ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 350 กระเบนปีศาจเปิดหน้ากาก!
เพลงที่กระเบนปีศาจกำลังร้องอยู่ในตอนนี้คือเพลงรักคลาสสิก เขาร้องได้ลึกซึ้งกินใจเป็นพิเศษ ใครที่เคยฟังเพลงของหลินโสวจัวย่อมจำเสียงนี้ได้!
แต่ก็ไม่มีใครลืมว่าก่อนหน้านี้เทพดาราร้อยลักษณ์ก็เคยใช้เสียงที่เหมือนเปี๊ยบแบบนี้ร้องเพลงมาแล้ว ทุกคนจึงตกอยู่ในสภาวะงุนงงแยกไม่ออกอีกครั้ง! เพราะยังไงก็ไม่มีใครกล้ารับประกันว่ากระเบนปีศาจเป็นนักเลียนแบบหรือไม่ แม้ว่าจากประวัติเสียของเทพดาราร้อยลักษณ์ หมอนี่จะมีโอกาสเป็นตัวปลอมมากกว่าก็ตาม
เมื่อกระเบนปีศาจร้องจบ บรรยากาศในห้องส่งก็คึกคักเป็นพิเศษ
“ฉันบอกแล้วว่านี่มันรายการใช้สมอง!”
“ไม่ใช่ นี่มันรายการโชว์เลียนแบบชัดๆ!”
“ก็นึกถึงรอบแรกขึ้นมาเลยที่สุนัขทิเบต เจ้าชายกบ และเทพดาราร้อยลักษณ์ เลียนเสียงโจวหานจินด้วยกันหมด!”
“กระเบนปีศาจนี่อาจจะเพราะรอบที่แล้วเทพดาราร้อยลักษณ์ใช้เสียงหลินโสวจัว รอบนี้ก็เลยทำตามบ้างหรือเปล่า?”
“มันก็เป็นไปได้นะ แต่นี่ก็เหมือนเกินไปแล้ว!”
“เหมือนจริงๆ ด้วย! ฉันรู้สึกว่ากระเบนปีศาจคือหลินโสวจัวจริงๆ นะ!”
“นี่มันจังหวะที่ตัวจริงออกมาตบหน้าเองเลยเหรอ?”
“ตอนนี้ฉันอยากรู้ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์เตรียมจะรับมือยังไง?”
ทางทีมกรรมการนักทาย เถียนเหวยกล่าวอย่างตะลึงว่า “ทำไมมีหลินโสวจัวโผล่มาอีกคนแล้วล่ะ!”
หานปัวหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “เดี๋ยวนี้มีนักร้องที่มีทักษะเลียนแบบคนอื่นเก่งขนาดนี้เลยเหรอ?”
อิ้งเหวยถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้ผมยิ่งรู้สึกว่าชาวเน็ตพูดถูก พวกเรายืนยันได้แค่ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์เป็นคนเท่านั้นแหละ”
หลี่เซียวมองไปที่กระเบนปีศาจ “คุณคือหลินโสวจัวเหรอคะ?”
กระเบนปีศาจเอ่ยขึ้นว่า “ยังไงก็ตาม เทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ใช่หลินโสวจัวแน่นอนครับ”
ทุกคนต่างพากันหัวเราะลั่น! นี่ถือเป็นการยอมรับทางอ้อมหรือเปล่านะ?
และเมื่อการโหวตของผู้ชมรวมถึงช่วงการโต้ตอบจบลง พิธีกรก็ประกาศ
“ขอขอบคุณการแสดงอันยอดเยี่ยมของอาจารย์กระเบนปีศาจครับ ต่อไปขอให้ทุกคนปรบมือต้อนรับอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ด้วยครับ!”
แปะ แปะ แปะ แปะ!
เสียงปรบมือในฮอลล์ดังสนั่นดุจเกลียวคลื่น! จากผลงานในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้เทพดาราร้อยลักษณ์ได้กลายเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ฮอตที่สุดในรายการ ‘King of Mask Singer’ ไปแล้ว!
