ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 338 เทพดาราร้อยลักษณ์: ใช่ครับ ผมคือจางซีหยาง!
“ไม่ได้สระครับ” เมื่อเทพดาราร้อยลักษณ์ตอบแบบนี้ กล้องตัวหนึ่งก็จับภาพไปที่หลี่เซียวทันที คล้ายต้องการยืนยันคำตอบจากบนใบหน้าของเธอ แต่แล้วเมื่อบนจอใหญ่ของเวทีปรากฏใบหน้าเหม่อลอยและสับสนงุนงงอย่างถึงที่สุดของหลี่เซียว ทุกคนก็ขำกันจนเสียสติ!
ดีที่โลกนี้ไม่มีตำนานถังไป่อิงจุดชิวเซียง ไม่อย่างนั้นทุกคนต้องพบว่า ตอนนี้หลี่เซียวก็คือถังไป่อิงที่ชี้ตัวชิวเซียงคนนั้น หลี่เซียวสับสนจริงๆ! เพราะเมื่อเช้าราชาเพลงโจวไม่ได้สระผมจริงๆ!
เจ้าชายกบคนนั้นตอบถูก หลี่เซียวเลยคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่อีกฝ่ายจะเป็นโจวหานจิน! แต่เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้ไม่เพียงแต่เสียงเหมือนโจวหานจินมากกว่าเจ้าชายกบ แม้แต่คำตอบที่ว่า “ไม่ได้สระผม” ก็ยังแม่ยำอีก!
“ตามกฎของรายการเรา คำถามแรกห้ามโกหกนะครับ” อิงเหว่ยกะพริบตาปริบๆ “เทพดาราร้อยลักษณ์ตอบเรื่องจริงครับ”
หลินจือไป๋ไม่ได้โกหก ปกติเขาจะสระผมตอนอาบน้ำเวลากลางคืน ตอนเช้าเขาไม่ต้องสระผม นอกจากจะมีงานที่ต้องเผยโฉมต่อสาธารณะ แต่ King of Mask Singer ปิดใบหน้า ไม่นับว่าเป็นการเผยโฉม
“เอาละครับ พี่เซียว ตาพี่แล้ว” อิงเหว่ยหันไปมองหลี่เซียว
ถ้าเปรียบเป็นภาพในการ์ตูนมังงะ บนหัวของหลี่เซียวในตอนนี้คงมีเส้นขีดสีดำสามเส้น แน่นอนว่าก็อาจจะเป็นวงกลมสีดำยุ่งเหยิง แค่สีหน้าตะลึงงันของหลี่เซียวนี้ สีสันวาไรตี้ก็พุ่งทะลุปรอทในชั่วพริบตาแล้ว!
“เขาเป็นตัวปลอม!” เจ้าชายกบในห้องพักหลังเวทีตะโกนอย่างบ้าคลั่งในใจ “เซียวเซียว คุณตั้งสติหน่อย!”
แต่หลี่เซียวไม่อาจตั้งสติได้แล้ว เธอถึงขั้นเอ่ยปากตะโกนเรียกเทพดาราร้อยลักษณ์อย่างลังเลว่า “เหล่าโจว?”
เทพดาราร้อยลักษณ์ไม่สนใจ หลี่เซียวถึงกับทึ้งผมตัวเองทันที ท่าทางสับสนว้าวุ่นใจ น่ารำคาญชะมัด! ให้มันพังไปเลย! หลี่เซียวกรีดร้องทีเล่นทีจริง ดูเหมือนสติแตกพลางพูดว่า “ฉันไม่ทายแล้ว พวกเธอทายกันไปเถอะ!”
ทีมกรรมการนักทายหัวเราะตัวงอขำจนท้องแข็ง สุดท้ายหานปัวก็เป็นคนรับช่วงต่อ
“สวัสดีครับอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ ผมอยากถามว่า ผมมีเบอร์โทรศัพท์ของอาจารย์ไหมครับ?”
“คุณเคยขอผม” เทพดาราร้อยลักษณ์ตอบ “ผมก็ให้ไปแล้ว”
พอประโยคนี้หลุดออกมา แววตาของทีมกรรมการนักทายก็ลุกวาวทันที! “ข้อมูลนี้สำคัญมากเลยนะ! หานปัว นักร้องที่คุณรู้จักมีไม่เยอะนี่นา ขอบเขตไม่น่ากว้าง!”
