ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 344 เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้พาซวย!
ณ สถานที่ถ่ายทำรายการ การบันทึกเทปเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
พิธีกรหวงลี่กำลังสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้น แขกรับเชิญในทีมกรรมการนักทายยังคงเป็นกลุ่มเดิมที่มีหลี่เชียวเป็นแกนนำ
หวงลี่ยิ้มพลางกล่าวว่า “รายการ ‘King of Mask Singer’ สัปดาห์แรกของพวกเราได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง อาจารย์หลี่เชียวครับ หลังจากกลับไปแล้ว คุณได้คอนเฟิร์มกับอาจารย์โจวหานจินไหมครับว่าเขาเป็นหนึ่งในนักร้องหน้ากากรอบแรกของพวกเราหรือเปล่า?”
“ความลับค่ะ”
หลี่เชียวกะพริบตาปริบๆ ทุกคนต่างพากันหยอกล้อทันที
ไม่กี่นาทีต่อมา หวงลี่ก็เข้าสู่ประเด็นหลัก
“การแข่งขันเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการได้เลยครับ นักร้องท่านแรกที่จะออกมาในวันนี้ เขาคือราชาความนิยม หลังจากรายการตอนที่แล้วออกอากาศไป…”
ราชาความนิยม!
ทันทีที่เทพดาราร้อยลักษณ์ปรากฏตัว ผู้ชมต่างดวงตาเป็นประกาย เสียงโห่ร้องยินดีดังกระหึ่มไปทั่วฮอลล์
หลินจือไป๋รู้สึกว่าความนิยมของตัวเองสูงมากจริงๆ ต่อให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่ดีอยู่บ้างก็ตาม
“เทพดาราร้อยลักษณ์ จางซีหยาง!”
“ฉันมาเพราะเขาเลย!”
“ตอนนี้จางซีหยางเล่นเปิดไฟโชว์แล้ว รู้สึกว่ากระแสในเน็ตก็ดูจะมีเหตุผลอยู่นะ เสียงของจางซีหยางเปิดเผยออกมา ความนิยมก็สูงเกินเวอร์ๆ เลย…”
“ฉันว่าไม่เห็นเป็นไรเลย จะใช้เสียงอะไรร้องก็เป็นสิทธิของนักร้อง จางซีหยางไม่ได้ทำผิดกติการายการสักหน่อย”
“ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยยุติธรรมกับนักร้องคนอื่นเลย”
“ไม่ได้ห้ามให้เขาใช้เสียงจริง แต่เราก็ช่วยเพลาๆ หน่อยได้ไหม จางซีหยางเล่นแบบนี้ทำเอาความน่าติดตามหายไปเยอะเลย”
เสียงเชียร์ในฮอลล์ดังสนั่น แต่เสียงที่เห็นต่างก็มีเช่นกัน
วันนี้หลี่เชียวไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอรู้แล้วว่าเจ้าชายกบคือโจวหานจิน ดังนั้นตอนนี้เธอจึงยิ้มตาหยีพลางถามว่า “วันนี้อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์สระผมมาหรือยังคะ?”
ทีมกรรมการนักทายระเบิดเสียงหัวเราะทันที ผู้ชมก็พากันหัวเราะตามไปด้วย
ตกลงวันนั้นโจวหานจินสระผมหรือไม้สระกันแน่ หัวข้อนี้ติดเทรนด์ค้นหาทันทีหลังจากรายการออกอากาศ
เห็นได้ชัดว่าวันนี้หลี่เชียวจงใจเล่นมุกนี้ แต่เทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ได้ตอบคำถาม
เพราะก่อนร้องเพลงไม่มีคิวให้พูดคุยโต้ตอบ แต่สำหรับคำถามนี้นะ หลินจือไป๋ตอบได้จริงๆ
เพราะบนหน้าจอขนาดใหญ่ในห้องส่ง ปรากฏชื่อเพลงที่เทพดาราร้อยลักษณ์กำลังจะร้องแล้ว!
เสียงหลุดขำดังพรืด!
พอเห็นชื่อเพลงที่เทพดาราร้อยลักษณ์กำลังจะร้อง หลี่เชียวก็หลุดขำออกมาทันที
ทีมกรรมการนักทายทุกคนก็ขำจนตัวงอ ผู้ชมในห้องยิ่งหัวเราะกันลั่น
เพราะชื่อเพลงนี้มีหกพยางค์ว่า ‘ก็เลยไม่ได้สระผม’!