ท่ามกลางเสียงปรบมือ หลินจือไป๋เดินมาที่กลางเวที แสงไฟในสตูดิโอค่อยๆ หรี่สลัวลง หน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังเวทีปรากฏข้อมูลของบทเพลง
เพลงนี้มีชื่อว่า ‘ฉันคือปลาตัวหนึ่ง’!
ผู้ชม: “…”
แขกรับเชิญ: “เป็นปลาตัวหนึ่งเนี่ยนะ ไหวเหรอ?”
เมื่อรายการกลายเป็นกระแสโด่งดัง ตอนนี้ทุกคนต่างพูดกันว่า ข้อมูลเดียวที่ยืนยันได้เกี่ยวกับเทพดาราร้อยลักษณ์คือ… เขาเป็นคน! สรุปคือคิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้หมอนี่แม้แต่คนก็ไม่อยากเป็นแล้ว ถึงขั้นตั้งชื่อเพลงว่า ‘ฉันคือปลาตัวหนึ่ง’!
ว่าไงนะ? นายเองก็อยากเข้าสวนสัตว์ด้วยเหมือนกันสินะ?
สิ่งที่ทำให้ทุกคนหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกยิ่งกว่าเดิมก็คือ… คู่แข่งของเทพดาราร้อยลักษณ์ในรอบนี้คือกระเบนปีศาจน่ะสิ!
“จงใจชัดๆ!”
“จงใจแน่นอน!”
“ชื่อเพลงของหมอนี่หาเรื่องจริงๆ!”
“มีเพลงนี้ด้วยเหรอ?”
“ไม่มีเพลงแบบนี้แน่!”
“นี่ต้องเป็นเพลงออริจินัลของเทพดาราร้อยลักษณ์อีกแน่ๆ!”
“จับฉลากได้กระเบนปีศาจ ก็เลยแต่งเพลงเกี่ยวกับปลาซะเลยเหรอ?”
“นายจะไม่เป็นคนแล้วเหรอ!”
“สักวันฉันต้องขำตายเพราะเทพดาราร้อยลักษณ์แน่ๆ!”
ผู้ชมขำกันจนตัวงอ พวกทีมกรรมการนักทายเองก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เทพดาราร้อยลักษณ์ทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์หัวเราะได้สำเร็จอีกครั้งด้วยชื่อเพลงเพียงอย่างเดียว!
ส่วนกระเบนปีศาจที่รออยู่ข้างเวทีถึงกับมุมปากกระตุกไม่หยุด! ให้ตายเถอะ! นายคือปลา? นายแอบอ้างเป็นฉันหลินโสวจัวก็ช่างเถอะ! ตอนนี้แม้แต่สถานะ ‘ปลา’ ของฉัน นายก็จะแย่งไปด้วยงั้นเหรอ?
ผู้ชมเยอะแยะขนาดนี้ พวกเขาจะไม่รู้เชียวเหรอว่าเราสองคนใครกันแน่ที่เป็น ‘ปลา’!?
ยอมเลย! ยอมใจหมอนี่จริงๆ!
และท่ามกลางคำบ่นและเสียงหัวเราะนับไม่ถ้วน การแสดงของเทพดาราร้อยลักษณ์ก็เริ่มต้นขึ้น
“เป็นไปได้ไหมที่จะไม่คิดถึงเธอ? ฉันต้องรวบรวมสติสักหน่อย อากาศในช่วงเดือนเจ็ดแปดเก้า เหมือนฉันกับเธอที่ต้องการหยาดฝนสักครา ต้องการเธอ… ฉันคือปลาตัวหนึ่ง อากาศในน้ำคือความใจแคบและอารมณ์ร้ายของเธอ หากไม่มีเธอก็เหมือนปลาที่ขาดน้ำจนแทบสิ้นใจ ไม่อาจว่ายวนไปมาด้วยกัน”
เพลงนี้ต้นฉบับคือเยิ่นเสียนฉี เป็นเพลงรักเหมือนผลงานที่กระเบนปีศาจเพิ่งร้องไปเมื่อครู่นี้ แน่นอนว่าเพลงนี้เพราะมาก เนื้อเพลงก็วนเวียนอยู่กับเรื่องปลา
แต่สิ่งที่ผู้ชมให้ความสนใจมากที่สุดกลับเป็นเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์… เอาแล้วไง! เสียงของหลินโสวจัวอีกแล้ว!
