ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 343 หม้อดำใบนี้ทั้งใหญ่ทั้งกลมยิ่งกว่าเดิม!
สองวันต่อมา ชาร์ตจัดอันดับความนิยมรายการวาไรตี้ฉินโจวอัปเดตแล้ว
ที่อยู่อันดับหนึ่งก็คือรายการ ‘King of Mask Singer’ ที่ออกอากาศตอนแรกไปเมื่อสองวันก่อนนั่นเอง!
ทันทีที่ข้อมูลการจัดอันดับความนิยมนี้ออกมา ‘King of Mask Singer’ ก็ครองตำแหน่งรายการวาไรตี้ยอดฮิตรายการใหม่อย่างมั่นคง
และเอฟเฟกต์ความฮิตระเบิดก็แสดงผลออกมาแล้วอย่างรวดเร็ว
ผู้ชมจำนวนมากที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สนใจรายการวาไรตี้นี้เท่าไหร่ ก็พากันไปดูย้อนหลังตอนแรกที่เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิง
เพราะคนเรามักจะมีพฤติกรรมอุปทานหมู่กันอยู่แล้ว เมื่อละครหรือรายการวาไรตี้รายการไหนมีความนิยม หรือถึงขั้นที่มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวางไปทั่วโลกออนไลน์
คนจำนวนไม่น้อยที่เดิมทีไม่ได้สนใจก็จะลองไปดูสักหน่อย ไม่อย่างนั้นจะดูเหมือนตามกระแสชาวเน็ตไม่ทัน
และเมื่อมีผู้ชมเพิ่มมากขึ้น ยอดลงทะเบียนสมาชิกของเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ในเวลาเดียวกันยังมีการถกเถียงเกี่ยวกับเหล่านักร้องหน้ากากในแง่มุมต่างๆ ด้วย
ในบรรดาหัวข้อเหล่านั้น คนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเทพดาราร้อยลักษณ์ รองลงมาคือเจ้าชายกบและสุนัขทิเบต สองนักร้องจากสวนสัตว์
เพื่อดึงกระแสความนิยมให้สูงขึ้นไปอีก ฝ่ายวางแผนของเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงยังจัดกิจกรรมโหวตความนิยมของนักร้องหน้ากากในรายการ ‘King of Mask Singer’ ขึ้นมาโดยเฉพาะ
ปัจจุบันคะแนนโหวตอันดับหนึ่งก็คือเทพดาราร้อยลักษณ์ เจ้าชายกบเป็นอันดับสอง สุนัขทิเบตเป็นอันดับสาม
เพียงแต่เมื่อเทพดาราร้อยลักษณ์กลายเป็นนักร้องหน้ากากที่มีความนิยมสูงสุดหลังรายการออกอากาศครั้งแรก เสียงที่ระคายหูก็ปรากฏขึ้นตามมาด้วย
‘เทพดาราร้อยลักษณ์อันดับหนึ่ง รู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นธรรมกับคนอื่นเลยนะ’
‘หา?’
‘จะไม่เป็นธรรมยังไงล่ะ ในการออกอากาศครั้งแรก การแสดงของเทพดาราร้อยลักษณ์ก็ดีที่สุดจริงๆ นี่นา’
‘ฉันไม่ได้บอกว่าการแสดงของเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ดี แต่ตอนนี้ความนิยมของเขาทิ้งห่างเป็นอันดับหนึ่งแบบไม่เห็นฝุ่น เป็นเพราะการแสดงดีอย่างเดียวจริงๆ เหรอ? ถ้าจะพูดถึงการแสดง เจ้าชายกบกับสุนัขทิเบตก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเท่าไหร่หรอกมั้ง? สรุปคือเพราะทุกคนรู้กันหมดแล้วว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือจางซีหยาง ก็เลยพากันโหวตให้เขาไม่ใช่เหรอ? ไม่เหมือนนักร้องหน้ากากคนอื่นที่ปิดบังตัวตนของตัวเองไว้อย่างซื่อสัตย์ เพราะนี่คือกติกาการแข่งขัน ไม่ไม่อย่างนั้นความหมายของการร้องเพลงภายใต้หน้ากากจะอยู่ตรงไหนล่ะ?’
