ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 368 ตาลาเปิงป่า! (2)
หลังเวที ทีมแดงมองดูทุเรียนระเบิดขึ้นไปแสดงบนเวที สุนัขทิเบตเบะปาก “ทุเรียนระเบิดไม่เปลี่ยนใจจริงๆ ด้วยนะ เขาแลกหมายเลขกับหญ้าอ่อนเขียวขจีจริงๆ หมอนี่หยิ่งยโสชะมัด คงจะคิดว่าฝั่งเราไม่มีใครกล้าออกตัวแทนปลาคาร์ปน้อยมาดวลกับเขาละมั้ง?”
“ฉันเกลียดคนที่โอหังกว่าฉันที่สุด!” เจ้าชายกบแค่นเสียงฮึดฮัด “ร้องเพลงรักเนิบนาบแบบนี้ ไม่เห็นคู่แข่งอยู่ในสายตาเกินไปแล้ว เพลงนี้นะไม่เหมาะกับการแข่งบนเวทีเท่าไหร่หรอก!”
“ต่อให้เป็นเพลงรักเนิบช้า การแสดงของเขาก็ทำออกมาได้ถึงขีดสุดจริงๆ…” ปลาคาร์ปน้อยยิ้มขื่น “ฉันถือว่ารอดตัวไป แต่อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์คงต้องลำบากแล้ว ต้องมาดวลกับทุเรียนระเบิดแทนฉัน”
“ผมเองก็รอดตัวไปได้เหมือนกัน” นกกาเหว่าที่อยู่ข้างๆ เผยรอยยิ้มขื่นออกมาเช่นกัน “ถ้าทุเรียนระเบิดไม่เปลี่ยนหมายเลข ก็คงเป็นผมที่ต้องดวลกับทุเรียนระเบิดแล้ว”
สุนัขทิเบตหยอกล้อ “โลกที่มีเพียงเทพดาราร้อยลักษณ์ต้องรับเคราะห์ได้เกิดขึ้นแล้ว”
เจ้าชายกบกล่าว “ไม่เป็นไรหรอก ฝ่าออกมาจากกลุ่มผู้แพ้ให้ได้ ก็ยังเป็นยอดคนเหมือนเดิม!”
เทพดาราร้อยลักษณ์ถอนหายใจออกมาอย่างหาได้ยาก “สุดท้ายผมก็ต้องเป็นคนแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวสินะ”
ทุเรียนระเบิดคนนี้แข็งแกร่งมากจริงๆ! ยังดีที่ฉันก็พอใช้ได้
เวลาค่อยๆ ผ่านไป การร้องเพลงดำเนินมาถึงช่วงท้าย เสียงของทุเรียนระเบิดฟังดูเหมือนร้องไห้แต่ไม่ใช่ “หัวใจสลาย มอดไหม้กลายเป็นเหล็ก ลมหนาวพัดพา เรียกหยาดน้ำตา ราตรีอ้างว้าง จันทรดุจเลือด”
ไม่มีเสียงสูง ไม่มีการเอื้อนที่ซับซ้อนมากนัก แต่กลับดึงอารมณ์ของเพลงช้าออกมาได้ถึงขีดสุด นี่คือเพลงที่สไตล์ไม่เหมาะกับเวทีการแข่งขันเลยจริงๆ แต่ทุเรียนระเบิดกลับทำให้ผู้ชมทุกคนจมดิ่งลงไปในบรรยากาศโศกเศร้านั้นได้อย่างน่าทึ่ง
ทางฝั่งทีมแดงทุกคนสัมผัสได้ถึงเค้าลางไม่ดี เอาเพลงที่เน้นอารมณ์แบบนี้มาร้องบนเวทีถือว่าเสี่ยงมาก แต่ถ้าทำสำเร็จผลลัพธ์ที่ได้ก็น่ากลัวสุดๆ มันจะทำให้ผู้ชมตกอยู่ในอารมณ์หดหู่ กระทั่งการแสดงถัดไป หากไม่มีอะไรมาปลุกเร้าให้ตื่นเต้นมากพอ ก็ยากจะดึงผู้ชมออกมาจากอารมณ์นั้นได้!