ผู้ชมต่างพากันเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ!
“จะทำให้เธอตื่นจากภวังค์ได้ไหมว่าความรักคือเรื่องสุข ฉันมีเพียงหัวใจแท้จริง ต่อให้ถึงวันสิ้นโลกฉันก็ไม่จากไปไหน ต้องการเธอ! ฉันคือปลาตัวหนึ่ง…”
ไม่ว่าจะฟังยังไงนี่ก็เสียงของหลินโสวจัวชัดๆ! ขณะเดียวกันก็เป็นเสียงเดียวกับที่กระเบนปีศาจเพิ่งร้องไปเมื่อกี้เป๊ะๆ!
ทั้งที่เป็นเพลงรัก ไม่ใช่ผลงานแนวระเบิดอารมณ์ แต่บรรยากาศในฮอลล์กลับเริ่มเดือดพล่านขึ้นมา!
“อ๊ากกกก!”
“งงไปหมดแล้ว งงไปหมดแล้ว!”
“ตกลงใครกันแน่ที่เป็นหลินโสวจัว!”
“สองคนนี้มีเสียงที่เหมือนกันเป๊ะทุกจุดเลย!”
“ก่อนหน้านี้ถึงแม้เทพดาราร้อยลักษณ์ เจ้าชายกบ และสุนัขทิเบต จะเลียนเสียงราชาเพลงโจวเหมือนกัน แต่ทุกคนต่างก็ฟังออกชัดเจนว่าเทพดาราร้อยลักษณ์เลียนแบบได้เหมือนที่สุด!”
“แต่ครั้งนี้แยกไม่ออกเลยจริงๆ!”
“ฉันไม่กล้าพูดด้วยซ้ำว่า ระหว่างเทพดาราร้อยลักษณ์กับกระเบนปีศาจ ใครกันแน่ที่เหมือนกว่า!”
“ถ้าไม่รู้คงคิดว่าหลินโสวจัวมาออกรายการ King of Mask Singer แล้วร้องสองเพลงติดต่อกันแล้ว!”
“ไม่ว่ายังไง ในสองคนนี้ต้องมีหลินโสวจัวตัวจริงอยู่คนหนึ่งแน่นอน!”
ห้องพักหลังเวที สุนัขทิเบตฟังอย่างเหม่อลอย
“ฉันคือปลาที่ยืนอยู่บนฝั่ง จะลืมเลือนความทรงจำที่เคยอยู่ในทะเลได้อย่างไร ครั้งหนึ่งฉันเคยอยู่ในชีวิตเธอ โอเย ต้องการเธอ! ฉันคือปลาตัวหนึ่ง!”
หมอนี่ไม่ใช่หลินโสวจัวแน่นอน! เกรงว่ากระเบนปีศาจต่างหากที่เป็นหลินโสวจัวตัวจริง!
ห้องพักถัดไปข้างๆ เจ้าชายกบกลอกตาจนแทบจะมองเห็นเพดาน พลางบ่นพึมพำในใจไม่หยุด!
“มันทำได้ยังไงกัน! เลียนเสียงหลินโสวจัวได้เหมือนขนาดนี้! กระเบนปีศาจคือหลินโสวจัวสินะ? แต่สองคนขึ้นเวทีพร้อมกัน เสียงกลับแยกไม่ออกเลยสักนิด!”
ตนกับจางซีหยางโดนแบบนั้นก็สมควรอยู่ ความสามารถในการเลียนแบบของหมอนี่มันปีศาจเกินไปแล้ว! ใครมาเจอก็ต้องงงกันทั้งนั้น!
ในที่สุด การร้องเพลงของเทพดาราร้อยลักษณ์ก็จบลง ผู้ชมทั้งฮอลล์ต่างตกอยู่ในปริศนา ‘หลินโสวจัวตัวจริงตัวปลอม’ แต่ก็ไม่ลืมที่จะส่งเสียงโห่ร้องและกรีดร้องออกมา
เทพดาราร้อยลักษณ์แทบจะกลายเป็นคำนิยามสีสันรายการบนเวทีนี้ไปแล้ว!
