโลกของโจวหานจิ้น… แล้วเขาจะเป็นใคร? ในหัวของผู้ชมแทบจะผุดชื่อ ‘โจวหานจิ้น’ ขึ้นมาพร้อมกัน!
“เป็นเขา!?”
“ราชาเพลงโจว!?”
“เสียงนี้น่าสงสัยมาก!”
“ความเหมือนปาไปหกส่วนได้เลยมั้ง!”
“สุนัขทิเบตจงใจเลียนแบบโจวหานจิ้นหรือเปล่า?”
“เสียงโจวหานจิ้นนะเลียนแบบง่าย แต่เพลงนี้ยากมากนะ คนทั่วไปร้องไม่ได้หรอก แต่สุนัขทิเบตคนนี้ร้องออกมา รู้สึกว่าอยู่ระดับเดียวกับต้นฉบับเลย!”
“โจวหานจิ้นเป็นถึงราชาเพลงเชียวนะ!”
“ฮ่าๆๆ ฉันว่าเขาคือราชาเพลงโจวชัวร์ ถึงเขาจะพยายามคุมเสียงให้เหมือนแค่หกส่วน กะจะเล่นลูกไม้จริงบ้างหลอกบ้างกับพวกเรา แต่ฟังดีๆ ก็จับไตได้ง่ายมาก!”
“เรื่องนี้เราตัดสินเองไม่ได้หรอก!” ผู้ชมตัดสินเองไม่ได้แล้วใครจะตัดสินละ? สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่หลี่เซียวในทีมกรรมการนักทาย ความสัมพันธ์ของโจวหานจิ้นกับหลี่เซียวเปิดตัวอย่างเป็นทางการในรายการ The Voice แล้ว ในที่นี้ไม่มีใครรู้จักราชาเพลงโจวดีไปกว่าราชินีเพลงหลี่อีกแล้ว!
กล้องจับภาพไปที่ใบหน้าของหลี่เซียว ตอนนี้สีหน้าของหลี่เซียวดูตกตะลึงอยู่บ้าง แขกรับเชิญคนอื่นในทีมกรรมการนักทายต่างหันไปมองหลี่เซียวพลางหัวเราะร่า
“เหมือนมาก…” หลี่เซียวหัวเราะไม่ได้ร้องไหไม่ออก “เจ้าสุนัขทิเบตคนนี้กินโจวหานจิ้นเข้าไปกี่คนคะเนี่ย?”
หานปัว: “ความหมายของพี่เซียวคือ?”
หลี่เซียวส่ายหน้า: “สุนัขทิเบตคนนี้ไม่ใช่เหล่าโจวหรอกค่ะ เสียงเหล่าโจวฉันยังฟังออกนะ”
“ระวังนะครับพี่เซียว” อิงเหวยพูดแซว “ถ้าพี่ทายผิด สื่อคงสงสัยว่าความรักของพวกพี่ทั้งสองกำลังเจอวิกฤตหรือเปล่านะครับ”
ทีมกรรมการนักทายได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่า หลี่เซียวยิ้มแล้วพูดว่า “เมื่อกี้ฟังผ่านๆ แวบแรกฉันก็ลังเลนิดหน่อยค่ะ แต่พอฟังจบเพลง ฉันมั่นใจเลยว่าไม่ใช่เขาค่ะ”
“พี่เซียวนะพี่เซียว” เถียนเหวยที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้น “พี่คงไม่ได้จงใจเบี่ยงเบนความสนใจพวกเรา ช่วยปิดบังตัวตนให้ราชาเพลงโจวหรอกนะครับ เขามาแข่งรายการนี้หรือไมมา พี่จะไม่รู้เชียวเหรอ”
“ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเขามาหรือเปล่า” หลี่เซียวยิ้มกล่าว “แต่ฉันไม่ถึงกับจงใจหลอกพวกเธอหรอกน่า พูดเรื่องจริงทั้งนั้น”
