ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 347 จอมแกล้งอันดับหนึ่งแห่งวงการเพลงบลูสตาร์!
หลังจบการพูดคุย เทพดาราร้อยลักษณ์ก็โค้งคำนับแล้วลงจากเวทีไป
นักร้องหน้ากากคนต่อไปก็ทยอยขึ้นเวทีทีละคน สุนัขทิเบต หงส์ดำ กระเบนปีศาจ นกกาเหว่า เจ้าชายกบ
ไม่มีใครอยากเป็นที่โหล ดังนั้นการแข่งขันในรอบนี้จึงค่อนข้างดุเดือด เหล่านักร้องต่างทยอยงัดฝีมือที่แท้จริงออกมา
ผู้ชมได้ดื่มด่ำไปกับงานเลี้ยงแห่งเสียงดนตรี!
“สุดยอดไปเลย!”
“ระดับฝีมือของนักร้องพวกนี้สูงจริงๆ!”
“ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่านอกจากเทพดาราร้อยลักษณ์แล้ว นักร้องอีกห้าคนที่เหลือในรอบนี้เป็นสัตว์กันหมดเลย!”
“พรืด!”
“งั้นเทพดาราร้อยลักษณ์ก็หลงเข้ามาในสวนสัตว์งั้นสิ?”
“ทำไมนักร้องหน้ากากพวกนี้ตั้งชื่อเกี่ยวกับสัตว์กันหมดเลยเนี่ย!”
“คงไม่ใช่ว่าก่อนแข่งไปเดินสวนสัตว์มาแล้วเห็นชื่อสัตว์ตัวไหนยังไม่ถูกใช้ก็หยิบมาใช้หรอกนะ?”
“มีแค่เทพดาราร้อยลักษณ์ที่แปลกแยก!”
“ก่อนหน้านี้ยังมีหุ่นยนต์อยู่คนนึง น่าเสียดายที่ถูกคัดออกไปแล้ว!”
“หวังว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จะยืนหยัดต่อไปได้นะ ไม่อย่างนั้น King of Mask Singer จะกลายเป็นงานมิตติ้งเพลงป่าสัตว์โลกไปซะก่อน”
ผู้ชมพากันหยอกล้อ นักร้องหน้ากากทั้งหกคนทำการแสดงจบลงตามลำดับ
พิธีกรหวงลี่ขึ้นมาบนเวทีแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณสำหรับการแสดงที่ยอดเยี่ยมของนักร้องทั้งหกท่านครับ แขกรับเชิญทีมกรรมการนักทายทุกท่านครับ ในเมื่อพวกคุณเดาตัวตนที่แท้จริงของผู้เข้าแข่งขันไม่ออก งั้นพวกเรามาลองทายอันดับการแข่งขันรอบที่สองของ King of Mask Singer สัปดาห์ที่สองกันดูดีไหมครับ?”
“ผมคิดว่าอาจารย์สุนัขทิเบตเก่งมากครับ!” คนพูดคืออิงเหวย เขาไม่ใช่นักดนตรีมืออาชีพจึงตัดสินจากความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น “การร้องของอาจารย์สุนัขทิเบตทุกรอบให้ความรู้สึกที่มั่นคงมาก ดูง่ายดายเบาสบายสุดๆ เลยครับ พูดแบบบ้านๆ ก็คือฟังได้เรื่อยๆ ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าเสียงร้องของเขาน่าสนใจ”
“ผมชอบอาจารย์เจ้าชายกบที่สุดครับ!” คราวนี้คนพูดคือหานปัว “เสียงของอาจารย์เจ้าชายกบห้าวหาญและยิ่งใหญ่มาก ถึงจะสวมหน้ากากอยู่แต่ดูออกแน่นอนว่าลีลาบนเวทีของอาจารย์เจ้าชายกบช่ำชองขนาดไหน อีกอย่างความจริงแล้วเขาร้องเพลงโดยใช้เทคนิคเยอะมาก แต่พอทุกคนได้ฟังกลับไม่รู้สึกว่าจงใจหรือพยายามโชว์สกิลเลยสักนิด นี่แสดงว่าเขาใช้เทคนิคจนบรรลุถึงขั้นสุดยอดแล้วครับ!”
