ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 348 พ่อใช้โปรโมทสงครามธุรกิจ!
ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จางซีหยางและโจวหานจินกำลังพาหลินโสวจัวมาทานข้าว
ระหว่างทานอาหาร ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่โจวหานจินถามคำถามเดิมออกมา
“สรุปว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ใช่นายจริงๆ เหรอ?”
“ไม่ใช่จริงๆ ครับ!” หลินโสวจัวแทบจะร้องไห้ “พี่ชายทั้งสองคนต้องเชื่อผมนะ!”
เช้าตรู่วันนี้ สองราชาเพลงผู้ยิ่งใหญ่นัดเขามาทานข้าว ตอนนั้นหลินโสวจัวก็สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีแล้ว
เมื่ออยู่ต่อหน้าสองคนนี้ หลินโสวจัวก็เหมือนลูกไก่ที่ถูกบีบก็ตายจะคลายก็รอด ไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย แถมยังถูกบังคับให้ถ่ายรูป ‘จับกุม’ อีกด้วย
ดูท่านายจะเป็นแพะรับบาปจริงๆ
ทีนี้จางซีหยางเชื่อหลินโสวจัวแล้ว เพราะอย่างไรก่อนหน้านี้เขาก็เคยเป็นแพะรับบาปแทนเทพดาราร้อยลักษณ์มาก่อน จึงเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายดี
“พี่ชายทั้งสองวางใจได้เลยครับ!” หลินโสวจัวกัดฟันพูดว่า “รอให้เทพดาราร้อยลักษณ์เปิดหน้ากากเมื่อไหร่ ผมจะไปคิดบัญชีกับเจ้าตัวดีนี่พร้อมกับพี่ๆ ทั้งสองคนแน่นอน”
ไม่ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จะเป็นใคร! ต่อให้หมอนี่จะเป็นราชาเพลงแล้วยังไงล่ะ?
มีโจวหานจินกับจางซีหยางหนุนหลัง มีอะไรต้องกลัว! ทั่วทั้งวงการเพลงฉินโจวจะมีใครต้านทานการรุมกินโต๊ะจากทั้งโจวหานจินและจางซีหยางได้บ้าง?
แน่นอนที่เรียกว่า ‘แพะรับบาป’ เป็นเรื่องจริง แต่โดยเนื้อแท้แล้วก็คือการหยอกล้อกันขำๆ
หลินโสวจัวถึงขั้นต้องขอบคุณเทพดาราร้อยลักษณ์ที่ทำให้เขาได้ติดเทรนด์ค้นหาบนแพลตฟอร์มจี๋กวงกับราชาเพลงทั้งสองคน
ทุกคนก็แค่บ่นกันไปตามประสาที่โดนเทพดาราร้อยลักษณ์ ‘ปั่นหัว’ ด้วยเรื่องแกล้งเล่นพวกนี้เท่านั้น
“ตกลง ถึงตอนนั้นจะนับนายด้วยอีกคน” โจวหานจินพยักหน้าอย่างแรง
เทพดาราร้อยลักษณ์ตัวดี กล้าดียังไงมาปั่นหัวราชาเพลงโจวอย่างฉัน?
จางซีหยางที่อยู่ข้างๆ ก็เตรียมตัวพร้อมรบ ถึงตอนนั้นต้องลากตัวเทพดาราร้อยลักษณ์หลังจากเปิดหน้ากากแล้วมาถ่ายรูป ‘จับกุม’ เพื่อกู้หน้าคืนมาให้ได้!
และในช่วงไม่กี่วันต่อมา นอกจากเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบถัดไปแล้ว ปกติหลินจือไป๋แทบจะไม่ได้ก้าวเท้าออกจากบ้านเลย
ตอนนี้ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมแล้ว คุนเผิงก็มีโปรเจกต์ใหม่มาอีกแล้ว ครั้งนี้เป็นละครโทรทัศน์เรื่อง ‘ตำนานชูหลิวเชียง’ ที่ร่วมมือกับนาเซิน
คุนเผิง ปูเยโหว ละครกำลังภายใน!
คำสำคัญไม่กี่คำนี้ เมื่อนำมารวมกัน สำหรับแฟนละครชาวฉินโจวทุกคนแล้วถือเป็นสิ่งดึงดูดใจที่ยิ่งใหญ่มาก!