รายการบ้าบออะไรเนี่ย ทีมกรรมการนักทายเริ่มระแวงกันเองซะแล้ว และเมื่อการแสดงของสุนัขทิเบตจบลง พิธีกรก็เริ่มเปิดโหวตหน้างาน นักร้องหน้ากากแต่ละคนร้องจบ ผู้ชมต้องโหวตหนึ่งครั้ง สุดท้ายนักร้องหน้ากากสองคนที่คะแนนรั้งท้ายจะถูกคัดออก โหวตเสร็จการรุมซักก็เริ่มขึ้น หลี่เซียวเป็นทัพหน้าอีกแล้ว
“สวัสดีค่ะ อาจารย์สุนัขทิเบต ทีมกรรมการนักทายของเรามีกฎอยู่ข้อหนึ่งค่ะ คำถามแรกคุณห้ามโกหกนะ”
“ถ้าไม่เกินขอบเขตนะครับ” สุนัขทิเบตวางมาดกวนๆ แผ่ราศีราชาเพลง
“คุณสนิทกับโจวหานจิ้นไหมคะ?” หลี่เซียวจ้องสุนัขทิเบตเขม็ง
“ก็ประมาณนั้นมั้งครับ” สุนัขทิเบตตอบแบบคลุมเครือ
อิงเหวยอดไม่ได้ที่จะถาม “ถ้าคุณคือโจวหานจิ้น ก็ถือว่าสนิทใช่ไหมครับ?”
“ก็นับแหละครับ” สุนัขทิเบตยังคงวางมาดกวนเช่นเดิม
“ยังมีอีกคำถาม คุณพูดความจริงจะดีที่สุดนะคะ” หลี่เซียวจ้องสุนัขทิเบตพลางถาม “เมื่อเช้าหลังตื่นนอน คุณสระผมหรือเปล่าคะ?”
“ฮิ้ว~~” ผู้ชมทั้งฮอลล์ส่งเสียงประหลาดออกมาเชิงโห่แซวหน่อย เพราะคำถามนี้มันส่วนตัวมาก หลี่เซียวถามแบบนี้แสดงว่าเธอรู้ว่าเมื่อเช้าโจวหานจิ้นสระผมหรือเปล่า แล้วทำไมเธอถึงรู้ละ? ก็รู้ๆ กันอยู่
สุนัขทิเบตเงียบไปสองวินาทีแล้วตอบว่า “สระครับ”
หลี่เซียวยิ้ม “ฉันหมดคำถามแล้วค่ะ”
แขกรับเชิญทีมกรรมการนักทายร้อนรน “สรุปว่าราชาเพลงโจวตื่นมาเมื่อเช้าสระผมหรือเปล่าครับ?”
หลี่เซียวะพริบตาอย่างเจ้าเล่ห์ “เป็นความลับของเหล่าโจวค่ะ”
ผู้ชม: “ฮิ้ว~”
ห้องพักเจ้าชายกบ ใบหน้าภายใต้หน้ากากกบของโจวหานจิ้นเขียวปัด! เขียวยิ่งกว่าหน้ากากเสียอีก!
เทพดาราร้อยลักษณ์คนนั้นเลียนแบบฉันก็แล้วไปเถอะ วงการบันเทิงกว้างใหญ่ขนาดนี้ นานๆ จะมีนักร้องที่เลียนแบบเสียงเขาได้ดีบ้างก็พอเข้าใจ แต่ไอ้สุนัขทิเบตตัวนี้มันยังไงกันแน่? ทำไมแกก็เลียนแบบเสียงฉันได้เหมือนกันละ! ทำเหมือนเสียงโจวหานจิ้นอย่างฉันราคาถูกมากจนใครหน้าไหนก็เลียนแบบได้อย่างงั้นแหละ!
ยังมีหน้ามาบอกว่าสนิทกับฉันอีก? ฉันไปมีคนรู้จักคนเหลวไหลอย่างแกตั้งแต่เมื่อไหร่? ที่น่าโมโหที่สุดคือท่าทางกวนโอ๊ยนั่นไปเรียนมาจากใครกัน ปกติฉันกวนขนาดนั้นเลยเหรอ!? นี่มันใส่ร้ายกันชัดๆ! เขาใส่ร้ายฉันอยู่นะ!
ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวสังเกตเห็นความผิดปกติของโจวหานจิ้นจึงอดถามไม่ได้ “อาจารย์เจ้าชายกบเป็นอะไรไปเหรอครับ?”
โจวหานจิ้นตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ผมนึกถึงเรื่องที่น่าเสียใจนะ”
ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวกล่าว “งั้นอาจารย์อย่าเพิ่งรีบเสียใจเลยครับ ถึงคิวอาจารย์ขึ้นเวทีแล้ว!”
“รู้แล้วน่า” โจวหานจิ้นลุกขึ้นเดินตรงไปยังเวที คนโน้นทีคนนี้ทีชอบเลียนแบบฉันนักใช่ไหม? วันนี้ฉันจะให้พวกนายได้เห็นความสงางามที่แท้จริงของโจวหานจิ้น!
“ขอเสียงปรบมือต้อนรับนักร้องหน้ากากท่านที่สามของวันนี้ครับ เขาคือ…” พิธีกรลากเสียงยาว “เจ้าชายกบ~!”
พรวด! ผู้ชมขำกลิ้ง “จะเป็นสวนสัตว์จริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?”
“บ้าบออะไรกัน! แพนด้ายักษ์ สุนัขทิเบต กบ?”
“นักร้องพวกนี้น่าจะเป็นดาราดังกันทั้งนั้นนะ ทำไมพอสวมหน้ากากแล้วพิลึกพิลั่นไม่น้อยหน้ากันเลยละเนี่ย!”
“หน้ากากอาจจะปลดปล่อยธาตุแท้ของดาราพวกนี้ออกมาก็ได้มั้ง?”
“ชอบดูดาราปล่อยตัวตามสบายแบบนี้แหละ โจวหานจิ้นก็เป็นคนที่ฉันชอบหลังจากที่เขาปล่อยตัวตามสบายนี่แหละ พูดถึงโจวหานจิ้น พวกเธอคิดว่าสุนัขทิเบตใช่เขาไหม?”
“หลี่เซียวบอกว่าไม่ใช่ไม่ใช่เหรอ?”
“หลี่เซียวอาจจะช่วยโจวหานจิ้นปิดบังอยู่ก็ได้ คำพูดเธอเชื่อทั้งหมดไม่ได้หรอก”
ผู้ชมวิพากษวิจารณ์ ทีมกรรมการนักทายจ้องมองไปที่เจ้าชายกบ เมื่อเจ้าชายกบยืนบนเวที หลี่เซียวก็ดวงตาเป็นประกาย ยิ้มแล้วกล่าวว่า “เจ้าชายกบคนนี้เหมือนเหล่าโจวกว่าสุนัขทิเบตอีก”
อิงเหวยอึ้งไป “ยังไงครับ?”
หลี่เซียวตอบ “คนที่คุ้นเคยกับโจวหานจิ้นจะรู้ดีค่ะ ว่าหมอนี่เวลาอยู่บนเวทีจะชอบยืนท่าเหมือนยืนพักตามระเบียบแบบนี้ตลอด เอ๊ะ?”
“จะว่าไปก็จริงแฮะ!”
“จริงด้วย!”
“ฮ่าๆๆๆ!”
“เจ้าชายกบคนนี้น่าสนใจนะเนี่ย!”
“หรือว่าเห็นสุนัขทิเบตเลียนแบบโจวหานจิ้น ก็เลยเลียนแบบตามบ้าง?”
“สุนัขทิเบตเลียนแบบเสียง เลียนแบบท่าทีกวนๆ เจ้าชายกบคนนี้ยิ่งแน่วแน่ใหญ่ เลียนแบบท่ายืนเลย!”