“ฮ่าๆๆ ใครช่วยบอกทีว่า ‘ก็เลยไม่ได้สระผม’ นี่มันอะไรกันเนี่ย นี่ก็นับเป็นชื่อเพลงด้วยเหรอ จางซีหยางชักจะกวนขึ้นทุกทีแล้วนะ!”
“นี่เป็นเพลงใหม่เหรอ?”
“ไม่เคยได้ยินว่ามีเพลงแบบนี้มาก่อนเลย!”
“หรือว่าจะเป็นเพลงที่อาจารย์จางซีหยางแต่งเอง?”
“ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ แต่ชื่อเพลงนี่มันตื้นเขินสุดๆ เลยไม่ใช่เหรอ เขาไม่กลัวโดนคัดออกหรือไง เอาเพลงปั่นกระแสแบบนี้มาร้อง แถมยังเล่นมุกจากรายการรอบที่แล้วอีก!”
“ความนิยมสูงแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ?”
“ความนิยมของเขาจะเล่นอะไรก็ได้จริงๆ นั่นแหละ”
“ทุกคนรู้ว่าเขาคือจางซีหยาง ยังไงก็ต้องโหวตให้อยู่แล้ว ฉันไม่โหวตนะ เล่นมุกนะได้ แต่การแสดงบนเวทีต้องไม่ห่วยสิ? ต่อให้เป็นราชาเพลง ต่อให้เขาคือจางซีหยาง ก็ต้องจริงจังกับการแสดงบ้าง!”
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคน ดนตรีอินโทรดังขึ้น
สิ่งที่ดังขึ้นพร้อมกันคือเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์
“พอมองย้อนไปก็พบว่าตัวเองไม่เคยมีชีวิตที่เลือดพล่าน เพราะไม่มีความฝัน สิ่งที่ปลุกให้ตื่นทุกวันจึงมีแค่นาฬิกาปลุก เวลาขี้เกียจอารมณ์ไม่ดีแม้ผมก็ยังไม่สระ ถึงต่อให้แต่งตัวดีแค่ไหนก็ไม่มีใครดูออก…”
ฟึ่บ!
ผู้ชมตะลึงงัน!
ทีมกรรมการนักทายถึงกับตะลึงอึ้ง ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นต่างก็ทำหน้ามึนงงไปตามๆ กัน!
เสียงที่เทพดาราร้อยลักษณ์เปล่งออกมาในครั้งนี้ ไม่ใช่เสียงของจางซีหยาง ไม่ใช่แม้แต่เสียงของโจวหานจิน
แต่มันเป็นเสียงที่ทุกคนคุ้นหูอยู่ลางๆ แต่นึกไม่ออกว่าเป็นเสียงของใคร!
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้? เทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ใช่จางซีหยางเหรอ?
เสียงนี้มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!
“เดินอยู่บนถนน กลุ่มเด็กในชุดนักเรียนกระโดดโลดเต้นผ่านข้างกายฉันไป นึกไม่ออกเลยว่าตัวเองในวัยนั้นร่าเริงสดใสเหมือนกันหรือเปล่า ดูเหมือนตอนที่เด็กกว่านี้ ความสดใสรอยยิ้มที่มีจะมากกว่าตอนนี้จริงๆ ไม่เป็นไร สิ่งที่พวกเขามี ฉันเองก็เคยมีมันเหมือนกัน…”
บนเวที เทพดาราร้อยลักษณ์ยังคงร้องต่อไป
ผู้ชมด้านล่างต่างพากันขนลุกซู่
ไม่ใช่เพราะการขับร้องนี้น่าทึ่งขนาดไหน และไม่ใช่เพราะเพลงนี้สั่นสะเทือนอารมณ์เพียงใด แต่เป็นเพราะเสียงร้องของเทพดาราร้อยลักษณ์ได้ทำลายความเข้าใจและจินตนาการที่ทุกคนมีต่อจางซีหยางไปจนหมดสิ้น จนสมองของทุกคนถึงกับช็อตไป!
“อ๊าก!”
“ฉันนึกออกแล้ว!”
“นี่มันเสียงของหลินโสวจัว!”
“ใช่ๆ มิน่าละฉันถึงว่าคุ้นจัง! ที่แท้จางซีหยางก็เลียนเสียงหลินโสวจัวได้ด้วยเหรอ?”