จะว่าไปคุนเผิงมีความร่วมมือกับเสินฮวาและเทียนกวงอยู่บ่อยครั้ง แต่ความร่วมมือกับหนึ่งในสามยักษ์ใหญ่อย่างนาเซินกลับมีน้อยมาก แต่ความร่วมมืออันน้อยนิดทั้งสองครั้งระหว่างคุนเผิงกับนาเซิน ต่างก็นับได้ว่าน่าประทับใจมากทีเดียว
เริ่มจากรายการวาไรตี้ ‘Love Lyrics’ ตามมาด้วยละครแนวน้ำเน่าอย่าง ‘Home Temptation’
นี่เป็นครั้งที่สามที่หลินจือไป๋จัดแจงให้คุนเผิงร่วมมือกับนาเซิน ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ก็น่าประทับใจไม่แพกัน
‘ตำนานชูหลิวเชียง’ ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากตลาดทันทีที่ออกอากาศ!
“ต้องเป็นคุนเผิงจริงๆ นั่นแหละ!”
“ขอแค่เป็นผลงานจากคุนเผิง ไม่ว่าจะเป็นละครหรือวาไรตี้ คุณภาพก็คับแก้วเสมอ!”
“ปูเยโหว ก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้นแล้ว!”
“นิยายกำลังภายในเรื่องก่อนของเขา พระเอกมักจะเริ่มจากอ่อนแอจนไปถึงแข็งแกร่ง แต่ตัวเอกอย่างชูหลิวเชียงคราวนี้เปิดตัวมาก็มีวรยุทธ์สูงส่งแล้ว แถมยังเป็นถึงจอมโจรผู้ม่งามสง่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วยุทธภพอีก!”
“ชอบเซ็ตติ้งแบบนี้สุดๆ เลย!”
“ที่สำคัญคือพล็อตเรื่องก็ไม่ใช่แนวเดิมแล้ว การเอานแนวกำลังภายในมาผสมผสานกับการสืบสวน นี่รู้สึกว่าแปลกใหม่มากเลย!”
“ผลงานช่วงแรกๆ ของบูเยโหวก็มีกลิ่นอายของการสืบสวนซ่อนอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน”
“น่าเสียดายที่บูเยโหวไม่เคยเขียนนิยายสืบสวนแบบจริงจังเลย ฉันว่าถ้าเขาเขียนแนวสืบสวนก็น่าจะสนุกมากแน่ๆ”
“วงการบันเทิงฉินโจวจะขาดคุนเผิงไม่ได้ เหมือนที่ฉันขาดเครื่องดื่มเย็นในหน้าร้อนไม่ได้”
เป็นอย่างนั้นจริงๆ รายการวาไรตี้ที่ฮิตที่สุดในตอนนี้คือ ‘King of Mask Singer’ ที่ผลิตโดยคุนเผิง!
ส่วนละครโทรทัศน์ที่ฮิตที่สุดในตอนนี้ก็คือเรื่อง ‘ตำนานชูหลิวเชียง’ ที่เพิ่งออกอากาศไปนั่นเอง!
เรตติ้งการออกอากาศตอนแรกของละครเรื่องนี้พุ่งสูงถึง 3.3% เลยทีเดียว!
ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว คุนเผิงก็แทบจะไม่เหลือคู่แข่งในฉินโจวแล้ว นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่หลินจือไป๋ต้องการจะขยายตลาดไปยังทวีปอื่น
แน่นอนว่าเขายังไม่ทิ้งตลาดฉินโจว เพราะที่นี่คือฐานที่มั่นของคุนเผิง หลินจือไป๋ยังมีจุดมุ่งหมายบางอย่างที่ยังทำไม่สำเร็จ อย่างเช่นการจัดการลุงๆ พวกนั้น
และละครเรื่อง ‘ตำนานชูหลิวเชียง’ นี้ก็มีบทบาทสำคัญในเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะช่วงเวลาออกอากาศมีความพิถีพิถันมาก ถูกฉายตรงกับช่วงที่สถานีโทรทัศน์เสินฮวาเพิ่งจะเปิดตัวละครกำลังภายในเรื่องใหม่พอดิบพอดี!
