ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 349 หลินโสวจัวตัวจริงตัวปลอม!
การเข้าร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’ ในฐานะเทพดาราร้อยลักษณ์ หลินจือไป๋เล่นสนุกสุดเหวี่ยงจริงๆ และที่สำคัญที่สุดคือเขายังเล่นไม่หนำใจเลย!
งั้นก็เล่นต่อไปแล้วกัน ตอนซ้อมก็เล่น ตอนแข่งก็เล่น เน้นคำว่า ‘ตามใจฉัน’ เป็นหลัก
ส่วนเพลงที่จะใช้ในรอบที่สาม หลินจือไป๋คิดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ครั้งนี้ไม่ได้แต่งตามเทรนด์ค้นหา แม้วัตถุประสงค์สุดท้ายจะยังคงเป็นการเล่นสนุกก็ตาม
เป็นเช่นนี้ พริบตาเดียวก็มาถึงวันบันทึกเทปรายการ ‘King of Mask Singer’ รอบที่สาม ช่วงบ่ายเหล่านักร้องหน้ากากเดินทางมาถึงสถานีโทรทัศน์และเข้าไปยังห้องพักของแต่ละคน
เวลานี้กระเบนปีศาจรู้สึกประหม่าเป็นพิเศษ เพราะตามผลการจับฉลากในรอบที่แล้ว คู่แข่งของเขาในวันนี้คืออาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์!
แม้เทพดาราร้อยลักษณ์จะชอบแกล้งคน แต่หมอนี่ก็ติดสามอันดับแรกไปพร้อมกับสุนัขทิเบตและเจ้าชายกบได้ทุกครั้ง แสดงว่าฝีมือของเขาน่ากลัวจริงๆ!
ต้องมา PK กับคู่แข่งแบบนี้ กระเบนปีศาจต้องทุ่มสุดตัวเท่านั้น!
หลินโสวจัวคิดในใจเงียบๆ “ทางที่ดีที่สุดคือฉันชนะเทพดาราร้อยลักษณ์แล้วให้เขาเปิดหน้ากากวันนี้ซะ แบบนี้ถึงจะสลัดคราบแพะรับบาปออกไปได้”
แน่นอนว่ายังมีอีกวิธีหนึ่งที่จะสลัดคราบแพะรับบาปได้ นั่นคือการที่ตัวเองแพ้การแข่งขันจนต้องเปิดหน้ากาก แล้วให้ทุกคนได้รู้ว่าเขาคือหลินโสวจัว เมื่อนั้นแพะรับบาปก็จะหลุดไปเอง…
เอาเถอะ เหมือนวิธีที่สองจะมีความเป็นไปได้มากกว่า เพราะยังไงหลินโสวจัวเองก็ดูคนเป็น เขารู้วาฝีมือของตัวเองเทียบกับเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ได้ ได้แค่เดิมพันว่าตัวเองจะโชว์ฟอร์มได้ดีพอและรอดตัวแปรของการแข่งขันเท่านั้น
และถ้าแพ้ในการ PK ขึ้นมา ในบรรดาสามคนของกลุ่มผู้แพ้ จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้ไปต่อ ส่วนอีกสองคนที่เหลือจะต้องถูกคัดออก
หลินโสวจัวเตรียมใจเอาไว้พร้อมแล้ว นี่เรียกว่าอะไรนะเหรอ? นี่เรียกว่าฉันยอม ‘ตาย’ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ไงล่ะ ขอแค่หลินโสวจัวเปิดหน้ากาก ข่าวลือทั้งหลายก็จะสลายไปเอง!
ณ สถานที่ถ่ายทำ การบันทึกเทปยังไม่เริ่ม อุปกรณ์ต่างๆ อยู่ระหว่างการปรับจูน ผู้ชมเข้ามาในห้องส่งแล้ว ทั้งคนที่เป็นที่รู้จักและไม่รู้จักกันต่างพากันพูดคุยกันอย่างออกรส
“รอบที่แล้วสนุกสุดๆ ไปเลยนะ!”
“รู้สึกว่ารายการนี้ยิ่งดูยิ่งสนุก ฉันเลยต้องพยายามไหว้วานคนอื่นจนได้บัตรเข้าชมในห้องส่งมาเนี่ย!”