“จางซีหยางอะไรล่ะ! เธอยังไม่รู้อีกเหรอ! เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้ไม่ใช่จางซีหยางตั้งแต่แรกแล้ว เขาหลอกพวกเราทุกคนจนเป๋ไปหมด เริ่มจากใช้เสียงโจวหานจิน แล้วก็มาใช้เสียงจางซีหยาง ตอนนี้มาเลียนเสียงหลินโสวจัวอีก เขาคือปีศาจที่เลียนเสียงนักร้องได้หลายคนชัดๆ มิน่าล่ะเจ้านี่ถึงชื่อว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ เสียงร้อยลักษณ์สมชื่อจริงๆ!”
“เขาไม่ใช่จางซีหยางเหรอ!?”
“งั้นที่คนในเน็ตรุมด่ากันว่าจางซีหยางจงใจเปิดเผยตัวตนเพื่อเรียกคะแนนโหวตจากแฟนคลับล่ะ?”
“แบบนี้จางซีหยางไม่โดนใส่ร้ายจนตายอย่างอยุติธรรมเลยเหรอ!?”
“ไม่ใช่แค่จางซีหยางที่โดนใส่ร้ายนะ เทพดาราร้อยลักษณ์ก็โดนเหมือนกัน เขาแค่เลียนเสียงได้สุดยอดเกินไป เลยกลายเป็นว่าทุกคนเข้าใจผิดกันหมด!”
ฮือฮา!
ผู้ชมจำนวนมากในฮอลล์ ไม่ว่าก่อนหน้านี้ใครจะเคยบ่นในเน็ตเรื่อง ‘จางซีหยางจงใจเปิดเผยตัวตน’ ก็ตาม ในวินาทีนี้ทุกคนเปลี่ยนความคิดไปโดยสิ้นเชิง
ด้านหนึ่งก็เห็นใจหรือรู้สึกผิดต่อจางซีหยาง อีกด้านหนึ่งก็รู้สึกตื่นตะลึงและนับถือในตัวเทพดาราร้อยลักษณ์!
อะไรนะ?
เทพดาราร้อยลักษณ์คือหลินโสวจัว?
ถ้าเป็นรอบแรกอาจจะมีคนคิดแบบนั้นไม่น้อย แต่ฟังเทพดาราร้อยลักษณ์ร้องมาสามเพลงติด เล่นเปลี่ยนเสียงนักร้องมาสามคนแล้ว ใครจะกล้าฟันธงว่าเขาเป็นใครอีกล่ะ!
พูดได้แค่ว่า มีโอกาสเป็นหลินโสวจัว!
มีคนพยายามหาคำตอบจากในเพลง เสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์อบอุ่นนุ่มนวลแต่แฝงความเศร้าสร้อยเล็กน้อย
“คนที่ต่อแถวหน้าร้านอาหารเช้า มีสีหน้าเย็นชาเหมือนกันกับฉัน บางทีวันที่เหนื่อยล้าของเขาอาจเพิ่งเริ่มต้นหรือสิ้นสุดลง จำได้ว่าหลายปีก่อนรู้สึกโชคดีที่ในที่สุดก็ไม่ต้องถูกบังคับให้กินข้าวเช้า ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ฉันเริ่มเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเอง?”
ผู้ชมรับฟังกันอย่างเงียบงัน คำตอบที่ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือใครกันแน่ ทุกคนยังหาไม่เจอ แต่กลับถูกเนื้อเพลงนี้แทงใจเข้าอย่างจังโดยไม่รู้ตัว
ทุกคนรู้สึกว่าเนื้อเพลงเหล่านี้เหมือนขับขานความในใจของพวกเขาออกมา เหมือนจะเปราะบาง
เหมือนกับท่อนต่อไปนี้
“อดทนจนถึงพักเที่ยง เห็นผู้คนจับกลุ่มกันแต่ไม่รู้พวกเขาใช่เพื่อนกันหรือเปล่า นั่งประจันหน้ากันอย่างเงียบงัน ฉันถึงรู้ว่าพวกเขามีปฏิสัมพันธ์กันแค่ตอนเที่ยงเท่านั้น ที่แปลกคือคนในสมุดรายชื่อโทรศัพท์เพิ่มขึ้นทุกวัน แต่คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันชื่ออะไร”
นี่ไม่ใช่ภาพสะท้อนชีวิตจริงของมนุษย์เงินเดือนหลายๆ คนหรอกเหรอ?
