ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 337 โจวหานจิ้นตัวจริง!
“คำถามสุดท้ายค่ะ”
เวลาปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายกบกับทีมกรรมการนักทายใกล้จะหมดแล้ว ผู้กำกับได้ส่งสัญญาณเตือนให้รู้ หลังจากทีมกรรมการนักทายได้รับสัญญาณจากผู้กำกับ หลี่เซียวก็จ้องเจ้าชายกบแล้วถามว่า
“เมื่อเช้าหลังจากตื่นนอน คุณสระผมไหมคะ?”
โอ้โห! ผู้ชมขำกันใหญ่ เมื่อกี้หลี่เซียวก็ถามสุนัขทิเบตด้วยคำถามเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าเธอรู้ว่าหลังจากราชาเพลงโจวตื่นมาเมื่อเช้าได้สระผมหรือไม่ สุนัขทิเบตบอกว่าสระ และตอนนี้หลีเซียวก็ถามเจ้าชายกบด้วยคำถามเดียวกันเงียบๆ
แต่เจ้าชายกบกลับให้คำตอบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“ไม่ได้สระครับ” พูดจบเจ้าชายกบก็ชี้ไปที่หน้ากากของตัวเองแล้วกล่าวว่า “เมื่อเช้านอกจากผมจะไม่ได้สระผมแล้ว วันนี้ก่อนขึ้นเวทีก็ยังไม่ได้แต่งหน้าเลยด้วยซ้ำ นี่แหละเหตุผลที่ผมยินดีเข้าร่วมรายการ King of Mask Singer ครับ”
ผู้ชมหัวเราะลั่น
“รายการนี้จะหวีผมแต่งหน้าไปทำไม ยังไงก็ปิดมิดทั้งตัวอยู่แล้ว พวกเราดูอะไรไม่ออกเลยสักนิด”
“คำถามของราชินีเพลงหลี่ฮาเกินไปแล้ว!”
“นึกไม่ถึงเลยว่าวิธีแยกแยะราชาเพลงโจวของราชินีเพลงหลี่ คือการถามนักร้องหน้ากากว่าสระผมมาไหม!”
“นี่มันความรักพลาสติกชัดๆ!”
“ราชินีเพลงหลี่ ไหนว่าขอแค่ราชาเพลงโจวปรากฏตัวออกมาคุณก็จำได้ทันทีเลยไง?”
แขกรับเชิญก็หัวเราะลั่น หานปัวถามด้วยใบหน้าทะเล้นว่า “งั้นปัญหาก็คือ ตกลงแล้วเมื่อเช้าราชาเพลงโจวสระผมหรือเปล่าครับ?”
หลี่เซียวกะพริบตา “เรื่องส่วนตัวของราชาเพลงโจวพวกเธออย่าไปสืบเลยน่า”
เธอยังคงไม่บอกแขกรับเชิญ ทีมกรรมการนักทายก็จนปัญญา แต่สีสันของรายการได้ออกมาแล้ว หลังจากโต้ตอบกันสองสามรอบ เจ้าชายกบก็โค้งคำนับแล้วเดินลงจากเวทีไปในที่สุด ส่วนพิธีกรที่อยู่ตรงมุมก็ขึ้นเวทีอีกครั้ง
“ขอบคุณการแสดงที่ยอดเยี่ยมของเจ้าชายกบครับ ดูออกเลยว่าแขกรับเชิญทีมกรรมการนักทายของเราเจอปัญหาเข้าแล้ว ไม่รู้ว่าผู้เข้าแข่งขันท่านต่อไปทีมกรรมการนักทายทุกท่านจะพอมีแนวทางบ้างไหม ขอเสียงปรบมือต้อนรับนักร้องหน้ากากท่านที่สี่ของวันนี้… เทพดาราร้อยลักษณ์!”
ผู้เข้าแข่งขันสามคนก่อนหน้านี้ทำให้ผู้ชมเกิดความสนใจต่อรูปแบบการเล่นทายตัวตนนีอย่างมาก ดังนั้นผู้เข้าแข่งขันคนที่สี่ยังไม่ทันปรากฏตัวทุกคนก็คาดหวังกันมากแล้ว ตอนนี้พอพิธีกรประกาศชื่อจบก็มีเสียงปรบมือดังสนั่น!
หลังเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือ หลินจือไป๋สวมหน้ากากสีขาวในนามเทพดาราร้อยลักษณ์เดินขึ้นสู่เวทีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในชีวิต เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเลยแต่กลับรู้สึกคันไม้คันมืออยากลองของ ก้าวเดินผ่านประตูพระจันทร์อย่างมั่นใจไปยังจุดรวมแสงไฟกลางเวที
“เทพดาราร้อยลักษณ์?”
“ชื่อนี้หมายความว่าไงอะ?”
“ช่างความหมายเถอะน่า ยังไงรอบนี้ก็ไม่ใช่สัตว์แล้ว!”
“ไม่งั้นฉันคงนึกว่า King of Mask Singer จะกลายเป็นงานชุมนุมสวนสัตว์จริงๆ ซะแล้ว!”
“ไม่รู้ว่าพวกนักร้องหน้ากากนัดกันมาหรือเปล่า ไม่กบก็สุนัขทิเบตหรือแม้แต่แพนด้ายักษ์”
“ประเด็นคือสัตว์สามตัว มีโจวหานจินไปแล้วสอง!”
“เพี้ยนเกินไปแล้ว!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้ค่อยดูปกติหน่อย!”
“หน้ากากสีขาวก็หล่อดีนะ สไตล์ดูเข้าท่ากว่าโจวหานจินสองคนก่อนหน้านี้ตั้งเยอะ”
ผู้ชมกระซิบกระซาบกัน ทันใดนั้นเวทีก็มืดลง เสียงในฮอลล์เงียบสงัด ทุกคนต่างคาดหวังว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้จะเปล่งเสียงแบบไหนออกมา ที่สำคัญที่สุดคือทุกคนจะฟังออกไหมว่าเป็นเสียงของนักร้องคนไหน!
แต่แล้วเมื่ออินโทรเพลงดังขึ้น สีหน้าของผู้ชมก็พลันเปลี่ยนไป! สีหน้าของแขกรับเชิญทีมกรรมการนักทายก็ดูแปลกประหลาดขึ้นมาเช่นกัน! จังหวะนี้! ดนตรีนี้! ทุกคนหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ออก! เพราะเพลงนี้ผู้ชมคุ้นเคยกันดีมาก!
“บ้าอะไรกันเนี่ย!”
“นี่เพลง ‘กาลเวลา’ ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ร้องยากที่สุดของโจวหานจินชัดๆ!”
“ฉันจำได้ว่าตอนจางซีหยางเข้าร่วม I am a Singer เวทีแรกก็เลือกคัฟเวอร์เพลงนี้ของโจวหานจิน!”
“ประเด็นคือเพลงนี้มีไม่กี่คนที่ร้องคัฟเวอร์ได้นะ!”
“คนที่จะกล้าร้องคัฟเวอร์เพลงนี้ ปกติต้องระดับราชาเพลงทั้งนั้น!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้มีที่มายังไงกัน ถึงกล้าร้องคัฟเวอร์ผลงานที่ยากที่สุดของราชาเพลงโจวเหมือนจางซีหยางตอนนั้น?”
“คัฟเวอร์เพลงนี้ไม่ดีจะพังเอานะ!”
“หรือว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้ก็เป็นราชาเพลงเหมือนกัน?”
“นายเห็นราชาเพลงเป็นผักกาดขาวหรือไง ฉันอยากจะดูเหมือนกันว่าเจ้านี่อยู่ระดับไหน ถึงกล้าร้องคัฟเวอร์เพลงที่ยากที่สุดของโจวหานจิน!”
อินโทรจบลง ในฮอลล์เงียบสงบทุกคนต่างตั้งใจเงี่ยหูฟัง! และเมื่อทุกคนได้ยินเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์ ทั้งฮอลล์ก็แทบจะหงายหลัง เสียงนี้!