หานปัวยิ้มเจื่อนๆ “ผมบอกได้แค่ว่า หลังจากได้แชมป์ The Voice มา ผมเคยขอเบอร์ราชาเพลงโจว แล้วราชาเพลงโจวก็ให้จริงๆ อีกอย่างนักร้องที่ผมเคยขอเบอร์ไว้ ความจริงก็มีไม่เยอะ… มีใครอีก? ตอนนี้ผมก็นึกไม่ออกแล้ว”
ทุกคนได้ยินก็พากันตาโต แต่จู่ๆ ก็รู้สึกว่าความเป็นไปได้ที่เทพดาราร้อยลักษณ์จะเป็นราชาเพลงโจวยิ่งมีมากขึ้นไปอีก!
หลินจือไป๋กลับอึ้งไปเล็กน้อย บังเอิญอะไรอย่างนี้ ที่แท้หานปัวก็เคยขอเบอร์โจวหานจิน? เจ้าหนุ่มนี่ก่อนหน้านี้ได้แชมป์ The Voice ก็เคยมาขอเบอร์เขาเหมือนกัน เพราะอย่างไรหลินจือไป๋ก็เป็นผู้อำนวยการรายการ The Voice ตอนนั้นเลยไม่ได้ปฏิเสธ แต่คิดไม่ถึงว่าความบังเอิญนี้จะยิ่งทำให้ทุกคนปักใจเชื่อว่าเขาคือโจวหานจิน เพราะหานปัวไม่มีทางเชื่อมโยงเทพดาราร้อยลักษณ์เข้ากับไปตี้ได้เลย! หรือจะพูดว่าตัดทิ้งไปโดยสัญชาตญาณก็ได้!
ดังนั้นทุกคนในทีมกรรมการนักทายต่างก็จ้องไปที่เทพดาราร้อยลักษณ์ “เลิกแอ๊บได้แล้ว!” “ยอมรับมาซะดีๆ!” “ราชาเพลงโจว!”
หลินจือไป๋สวมหน้ากากเทพดาราร้อยลักษณ์ ยิ้มพลางกล่าวว่า “ขอโทษครับ พวกคุณจำคนผิดแล้ว ผมไม่ใช่โจวหานจิน”
“งั้นคุณเป็นใคร!”
“ทักษะการร้องของคุณเทพขนาดนั้น!”
“เป็นระดับราชาเพลงชัดๆ!”
“ราชาเพลงมีอยู่แค่นั้น แถมเสียงยังเหมือนโจวหานจิน ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใคร?”
ทุกคนรุมซัก นี่เป็นช่วงที่สนุกสนานของรายการ หลินจือไป๋ยังคงยิ้มตาหยีตอบว่า “ผมคือเทพดาราร้อยลักษณ์ที่มีเจ็ดสิบสองร่างแปลง”
โลกนี้ไม่มีซุนหงอคง แต่มีตำนานเล่าขานว่าเทพเซียนมี “เจ็ดสิบสองร่างแปลง” ดังนั้นทุกคนจึงเข้าใจ และยังคิดว่านี่คงเป็นที่มาของชื่อเทพดาราร้อยลักษณ์
โต้ตอบกันไปมา ด้วยการรับมืออันสุขุมของเทพดาราร้อยลักษณ์ ทีมกรรมการนักทายก็จนปัญญา มีผู้ชมคนหนึ่งพูดขึ้นว่า
“ฉันยิ่งเชื่อมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วว่าเขาคือราชาเพลงโจว!”
“ทำไมล่ะ?”
“เพราะราชาเพลงโจวปากแข็งไง!”
“พรวด!”
ถ้าเทพดาราร้อยลักษณ์คือราชาเพลงโจวแล้วยังหัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมรับ เขาก็ปากแข็งจริงๆ นั่นแหละ ช่วงปฏิสัมพันธ์จบลง หลินจือไป๋กลับมาที่ห้องพัก ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวของหลินจือไป๋ชื่อ เซียวหลงเยว่ เป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง พอเห็นเทพดาราร้อยลักษณ์ลงจากเวทีก็รีบเข้าไปต้อนรับ
“อาจารย์โจว เหนื่อยแล้วนะคะ!”
“ผมไม่ใช่อาจารย์โจว”
“ใช่ค่ะๆ อาจารย์คือเทพดาราร้อยลักษณ์ เชิญนั่งดื่มชาก่อนค่ะ”
“หลอดล่ะ?”