‘เห็นด้วย!’
‘ฉันก็ว่าแล้วทำไมคะแนนโหวตของเทพดาราร้อยลักษณ์ถึงสูงเวอร์ขนาดนั้น ที่แท้ก็เป็นแฟนคลับของจางซีหยางที่มาโหวตนี่เอง ถ้าเกิดนักร้องหน้ากากคนอื่นเปิดเผยตัวตนเอาอย่างบ้าง แล้วระดมแฟนคลับของตัวเองมาโหวตให้ การแข่งขันนี้จะแข่งร้องเพลงหรือแข่งความนิยมกันแน่ล่ะ?’
‘นั่นสิ วิธีการเล่นแบบเปิดไฟโชว์ของจางซีหยางเนี่ย มันรังแกผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเกินไปแล้ว เขาเป็นถึงราชาเพลง จะมีสักกี่คนที่มีแฟนคลับเยอะกว่าเขา?’
‘คุณนี่มันมั่วตรรกะชัดๆ! เทพดาราร้อยลักษณ์ไม่เคยยอมรับสักหน่อยว่าตัวเองคือจางซีหยาง อีกอย่างต่อให้เขาใช่จริงๆ สรุปว่าการแข่งขันนี้ห้ามใช้เสียงตัวเองร้องเพลงหรือไง?’
‘จางซีหยางคิดอะไรอยู่เขารู้อยู่แก่ใจ’
‘ฉันรู้สึกมาตลอดว่าจางซีหยางเป็นคนเจ้าแผนการ ก่อนหน้านี้เพื่อจะได้เป็นราชาเพลง ยังเหยียบจางอวิ่นซั่งของบ้านเราขึ้นไปเลย คนที่เหยียบหัวรุ่นพี่ขึ้นไปจะมีนิสัยดีได้สักแค่ไหนเชียว? รอบที่สองเขาจงใจใช้เสียงตัวเองร้อง เพื่อให้แฟนคลับจำเขาได้แล้วโหวตสนับสนุนเขานั่นแหละ’
‘ชิ!’
‘หางโผล่แล้วสินะ!’
‘ฉันก็ว่าทำไมจู่ๆ ถึงมีกระแสปั่นแบบนี้ ที่แท้ก็แฟนคลับของจางอวิ่นซั่งนี่เอง ศึกสองจางในปีนั้น ใครถูกใครผิดทุกคนรู้กันดี จางซีหยางประพฤติตัวถูกต้องตรงไปตรงมา!’
‘ไม่แนว่านี่อาจจะเป็นกลยุทธ์ของจางซีหยางก็ได้นะ? จงใจใช้เสียงของตัวเองร้องเพื่อให้เกิดความคลุมเครือว่าจริงหรือหลอก แต่คิดไม่ถึงว่าทุกคนจะไม่หลงกลแล้วจำเขาได้ทันที นี่จะนับว่าเป็นความผิดของจางซีหยางก็ไม่ได้มั้ง?’
กระแสปั่นนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เห็นได้ชัดว่าเป็นการโจมตีที่เป็นกระบวนการ
เรียกได้ว่าเป้าหมายพุ่งตรงไปที่จางซีหยางเลยทีเดียว!
และเมื่อตัวจางซีหยางเองได้เห็นคลื่นลมกระแสสังคมที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ ก็ไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะหนึ่ง ทำได้เพียงพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
ให้ตายสิ!
หม้อดำที่เทพดาราร้อยลักษณ์ส่งมาให้ใบนี้ใหญ่กว่าที่คิดไว้เสียอีก ที่สำคัญกระแสนี้ด่ากราดทีเดียวสองคน แต่สุดท้ายดันด่าผิดฝาผิดตัวกันหมด!
ข้อแรก ฉันไม่ได้เปิดเผยเสียงของตัวเอง!
ข้อสอง เทพดาราร้อยลักษณ์ก็ไม่ใช่จางซีหยาง!
แต่เทพดาราร้อยลักษณ์ปิดบังใบหน้าแล้วทุกคนก็ปักใจเชื่อไปแล้วว่าเขาคือจางซีหยาง ดังนั้นแรงปะทะทั้งหมดตนเลยต้องรับจบอยู่คนเดียว!