“เหมือนว่านายจะหมดหวังแล้วละ” น้ำเสียงของเจ้าชายกบสับสนเล็กน้อย เทพดาราร้อยลักษณ์ต้องไปเดินในกลุ่มผู้แพ้รอบหนึ่งจริงๆ แล้วสิ
เทพดาราร้อยลักษณ์เป็นพวกคาดเดายาก บางครั้งก็สร้างการแสดงที่ตื่นตาตื่นใจคนทั้งฮอลล์ได้ ดังนั้นเดิมทีโจวหานจินจึงคิดว่าหมอนี่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสสู้ได้เลย โดยเฉพาะในตอนที่ทุเรียนระเบิดเลือกเพลงที่ไม่ได้สร้างความได้เปรียบแบบนี้ แต่ดูจากตอนนี้ไม่มีความหวังอะไรอีกแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอก” สุนัขทิเบตกล่าว “ก็เป็นสถานการณ์ที่คาดไว้แต่แรกแล้ว”
ปลาคาร์ปน้อยไม่พูดอะไร นกกาเหว่าเองก็เงียบกริบ ทั้งสองรู้สึกละอายใจเล็กน้อย ครั้งนี้ถือว่าเทพดาราร้อยลักษณ์เสียสละเพื่อทีมสีแดง แม้การเข้ากลุ่มผู้แพ้เขามีโอกาสสูงที่จะสู้กลับมาได้ แต่เทพดาราร้อยลักษณ์เคยต้องมาทนลำบากแบบนี้ที่ไหนกัน? ในช่วงรอบคัดเลือกทีมแดง เทพดาราร้อยลักษณ์เป็นขาประจำสามอันดับแรกมาตลอด ไม่มีใครไล่เขาไปอยู่ในกลุ่มผู้แพ้ได้เลย
“ไม่เป็นไรครับ” เทพดาราร้อยลักษณ์กลั้นขำพลางเอ่ยปลอบใจทุกคนอย่างซาบซึ้ง “ผมจะแพ้ก็ไม่เป็นไรหรอก พวกคุณชนะได้ก็พอ เพราะพวกเราคือทีมเดียวกัน”
“ขอโทษนะคะ ฉันมันไร้ประโยชน์จริงๆ!” ปลาคาร์ปน้อยยังคงกลั้นไว้ไม่อยู่ เริ่มร้องไห้ออกมา นกกาเหว่าเองก็รู้สึกปวดใจ ดวงตาภายใต้หน้ากากเริ่มแดงระเรื่อ
สุนัขทิเบตก้มหน้าเงียบไม่พูดอะไร จะบอกว่าในใจไม่ตื้นตันก็คงโกหก การเสนอตัวเองของเทพดาราร้อยลักษณ์ทำให้เขาเลื่อมใส ส่วนเจ้าชายกบยกนิ้วโป้งให้เทพดาราร้อยลักษณ์ ก่อนหน้านี้เขาไม่พอใจเทพดาราร้อยลักษณ์นิดหน่อย แต่เวลานี้เจ้าชายกบกลับวางทิฐิลงหมดสิ้น
ทั้งที่หมอนี่ดวลกับมันฝรั่งที่อ่อนที่สุดได้แท้ๆ แต่กลับยอมเสียสละเพื่อเพื่อนร่วมทีมอย่างไม่ลังเล เผชิญหน้าความพ่ายแพ้ที่กำลังจะมาถึงก็ไม่บ่นแม้แต่คำเดียว ลูกผู้ชายตัวจริง!
ในที่สุด การร้องเพลงของทุเรียนระเบิดก็จบลง ไม่มีเสียงตะโกนกึกก้อง เพราะผู้ชมต่างจมดิ่งลงในอารมณ์เศร้า แต่ทว่าเสียงปรบมือกลับดังสนั่นหวั่นไหวดุจระลอกคลื่น
“เพราะจริงๆ!”
“กินใจมากเลย!”
“ที่แท้เสียงเพลงก็ทำร้ายจิตใจกันได้ขนาดนี้เลยสินะ!”
“ฉันเศร้าไปหมดแล้ว”
“เศร้าไปทุกเรื่องแบบนี้จะแย่เอานะ”
“ฉันไม่มีอารมณ์จะฟังเพลงต่อไปแล้ว”
“ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฉันเฝ้ารอการแสดงของเทพดาราร้อยลักษณ์มาตลอดแท้ๆ”
“นั่นสิ แต่เพลงนี้ของทุเรียนระเบิดฟังแล้วอยากร้องไห้จริงๆ!”
อันที่จริงมีหลายคนที่ฟังจนร้องไห้ไปแล้ว จนกระทั่งเมื่อพิธีกรเตือนทุกคนว่าอย่าลืมลงคะแนนโหวต ผู้ชมนับไม่ถ้วนจึงเพิ่งเริ่มขยับตัว
“ตอนนี้คุณยังคิดว่าเทพดาราร้อยลักษณ์มีหวังอยู่อีกเหรอ?” ฉินเลี่ยนหันไปมองหลี่เชียว
หลี่เชียวถอนหายใจ “ค่อนข้างลำบากแล้วละ เพลงต่อไปใครมารับช่วงต่อก็คงเอาไม่อยู่ทั้งนั้น เว้นแต่จะเป็นการแสดงที่เร้าอารมณ์สุดๆ แต่การแสดงของเทพดาราร้อยลักษณ์เหมือนจะไม่ใช่แนวนั้น เขาไปทางตลกมากกว่า”
“ตลกเหรอ?” จ้าวโยวเยว่อดพูดไม่ได้ว่า “แบบนั้นไม่โดนสกัดสิ้นท่าเลยเหรอ บรรยากาศเศร้าขนาดนี้จะตลกออกได้ยังไงกัน?”