“ได้เลยค่ะ”
จากนั้นก็มีผู้เข้าแข่งขันอีกสามคนทยอยขึ้นเวทีร้องเพลง สามคนนี้ได้แก่ หุ่นยนต์, หงส์ดำ, และพยัคฆ์ฉินโจว ผู้ชมต่างลุ้นจนเหงื่อตก หลี่เซียวยิ่งตึงเครียดตลอดเวลา กลัวจะมีราชาเพลงโจวโผล่มาอีกคน! ยังดีที่นอกจากสุนัขทิเบต เจ้าชายกบ และเทพดาราร้อยลักษณ์แล้ว ก็ไม่ได้มีโจวหานจินคนที่สี่
เอาเถอะ แค่สามคนก็ “หลุดโลก” ไปไกลแล้ว! ขืนมีราชาเพลงโจวคนที่สี่โผล่มา หลี่เซียวคงประท้วงเลิกถ่ายแน่! ดีไม่ดีเจ้าชายกบนั่นอาจจะไม่สนกฎกติกาแล้วกระชากหน้ากากตัวเองออกมาเลยก็ได้!
พอนักร้องทั้งสามคนร้องจบ ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวเซียวหลงเยว่ก็เอ่ยปากว่า “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์คะ ได้เวลาเตรียมตัวรอบที่สองแล้วค่ะ เราต้องจับฉลากตัดสินลำดับการร้องรอบที่สองกัน”
เทพดาราร้อยลักษณ์: “คุณจับเถอะ”
เซียวหลงเยว่ยิ้ม “งั้นก็ภาวนาให้ดวงฉันดีนะคะ”
การแข่งขันวันนี้แบ่งเป็นสองรอบ นักร้องเจ็ดคนร้องคนละสองเพลง แล้วนำคะแนนโหวตของทั้งสองเพลงมารวมกัน คนที่ได้คะแนนรวมสุดท้ายต่ำที่สุดจะถูกคัดออก เพื่อป้องกันกรณีที่นักร้องหน้ากากทำพลาดในรอบแรกจะได้มีโอกาสกู้สถานการณ์ในรอบที่สอง
และหลังจากลงจากเวที หลินจือไป๋ก็ค่อยสังเกตคู่แข่งมาตลอด ผู้เข้าแข่งขันเจ็ดคนในวันนี้ภาพรวมฝีมือดีกันทุกคน เจ้าชายกบไม่ต้องพูดถึง หลินจือไป๋มั่นใจว่าอีกฝ่ายคือเหล่าโจวแน่ ส่วนสุนัขทิเบตกับแพนด้ายักษ์ แม้หลินจือไป๋จะยังดูไม่ออกชั่วคราว แต่เขารู้สึกว่าสองคนนี้อย่างน้อยต้องเป็นนักร้องระดับแถวหน้า ส่วนอีกสามคนที่ขึ้นแสดงต่อจากหลินจือไป๋ฝีมือก็พอใช้ได้ แต่ภาพรวมรู้สึกว่ายังขาดเสน่ห์ไปหน่อย
ผลการจับฉลากรอบสองออกมาอย่างรวดเร็ว สุนัขทิเบตคนแรก ลำดับที่สอง สาม และสี่ ก็คือ หุ่นยนต์, หงส์ดำ, แพนด้ายักษ์ ตามลำดับ! เทพดาราร้อยลักษณ์คนที่ห้า สำหรับหลินจือไป๋เป็นลำดับการปรากฏตัวที่สบายมาก คนที่หกคือเจ้าชายกบอย่างราชาเพลงโจวต่อหลังเทพดาราร้อยลักษณ์อย่างหลินจือไป๋พอดี คนที่เจ็ดคือพยัคฆ์ฉินโจว
การแข่งขันเริ่มขึ้น สุนัขทิเบตขึ้นเวทีเป็นคนแรก กลับร้องเพลงแนวโอเปร่า แต่ทันทีที่เสียงร้องดังออกมา ผู้ชมทั้งหมดก็ต้องตกตะลึงไปตามกัน!
“เอ๊ะ?”
“โอเปร่าเหรอ?”
“เสียงราชาเพลงโจวล่ะ?”
“รอบนี้ทำไมสุนัขทิเบตไม่ใช้เสียงโจวหานจินแล้วล่ะ?”
“สรุปสุนัขทิเบตไม่ใช่โจวหานจินเหรอ?”
“งั้นตอนนี้เป็นเสียงจริงของเขาเหรอ?”
“ไม่รู้สิ แต่ร้องเพราะมากเลย!”
“เสียงนี้ฉันฟังไม่ออกเลยว่าเป็นนักร้องคนไหน!”
“ฉันก็ฟังไม่ออก เมื่อกี้เขาทำเสียงโจวหานจินได้ยังไงนะ เลียนแบบโคตรเหมือนเลย!”