ทุกคนในทีมกรรมการนักทายหัวเราะคิกคัก เวลานี้เองแสงไฟมืดลง การแสดงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เจ้าชายกบสูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็เริ่มร้องเพลง
“นี่คือการแสดงที่ไร้บทสรุป รวมความไร้สาระและความบ้าคลั่ง… เหมือนเด็กคนหนึ่งที่เปี่ยมด้วยความโศกเศร้า… เงียบงันหลับใหลบนแผ่นดิน…”
เพลงนี้ชื่อ ‘ดอกไม้ไฟ’ ต้นฉบับคือจางซีหยาง พูดให้ถูกคือเพลงที่ไปตี้แต่งให้จางซีหยาง แต่นี่ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือ นอกจากสุนัขทิเบต ผู้ชมก็ได้ยินเสียงของโจวหานจิ้นอีกครั้ง!
เหมือน! เหมือนเกินไปแล้ว! ทุกคนถึงกับรู้สึกว่าเสียงของเจ้าชายกบคนนี้ เหมือนโจวหานจิ้นยิ่งกว่าสุนัขทิเบตเสียอีก!
วินาทีนี้ ผู้ชมบางคนเบิกตากว้าง ผู้ชมบางคนขำจนท้องแข็ง!
“ฮ่าๆๆๆ รายการ King of Mask Singer นี่น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น การแข่งขันสวนสัตว์ หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นการประกวดเลียนแบบโจวหานจิ้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยนะ!”
“หมอนี่ก็กำลังเลียนแบบราชาเพลงโจวเหมือนกัน!”
“ประเด็นคือเลียนแบบได้เหมือนกว่าสุนัขทิเบตอีก!”
“เป็นไปได้ไหมว่าเขาคือโจวหานจิ้นตัวจริง?”
“เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันว่าหมอนี่เห็นสุนัขทิเบตเลียนแบบโจวหานจิ้นแล้วเกิดปิ๊งไอเดียทำตามบ้าง!”
“ที่สำคัญเลียนแบบได้เหมือนมากด้วย!”
“แต่ทำไมฉันมองดูแล้ว หนึ่งในสองคนนี้อาจจะมีคนหนึ่งเป็นโจวหานจิ้นตัวจริงก็ได้นะ?”
“รอดูว่าอีกเดี๋ยวหลี่เซียวจะพูดยังไง!”
“หลี่เซียวเจิบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตรักเข้าให้แล้ว นี่มันยากกว่าคำถามที่ว่า แม่กับแฟนตกน้ำพร้อมกันจะช่วยใครก่อนอีกนะ สรุปสองคนนี้ใครคือตัวจริงกันแน่เนี่ย!”
ผู้ชมเบิกบานใจ เจ้าชายกบร้องเพลงใส่อารมณ์เต็มที่:
“ตอนนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าแล้ว เหนื่อยจนเหมือนดอกไม้ป่าที่ถูกลมพัดหัก เพราะฉะนั้นฉันกำลังจะเปลี่ยนไป กลายเป็นเหมือนก้อนพลุไฟที่พุ่งทะยานลุกไหม้อย่างร้อนแรง…”
ทางด้านทีมกรรมการนักทาย หลี่เซียวเริ่มจะกลั้นไม่อยู่แล้ว สมาชิกทีมกรรมการนักทายคนอื่นต่างมองเธอแล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เพียงแต่การแสดงยังดำเนินอยู่ ทุกคนเลยต้องกลั้นเสียงเอาไว้ และเมื่อเจ้าชายกบร้องจบ สมาชิกทีมกรรมการนักทายก็กลั้นไม่ไหวอีกต่อไป ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น!
“พี่เซียว! รอบนี้ยังไงดีครับ!”
“คนนี้คือราชาเพลงโจวใช่ไหมครับ!”
“ราชาเพลงโจวตัวจริงแน่นอน!”
“ดูจากสีหน้าพี่เซียวผมก็รู้แล้ว!”
“เอกลักษณ์เสียงของราชาเพลงโจวชัดเจนเกินไปแล้ว!”
“มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่รู้สึกว่าอาจารย์เจ้าชายกบแค่กำลังเลียนแบบราชาเพลงโจว?”