ผลคือ ละครแนวเดียวกันมาชนกัน ละครกำลังภายในเรื่องล่าสุดของสถานีโทรทัศน์เสินฮวาก็เลยได้รับผลกระทบไปตามระเบียบ
เท่ากับว่าหลินจือไป๋ได้ยืมมือนาเซินมาซุ่มโจมตีสถานีโทรทัศน์เสินฮวาแล้ว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สถานีโทรทัศน์เสินฮวาถูกคุนเผิงโจมตี และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุนเผิงเล่นงานสถานีโทรทัศน์เสินฮวาได้เจ็บแสบที่สุดเช่นกัน
แต่การถูกซุ่มโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่านี่แหละ ที่เหมือนกับการใช้มีดทื่อเฉือนเนื้อจนค่อยๆ ทำให้สถานีโทรทัศน์เสินฮวาเริ่มมีสัญญาณของการล่มสลาย
ตึกสูงใหญ่ไม่ได้ถล่มลงมาภายในชั่วข้ามคืน แตนี่คือผลจากการถูกคุนเผิงตั้งเป้าโจมตีมาเนิ่นนาน
“โว้ย ใครจะไปทนไหวกัน!”
“คุนเผิงนี่จะจองเวรกับสถานีโทรทัศน์เสินฮวาไปถึงไหนกัน!”
“ต้องโทษหลินเซียคนเดียวเลย!”
“ถ้าตอนนั้นหลินเซียไม่ไปจองล้างจองผลาญเรื่อง ‘มังกรหยก’ ของคุนเผิง พวกเราในตอนนี้ก็คงไม่ถูกตามเช็กบิลไปทุกเรื่อง”
“บวกกับรายการ King of Mask Singer ที่กำลังฮิต เจอคุนเผิงซุ่มโจมตีซ้ำๆ แบบนี้ ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดที่สถานีโทรทัศน์เสินฮวาเคยครองอยู่ลดลงฮวบฮาบ”
“ในบรรดาสามสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ของฉินโจว ตอนนี้เทียนกวงเป็นอันดับหนึ่ง นาเซินเป็นอันดับสอง ส่วนพวกเราได้แค่ที่สาม!”
“ฉันละกลัวจริงๆ ว่าถ้าคุนเผิงยังจองล้างจองผลาญพวกเราแบบนี้ต่อไป แม้แต่อันดับสามเราก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้!”
“ไม่มีใครจัดการคุนเผิงได้เลยเหรอ พวกเรามีเสินฮวากรุ๊ปหนุนหลังเลยนะ!”
“จัดการไม่ได้หรอก นายไม่รู้เหรอว่าตอนนี้เสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ของพวกเรากับทางสถานีโทรทัศน์นะ ความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กลับกันทางนั้นไปสนิทสนมกับคุนเผิงมาก ถึงขั้นไปร่วมทุนกวานซือบริษัทในฉีโจวด้วยกันเลยนะ”
“บารมีของคุนเผิงนะ ยากจะต้านทานแล้ว”
อิทธิพลของคุนเผิงที่ไมอาจหยุดยั้งได้นั้น กลายเป็นข้อสรุปที่สามยักษ์ใหญ่ต่างเห็นพ้องต้องกันไปแล้ว
โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์เทียนกวงที่ตอนนี้ร่วมมือกับคุนเผิงอย่างใกล้ชิด จนเริ่มก้าวพ้นจากเงาความเศร้าหลังจากการจากไปของอดีตประธานชูติงปัวได้แล้ว แม้ราคาที่ต้องจ่ายคือการที่เทียนกวงถูกคุนเผิงค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาก็ตาม
แต่ศักยภาพโดยรวมของเทียนกวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์กลับเพิ่มสูงขึ้นด้วยเหตุนี้ ซึ่งสำหรับเหล่าบอร์ดบริหารของเทียนกวงแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องดีเพราะมันทำให้กระเป๋าของพวกเขาตุงยิ่งกว่าเดิม