“อันที่จริงไม่มีปัญหาหรอกครับ” หานปัวที่อยู่ข้างๆ เกาหัวพลางกล่าวว่า “เทพดาราร้อยลักษณ์ลงไปอยู่กลุ่มผู้แพ้ก็น่าจะสู้กลับมาได้นั่นแหละ”
“ใช่เลย” คำพูดนี้ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกัน ศึกดวลแดงน้ำเงินเพิ่งจะเริ่มต้น ในกลุ่มผู้แพ้ต้องมีพวกที่เคี้ยวง่ายมาเป็นฐานรองรับอยู่แล้ว ดังนั้นตอนนี้เทพดาราร้อยลักษณ์คงยังไม่ถึงคราวถูกคัดออก
พิธีกรหวงลี่เอ่ยขึ้น “ขอขอบคุณการแสดงจากอาจารย์ทุเรียนระเบิดครับ การลงคะแนนโหวตของเราสิ้นสุดลงแล้ว หลังจากจบการแสดงของผู้เข้าแข่งขันท่านถัดไป เราจะประกาศคะแนนของทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ถ้าอย่างนั้นลำดับต่อไปขอเสียงปรบมือต้อนรับเทพดาราร้อยลักษณ์ครับ!”
แปะๆๆๆๆ! เสียงปรบมือดังขึ้น!
เทพดาราร้อยลักษณ์เดินตรงไปยังประตูดวงจันทร์ สุนัขทิเบต เจ้าชายกบ ปลาคาร์ปน้อย และ นกกาเหว่า ต่างลุกขึ้นยืนส่งเขาจนถึงหน้าประตู บรรยากาศหดหู่อย่างยิ่ง
“ก็แค่ไปอยู่กลุ่มผู้แพ้ไม่ใช่เหรอ? ไม่เป็นไรหรอก อย่าเสียน้ำตาให้ผมเลย” น้ำเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์ฟังดูเศร้าสร้อย ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกอัดอั้นตันใจ มองเขาด้วยความเจ็บปวด
“ไปละนะ!” น้ำเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์มีความรู้สึกเหมือนแสร้งทำเป็นปล่อยวาง ปลาคาร์ปน้อยร้องไห้กระซิกๆ นกกาเหว่าเองก็เริ่มสะอื้นตามไปด้วย
สุนัขทิเบตและเจ้าชายกบแม้จะไม่ได้ร้องไห้ แต่ทั้งสองคนต่างก็รู้สึกจุกแน่นอยู่ในอก หลินจือไป๋พลันเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา ตนแสดงเกินบทไปหน่อยหรือเปล่า ทำเอาทุกคนซึมเศร้ากันไปหมดแล้ว
และเมื่อเทพดาราร้อยลักษณ์ปรากฏตัวบนเวที ผู้ชมไม่น้อยที่เมื่อครู่ยังตาแดงก่ำอยู่ พอถึงวินาทีถัดมา มุมปากก็เริ่มยกโค้งขึ้น อดไมไหว อดไมไหวจริงๆ พอเห็นเทพดาราร้อยลักษณ์ก็อยากหัวเราะขึ้นมา ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร บางคนถึงกับหัวเราะออกมาจริงๆ ส่งผลทำให้บรรยากาศโศกเศรารอบข้างพลันจางหายไปได้ไม่น้อย
“ผอ. สวนสัตว์มาแล้ว!”
“เขาคือยาใจของฉันเลย!”
“ฮ่าๆ ทั้งที่หน้ากากก็ออกจะเท่แท้ๆ แต่ทำไมถึงรู้สึกอยากขำซะงั้น?”
“นี่แหละเทพดาราร้อยลักษณ์!”
“ในที่สุดก็ได้เห็นตัวเป็นๆ สักที!”
“ฉันติดตามรายการนี้ก็เพราะการแสดงช่วงหนึ่งของเขาเลย!”
“ฉันก็เหมือนกัน!”
“จู่ๆ ก็ไม่เศราแล้ว”
“ทั้งที่เพลงของทุเรียนระเบิดเมื่อกี้โคตรปวดใจสุดๆ เลย”
อีกด้านหนึ่ง ทุเรียนระเบิดที่กลับมาถึงหลังเวที จ้องมองไปที่จอโทรทัศน์ พลันเบิกตากว้าง สังเกตเห็นปฏิกิริยาของผู้ชม “พวกเขาหัวเราะอะไรกัน?”