คนในรายชื่อผู้ติดต่อมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เพื่อนกลับน้อยลงทุกที
เมื่อกี้ตอนเห็นชื่อเพลง ‘ก็เลยไม่ได้สระผม’ ทุกคนคิดไปเองโดยอัตโนมัติว่านี่เป็นเพลงฉวยโอกาสเล่นมุกตามกระแส ยังมีคนคิดว่าจะไม่จริงจังเกินไปหน่อยไหม อย่างไรเวทีนี้ก็มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก
แต่พอฟังมาถึงตรงนี้ ทุกคนต่างก็เห็นพ้องต้องกัน
“เนื้อเพลงดีจริงๆ!”
“เพลงนี้แต่งได้แทงใจดำเกินไปแล้ว”
“เพลง ‘แต่งพร่อง’ ของเทพดาราร้อยลักษณ์รอบที่แล้วก็เพราะมาก บอกว่าเป็นคนแต่งเอง ถ้างั้นเพลงนี้เขาก็แต่งเองเหมือนกันเหรอ?”
“คงไม่ใช่ว่าเขาเป็นนักแต่งเพลงหรอกนะ?”
“นักแต่งเพลงที่ไหนจะร้องเพลงเพราะขนาดนี้ล่ะ?”
“ฉันรู้จักอยู่คนนึง ฉู่ฉือไง!”
“หรือว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือฉู่ฉือ?”
“เป็นไปไม่ได้หรอก เสียงของฉู่ฉือฉันคุ้นเคยดี แฟนพันธุ์แท้เลยนะ!”
“ที่สำคัญที่สุด ทักษะการร้องของฉู่ฉือยังไม่ถึงระดับราชาเพลง ตอนที่เพิ่งเดบิวต์ถึงขั้นถูกสื่อวิจารณ์ว่าเพลงดีแต่ร้องห่วยเลย แต่ทักษะการร้องที่เทพดาราร้อยลักษณ์แสดงออกมาในรอบที่แล้ว เห็นชัดเลยว่าเป็นระดับราชาเพลงแล้ว!”
หลินจือไป๋เองก็ไม่รู้ว่ามีคนเดาคำตอบถูกแล้ว แต่กลับถูกคนจำนวนมากปฏิเสธไปในทันที
เวลานี้ หลินจือไป๋ทุ่มเทอารมณ์ทั้งหมดให้กับการร้องเพลง เขาจงใจเลียนเสียงของหลินโสวจัว
“หลังเลิกงานมักพลาดช่วงอาทิตย์ตกดิน ยังดีที่ไม่พลาดรถเที่ยวสุดท้าย หนุ่มสาวในชุดนักเรียนอิงแอบกระซิบกระซาบกันข้างหน้าต่างรถ เหมือนเคยมีคนแบบนี้ที่ทำให้เธออยากเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ผ่านมาหลายปีขนาดนี้เธอก็ลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยพูดอะไร”
ต้นฉบับของเพลงนี้คือเหมาปู่อี้ ถือเป็นผลงานที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่มของเหมาปู่อี้ แต่ส่วนตัวแล้วหลินจือไป๋ชอบเพลงนี้มาก
ประจวบเหมาะกับมุกที่ว่ารอบที่แล้วโจวหานจินสระผมมาหรือเปล่ากำลังติดเทรนด์ค้นหา เขาเลยอยากใช้เสียงของหลินโสวจัวมาร้องผลงานเพลงนี้ ถือซะว่ายืมมุกมาเกาะกระแสก็แล้วกัน
แล้วถือโอกาสช่วยยกหม้อดำที่อยู่บนหลังของจางซีหยางออกไปด้วย
เห็นได้ชัดว่าหลินจือไป๋ทำสำเร็จแล้ว ทีมกรรมการนักทายทุกคนต่างตกตะลึงตาค้าง!
หลี่เชียวพูดอย่างเหม่อลอย “นี่เหมือนจะเป็นเสียงของหลินโสวจัวสินะ?”
อิงเหวยพูดด้วยความสะเทือนใจ “พูดอีกอย่างก็คือ ที่จริงความเป็นไปได้ที่เทพดาราร้อยลักษณ์จะเป็นจางซีหยางไม่ได้มากขนาดนั้น เพราะนี่เป็นเสียงแบบที่สามแล้วที่เขาร้อง เขาเป็นนักร้องที่เลียนเสียงได้ระดับท็อปเลย แต่ผมจำไม่ได้นะว่าในวงการมีใครที่มีความสามารถเลียนเสียงเก่งขนาดนี้…”
“การเลียนเสียงทั่วไปก็แค่เหมือน!”