เถียนเหวยยิ้ม “ผมยังชื่นชอบอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ครับ เพราะผลงานของอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์มอบความสุขให้ผมที่สุด ผมรู้สึกว่าเทพดาราร้อยลักษณ์สนุกกับเวทีนี้ เขาไม่ได้ยึดติดกับผลแพ้ชนะมากมาย ดูเฉยเมยมาก ถึงแม้เขาจะแสบมาก ชอบแกล้งคนไปทั่วจนทำเอาพวกเราสับสนมึนงงกันไปหมด แต่ตอนที่ทุกคนโดนเขาปั่นหัวจนหมุนติ้ว กลับรู้สึกว่ามันสนุกและน่าสนใจมากจริงๆ”
“แล้วอาจารย์หลี่เชียวล่ะครับ?” หวงลี่หันไปมองหลี่เชียวที่มีสถานะสูงสุดในทีมกรรมการนักทาย
หลี่เชียวครุ่นคิดก่อนจะกล่าวว่า “ความรู้สึกที่ได้รับจากสองรอบที่ผ่านมาคือ จุดเด่นที่สุดของอาจารย์สุนัขทิเบตคือการระเบิดพลัง จุดเด่นที่สุดของเจ้าชายกบคือความมั่นคง ส่วนจุดเด่นที่สุดของเทพดาราร้อยลักษณ์คือความกวน…”
พรืด! กวนเนี่ยนะ?
แต่คำพูดนี้ทุกคนต่างก็ยอมรับ!
และเมื่อแขกรับเชิญทีมกรรมการนักทายทยอยวิจารณ์กันจนครบ หวงลี่ก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “อันดับพวกเราพูดไปก็ไม่นับ เพื่อนๆ ผู้ชมในห้องส่งต่างหากที่เป็นคนตัดสิน ต่อไปพวกเรามาประกาศอันดับรอบที่สองกันเลยครับ!”
“สุนัขทิเบต!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“เจ้าชายกบ!”
ผู้ชมด้านล่างตะโกนเรียกชื่อนักร้องที่ตัวเองชอบ ฟังออกเลยว่าอัตราการสนับสนุนในฮอลล์ของสุนัขทิเบต เทพดาราร้อยลักษณ์ และเจ้าชายกบสูงที่สุด
ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง บนหน้าจอขนาดใหญ่แสดงคะแนนโหวตของนักร้องหน้ากากทั้งหกคนในรูปแบบกราฟแท่ง แล้วก็เป็นสุนัขทิเบต เทพดาราร้อยลักษณ์ และเจ้าชายกบที่มาแรงที่สุดจริงๆ!
ฟึ่บ!
ผลสรุปออกมาแล้ว!
อันดับหนึ่ง สุนัขทิเบต
อันดับสอง เทพดาราร้อยลักษณ์
อันดับสาม เจ้าชายกบ
อันดับสี่ นกกาเหว่า
อันดับห้า กระเบนปีศาจ
อันดับหก หงส์ดำ
ห้องพักของสุนัขทิเบต ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวพูดอย่างตื่นเต้นว่า “พวกเราได้ที่หนึ่งครับ!”
สุนัขทิเบต จางซีหยางนิ่งมาก “นั่นเพราะนักร้องคนอื่นยังไม่ได้เอาจริงต่างหาก”
เทพดาราร้อยลักษณ์มัวแต่แกล้งคนเหมือนไม่ได้ใส่ใจเรื่องอันดับ ส่วนเจ้าชายกบมีความเป็นไปได้สูงว่าคือโจวหานจิ้น ซึ่งคอยเก็บซ่อนฝีมือทำตัวไม่เป็นจุดเด่นมาตลอด
ห้องพักของเทพดาราร้อยลักษณ์ หลินจือไป๋เผยรอยยิ้ม ได้อันดับสองเขาก็พอใจมากแล้ว เพราะเพลง ‘เธอมันร้าย’ บนเวทีถือว่าเป็นเพลงที่ค่อนข้าง ‘แปลก’ ซึ่งถูกใจผู้ชมมาก ดังนั้นอันดับไม่มีทางต่ำแน่นอน! แต่หากจะเอาที่หนึ่งก็ไม่ง่าย!