นายเนี่ยเจอเคราะห์แบบไม่รู้อีโหนอีเหน่จริงๆ…
คนที่รู้ว่าจางซีหยางเข้าร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’ ในฐานะสุนัขทิเบตมีเพียงผู้จัดการส่วนตัวเท่านั้น
ผู้จัดการได้แต่ยิ้มขื่นแล้วพูดว่า “ไม่งั้นนายก็ออกแถลงการณ์บอกทุกคนไปว่านายไม่ใช่เทพดาราร้อยลักษณ์ พวกปั่นกระแสพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของจางอวิ่นซั่งทั้งนั้น หลังจากศึกสองจางปีนั้นพวกเขาก็จ้องจะดิสเครดิตนายมาตลอด”
“ช่างเถอะ”
จางซีหยางเบะปากพูด “ต่อให้ไม่มีเรื่องรายการ ‘King of Mask Singer’ แฟนคลับของจางอวิ่นซั่งก็จะสรรหาวิธีมาด่าฉันเรื่องอื่นอยู่ดี ปล่อยพวกเขาปั่นกระแสไปเถอะ ยังไงฉันก็ไม่เชื่อว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จะปลอมตัวเป็นฉันไปตลอดหรอก ถึงเวลากระแสสังคมตีกลับ มันจะเป็นผลดีต่อเราทั้งคู่เอง”
“ที่พูดมาก็ถูก” ผู้จัดการพูดอย่างจนใจ “กลัวแต่ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์นั่นจะปลอมเป็นนายไปตลอดนี่สิ”
จางซีหยางยิ้มกล่าว “ถึงจะเซ็งอยู่บ้าง แต่บนเวที ‘King of Mask Singer’ เขาไม่ได้ทำผิดกติกาอะไร การที่แกล้งปลอมเป็นฉันแล้วทำให้คนภายนอกเชื่อสนิทใจได้ นี่ก็คือความสามารถของเทพดาราร้อยลักษณ์ ฉันยอมรับเลย ไม่มีความจำเป็นต้องไปฉีกหน้ากากเปิดโปงเขาหรอก”
“ก็มีแต่นายนี่แหละ”
ผู้จัดการส่ายหน้าพลางกล่าว “ถ้าเป็นราชาเพลงโจวที่ต้องมาแบกรับหม้อดำใบใหญ่ขนาดนี้ นิสัยอย่างเขาคงระเบิดลงคาที่ไปแล้ว อาจจะเปิดศึกฉะจางอวิ่นซั่งออกสื่อเลยก็ได้”
อีกด้านหนึ่ง สองวันมานี้นอกจากหลินจือไป๋จะไปสถานีโทรทัศน์เพื่อซ้อมเพลงสำหรับรอบที่สองแล้ว เวลาว่างเขาก็จะไถดูข่าวของรายการ ‘King of Mask Singer’ แล้วก็ได้สังเกตเห็นว่าจางซีหยางกำลังตกเป็นเป้าโจมตีอย่างหนัก
พออ่านรายละเอียดอีกที
หา?
นี่มันด่าจางซีหยางที่ไหนกัน?
คนพวกนี้กำลังด่าเทพดาราร้อยลักษณ์อยู่ต่างหาก!
เพราะเงื่อนไขตั้งต้นของกระแสนี้คือ เทพดาราร้อยลักษณ์ก็คือจางซีหยาง!
ในแง่หนึ่ง ถือว่าจางซีหยางโดนลูกหลงเข้าเต็มๆ ถูกร่างแหเพราะเทพดาราร้อยลักษณ์อย่างตนไปด้วย
แต่หมอนี่ดันเก็บอาการเก่ง ไม่ยอมออกแถลงการณ์ปฏิเสธ ทั้งที่เรื่องนี้แค่พูดประโยคเดียวก็ปฏิเสธได้แล้วแท้ๆ
เอาเถอะ สมแล้วที่เป็นจางซีหยาง
หลินจือไป๋อดรู้สึกปวดตับขึ้นมาไม่ได้ เขารู้ว่าการอัดรายการวันพรุ่งนี้ จะแกล้งปลอมเป็นจางซีหยางต่อไม่ได้แล้ว
งั้นก็ควรจะ…
เปลี่ยนเป้าหมายกลั่นแกล้ง…
แค่ก เปลี่ยนเป้าหมายปลอมตัวแล้วล่ะ ใครใช้ให้การปลอมเป็นจางซีหยางสร้างดราม่าได้ง่ายนักล่ะ?