ส่วนเรื่องที่ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คุนเผิงจะทำตัวเป็นแขกที่ข่มเจ้าบ้านในเทียนกวงหรือไม่ เหล่าบอร์ดบริหารพวกนั้นก็คงไม่ได้สนใจอะไรมากขนาดนั้นแล้ว
มีคำโบราณว่าไว้ได้ดี ผลประโยชน์ส่วนรวมและผลประโยชน์ส่วนตัวนั้น หลายครั้งมักจะสวนทางกันเสมอ
แน่นอนว่าในกระบวนการที่คุนเผิงผูกติดกับเทียนกวงจนค่อยๆ เติบโตขึ้นมานั้น ตำแหน่งและอิทธิพลของชูฉานในบริษัทก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
ทำให้เธอขยับเข้าใกล้เป้าหมายที่ต้องการจะครอบครองเทียนกวงเข้าไปทุกที
แม้ว่าในตอนนี้ตระกูลชูจะหวาดระแวงในความทะเยอทะยานของชูฉานมาก เพราะเพื่อที่จะได้เทียนกวงมาครอบครอง ชูฉานถึงกับดึงกองกำลังภายนอกที่น่ากลัวอย่างคุนเผิงเข้ามา
หากชูฉานจะครอบครองเทียนกวงได้อย่างเบ็ดเสร็จ เธอก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องยอมรับอิทธิพลของคุนเผิงที่มีต่อบริษัทแห่งนี้ ในความเป็นจริงพูดอีกอย่างก็คือ เมื่อชูฉานกลายเป็นผู้กุมบังเหียนใหญ่ของเทียนกวง คุนเผิงก็ย่อมจะกลายเป็นผู้กุมบังเหียนรองในทางปฏิบัติของบริษัทแห่งนี้เช่นกัน
นี่คือเหตุผลที่หลินจือไปใช้คุนเผิงคอยสนับสนุนชูฉาน
ลองคิดดูสิ ในอนาคตของวงการบันเทิงฉินโจว หลินจือไปจะกุมเสินฮวากรุ๊ปไว้ในมือข้างหนึ่ง และอีกข้างหนึ่งก็สามารถส่งอิทธิพลต่อเทียนกวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ได้ถึงขีดสุด เมื่อถึงเวลานั้น หลินจือไปอาจจะยืนอยู่ในจุดที่แม้แต่คุณปู่หลินเจามู่ก็ยังไม่เคยไปถึง
เจียงเฉิงและหลินจือไปพบกันที่คลับแห่งหนึ่ง คลับนี้เป็นของเจียงเฉิง ซึ่งตอนนี้เขาได้กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนสำคัญในวงการไปแล้ว
“เจ้านายครับ ตั้งแต่ละครเรื่อง ‘ตำนานชูหลิวเชียง’ ออกอากาศ ผมรู้สึกว่าสถานีโทรทัศน์เสินฮวาเริ่มจะสะเทือนถึงโคนรากแล้วละครับ ภายในของพวกเขาตอนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่มั่นคงแล้ว ทำเอาผมเริ่มจะลังเลนิดหน่อยเลยครับ…”
“ลังเลเรื่องอะไรครับ?” หลินจือไปเหลือบมองเจียงเฉิงแวบหนึ่ง
เจียงเฉิงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ลังเลว่าจะลงมือให้ถึงตายเลยดีไหมครับ เพราะยังไงในอนาคตคุณก็อาจจะได้สืบทอดเสินฮวากรุ๊ป ถึงตอนนั้นสถานีโทรทัศน์เสินฮวาก็อาจจะกลายเป็นทรัพย์สินของคุณด้วย…”
“เรื่องนี้พี่ไม่ต้องกังวลไป” หลินจือไปพูดเรียบๆ “ต่อให้คุณปู่จะให้ผมสืบทอดเสินฮวากรุ๊ป ท่านก็คงจะเหลือเงินไว้ให้พวกคุณลุงของผมใช้ในยามเกษียณบ้างอยู่ดี”
“หมายความว่ายังไงครับ?”