ถึงยังไงสิ่งที่หลินจือไป๋ต้องการก็คือ การการันตีว่าอันดับจะไม่ร่วงจนตามไม่ทัน
ห้องพักของเจ้าชายกบ โจวหานจิ้นขมวดคิ้วมุ่น
ทำไมรอบนี้กลายเป็นที่สามไปได้เนี่ย?
ตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขันนี้ โจวหานจิ้นได้ที่สองมาสามครั้งแล้ว!
สำหรับการได้ที่สองติดต่อกัน โจวหานจิ้นเริ่มจะเบื่อหน่ายอยู่หน่อยๆ แล้ว เพราะมันทำให้เขาหวนนึกถึงความทรงจำที่ไม่ค่อยดีในอดีต แต่สิ่งที่โจวหานจิ้นคาดไม่ถึงก็คือ ครั้งนี้ตัวเองสลัดหลุดจากที่สองได้แล้ว แต่กลับได้ที่สามซะงั้น!
ต้องเอาจริงหน่อยแล้วสิ!
จะให้มาร่วมรายการวาไรตี้แล้วยังต้องเป็นที่สองตลอดกาลก็คงไม่ได้มั้ง!
เอาละ!
ต่อจากนี้ฉันจะคว้าที่หนึ่งทุกรอบแล้วโชว์เทพให้ดู!
นกกาเหว่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ รายการนี้มันปีศาจชัดๆ!
เขาถามตัวเองแล้วว่าแสดงออกมาได้สมบูรณ์แบบมาก! แต่ว่าเจ้าที่สามอันดับแรกมีพลังครอบงำแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ ต่อให้ตัวเองทำได้ขนาดนี้ ก็เป็นได้แค่อันดับสี่!
คนที่รู้สึกเหมือนกันยังมีกระเบนปีศาจ น่าปวดตับชะมัด ไอพวกนักร้องที่อยู่อันดับเหนือกว่าฉันนี่ สรุปแล้วมันเป็นใครกันแน่เนี่ย จะโหดเกินไปแล้วมั้ง! ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป รอบหน้าตัวเองคงต้องเปิดหน้ากากแล้ว?
หงส์ดำถอนหายใจเฮือกใหญ่ ที่โหลไม่มีอะไรจะพูด ตนทำเต็มที่แล้วจริงๆ เพียงแต่คู่แข่งเก่งเกินไปต่างหาก
“คุณจะเปิดหน้ากากไหมคะ?” ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวถามด้วยความรู้สึกเศร้าสร้อย
หงส์ดำลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วลุกเดินไปยังประตูจันทรา
“เปิดหน้ากาก!”
“เปิดหน้ากาก!”
“เปิดหน้ากาก!”
พอเห็นหงส์ดำออกมา ผู้ชมในห้องส่งก็ส่งเสียงร้องโหยหวนทันที สิ่งที่ทุกคนชอบที่สุดก็คือช่วงเปิดหน้ากากนี่แหละ เพราะจะได้คลายข้อสงสัยที่คาใจมานานสักที!
หงส์ดำถอดหน้ากากออก เห็นเพียงใบหน้าที่ผู้ชมคุ้นเคยเป็นอย่างดีปรากฏขึ้นหน้ากล้อง วินาทีนันทุกคนต่างตกตะลึงจนตาค้าง!
“เฮ้ย!”
“ทำไมเป็นจี๋อิงอิ่งล่ะ!”
“เธอเป็นถึงนักร้องหญิงแถวหน้าเชียวนะ!”
“ไม่รู้ตัวเลยว่า King of Mask Singer มาถึงจุดที่แม้แต่แถวหน้าก็ยังไม่รอดแล้วเหรอ?”