พิธีกรเริ่มการลงคะแนนโหวต ทางด้านทีมกรรมการนักทาย หลี่เซียวถึงกับพาทุกคนร้องเพลงประสานเสียงขึ้นมาว่า
“เทพดาราร้อยลักษณ์นายมันร้าย นายมันร้าย นายมันร้ายจริงๆ ฮือ ฮือ ฮือ!”
ผู้ชมระเบิดหัวเราะลั่น!
หลี่เชียวลูบท้องพลางกล่าวว่า “ฉันขำจนซิกแพ็กจะขึ้นอยู่แล้ว คุณนี่มีพิษร้ายจริงๆ ทำไมถึงไปพาดพิงเขาไปทั่วแบบนี้ล่ะ? ฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่าคุณจะเป็นหลินโสวจัว สรุปแล้วคุณคือใครกันแน่ครับ?”
แม้แต่พิธีกรก็ยังอดถามไม่ได้ หมอนี่ช่างสรรหาเรื่องมาเล่นจริงๆ!
เมื่อได้ยินทุกคนซักไซ้ไม่หยุด หลินจือไป๋ในฐานะเทพดาราร้อยลักษณ์จึงจงใจใช้เสียงของหลินโสวจัวตอบว่า “ผมคือปลาตัวหนึ่งครับ”
“คุณเป็นปลาอะไรกันล่ะ!” หลี่เซียวกลอกตา “กระเบนปีศาจเหรอ? นี่คุณไม่อยากเป็นคนแล้ว แต่อยากจะเข้าร่วมสวนสัตว์แล้วใช่ไหม?”
กระเบนปีศาจที่เดินกลับขึ้นเวทีตามกฎการ PK ได้แต่ทำท่าผายมืออย่างอ่อนใจ เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้เป็นตัวสร้างเสียงฮาจริงๆ!
ระหว่างการโต้ตอบ ผลคะแนนโหวตก็ออกมา พิธีกรยิ้มกล่าว “ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ที่ชนะการ PK ในครั้งนี้ครับ อาจารย์กระเบนปีศาจก็ไม่ต้องกังวลไปนะครับ คุณกับผู้เข้าแข่งขันอีกสองท่านที่แพ้ในการประชันยังมีโอกาสชิงตั๋วใบสุดท้ายเพื่อเข้ารอบต่อไปครับ!”
แพ้จริงๆ ด้วย กระเบนปีศาจแอบถอนหายใจ คุณภาพเพลงของเทพดาราร้อยลักษณ์สูงมาก การแสดงก็มั่นคง แถมความนิยมก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ผู้ชมชื่นชอบเขามาก ตนจะแพ้ก็เรื่องปกติ
ยิ่งไปกว่านั้น กระเบนปีศาจสัมผัสได้ชัดเจนว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ออมมือให้ตน ฝีมือที่แท้จริงของอีกฝ่ายควรจะขยี้เขาได้ราบคาบ แต่สุดท้ายกลับเลือกสร้างสีสันให้รายการแทน เพราะการที่มี ‘หลินโสวจัวตัวจริงตัวปลอม’ ปรากฏตัวบนเวทีพร้อมกันนั้น มันสนุกมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้น ตนก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้อยู่ดี
การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป ต่อไปเป็นการประชันกันระหว่างนกกาเหว่า และนักร้องตัวสำรองอีกคนหนึ่ง นักร้องตัวสำรองคนนี้มีชื่อว่า ‘จอมยุทธ์หน้ากาก’
หลังจากที่แต่ละคนร้องจบไปคนละหนึ่งเพลง นกกาเหวาก็เอาชนะจอมยุทธ์หน้ากากและผ่านเข้ารอบ!
ในการร้องเพลงรอบนี้ เสียงของนกกาเหว่าถูกเปิดเผยออกมามากขึ้น มีเค้าลางคล้ายเสียงผู้หญิง เหล่าแขกรับเชิญจึงพากันคาดเดาว่า…
“หลัวเยี่ยนใช่ไหม!”
“เป็นไปได้มากเลยนะ!”
“เสียงเหมือนจริงๆ!”
“ฉันรอดูอยู่ว่าเมื่อไหร่นายจะใช้เสียงผู้หญิงที่เป็นเอกลักษณ์ออกมา!”