“กาลเวลาที่กุมไว้ในอุ้งมือเรา ยังคงดึงดันเหนี่ยวรั้งกันอยู่ ยื้อยุดจนสุดทางสุดท้ายยังเหลือสิ่งใด… กาลเวลาเฝ้ามองเส้นทางที่เราเดินมา คดเคี้ยวสักเพียงไหน หวนมองความทรงจำภาพเหล่านั้นค่อยๆ ซีดจางไป หลายปีนั้นสับสนมืดมน วันคืนเหล่านั้นกึ่งหลับกึ่งตื่น…”
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์มีฝีมือพอจะร้องคัฟเวอร์เพลง ‘กาลเวลา’ ที่คีย์สูงลิบของโจวหานจินได้หรือไม่! ความจริงพิสูจน์แล้วว่าเทพดาราร้อยลักษณ์มีฝีมือระดับนั้น! แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ผู้ชมสนใจอีกต่อไปแล้ว! ประเด็นสำคัญของทุกคนในตอนนี้คือ… แม่เจ้าโว้ย!
นี่มันต้นฉบับชัดๆ!
เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้เหมือนจะเป็นโจวหานจินตัวจริงเลยนี่นา!
ทีมกรรมการนักทาย… เถียนเหวย… หานปัว… แม้แต่หลี่เซียวถึงกับหน้ามืดแทบยืนทรงตัวไม่อยู่ ต่อให้ปกติจะวางตัวดีมีนิสัยอ่อนโยนแค่ไหน นาทีนี้เธอก็เริ่มจะกลั้นไม่อยู่จนต้องสบถออกมาในใจ!
พับผ่าสิ! อีหยังวะเนี่ย! ฉันคนนี้อุตส่าห์เพียรพยายามแยกแยะได้แล้วว่า เจ้าสุนัขทิเบตนั่นน่าจะเป็นตัวปลอม ส่วนเจ้าชายกบมีโอกาสเป็นเหล่าโจวสูงมาก แต่ไหงจู่ๆ ก็มีคนที่มีเสียงเหมือนโจวหานจินยิ่งกว่าโผล่มากลางทางดื้อๆ แบบนี้ล่ะเนี่ย!
แบบนี้มันจะไปแยกออกได้ยังไง! ทีมงานคิดจะปั่นประสาทกันใช่ไหมเนี่ย? ทดสอบความรักของฉันกับเหล่าโจวสินะ? จงใจ? หรือบังเอิญ? หรือว่าเป็นความบังเอิญที่จงใจ? นี่คุนเผิงต้องให้ฉันกับเหล่าโจวบ้านแตกก่อนถึงจะพอใจใช่ไหม!?
เอาเถอะ ก็แค่บ่นในใจ รักดาราคู่นี้กลายเป็นมีมไปแล้ว
หลักๆ คือก่อนหน้านี้หลี่เซียวและโจวหานจินเข้าร่วมรายการ ‘The Voice’ ในฐานะโค้ชพร้อมกัน และมักจะแก่งแย่งคัดเลือกทีมเก่งๆ กันบ่อยๆ สุดท้ายถึงขั้นเปิดศึกครั้งใหญ่ของโค้ช จนชาวเน็ตพากันแซวว่ารายการนี้จบเมื่อไหร่ ความรักของราชาเพลงโจวกับราชินีเพลงหลี่คงได้จบเห่ตามไปด้วย แต่นึกไม่ถึงเลยจริงๆ หลี่เซียวมาร่วมรายการใหม่ของคุนเผิงอย่าง King of Mask Singer จนมานั่งเก้าอี้ทีมกรรมการนักทายแล้ว แท้ๆ ก็ยังต้องเผชิญ ‘บททดสอบ’ แบบนี้อีก
ผู้ชมขำกันแทบบ้า!
“ทำไมมีโจวหานจินโผล่มาอีกคนแล้วเนี่ย!”
“วันนี้มันประกวดเลียนแบบโจวหานจินชัดๆ!”
“สรุปคนไหนตัวจริงกันแน่! สุนัขทิเบต? เจ้าชายกบ? หรือเทพดาราร้อยลักษณ์?”
“ฉันเอาขนมลาเถียวของฉันเป็นประกันเลยว่า เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้แหละโจวหานจินตัวจริง!”