“ในรายการอื่นระดับจี๋อิงอิ่งนี่ถือเป็นระดับเสาหลักได้เลยนะ!”
“ฉันชอบเพลง ‘เสียดายไม่ใช่เธอ’ ของเธอมากเลย!”
“น่าเสียดาย!”
“อิงอิ่งไม่ใช่นักร้องสายประกวด!”
“ต่อให้ไม่ใช่สายประกวดยังไง เธอก็เป็นถึงแถวหน้านะ พูดได้แค่ว่า King of Mask Singer โคตรน่ากลัวเลยจริงๆ!”
หลินจือไป๋ก็แปลกใจเหมือนกัน คิดไม่ถึงว่าหงส์ดำจะเป็นจี๋อิงอิ่ง แม้หลินจือไป๋จะไม่เคยเจอตัวจริงของจี๋อิงอิ่งมาก่อน แต่เขาเคยใชนามแฝงฉู่ฉือแต่งเพลง ‘เสียดายไม่ใช่เธอ’ ให้อีกฝ่าย
เพลงนั้นเป็นเพลงอกหักยอดฮิต ประจำรายการวาไรตี้ ‘If You Are the One’ ของคุนเผิงเลยทีเดียว แต่เสียงของจี๋อิงอิ่งกับการเข้าร่วมการแข่งขันแบบประชันกัน ถือว่าค่อนข้างเสียเปรียบ เพลงของเธอเหมาะกับการสวมหูฟังนั่งฟังเงียบๆ คนเดียวมากกว่า นี่เป็นสิ่งที่กำหนดโดยสไตล์ส่วนตัวของเธอ
ถัดจากอาเหวินกับฝานฝานที่เปิดหน้ากากไปก่อนหน้านี้ หลินจือไป๋ไม่รู้จักเลยสักคน นี่นับเป็นนักร้องคนแรกที่เปิดหน้ากากแล้วเขาคุ้นเคยอยู่บ้าง
ทีมกรรมการนักทายก็ตกใจเหมือนกัน
“เป็นคุณจริงๆ ด้วย!”
หลี่เชียวยิ้มแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้ฉันก็เดาว่าเป็นคุณ แต่ก็คิดว่าคุณไม่น่าจะมาร่วมการแข่งขันแบบนี้”
“ตอนแรกฉันก็ลังเลเหมือนกันค่ะ” จี๋อิงอิ่งยิ้มพลางกล่าวว่า “แต่กติกาการสวมหน้ากากนี้มันน่าสนใจเป็นพิเศษเลยค่ะ ฉันก็ถือซะว่ามาเที่ยวเล่น ก็สนุกดีนะคะ รวมถึงวันนี้ที่แพ้การแข่งขันจนต้องเปิดหน้ากากก็ไม่เสียใจเลยค่ะ อย่างน้อยสองรอบนี้ฉันก็สนุกมาก”
เธอพูดคุยท่ามกลางบรรยากาศอันน่าประทับใจในห้องส่ง จี๋อิงอิ่งก็ถูกส่งลงจากเวทีไป
พิธีกรหวงลี่กล่าวว่า “นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่สองตอน แต่เรากลับคัดนักร้องออกติดต่อกันไปแล้วถึงสี่ท่าน ในจำนวนนี้ยังรวมถึงดาราระดับแถวหน้าอย่างอาจารย์จี๋อิงอิ่งด้วย ทีมงานรายการของเรานี่ช่างใจคอโหดเหี้ยมจริงๆ ครับ ข่าวดีเพียงหนึ่งเดียวก็คือ ก่อนหน้านี้อาจารย์หลี่เชียวทายตัวตนของอาจารย์จี๋อิงอิ่งถูกจริงๆ ด้วยครับ”
หยุดไปครู่หนึ่ง หวงลี่กล่าวต่อว่า “ตามการออกแบบของพวกเรา King of Mask Singer ทุกรอบจะมีกฎกติกาการเล่นใหม่ ดังนั้นเมื่อรอบที่สองจบลงอย่างสมบูรณ์ ต่อไปผมขอแจ้งกฎกติกาการแข่งขันของรอบที่สามให้ทุกคนทราบล่วงหน้าก่อนเลยแล้วกันครับ จะไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ รอบที่สามเราจะเชิญนักร้องตัวสำรองมาเพิ่มอีกสองท่าน และจัดให้นักร้องหกท่านจับคู่แข่งกันแบบตัวต่อตัว ดังนั้นในช่วงท้ายของรอบนี้เราจะมีการจับฉลากเพื่อตัดสินคู่แข่งของนักร้องแต่ละท่านในสัปดาห์หน้า และนักร้องที่ได้คะแนนโหวตสูงสุดในสองรอบที่ผ่านมา สัปดาห์หน้าจะไม่ต้องแข่งขันและผ่านเข้ารอบสองโดยอัตโนมัติครับ!”