“นักร้องชายในฉินโจวมีไม่กี่คนหรอกที่ทำเสียงเหมือนนักร้องหญิงได้แบบหลัวเยี่ยน!”
“ขอแค่นายใช้ พวกเราจำได้ทันทีแน่!”
หลัวเยี่ยนเป็นผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากรายการ ‘The Voice’ จุดเด่นที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของเขาก็คือเสียงที่เหมือนนักร้องหญิงมากเป็นพิเศษ ซึ่งการร้องเพลงของนกกาเหว่าในครั้งนี้ก็ดูมีกลิ่นอายแบบนั้น แต่ทว่าเสียงของนกกาเหว่าในตอนนี้ยังให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างกึ่งกลาง เว้นแต่ว่าเขาจะใช้เสียงผู้หญิงที่เป็นเอกลักษณ์ของหลัวเยี่ยนออกมา ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าฟันธงว่านกกาเหว่าคือผู้เข้าแข่งขันจากรายการ ‘The Voice’ คนนั้น
ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงยังอยู่ในช่วงของการคาดเดา และเมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อไปจึงเป็นการชิงตั๋วใบสุดท้ายเพื่อเข้ารอบ ระหว่างกระเบนปีศาจ ฉูหลิวเชียง และจอมยุทธ์หน้ากาก สามผู้เข้าแข่งขันที่แพ้ในรอบ PK
เพราะในบรรดาสามคนนี้เข้ารอบได้เพียงคนเดียว การประชันกันของทั้งสามจึงดุเดือดมาก คะแนนโหวตของแต่ละคนนั้นสูสีกันอย่างยิ่ง ในที่สุดฉูหลิวเชียงก็ได้โอกาสผ่านเข้าสู่รอบที่สอง ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ที่จะต้องเปิดหน้ากากในวันนี้ก็คือ จอมยุทธ์หน้ากาก และกระเบนปีศาจ!
จอมยุทธ์หน้ากากไม่ลังเลที่จะเปิดหน้ากากออก เขาคือนักร้องระดับแถวสอง แม้จะมาไวไปไวบนเวที ‘King of Mask Singer’ แต่เขากลับไม่ยอมทิ้งโอกาสเปิดเผยหน้าตาต่อหน้าสาธารณชน
“ว้าว!”
“เขาเองเหรอ!”
“ฉันว่าแล้วทำไมเสียงถึงคุ้นหูขนาดนี้!”
“เหล่าหลี่นี่นา…”
“เหล่าหลี่ไม่ได้ออกงานมาหลายปีแล้วนะ!”
“เสียงดูแหบพร่ากว่าแต่ก่อนแฮะ!”
“เหล่าหลี่คือนักร้องแถวสอง!”
“นักร้องแถวสองนี่อยู่รอดยากในรายการนี้จริงๆ ด้วยนะ ก็เพราะมีเจ้าพวกสัตว์ประหลาดสองสามคนน่ะสิ!”
ทันทีที่จอมยุทธ์หน้ากากเปิดหน้ากาก แขกรับเชิญในห้องส่งต่างพากันส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ!
แต่หลังจากที่ผู้ชมซึมซับความรู้สึกได้ครู่หนึ่ง ความสนใจทั้งหมดก็กลับถูกโอนย้ายไปยังกระเบนปีศาจทันที เขาต่างหากคือจุดสำคัญของวันนี้!
“ถึงตากระเบนปีศาจแล้ว!”
“กระเบนปีศาจจะเปิดหน้ากากไหม?”
“กระเบนปีศาจต้องเปิดหน้ากากนะ!”
“ถ้าเขาไม่เปิดหน้ากาก เราจะยืนยันได้ยังไงว่าตกลงเทพดาราร้อยลักษณ์คือหลินโสวจัวหรือเปล่า?”
บนเวที พิธีกรกำลังเอ่ยถาม “อาจารย์กระเบนปีศาจจะเปิดหน้ากากหรือไม่ครับ?”