เลียนแบบ? โจวหานจิ้นภายใต้หน้ากากเจ้าชายกบมุมปากกระตุก การร้องเมื่อครูนี้เขาไม่ได้จงใจปิดบังเสียงของตัวเองเลยด้วยซ้ำ ทำไมถึงยังมีคนคิดว่าเขากำลังเลียนแบบอยู่อีก? แม้จุดประสงค์ของการไม่ปิดบังเสียง คือการทำสวนกระแสเพื่อส่งผลต่อการตัดสินของทุกคน แต่พอมีคนฟังไม่ออกจริงๆ ว่าเขาคือโจวหานจิ้น อยู่ดีๆ ก็กลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย
ความรู้สึกนี้ช่างละเอียดอ่อนจริงๆ และในตอนนี้เอง หลี่เซียวก็เอ่ยขึ้นว่า:
“โอกาสที่เจ้าชายกบจะเป็นเหล่าโจวมีสูงมากค่ะ หรือจะบอกว่าฉันไม่เคยเห็นใครเสียงเหมือนเหล่าโจวไปมากกว่าเขาเลย แต่เพราะเสียงของเขาเหมือนเหล่าโจวเกินไปนี่แหละ ฉันเลยไม่ค่อยแน่ใจแล้ว…”
หลี่เซียวลังเลจริงๆ! สุนัขทิเบตคนก่อนหน้านั้นก็เลียนแบบโจวหานจิ้น ตอนนี้ดันมีเสียงที่คล้ายกันโผล่มาอีก การตัดสินใจของหลี่เซียวเลยถูกรบกวน! ความจริงแล้วถ้าไม่มีสุนัขทิเบตมาป่วน หลี่เซียวอาจจะมั่นใจมากกว่านี้สักหน่อย
โจวหานจิ้นที่รักของฉัน ต้องจงใจพูดแบบนี้เพื่อช่วยฉันปิดความลับแน่ๆ! อื้ม! ต้องเป็นแบบนั้นแน่!
หลี่เซียวก็หันไปมองเจ้าชายกบ “คำถามแรก ห้ามโกหกนะคะ คุณเจ้าชายกบเท้าคุณเบอร์อะไรคะ?”
“ฮิ้ว!” ทั้งฮอลล์ส่งเสียงประหลาดออกมา เจ้าชายกบตอบ “เบอร์ 43 ครับ”
หลี่เซียวยิ้ม “เหล่าโจวก็เบอร์ 43 ค่ะ”
อิงเหวยพูดว่า “นักร้องชายที่สูงเกินร้อยแปดสิบ โดยพื้นฐานก็เท้าเบอร์ 43 กันทั้งนั้นแหละครับ ไม่ถือว่าเป็นหลักฐานชี้ชัด”
“สรุปแล้วคุณคือราชาเพลงโจวใช่ไหมครับ?” หานปัวถามตรงๆ
เจ้าชายกบยิ้ม “ไม่ผิดครับ ผมนี่แหละคือโจวหานจิ้นตัวจริง สุนัขทิเบตเมื่อกี้เป็นตัวปลอมครับ”
ผู้ชมสับสนไปหมดแล้ว โจวหานจิ้นตัวจริงตัวปลอมกลายเป็นปริศนาที่ใหญ่ที่สุดของรายการในขณะนี้ ทุกคนเริ่มระดมสมองขบคิดกันอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่หลี่เซียวก็ยังไตรตรองชั่งใจ ส่วนหลินจือไป๋ก็กำลังรอการปรากฏตัวขึ้นเวทีของตัวเองอย่างเงียบๆ การแสดงของเขาต่อจากเจ้าชายกบพอดี!
กระบวนการตัดสินใจ (The Decision-making Process)
รายการนี้เปรียบเสมือนการสืบสวนคดีทางดนตรี ผู้ชมและกรรมการต้องวิเคราะห์จากหลายองค์ประกอบ:
1. เนื้อเสียง (Timbre): ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
2. เทคนิคการร้อง (Technique): การใช้เสียงหลบ พลังเสียง หรือสำเนียง
3. ภาษากาย (Body Language): ท่ทางการยืน การจับไมโครโฟน
4. เบาะแสส่วนตัว (Personal Clues): ข้อมูลจริงปนเท็จที่ได้จากการซักถาม