หานปัวที่ได้แชมป์รายการ ‘The Voice’ พูดอย่างตื่นเต้น “แต่รอบที่เทพดาราร้อยลักษณ์เลียนเสียงราชาเพลงโจว แม้แต่ทักษะการร้องก็ถึงระดับต้นฉบับเลยนะ!”
“คิดไม่ถึงเลยว่าหลินโสวจัวจะน่ากลัวขนาดนี้!”
เถียนเหวยที่เคยเข้าร่วมรายการ ‘The Voice’ เหมือนกันสูดหายใจเข้าลึกๆ
บนโลกนี้มีนักร้องที่มีความสามารถในการเลียนเสียงน่ากลัวขนาดนี้ได้ยังไงกัน มิน่าล่ะทุกคนถึงเข้าใจผิดว่าเขาคือจางซีหยาง!
หลินโสวจัวเหรอ?
ทุกคนข้างๆ ต่างมองไปที่เถียนเหวย ให้ตายเถอะ โดนเทพดาราร้อยลักษณ์หลอกมาสองครั้งแล้ว หมอนี่ยังกล้าฟันธงขนาดนี้ ไม่กลัวโดนหลอกครั้งที่สามหรือไง?
เอาเถอะ ในใจทุกคนก็ลังเลสับสนอยู่หน่อยๆ ประเด็นหลักคือตอนฟังเพลงนี้ ภาพของหลินโสวจัวมันชัดเจนเกินไปแล้ว!
บนเวที เพลงดำเนินมาถึงช่วงท้าย
“เดินผ่านสถานที่มากมาย ไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้ แต่เรายังคงก้าวเดิน มันต่างจากสิ่งที่เธอและฉันจินตนาการไว้ นี่ต่างหากคือชีวิตจริง เพื่อนรักของฉัน ฉันให้อภัยเธอแล้วที่ไม่อาจอยู่เคียงข้างกันไปจนถึงวันสุดท้าย…”
หยุดไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์ผ่อนคลายแฝงไว้ด้วยการปล่อยวาง ด้วยสไตล์การร้องแบบหลินโสวจัวที่เข้มข้น
“ไม่อาจเดินไปกับเธอจนถึงวันสุดท้าย เพื่อนรักของฉัน โปรดใหอภัยฉัน”
ห้องพักของเจ้าชายกบ
“พอมองย้อนไปก็พบว่าตัวเองไม่เคยมีชีวิตที่เลือดพล่าน เพราะไม่มีความฝัน สิ่งที่ปลุกให้ตื่นทุกวันจึงมีแค่นาฬิกาปลุก เวลาขี้เกียจอารมณ์ไม่ดีแม้ผมก็ยังไม่สระ ถึงต่อให้แต่งตัวดีแค่ไหนก็ไม่มีใครดูออก”
เนื้อเพลงนี้ดีจริงๆ!
ใช้หัวข้อ ‘ก็เลยไม่ได้สระผม’ มาขยายความจนมีความหมายลึกซึ้งนับไม่ถ้วน ทุกประโยคเขียนได้โดนใจคนธรรมดาเอาอย่างจัง
แม้แต่ตัวโจวหานจินเองยังได้รับอิทธิพลทางอารมณ์ไปด้วย…
ไม่ใช่สิ!
ตอนนี้ใช่เวลามาวิเคราะห์เพลงที่ไหนกันล่ะ เสียงนี้มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ไหนบอกว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือจางซีหยางไง!?
นี่มันเสียงของหลินโสวจัวชัดๆ!
โจวหานจินคุ้นเคยกับเสียงของหลินโสวจัวเป็นอย่างดี เพราะครั้งเดียวในชีวิตที่ราชาเพลงโจวของเราเอาชนะปี้ตี้ได้ ก็คือผลงานเปิดตัวที่อีกฝ่ายแต่งให้หลินโสวจัวอย่างเพลง ‘ดับทุกข์’!
ภายใต้หน้ากากเจ้าชายกบ โจวหานจินสับสนไปหมดแล้ว!