“สถานีโทรทัศน์เสินฮวาคือเงินเกษียณของลุงสาม เว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาก็คือเงินชดเชยของลุงรอง ส่วนลุงใหญ่ก็กุมทรัพยากรด้านภาพยนตร์ของเสินฮวากรุ๊ปเอาไว้ไม่ใช่เหรอ”
“เข้าใจแล้วครับ” เจียงเฉิงหัวเราะ “งั้นในส่วนของสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์วิดีโอ ผมจะกดดันต่อไปครับ”
“อืม”
คุณปู่อยากจะเหลือเว็บไซต์วิดีโอไว้ให้ลุงรองก็ได้ เพราะยังไงหลินจือไปก็มีเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงอยู่ ลุงสามจะได้สถานีโทรทัศน์เสินฮวาไปก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้หลินจือไปได้ครอบครองสถานีโทรทัศน์เทียนกวงไว้ในมือแล้ว ส่วนทางด้านลุงใหญ่นั้น หลินจือไป๋ยังไม่ได้ลงมือจัดการ แต่อย่างไรเขาก็ยังหนุ่ม ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะคอยเล่นสนุกด้วย
สงครามธุรกิจ? หลินจือไปไม่เล่นอะไรแบบนั้นหรอก เขาคือคนใช้โปรไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล แค่ใช้ผลงานยอดเยี่ยมเหล่านั้นจากดาวโลกมาบดขยี้ให้ราบคาบตรงๆ ก็พอแล้ว
จากข้อมูลที่เจียงเฉิงได้รับมา ปีนี้สถานีโทรทัศน์เสินฮวายังมีละครฟอร์มยักษ์อีกสองเรื่องที่เตรียมจะออกอากาศ หลินจือไปไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ดูว่าสถานีโทรทัศน์เสินฮวาเอาละครแนวไหนลงจอ เขาก็แค่ส่งผลงานแนวเดียวกันไปซุ่มโจมตีก็พอ
การซุ่มโจมตีแบบนี้แรงถึงตาย! อย่างเช่นรายการวาไรตี้แนวแข่งร้องเพลงนี้ไง ในเมื่อมีรายการ King of Mask Singer ที่เป็นดั่งเพชรน้ำงามนำหน้าไปก่อนแล้ว รายการวาไรตี้แนวแข่งร้องเพลงอื่นๆ ย่อมได้รับผลกระทบเป็นธรรมดา
ผู้คนจะอดไม่ได้ที่จะนำมาเปรียบเทียบกัน และสุดท้ายก็จะเลือกดูรายการที่ฮิตระเบิดนั้น ส่วนรายการแนวเดียวกันอื่นๆ ก็เป็นได้แค่เพียงตัวเลือกสำรองเท่านั้น แบบที่จะดูหรือไม่ดูก็ได้
แน่นอนว่าอาจจะมีผู้ชมบางกลุ่มที่ตามดูละครและรายการวาไรตี้หลายเรื่องพร้อมกัน แต่ในเมื่อมีผลงานที่เป็นเจ้าตลาดอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน รสนิยมของคนจำนวนมากก็จะสูงขึ้นจนทำให้ดูผลงานประเภทเดียวกันอย่างอื่นไม่ลง
หลังจากคุยกับเจียงเฉิงจบ หลินจือไปก็ลุกขึ้นยืน เจียงเฉิงถามขึ้นตามสัญชาตญาณ “คุณจะไปไหนครับ?”
หลินจือไปตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ผมจะไปซ้อมเพลงที่สถานีโทรทัศน์เทียนกวงสักหน่อยนะ”
เจียงเฉิงอดไม่ได้ที่จะหลุดขำ “คุณนี่เล่นสนุกบนเวที King of Mask Singer เต็มที่เลยนะครับ”
นี่คือรายการระดับท็อปของเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงที่รับไม้ต่อจาก ‘The Voice’ และกำลังฮิตระเบิดอยู่ในขณะนี้!
แน่นอนว่าเจียงเฉิงดูทุกตอน แต่ทุกครั้งที่เห็นเทพดาราร้อยลักษณ์ทำสารพัดเรื่องปั่นป่วนบนเวที เขาก็จะหัวเราะจนแทบหยุดไม่ได้ คิดไม่ถึงเลยว่าพอเจ้านายสวมหน้ากากแล้ว กลับปลดปล่อยตัวตนออกมาได้เต็มที่ขนาดนี้!
แล้วผู้ชมชาวฉินโจวหรือแม้แต่คนทั้งวงการบันเทิงจะมีใครคิดล่ะว่า ภายใต้หน้ากากเทพดาราร้อยลักษณ์จะเป็นใบหน้าของไปตี้?
ยิ่งไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ชายเจ้าของใบหน้าไปตี้คนนี้ จะเปิดหน้ากากออกมาในฐานะฉู่ฉือ เพื่อทำให้ดาวคู่ขวัญแห่งวงการเพลงฉินโจวหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในที่สุด!