“นอกจอก็สนุกเหมือนกันนะ หลินโสวจัวโดนโจวหานจินกับจางซีหยางจับเฉยเลย ฮ่าๆ รูปนั้นทำเอาฉันขำเกือบตาย เหมือนอาชญากรโดนตำรวจจับไม่มีผิด”
“พวกเธอว่าเทพดาราร้อยลักษณ์มีโอกาสจะเป็นหลินโสวจัวจริงๆ เหรอ?”
“บอกได้แค่ว่าความเป็นไปได้ไม่น้อยเลย เพราะเทพดาราร้อยลักษณ์ปฏิเสธไปแล้วว่าเขาไม่ใช่จางซีหยาง แถมยังบอกว่าไม่ใช่ราชาเพลงด้วย ถึงประโยคหลังจะยังแยกไม่ออกว่าจริงหรือหลอกก็เถอะ”
“ฉันละอยากรู้จริงๆ ว่าวันนี้เทพดาราร้อยลักษณ์จะร้องเพลงอะไร!”
“ฮ่าๆๆ เพลงของเทพดาราร้อยลักษณ์ตั้งแต่ชื่อเพลงก็ทำเอาคนอยากหัวเราะแล้ว!”
“แต่เพลงแปลกๆ ทั้งนั้น ไม่รู้ว่าเขาแต่งออกมาได้ยังไง”
วันนี้ต้องน่าสนใจมากแน่ เพราะเป็นการแข่งแบบ PK เห็นว่าคู่แข่งของเทพดาราร้อยลักษณ์คือกระเบนปีศาจ ในช่วงท้ายของรอบที่แล้ว ผลการจับฉลากได้ถูกแจ้งให้ผู้ชมทราบไปเรียบร้อย เพื่อสร้างความคาดหวังให้กับทุกคนสำหรับรอบที่สามนั่นเอง
ทางด้านทีมกรรมการนักทายยังคงเป็นกลุ่มที่มีหลี่เชียวเป็นผู้นำ
หานปัวเอ่ยขึ้นว่า “เมื่อวานผมกลับไปลองเปรียบเทียบเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์กับหลินโสวจัวดู พบว่ายังมีความแตกต่างอยู่แค่นิดเดียวครับ”
“จริงเหรอ?” ทุกคนเริ่มให้ความสนใจ “พวกเราฟังยังไงก็แยกไม่ออกเลยว่าต่างกันตรงไหน”
หานปัวยิ้มกล่าว “ถ้าพวกคุณลองฟังซ้ำสักหลายสิบเที่ยว ก็น่าจะพอจับสังเกตได้ แต่ที่แปลกคือสุดท้ายผมกลับพบว่าเสียงของกระเบนปีศาจดันไปคล้ายกับหลินโสวจัวมากกว่า… เอ๊ะ?”
หลี่เซียวดวงตาเป็นประกายทันที “พอคุณพูดแบบนี้ก็น่าคิดเหมือนกันนะเนี่ย”
เถียนเหวยกล่าวอย่างอารมณ์ดี “ความคิดนี้เข้าท่า! วันนี้พวกเรามาตั้งใจดูโชว์ของกระเบนปีศาจกันหน่อย ถ้าเดาเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ออก เราก็เน้นเดากันว่าเจ้าปลาตัวนี้มีที่มาที่ไปเป็นใครกันแน่!”
“จะเริ่มแล้ว!”
อิ้งเหวยเงยหน้าขึ้นมองเวที เห็นพิธีกรเดินขึ้นมาเตรียมวอร์มอัปบรรยากาศแล้ว เมื่อผู้ชมเห็นพิธีกรปรากฏตัว แต่ละคนก็เริ่มตื่นเต้น เสียงโห่ร้องในห้องส่งดังระงม!
“มาแล้ว!”
“จะเริ่มแล้ว!”
ท่ามกลางเสียงปรบมือดังสนั่นดุจคลื่นยักษ์ หวงลี่อ่านคำโฆษณาช่วงหนึ่งก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยว่า
“ทุกท่านทราบดีว่าวันนี้คือการแข่งรอบ PK โดยคู่แรกจะเป็นการพบกันระหว่างอาจารย์เจ้าชายกบ และอาจารย์ฉูหลิวเชียงที่เพิ่งมาสมทบในรอบนี้ครับ!”
“พรืด!”
ผู้ชมพากันหัวเราะลั่น ฉูหลิวเชียงนี่มันอะไรกัน?