ทุกคนในฮอลล์ต่างจับจ้องไปที่ประตูจันทรา ไม่กี่วินาทีต่อมา กระเบนปีศาจก็เดินออกมา! หนึ่งก้าว สองก้าว เป็นท่วงท่าที่คุ้นเคย เป็นย่างก้าวของกระเบนปีศาจ เมื่อถึงก้าวที่สาม กระเบนปีศาจก็ยื่นมือออกไปถอดหน้ากากออก ทันใดนั้น!
ผู้ชมก็พากันตื่นเต้นจนแทบจะระเบิด! เพราะสิ่งที่ปรากฏต่อหน้ากล้องและผู้ชมในเวลานี้ ก็คือใบหน้าที่ยังดูเยาว์วัยของหลินโสวจัว!
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ!”
“กระเบนปีศาจคือหลินโสวจัวจริงๆ ด้วย!”
“ตัวจริงมาลบล้างข่าวปลอมเองเลย!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์ ไอคนจอมหลอกลวง!”
“ขี้แกล้งเกินไปแล้ว!”
“หมอนี่หลอกพวกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าเลย!”
“เสี่ยวโสวจัวน่าสงสารจริงๆ!”
“เป็นแพะรับบาปแทนได้น่าเจ็บใจสุดๆ!”
“ฉันจะไม่ยอมเชื่อเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์อีกแล้ว เจอใครก็แกงไปหมด โสวจัวผู้น่าสงสาร!”
ทีมกรรมการนักทายทุกคนต่างลุกขึ้นยืน! หลี่เซียวกรีดร้องลั่น “ฉันบอกแล้วไงว่าเทพดาราร้อยลักษณ์นะร้าย!”
หานปัวก็ตะโกนเช่นกัน “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ คุณมันตัวปลอม!”
อิ้งเหวยยักคิ้วหลิ่วตา “อาจารย์จางซีหยาง อาจารย์โจวหานจิน พวกคุณเห็นหรือยัง พวกคุณจับผิดคนแล้ว”
เถียนเหวยหัวเราะลั่น “อาจารย์หลินโสวจัวเปิดหน้ากากครั้งนี้ ช่วยล้างมลทินความอยุติธรรมครั้งใหญ่เลยนะครับ คุณมีอะไรอยากจะพูดไหมครับ?”
ทุกคนต่างจ้องไปที่หลินโสวจัว หลินโสวจัวยิ้มแล้วพูดว่า “ผมอยากจะบอกว่า พี่ชายที่แสนดีทั้งสองคนของผม ใช่แล้วครับ ผมหมายถึงพวกคุณนั่นแหละ อาจารย์จางซีหยาง อาจารย์โจวหานจิน! ตอนนี้พวกคุณเชื่อผมหรือยัง? พวกคุณจับผิดคนจริงๆ! เสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์นะมันร้าย! แต่อย่าลืมสัญญาของพวกเรานะครับ รอให้อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์เปิดหน้ากากเมื่อไหร่ พวกเราค่อยไปจัดการเขาพร้อมกัน!”
ผู้ชมหัวเราะลั่น เมื่อถึงเวลาที่เทพดาราร้อยลักษณ์เปิดหน้ากาก เขาต้องโดนจางซีหยางและโจวหานจินจับ ‘แขวนมาอัด’ แน่ๆ แค่คิดทุกคนก็ตั้งตารอไม่ไหวแล้ว!
กล้าดียังไงมาปั่นหัวสองราชาเพลงแบบนี้!
ทางด้านหลังเวที เจ้าชายกบกระแอมออกมาคำหนึ่ง หลักๆ คือรู้สึกผิดที่ตนเข้าใจโสวจัวผิดไป ถึงขั้นร่วมมือกับจางซีหยางไป ‘จับกุม’ เขา!
ไม่! นี่ไม่ใช่ความผิดของเขา! ต้องโทษที่เทพดาราร้อยลักษณ์เจ้าเล่ห์เกินไป!
และสิ่งที่เจ้าชายกบไม่รู้ก็คือ สุนัขทิเบตที่อยู่ห้องข้างๆ กระแอมออกมาพร้อมกัน “เรื่องนี้ต้องโทษเหล่าโจว”
จางซีหยางภายใต้หน้ากากสุนัขทิเบตคิด
ห้องพักของเทพดาราร้อยลักษณ์ เซียวหลงเยว่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ คุณนี่ซนเกินไปแล้วนะคะ!”