แม้ว่ากระแสนี้จะดูออกว่ามีคนคอยผลักดันอยู่เบื้องหลัง ไม่งั้นเรื่องคงไม่ลุกลามใหญ่โตขนาดนี้ แต่นี่แหละคือวงการบันเทิง
มักจะมีคนที่คอยหาเรื่องจับผิดได้ทุกซอกทุกมุม เน้นติที่ว่าเข้มงวดกับคนอื่นแต่หย่อนยานกับตัวเอง
แต่มียู่อย่างหนึ่งที่พูดถูก นั่นก็คือการที่เทพดาราร้อยลักษณ์ได้คะแนนโหวตความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในการออกอากาศตอนแรก เป็นฝีมือของแฟนคลับจางซีหยางที่ระดมกำลังกันจริงๆ
แต่เรื่องนี้จะไปโทษแฟนคลับก็ไม่ได้ ในเมื่อแฟนคลับเหล่านี้ปักใจเชื่อไปแล้วว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือจางซีหยาง พอมีกิจกรรมโหวตก็ต้องทุ่มโหวตให้ไอดอลของตัวเองแบบไม่ลืมหูลืมตาอยู่แล้ว
วันรุ่งขึ้น สถานีโทรทัศน์เทียนกวงกำลังจะเริ่มบันทึกเทปรายการ ‘King of Mask Singer’ รอบที่สอง
เห็นได้ชัดว่าทีมงานรายการตื่นเต้นกันมาก
“ดังใหญ่แล้ว!”
“รายการใหม่ของพวกเราดังสุดๆ ไปเลย ออนไลน์กำลังถกเถียงกันให้แซด!”
“ฮ่าๆ ก่อนหน้านี้หลายคนบอกว่าต่อให้เป็นคุนเผิงกับอาจารย์จวินหลิน ก็คงทำรายการเพลงที่เหนือกว่า ‘The Voice’ ไม่ได้อีกแล้ว ตอนนี้ใครจะกล้าบอกว่าเหนือกว่าไม่ได้อีกล่ะ? รายการนี้ของพวกเราถ้าทำดีๆ ก็ไม่แน่ว่าจะด้อยกว่ารายการก่อนหน้านี้หรอกนะ!”
“ติดตรงที่กระแสสังคมช่วงนี้ไม่ค่อยเป็นมิตรกับเทพดาราร้อยลักษณ์เท่าไหร่”
“แฟนคลับของจางอวิ่นซั่งกำลังเต้นเร่าๆ กันใหญ่เลย คนพวกนี้มองอาจารย์จางซีหยางเป็นหนามยอกอกมาตลอด พอสบโอกาสนิดเดียวก็ไล่บี้กัดไม่ปล่อยเลย”
“จะว่าอย่างนั้นก็ถูก แต่ฉันก็รู้สึกว่าอาจารย์จางซีหยางน่าจะเก็บซ่อนตัวตนสักหน่อยนะ เขาแสดงออกชัดเจนเกินไปจริงๆ ใครฟังก็รู้…”
“หุบปากกันให้หมด!”
จินเสี่ยวเฟิง ผู้อำนวยการรายการปรากฏตัวขึ้น สีหน้าดูเคร่งขรึมเป็นพิเศษ ก่อนจะกล่าวว่า “วันนี้จะอัดรายการรอบที่สอง ทุกคนอย่าได้ได้รับผลกระทบจากภายนอก อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ได้ฝ่าฝืนกฎข้อไหนของรายการ!”
“ครับ”
ทุกคนไม่กล้าพูดอะไรอีก
แต่จินเสี่ยวเฟิงต่างหากที่พูดมากไม่ได้ ทั้งทีมงานกองถ่าย มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มั่นใจได้ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ใช่จางซีหยาง และจินเสี่ยวเฟิงก็เป็นหนึ่งในนั้น!