นี่คือละครโทรทัศน์เรื่องใหม่ที่คุนเผิงร่วมมือกับนาเชินครที่เพิ่งจะดังเปรี้ยงได้ไม่กี่วัน ก็มีนักร้องตัวสำรองหยิบชื่อ ‘ฉูหลิวเชียง’ มาใช้เป็นหน้ากากแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่านิยายกำลังภายในของคุนเผิงนั้นตราตรึงใจผู้คนแค่ไหน!
“ยินดีกับอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ด้วยนะ ในที่สุดก็ไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว!”
“ในสวนสัตว์ของ King of Mask Singer ในที่สุดก็มีนักท่องเที่ยวคนที่สองหลงเข้ามาแล้ว!”
“ฉันละเหงื่อตกแทนนักท่องเที่ยวคนนี้จริงๆ ทำไมมาถึงก็ต้องมาเจอตัวตึงอย่างเจ้าชายกบเลยล่ะเนี่ย?”
“มาไวไปไวแน่นอน จังหวะนี้เตรียมตัวกลับบ้านได้เลย?”
ผู้ชมต่างพากันหยอกล้อ เพราะฝีมือของเจ้าชายกบนั้นแข็งแกร่งระดับปีศาจ ซึ่งทุกคนต่างเห็นเป็นประจักษ์!
แต่แล้วเมื่อ ‘ฉูหลิวเชียง’ เริ่มขึ้นมาร้องเพลงบนเวที ผู้ชมก็พากันงงตะลึง
“ในวันที่ฉันปรากฏตัวที่ริมหาด เธอยืนอยู่ที่ขอบสายรุ้ง แสงอัสดงค่อยจางแสงลง และเลือนหายไปพร้อมกับเสียงของเธอ…”
ระดับฝีมือของฉูหลิวเชียงคนนี้แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ! โดยเฉพาะช่วงท่อนพีค เสียงสูงนั้นมีพลังทะลุทะลวงสูงมาก แทบจะระเบิดไปทั้งฮอลล์!
“อ๊าก!”
“ใครกันเนี่ย!”
“เหมือนฉางเจ้อฮ่าวเลย!”
“นักร้องแถวหน้าฉางเจ้อฮ่าวเหรอ?”
“ช่วงแรกฟังไม่ออกนะ แต่เสียงสูงเนี่ยมีกลิ่นอายของฉางเจ้อฮ่าวจริงๆ ด้วย!”
“ไม่ใช่เขาหรอก”
“วิธีการเปล่งเสียงไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่”
“แต่ระดับฝีมือแบบนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!”
“รอบนี้ตำแหน่งของเจ้าชายกบชักจะเริ่มสั่นคลอนซะแล้วสิ!”
ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างคิดว่าเจ้าชายกบต้องชนะแน่ ถึงขั้นนึกเห็นใจ ‘ฉูหลิวเชียง’ คนนี้ว่ามีแววจะมาไวไปไวในรอบเดียว แต่ในตอนนี้กลับต้องหันมาเป็นกังวลแทนเจ้าชายกบเสียแล้ว
ทว่าหลินจือไป๋ที่อยู่ในห้องพักกลับอดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มออกมา แน่นอนว่ามีหน้ากากปิดบังอยู่จึงไม่มีใครเห็น
ฉูหลิวเชียงคนนี้เก่งมาก! แต่น่าเสียดายที่คู่แข่งของนายคือโจวหานจิน
หลังจากฉูหลิวเชียงร้องจบ พิธีกรก็เริ่มการโหวต จากนั้นทีมกรรมการนักทายต่างก็พากันตะโกนชื่อ ‘ฉางเจ้อฮ่าว’ ทุกคนรู้สึกว่าเหมือนมาก! แต่แน่นอนว่าตัวฉูหลิวเชียงเองย่อมปฏิเสธ
เมื่อถึงคิวเจ้าชายกบขึ้นเวที ผู้ชมยังจมดิ่งอยู่ในเสียงเพลงของฉูหลิวเชียงอยู่ลางๆ กระทั่งเจ้าชายกบเริ่มเปล่งเสียงท่ามกลางแสงไฟที่ค่อยๆ หรี่สลัวลง
“ที่แท้เธอคือสวรรค์ของฉัน ความฝันคือความหวังที่ดึงรั้งไม่ยอมขาด โปรดอภัยที่ฉันยังพเนจร จนกว่าเมฆหมอกดำจะมลายหายไปใต้แสงตะวัน สายรุ้งโบยบินบนฟากฟ้า ชีวิตคนเราคือการตามหาทิศทาง…”
นี่คือผลงานชิ้นเอกในยุคแรกๆ ของจางซีหยาง และยังเป็นเพลงที่มีคีย์เสียงสูงมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในท่อนฮุคที่ไม่มีเนื้อร้อง หากจะพูดให้ชัดคือการร้องด้วยเสียงส่วนหัวซึ่งโชว์เทคนิคและระเบิดพลังเสียงออกมาถึงขีดสุด!