“จากการรวบรวมข้อมูล เราพบว่าผู้ที่มีคะแนนโหวตรวมเป็นอันดับหนึ่งในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา คืออาจารย์สุนัขทิเบต ดังนั้นสัปดาห์หน้า อาจารย์สุนัขทิเบตเตรียมเพลงมาแค่เพลงเดียวก็พอครับ!”
หลังเวที หลินจือไป๋เผยยิ้ม ต่อไปเป็นการแข่งแบบ PK แล้วเหรอ?
เพราะเขาร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’ ด้วยตัวเอง ดังนั้นหลินจือไป๋จึงไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวในส่วนของกฎกติกาการแข่งขัน แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าทีมงานรายการจะงัดลูกเล่นออกมามากน้อยแค่ไหน
“อาจารย์คะ ถึงตาเราจับฉลากแล้วค่ะ!”
เชียวหลงเยว่ยิ้มพลางกล่าวว่า “ต่อจากนี้อาจารย์จับได้หมายเลขไหน ก็จะต้อง PK กับอาจารย์ท่านนั้นค่ะ”
“อืม”
หลินจือไป๋ยื่นมือเข้าไปในกล่อง ผลปรากฏว่าจับได้หมายเลข 2
“นี่คือ?”
หลินจือไป๋อึ้งไปครู่หนึ่ง เชียวหลงเยว่ก็เหม่อไปเหมือนกัน จนทีมงานรีบพูดขึ้นว่า “ต้องจับใหม่แล้วครับ อาจารย์จับได้ตัวเอง”
“ก็ได้ครับ”
“มืออาจารย์นี่ร้ายจริงๆ เลยนะคะ” เชียวหลงเยว่ขำจนตัวโยก “จับฉลากยังจับได้ตัวเองอีก”
ยังดีที่ทีมงานรายการนึกถึงความเป็นไปได้นี้ไว้แล้ว จับได้ตัวเองก็จับใหม่
จับฉลากอีกครั้ง เทพดาราร้อยลักษณ์ดูหมายเลข หมายเลข 5
เทพดาราร้อยลักษณ์ยิ้มแล้วถามว่า “นั่นคู่แข่งรอบหน้าของผมคือหมายเลขห้าเหรอ?”
“หมายเลขห้าคือ… อาจารย์กระเบนปีศาจค่ะ!”
เชียวหลงเยว่ยิ้มพลางตอบ ในใจโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง คู่แข่งคนนี้อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์น่าจะรับมือได้สบายๆ
สัปดาห์ที่สองจบลงแล้ว หลินจือไป๋เข้าใจกฎกติกาแล้ว
เพราะสุนัขทิเบตได้คะแนนโหวตเป็นอันดับหนึ่งในสองรอบที่ผ่านมา ดังนั้นตอนหน้าจึงผ่านเข้ารอบสองไปทันที ส่วนหลินจือไป๋ต้องเอาชนะกระเบนปีศาจให้ได้ ถึงจะได้เข้าสู่รอบสองเพื่อไปชิงอันดับหนึ่งของรอบที่สามกับกลุ่มผู้ชนะ