เพราะอะไรนะเหรอ?
เพราะจินเสี่ยวเฟิงรู้ว่าจางซีหยางตัวจริงคือสุนัขทิเบต และยิ่งไปกว่านั้น เขารู้ดีว่าความสามารถของอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์นั้นน่ากลัวเพียงใด
คนคนนี้สามารถเลียนเสียงโจวหานจิน เลียนเสียงจางซีหยาง เลียนเสียงตัวแทนเจียง หรือแม้แต่เลียนเสียงของเขาเอง
เทพดาราร้อยลักษณ์แบบนี้ อย่าหวังว่าจะใช้เสียงตัดสินตัวตนของเขาได้เลย
แต่ทว่าคำพูดเหล่านี้ จินเสี่ยวเฟิงบอกคนภายนอกไม่ได้ ดังนั้นพอเห็นกระแสสังคมที่ปั่นกัน เขาก็ได้แต่พูดไมออก
โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าแม้แต่คนในทีมยังถูกกระแสสังคมชักจูงไปด้วย เขาก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจ แทบอยากจะคว้าโทรโข่งมาป่าวประกาศทุกสิ่งที่เขารู้ให้โลกได้รับรู้กันไปเลย!
ขณะเดียวกัน หลินจือไป๋ในฐานะเทพดาราร้อยลักษณ์เดินเข้ามาในห้องพัก เชียวหลงเยว่ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวที่อยู่ข้างๆ ก็เอ่ยถามขึ้น
“ตอนนี้ผู้ชมเข้าไปนั่งในห้องส่งเรียบร้อยแล้วค่ะ ต่อไปจะต้องจับฉลากลำดับการแสดง จะให้ฉันจับเหมือนเดิมไหมคะ?”
เทพดาราร้อยลักษณ์กล่าว “อืม”
เชียวหลงเยว่พยักหน้า ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เรื่องกระแสในเน็ตอาจารย์อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะคะ ตอนนี้ความนิยมของอาจารย์ดังที่สุดในบรรดานักร้องหน้ากากทั้งหมด คนส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนอาจารย์กันมากค่ะ!”
เทพดาราร้อยลักษณ์ตอบว่า “ไม่เป็นไร”
ระหว่างที่พูดคุย การจับฉลากก็เริ่มขึ้น มีทีมงานคนหนึ่งอุ้มกล่องเข้ามา ในกล่องมีลูกบอลเจ็ดลูก แต่ละลูกเขียนตัวเลขที่แตกต่างกันไว้
เชียวหลงเยว่ล้วงหยิบลูกบอลออกมาหนึ่งลูก แต่พอเห็นตัวเลข สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที!
ดันเป็นลูกบอลหมายเลข 1!
นี่หมายความว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จะต้องขึ้นแสดงเป็นคนแรกของวันนี้
สำหรับนักร้องหน้ากากแล้ว การแสดงเป็นคนแรกถือว่ากดดันที่สุด เพราะต้องรับหน้าที่เปิดเวที…
“ครั้งหน้าอาจารย์จับเองแล้วกันนะคะ”
เชียวหลงเยว่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ วันนี้ดวงมือไม่ค่อยดีเลย กระแสในเน็ตก็ไม่เป็นผลดีต่ออาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์มากอยู่แล้ว บวกกับความกดดันในการเปิดเวที เธอกลัวมากว่าจะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจในการแสดงของอีกฝ่าย
“ไม่เป็นไร”
เทพดาราร้อยลักษณ์ยังคงพูดแค่คำเดิม นักร้องเจ็ดคน ยังไงก็ต้องมีคนรับหน้าที่เปิดเวทีสักคนอยู่แล้ว
หลินจือไป๋ออกแสดงเร็วหน่อย ก็จะได้ช่วยกู้สถานการณ์ให้จางซีหยางเร็วขึ้นด้วย จะปล่อยให้อีกฝ่ายแบกหม้อดำต่อไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?
“มีเวลาเตรียมตัวสิบนาทีครับ”
ทีมงานพูดขึ้น “อาจารย์จาง… แค่ก อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์สู้ๆ ครับ!”