“เอาว่ะ!”
“วู้ววว!”
“อ๊ากกกก!”
“โอ้โหหห!”
“โอลาลาโอ!”
ผู้ชมในฮอลล์ต่างฟังจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว แต่ละคนหน้าแดงก่ำ พากันแผดเสียงตะโกนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่กลับไมอาจกลบเสียงร้องของเจ้าชายกบได้เลย!
แผดเผา! ไม่ยอมก้มหัว! ฮึกเหิม!
อารมณ์ที่เข้มข้นผลักดันเพลงให้พุ่งสู่จุดสูงสุด แม้แต่หลินจือไป๋ยังต้องตะลึงกับเสียงสูงนี้
เหล่าโจวรอบนี้ระเบิดพลังโหดไปแล้ว!
ระเบิดเวทีไปแล้ว! ไม่ใช่แค่ผู้ชมที่อึ้งทึ่ง! นักร้องหน้ากากทุกคนต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน!
ในฐานะคู่แข่งของเจ้าชายกบ ฉูหลิวเชียงถึงกับลุกขึ้นพรวด ดวงตาเบิกกว้างจนกลมโต!
ให้ตายเถอะ! เจ้าชายกบคนนี้ก่อนจะมาร่วมแข่งเขาเคยสืบข้อมูลมาแล้ว ฝีมือเก่งกาจมากจริงๆ แต่ก็น่าจะอยู่ในระดับที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับเขา ผลคือคิดไม่ถึงเลย!
รอบนี้อีกฝ่ายกลับขยี้เขาจนราบคาบ ที่แท้การแข่งขันรอบก่อนๆ หมอนี่ซ่อนฝีมือเอาไว้ตลอดเลยสินะ!
แม่งเอ๊ย! ขนาดนายซ่อนฝีมือไว้ ยังรักษามาตรฐานเอาไว้ที่อันดับสองได้เกือบทุกรอบเลยเนี่ยนะ? นี่มันรายการประกวดอะไรกันเนี่ย!
ทำไมมาครั้งแรกก็ต้องมาเจอสัตว์ประหลาดแบบนี้ด้วย?
แข่งกับผีสิ ฉันจะกลับบ้าน ฉันจะกลับบ้านแล้ว!
ในฐานะรุ่นใหญ่แห่งวงการเพลงฉินโจว ฉูหลิวเชียงเริ่มเดาตัวตนที่แท้จริงของเจ้าชายกบได้ลางๆ แล้ว และตอนนี้เขาก็อยากกลับบ้านจริงๆ!
ใช่หมอนั่นหรือเปล่านะ? ต้องเป็นหมอนั่นแน่! คนคนนี้เขาไม่มีทางชนะได้เด็ดขาด!
การวิเคราะห์ของฉูหลิวเชียงไม่ผิดเพี้ยน เขาแพ้แล้ว แถมคะแนนโหวตยังถูกทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น พ่ายแพ้ยับเยิน!
ผู้ชมในห้องส่งต่างพากันอึ้งทึ่งไปกับพลังของเจ้าชายกบ!
“ทำไมฉันรู้สึกว่าเจ้าชายกบไม่ได้อ่อนแอไปกว่าสุนัขทิเบตเลยล่ะ!”
“รอบก่อนๆ เจ้าชายกบซ่อนฝีมือไว้ งั้นเหรอ?”
“ซ่อนไว้ชัวร์ๆ!”
“รอบนี้เขากะเอาตาย ถึงได้งัดฝีมือจริงออกมา!”
“พลังเสียงขนาดนี้ ระดับราชาเพลง!?”
“เสียงสูงแบบนี้ฟังดูคุ้นหูจัง!”
“เหมือนโจวหานจินไหม?”
“เหมือน! เหมือนจริงๆ! เสียงสูงนี้มีมาดของราชาเพลงโจวสุดๆ! สรุปเขาคือโจวหานจินเหรอ?”