ผู้ชมวิพากษ์วิจารณ์กัน เจ้าชายกบแค่นเสียงหัวเราะ ฮึดๆ สองที ไอ้หนู ยังจะวางมาดทำเป็นเก่งอยู่อีกไหม? ต่อหน้าโจวหานจินตัวจริงอย่างฉัน นายจะมาแอ๊บทำซากอะไร! ลองไปถามผู้ชมในฮอลล์ดูสิว่า ใครคือราชาเพลงโจวในใจทุกคน… ช่างเถอะ อย่าถามเลยดีกว่า
ใบหน้าภายใต้หน้ากากของหลินจือไป๋ก็ยิ้มออกมาเช่นกัน เจ้าสุนัขทิเบตน้อย น่าขำชะจริง เลียนแบบได้แค่นี้ยังกล้าแกล้งเป็นโจวหานจินต่ออีกเหรอ? ไปถามผู้ชมในฮอลล์ดูสิ! ว่าใครคือราชาเพลงโจวในใจทุกคน!
แต่พอเจ้าสุนัขทิเบตเลิกแสร้งแล้ว หลินจือไป๋ก็พลันรู้สึกว่าเหมือนขาดความสนุกไปมากโข การร้องรอบที่สองของเขา ไหนๆ ก็ไหนๆ เปลี่ยนเสียงร้องไปเลยดีกว่า ความจริงใช้เสียงตัวเองย่อมดีที่สุด แต่นั่นผู้ชมจะฟังออกได้ง่ายๆ ถ้าโดนฟังออกก็เกรงจะความแตกก่อนเวลาอันควร ดังนั้นหลินจือไป๋ยังต้องแกล้งเป็นคนอื่นต่อไป
ในหนังเรื่อง ‘คนไม่ธรรมดายืดได้หดได้ (The Sixty Million Dollar Man)’ โจวซิงฉือรับบทเป็นคุณชายใหญ่บ้านเศรษฐีที่ชอบแกล้งคนสุดๆ! หลินจือไป๋รู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองอินกับบทบาทอยู่หน่อยๆ ถึงขั้นเริ่มจะชอบความรู้สึกของการแกล้งคนมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเขาเองก็นับว่าเป็นนายน้อยบ้านรวยพอดี คาแรกเตอร์ถือว่าตรงเป๊ะ
แถมคำว่า “ร้อย” (ไป่) ในเทพดาราร้อยลักษณ์ (ไป่เปี้ยนชิงจวิน) ก็ไม่ใช่ “ไป๋” (ขาว) เหมือนกันหรอกเหรอ เสียงพ้องกับตัวอักษร “ไป๋” ในคำว่า “ไปตี้” และชื่อ “หลินจือไป๋” ที่บังเอิญกว่านั้นคือ ในฉายานี้ยังมีคำว่า “จวิน” (กษัตริย์/เทพ) อยู่ด้วย ซึ่งหลินจือไป๋ก็มีตัวตนแฝงชื่อดังอย่าง “จวินหลิน” อยู่พอดี หรือแม้แต่รายการ King of Mask Singer นี้ก็วางแผนโดยใช้ชื่อของ “จวินหลิน” ช่างเป็นความบังเอิญที่วิเศษอะไรอย่างนี้!
งั้นรอบที่สองจะใช้เสียงใครร้องเพลงใหม่ที่เตรียมไว้ดีล่ะ? หลินจือไป๋ครุ่นคิด ผ่านไปครู่หนึ่งดวงตาของหลินจือไป๋ก็มีประกายวาบผ่าน!
“ฉันเลือกนาย! ปิกาจู! รอบที่สองใช้เสียงของเหล่าจางนี่แหละ!”
ถ้าจะพูดถึงราชาเพลงที่หลินจือไป๋คุ้นเคยที่สุด โจวหานจินเป็นได้แค่ที่สอง จางซีหยางต่างหากที่เป็นที่หนึ่ง! และเพลงที่หลินจือไป๋เตรียมไว้สำหรับรอบที่สอง ก็เป็นสไตล์อบอุ่นอ่อนโยน ไม่ค่อยเข้ากับโจวหานจินเท่าไหร่ กลับจะเหมาะกับจางซีหยางมากกว่า ที่สำคัญที่สุดคือ… ตอนนี้เหล่าโจวน่าจะเกลียดเทพดาราร้อยลักษณ์เข้าไส้ไปแล้วมั้ง? จะให้ตัวตนเปิดเผยไม่ได้เด็ดขาด เหล่าโจวต้องอยากรู้มากแน่ๆ ว่าฉันเป็นใคร จังหวะนี้แหละให้เหล่าจางช่วยรับหน้าแทนไปก่อนได้พอดีเลย
ใช่แล้ว! เทพดาราร้อยลักษณ์ท่องยุทธภพ เดินไม่เปลี่ยนชื่อ นั่งไม่เปลี่ยนแซ่ ข้าก็คือ… จาง! ซี! หยาง!