“ทำไมล่ะ? ทั้งที่สามคนก็เสียงเหมือนกันทั้งนั้นเลยนะ! ถึงเทพดาราร้อยลักษณ์จะฟังดูเหมือนที่สุดก็เถอะ!”
“เสียงนะเหมือนกันหมดก็จริง แต่สองคนแรกแค่เลียนแบบเสียงโจวหานจิน ส่วนเทพดาราร้อยลักษณ์กลับใช้เสียงราชาเพลงโจวท้าทายเพลงที่ยากที่สุดของราชาเพลงโจว ต้องรู้นะว่าการเลียนแบบเพลงของราชาเพลงโจวที่ระดับความยากต่ำหรือแม้แต่ปานกลางก็ยังพอไหว แต่เลียนแบบเพลงที่ยากที่สุดของราชาเพลงโจวเลยเนี่ยนะ? นอกจากราชาเพลงโจวตัวจริงแล้ว ฉันนึกไม่ออกเลยว่าใครจะทำได้! ที่สำคัญที่สุดคือฉันรู้สึกว่า เสียงเทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้เหมือนราชาเพลงโจวเปี๊ยบเลย เหมือนกว่าสองคนก่อนหน้านี้อีก!”
ความจริงรอบนี้หลินจือไป๋ก็ซนเกินไปหน่อย ก่อนหน้านี้ตอนเทสต์เสียงเขาก็เลียนแบบเสียงโจวหานจิน รวมถึงตอนซ้อมก็เลียนแบบด้วยเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้เลียนแบบจนถึงขีดสุด! ก่อนขึ้นเวทีจริงกั๊กฝีมือไว้หน่อยก็ปกติไม่ใช่เหรอ? แต่วันนี้หลินจือไป๋ทุ่มสุดตัว งัดเสียงร้อยลักษณ์ออกมาใช้จนถึงขีดสุด ใช้พลังฝีมือทั้งหมดแบบไม่มีกั๊ก! แล้วจะไม่เหมือนได้อย่างไรล่ะ! นี่มันสูตรโกงจากระบบเชียวนะ!
ส่วนความยากของเพลงนี้ก็สูงมากจริงๆ นั่นแหละ แต่อย่าลืมว่าก่อนแข่งหลินจือไป๋จงใจอัปเกรดทักษะการร้องของตัวเองไปถึงระดับราชาเพลงแล้ว ดังนั้นการใช้เสียงร้อยลักษณ์เลียนแบบเสียงโจวหานจินร้องเพลงที่ยากสุดขีดเพลงนี้สำหรับเขา ต่อให้ท้าทายแต่ภาพรวมความสมบูรณ์ก็ยังสูงมากอยู่ดี! ด้วยเหตุนี้หลินจือไป๋จึงตบตาผู้ชมได้สำเร็จ! ถึงขั้นที่นักร้องหน้ากากคนอื่นๆ ก็ยังโดนหลินจือไป๋ตบตาไปด้วย!
ห้องพักของสุนัขทิเบต กล้องจับภาพไปที่สุนัขทิเบต ไม่มีใครเห็นใบหน้าภายใต้หน้ากากของสุนัขทิเบต แต่เห็นได้ชัดว่าสุนัขทิเบตจ้องมองการแสดงของเทพดาราร้อยลักษณ์ในทีวี ร่างกายก็แข็งทื่อไปอย่างเห็นได้ชัด
“เขาทำได้ยังไง?” สุนัขทิเบตพึมพำผ่านเครื่องเปลี่ยนเสียง “หรือว่าเจ้านี่จะเป็นโจวหานจินตัวจริง? งั้นเจ้าชายกบห้องข้างๆ มันยังไงกันแน่!”
สมองของสุนัขทิเบตเริ่มรวนแล้ว ว่าง่ายๆ ก็ CPU ไหม้ไปแล้ว ห้องพักเจ้าชายกบ โจวหานจินนั่งนิ่งไม่ไหวติง ถ้าคนนอกมาเห็นไม่แน่อาจนึกว่าเป็นภาพนิ่งไปแล้ว
“บ้าน่า!” โจวหานจินที่สวมหน้ากากกบรู้สึกว่าตัวเองจะบ้าตายอยูแล้ว! “เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้มันอะไรกันเนี่ย ทำไมเขาถึงได้เหมือนฉันขนาดนี้!”