“ไม่มั้ง อย่าลืมสิว่าทั้งเจ้าชายกบและสุนัขทิเบตในรอบแรกเคยเลียนเสียงโจวหานจินพร้อมกับเทพดาราร้อยลักษณ์มาแล้ว เพราะฉะนั้นเสียงจะเหมือนราชาเพลงโจวก็ปกติ แต่ฉันพนันเลยว่าไม่ใช่ตัวจริง!”
ผู้ชมถกเถียงกันอย่างบ้าคลั่ง ทีมกรรมการนักทายเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“ยอดเยี่ยมมาก!”
“ตกลงคุณเป็นใครกันแน่ครับอาจารย์เจ้าชายกบ!”
“ทำไมฉันฟังแล้วได้กลิ่นอายของราชาเพลงโจวหึ่งเลยล่ะ?”
“พี่เซียวว่าไงคะ?”
ทุกคนต่างเริ่มโยนหินถามทางไปที่หลี่เซียว หลี่เซียวเยิ้มอย่างเปิดเผยแล้วถามว่า “เหล่าโจว ใช่คุณหรือเปล่า?”
เจ้าชายกบยิ้มตอบ “ขอโทษด้วยครับ ผมแซ่จาง แซ่เดียวกับจางซีหยางนั่นแหละครับ”
“…”
ผู้ชม: “…”
สุนัขทิเบต: “…”
นายช่วยทำตัวเหมือนเทพดาราร้อยลักษณ์หน่อยได้ไหม ใช้เสียงจางซีหยางร้องเพลงก่อนแล้วค่อยบอกว่าตัวเองแซ่จางนะ?
และเมื่อการ PK ระหว่างเจ้าชายกบและฉูหลิวเชียงจบลง หวงลี่เอ่ยขึ้น
“คู่ต่อไปที่จะขึ้นมาโชว์คือ อาจารย์กระเบนปีศาจ และอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ ก่อนอื่นขอส่งเวทีให้กับอาจารย์กระเบนปีศาจครับ…”
สิ้นเสียง กระเบนปีศาจปรากฏตัว ผลคือทันทีที่เขาอ้าปาก ผู้ชมต่างพากันเบิกตากว้าง! แขกรับเชิญในทีมกรรมการนักทายถึงกับตะลึงค้าง! แม้แต็นักร้องหน้ากากคนอื่นๆ ก็งงเป็นไก่ตาแตก!
นี่มันเสียงของหลินโสวจัว!
กระเบนปีศาจคือหลินโสวจัวงั้นเหรอ!? หรือว่ากระเบนปีศาจกำลังเลียนเสียงหลินโสวจัว!?
แต่ในรอบที่แล้ว เทพดาราร้อยลักษณ์ก็เพิ่งจะใช้เสียงของหลินโสวจัวไปไม่ใช่เหรอ? มันทำให้ทุกคนต่างพากันคาดเดาว่าความเป็นไปได้ที่เทพดาราร้อยลักษณ์จะเป็นหลินโสวจัวมีมากแค่ไหน!
แล้วตอนนี้มันอะไรกัน? นี่คือหลินโสวจัวตัวจริงเสียงจริงเหรอ!?
การ PK รอบนี้ดันไปเกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ระหว่างเทพดาราร้อยลักษณ์และหลินโสวจัวเข้าให้แล้ว และนั่นก็ทำให้ทุกคนเริ่มสติหลุดอีกรอบ!
เดิมทีทั้งที่การ PK รอบนี้แทบจะไม่มีอะไรให้น่าลุ้นเลย แต่วินาทีนี้เพราะกระเบนปีศาจดันเปล่งเสียงออกมาเหมือนกับหลินโสวจัว แบบเดียวกับที่เทพดาราร้อยลักษณ์ทำในรอบที่แล้ว จึงกลายเป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยข้อสงสัย!
และหลังเวที หลินจือไป๋กลับหลุดยิ้มออกมา ที่แท้กระเบนปีศาจก็คือกำไลน้อยนี่เอง
เมื่อเผชิญหน้ากับกล้องในห้องพักผ่อน เทพดาราร้อยลักษณ์ก็เอ่ยขึ้นเรียบๆ “เขาเลียนแบบได้เหมือนมาก แต่น่าเสียดายที่ผมต่างหากคือหลินโสวจัวตัวจริง”
“วันนี้ผมจะให้พวกคุณดูงิ้วตอนไซอิ๋ว ‘ตัวจริงตัวปลอม’ ไม่ใช่สิ ต้องเป็นหลินโสวจัวตัวจริงตัวปลอมต่างหาก!”