แม้ว่ากลยุทธ์ “โยนหม้อน้ำไปทางตะวันออก” นี้จะดูไม่ค่อยมีจริยธรรมไปบ้าง แต่เหล่าจางกับเหล่าโจวก็สนิทกันขนาดนั้น น่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก… มั้งนะ? ฮ่าๆ ฉันไม่ได้เสี้ยมให้แตกคอกันสักหน่อย!
บนเวทีต่อจากสุนัขทิเบต หุ่นยนต์ร้องเพลง หงส์ดำร้องเพลง แพนด้ายักษ์ร้องเพลง หลินจือไป๋นั่งฟังมาตลอด รู้สึกว่าการร้องเพลงของหุ่นยนต์อ่อนที่สุด วันนี้มีความเสี่ยงที่จะถูกคัดออก และหลังจากสี่คนนี้ ก็ถึงคิวเทพดาราร้อยลักษณ์ขึ้นเวทีอีกครั้ง
เมื่อหลินจือไป๋เดินผ่านประตูพระจันทร์เป็นครั้งที่สอง ก็ได้รับการต้อนรับระดับซูเปอร์สตาร์ที่แตกต่างจากนักร้องผู้อยู่หน้ากากหลายคนก่อนหน้านี้ หรือแม้แต่ตอนที่เขาขึ้นเวทีรอบแรกอย่างเห็นได้ชัด!
“ราชาเพลงโจว!”
“ราชาเพลงโจว!”
“ราชาเพลงโจว!”
ผู้ชมตะโกนเรียกอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่ทีมกรรมการนักทายก็ตะโกนตามไปด้วย ตอนแรกหลี่เซียวยังลังเลอิดออดอยู่เลย แต่พอทุกคนตะโกนกันหมด ก็ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไร จู่ๆ ก็เหมือนผีผลักให้เข้าไปร่วมวงด้วย ตะโกนตามกลุ่มใหญ่ไปอย่างบ้าคลั่ง
“ราชาเพลงโจว! ราชาเพลงโจว! ราชาเพลงโจว!”
เพราะยิ่งตะโกนก็ยิ่งคึก ราชินีเพลงหลี่แทบจะตะโกนจนคอแตก ภายในห้องพักหลังเวที เจ้าชายกบโจวหานจินเห็นภาพนี้ตัวเขาก็ถึงกับไม่สู้ดี พวกนายแยกของแท้กับของเก๊ไม่ออกกันหรือไง! หนอยแน่เจ้าเทพดาราร้อยลักษณ์! อย่าให้รู้นะว่าเป็นใคร! คนอื่นแยกไม่ออกก็ช่างเถอะ! ทำไมหลี่เซียวที่รักของฉันถึงโดนลากจนเป๋ไปกับเขาด้วยล่ะเนี่ย!? คอยดูเถอะ! รอบสองฉันต้องเลียนแบบโจวหานจินให้เหมือนกว่าเจ้าเทพดาราร้อยลักษณ์นั่นให้ได้.. ฟู่! ถุย! แล้วฉันเป็นใครกันแน่วะเนี่ย? ก็ฉันนี่แหละโจวหานจิน! เรื่องบ้าอะไรฉันต้องทำตัวให้เหมือนกว่ามันด้วย!
เจ้าชายกบตบต้นขาฉาดใหญ่ รู้สึกว่าสติตัวเองเริ่มจะเลอะเลือน ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวข้างๆ ได้ยินเสียงก็ถามหน้ามึนว่า “อาจารย์เจ้าชายกบ ทำไมคุณถึงตื่นเต้นขนาดนั้นล่ะครับ?”
“เพราะความรัก”
เจ้าชายกบพูดด้วยคำที่มีความหมายแฝงสองนัย รอบนี้เขามีเจตนาจะสื่อว่า “เพราะความรัก” จริงๆ ขณะเดียวกันนี่ก็เป็นชื่อเพลงที่เขาร้องคู่กับหลี่เซียวในงานตรุษจีนปีนี้ ซึ่งอาจารย์ไปตี้เป็นคนช่วยแต่งให้ เอาเถอะ เหลาโจวไม่รู้เลยว่าความจริงตนได้พูดคำที่มีความหมายแฝง “สาม” นัยออกไปโดยไม่รู้ตัวแล้ว