“จางซีหยางเลียนแบบเสียงฉันได้แล้ว ยังเลียนแบบเสียงหลินโสวจัวได้ด้วยเหรอ? ไม่ใช่สิ! นี่ไม่ใช่จางซีหยางแน่ เป็นไปได้ว่าจางซีหยางก็เป็นผู้เสียหายเหมือนกับฉัน เพราะงั้นเหล่าจางไม่ได้หลอกฉัน เขาไม่ได้เข้าร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’ จริงๆ งั้นหมอนี่คือหลินโสวจัวจริงเหรอ!?”
สมองของโจวหานจินสับสนวุ่นวายไปหมด!
ห้องพักของสุนัขทิเบตที่อยู่ข้างๆ
ภายใต้หน้ากาก จางซีหยางเผยรอยยิ้มออกมา
เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้ใช้ได้เลยนี่ เพื่อไม่ให้ฉันต้องแบกหม้อดำรับบาป เลยเปลี่ยนเป้าหมายเลียนแบบเหรอ?
จางซีหยางรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่หลินโสวจัว เพราะยังไงโสวจัวก็เป็นคนคุ้นเคยของจางซีหยาง ก่อนหน้านี้ทุกคนเคยเข้าร่วมรายการ ‘I Am a Singer’ ด้วยกัน ตอนนั้นจางซีหยางได้พูดคุยกับหลินโสวจัวไม่น้อย
ถ้าอย่างนั้นนายคือใครกันแน่?
เลียนแบบฉัน เลียนแบบเหล่าโจว เลียนแบบโสวจัว เพราะค่อนข้างสนิทกับพวกเราไม่กี่คนนี้หรือเปล่า?
ครั้งนี้ฉันไม่แก้ข่าวนาย ก็ตบหน้าคนในรายการ ถือเป็นความรู้ใจกันระหว่างพวกเรา หรือว่าเป็นเรื่องบังเอิญล้วนๆ?
จางซีหยางตกอยู่ในภวังค์ความคิด
หือ? ลองคิดดูดีๆ แล้ว ความน่าจะเป็นที่เขาจะเป็นหลินโสวจัวก็ดูจะไม่ต่ำเลย เพราะไม่มีคนอื่นให้วิเคราะห์แล้วจริงๆ ข้อมูลก็มีอยู่แค่นี้
หรือจะเป็นเจ้าโสวจัวนี่ที่แกล้งฉันจริงๆ?
เจ้าตัวแสบ!
ห้องถัดไปอีก เป็นห้องพักอีกห้องหนึ่ง
ในห้องพักผ่อนห้องนี้ มีผู้เข้าแข่งขันตัวสำรองที่ชื่อว่ากระเบนปีศาจอยู่ ภายใต้หัวปลาตัวนั้น ใบหน้าอ่อนเยาว์กำลังกระตุกเบาๆ ในเวลานี้
“อาจารย์เป็นอะไรไปเหรอครับ?”
ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวสังเกตเห็นปฏิกิริยาที่ผิดปกติไปเล็กน้อยของนักร้องตัวสำรองกระเบนปีศาจ
“ผมรู้สึกว่าอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์นี่ขี้แกล้งดีจริงๆ” กระเบนปีศาจเอ่ยปาก น้ำเสียงดูแปลกแปร่ง แถมยังแฝงความน้อยใจที่บอกไม่ถูกอยู่หลายส่วน
“ขี้แกล้งมากเลยครับ เรียกได้ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการแกล้งเลย!” ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวบ่นพึมพำ “รู้สึกว่าเสียงนี้เหมือนอาจารย์หลินโสวจัวเลยนะครับ คิดไมถึงว่าอาจารย์หลินโสวจัวจะขี้แกล้งและกวนขนาดนี้ ถึงกับมอบหม้อดำอันเบ้อเริ่มขนาดนั้นให้อาจารย์จางซีหยาง โชคดีที่รอบนี้เขาเปิดไพ่ไม่แกล้งต่อแล้ว ไม่อย่างนั้น…”
“เขาไม่ใช่!”
ในที่สุดกระเบนปีศาจก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป!
เขาคือหลินโสวจัว? เขาจะเป็นหลินโสวจัวได้ยังไง?
ถ้าเขาเป็นหลินโสวจัวแล้วฉันเป็นใครกัน!?
ตัวแทนเหรอ?
กระเบนปีศาจรู้สึกเหมือนมีหม้อดำยักษ์ร่วงลงมาจากฟ้า หล่นกระแทกหัวเขาเขาอย่างจัง!
กระแทกจนเกิดหลุมยักษ์เลยทีเดียว!