ระวังตัวเกินไป! ฉันระวังตัวเกินไปจริงๆ!
แม้โจวหานจินจะคิดว่าที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด วันนี้เลยใช้เสียงของตนเองร้องเพลง แต่เพราะคนช่างหมอนอย่างหลี่เซียวนั่งอยู่ข้างล่าง และเพราะราชาเพลงโจวก็ยังใจไม่กล้าพออยูบ้าง กลัวจะโดนผู้ชมจับได้คาหนังคาเขา สุดท้ายเขาเลยเปลี่ยนวิธีการร้องไปนิดๆ ไม่ได้โชว์เสียงจริงของตัวเองออกมาทั้งหมด! และเพราะนิดเดียวนี้แหละ ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ เทพดาราร้อยลักษณ์กลายเป็นคนที่มีเสียงเหมือนตัวเขาที่สุดในวันนี้ไปแล้ว!?
โจวหานจินคิดคำนวณดูแล้ว เสียงของสุนัขทิเบตเหมือนประมาณหกถึงเจ็ดส่วน ส่วนเสียงที่โจวหานจินใช้ มีความเหมือนอยู่ที่แปดส่วน เป็นผลลัพธ์ที่เขาจงใจควบคุมไว้ แต่เสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์กลับเหมือนเขาถึงเก้าส่วน หรืออาจจะมากกว่านั้นนิดหน่อย มันเหนือความคาดหมายของโจวหานจินจริงๆ!
แบบนี้จะไปหาความยุติธรรมได้ที่ไหนเนี่ย! เห็นๆ อยู่ว่าฉันต่างหากคือโจวหานจิน! แต่ทำไมกลายเป็นว่าฉันเหมือนของปลอมไปได้ล่ะ!
บนเวทีในขณะนี้ การแสดงของเทพดาราร้อยลักษณ์จบลงแล้ว จากนั้นผู้ชมทั้งฮอลล์ก็ตะโกนชื่อหนึ่งออกมาพร้อมเพรียงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน!
“โจวหานจิน!”
“โจวหานจิน!”
“โจวหานจิน!”
บอกเลยว่า ปกติความนิยมของราชาเพลงโจวนั้นสูงจริงๆ! และก็ดูออกด้วยว่าผู้ชมเชื่อจริงๆ ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือโจวหานจิน! เรื่องนี้ทำให้โจวหานจินตัวจริงที่สวมหน้ากากกบอยู่ ถึงกับแก้มกระตุกรัวอย่างบ้าคลั่ง หนอยแน่!
เจ้าชายกบหงุดหงิดมาก ความหงุดหงิดที่ละเอียดอ่อนนี้มันน่าหงุดหงิดจริงๆ ทีมกรรมการนักทาย ดาราสายวาไรตี้อย่างอิงเหว่ยยิ่งตะโกนแข่งกับเสียงเชียร์ว่า
“อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ครับ วันนี้ตื่นมาสระผมหรือเปล่าครับ?”
เอาแล้วไง! นี่เป็นคำถามส่วนตัวที่หลี่เซียวถามสุนัขทิเบตกับเจ้าชายกบไปก่อนหน้านี้!
“ไม่ได้สระครับ” เทพดาราร้อยลักษณ์ตอบด้วยเสียงของโจวหานจิน พอเสียงนี้หลุดออกมา ผู้ชมก็ยิ่งตะโกนดังกว่าเดิม!
เพราะเทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้ไม่ได้ใช้เครื่องเปลี่ยนเสียง แม้แต่เสียงพูดปกติก็เหมือนโจวหานจินเปี๊ยบ! แบบนี้จะไม่ใช่ราชาเพลงโจวตัวจริงได้เหรอ? ถ้าเขาไม่ใช่โจวหานจิน พวกเราผู้ชมจะรวมตัวกันไปสระผมเลย!