“ก่อนขึ้นเวทียังทำเป็นพูดจาซึ้งขลังว่าตัวเองคือหลินโสวจัว? ฉันเกือบจะเชื่อแล้วเชียว! คุณซนขนาดนี้คนที่บ้านรู้ไหมคะเนี่ย?”
แต่เทพดาราร้อยลักษณ์กลับไม่รู้สึกเขินอายเลยสักนิด แถมยังโต้แย้งอย่างมีเหตุผลว่า “ก็ทีมงานรายการบอกให้ผมพยายามพรางตัวให้ดีที่สุดนี่นา”
เซียวหลงเยว่: “…”
ทีมงาน: “…”
พวกเราทีมงานรายการไม่ขอรับผิดชอบเรื่องนี้ะครับ! คุณนั่นแหละที่เล่นสนุกจนเกินเบอร์ แถมจนถึงตอนนี้ยังกล้าใช้เสียงของหลินโสวจัวพูดอยู่อีก! เคยเจอคนแกล้งแต่ไม่เคยเจอใครแกล้งได้เท่าคุณเลย!
และภายใต้หน้ากากของเทพดาราร้อยลักษณ์ หลินจือไป๋กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก รอบหน้าควรใช้เสียงของใครดีนะ?
ประจวบเหมาะในตอนนั้น โทรทัศน์หลังเวที หลินจือไปเห็นหลี่เซียวยังคงตะโกนอย่างตื่นเต้นอยู่ข้างล่างเวที
“เอาแล้วไง ตัวตนของหลินโสวจัวก็เป็นของปลอม ดูเหมือนข้อมูลเดียวที่พวกเรายืนยันได้จริงๆ จะเหลือแค่เทพดาราร้อยลักษณ์เป็นผู้ชายอย่างเดียวแล้วละนะ!”
“นั่นนะสิ?” แขกรับเชิญคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าอย่างหมดหนทาง
หลินจือไป๋หัวใจกระตุกวูบ… หืม? เทพดาราร้อยลักษณ์เป็นผู้ชาย?
รอยยิ้มพาดผ่านใบหน้าภายใต้หน้ากาก เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน ‘King of Mask Singer’ หลินจือไป๋ไม่ได้ซ้อมมาแค่เพลงเดียว ในนั้นมีเพลงที่ต้องใช้เสียงผู้หญิงอยู่ด้วย
งั้นรอบหน้าเอามาใช้ตบหน้าหลี่เซียวเลยแล้วกัน!
ต้องขอโทษด้วยนะเหล่าโจว! ใครใช้ให้เมียนายมาว่าฉัน ‘ร้าย’ ทุกวันล่ะ? หลอกคนเดียวก็คือหลอก หลอกสองคนก็คือหลอก เหมือนกัน งั้นพวกนายทั้งครอบครัวก็มาพร้อมหน้าพร้อมตาเลยแล้วกัน!
ตามกติกาในรอบที่แล้ว นักร้องสี่คนที่ผ่านเข้ารอบจากการ PK ครึ่งแรกจะต้องมาชิงอันดับหนึ่งกัน ดังนั้นหลินจือไป๋จึงต้องร้องอีกหนึ่งเพลง จะได้ที่หนึ่งหรือไม่ไม่สำคัญ ยังไงหลินจือไป๋ก็มั่นใจแล้วว่าเขาจะไม่ถูกคัดออก
ดังนั้นรอบหน้าเขาจะยังคงยึดหลัก ‘กลั่นแกล้ง’ ต่อไป จัดหนักจัดเต็มหลี่เซียวให้หนำใจเสียหน่อย!
คำนั้นว่ากันว่ายังไงนะ? เล่นเกมต้องเล่นด้วยรอยยิ้ม! ส่วนแพะรับบาปคนต่อไปจะเป็นใครนั้น? หลินจือไป๋มีตัวเลือกในใจแล้ว เมื่อหลินโสวจัวเปิดหน้ากากสลัดความเป็นแพะทิ้งไป แพะนั่นก็ต้องมีคนมารับช่วงต่อ…