“ก็เพราะว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือคำจำกัดความของคำว่าสีสันรายการไงละครับ” ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวของทุเรียนระเบิดพูดพลางอดไมได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก
คนในทีมงานรายการชอบหมอนี่กันสุดๆ! อาจพูดได้ว่าถ้าไม่มีความทะเล้นของเทพดาราร้อยลักษณ์ รายการ king of mask singer ก็คงไม่โด่งดังเป็นพลุแตกตั้งแต่ช่วงแรกๆ แบบนี้!
“สีสันรายการ?” น้ำเสียงของทุเรียนระเบิดดูไมออกว่าคิดอะไรอยู่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
บนเวที เทพดาราร้อยลักษณ์พยักหน้าให้วงดนตรีเบาๆ วินาทีถัดมาเวทีก็มืดสลัวลง บนหน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏชื่อเพลงสี่พยางค์ ‘ตาลาเปิงป่า’
ผู้ชมเห็นชื่อเพลงแล้วก็อึ้งไปครู่หนึ่ง “อะไรนะ?”
“ชื่อเพลงบ้าอะไรเนี่ย!”
“เพลงใหม่อีกแล้ว!”
“สมกับเป็นเทพดาราร้อยลักษณ์จริงๆ มีเพลงปกติกับเขาบ้างไหมเนี่ย!”
“เอาเลย!”
“ฮ่าๆๆๆ!”
ชื่อเพลงที่ชวนสับสนนี้ทำให้ผู้ชมยิ่งพากันขำ แน่นอนว่ายังคงมีผู้ชมบางส่วนที่ไม่รู้สึกคล้อยตาม
“เหอะๆ”
“มุกเดิมอีกแล้ว”
“ความสามารถจริงๆ ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ ลูกเล่นแพรวพราวไร้แก่นสารนี่มีเพียบ”
“อาศัยแค่สีสันรายการค้ำจุนล้วนๆ”
“ในเน็ตมีคนบอกว่าเทพดาราร้อยลักษณ์มีหลายคน ผลัดกันแสดง ฉันว่าคำพูดนี้อาจจะจริงก็ได้ ไม่อย่างนั้นเจ้านี่จะผีเข้าผีออกขนาดนี้ได้ยังไง?”
“นั่นสิ”
“บางครั้งเวลาร้องเพลงจริงจังก็เก่งมากนะ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจริงจัง แถมทุกครั้งเสียงยังไม่เหมือนเดิมอีก ยากจะไม่ทำให้คนสงสัยว่า ใต้หน้ากากนั้นความจริงแล้วมีคนหลายคนสลับกันมาแสดง”
ใช่แล้ว ยังมีผู้ชมอีกไม่น้อยที่ยังจมอยู่ในบรรยากาศโศกเศร้าของเพลงจากทุเรียนระเบิด จึงไม่ได้มีความรู้สึกร่วมมากนัก อาจเป็นเพราะอารมณ์ดิ่ง ทำให้มาตรฐานความตลกถูกยกสูงขึ้น นี่คือผลกระทบที่หลงเหลือจากการแสดงของทุเรียนระเบิด ไม่ง่ายที่จะหลุดพ้นออกมา แม้แต่ตอนที่ดนตรีประกอบเพลงของเทพดาราร้อยลักษณ์เริ่มดังขึ้นแล้ว หลายคนก็ยังคงนิ่งเฉย
เหล่ากรรมการต่างพากันหัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่ออก หลี่เชียว “ครั้งนี้จะมามุกไหนอีกเนี่ย?” หานปัว “สไตล์หมอนี่เริ่มไม่จริงจังอีกแล้ว!” เถียนเหวย “ทั้งที่ตอนรอบคัดเลือกทีมแดงเวลาหมอนี่ร้องเพลงจริงจัง ผลลัพธ์ก็ออกมาดีมากแท้ๆ!”
ฉินเลี่ยน “ดนตรีนี่มันร่าเริงผิดปกติเกินไปแล้ว!” ใช่แล้ว ดนตรีร่าเริงเกินไป ฉินเลี่ยนได้ยินทั้งเสียงคีย์บอร์ด กีตาร์ เบส และกลอง รวมถึงเครื่องตีที่มีจังหวะถี่มาก จนเกิดเป็นสไตล์ที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง! เหมือนกับว่าเป็นเพลงโลกสองมิติ?
หลังเวที ทีมแดง เจ้าชายกบหลุดขำ “หมอนี่มันพวกมองโลกในแง่ดีจริงๆ” สุนัขทิเบตกล่าวว่า “สังเกตไหม ตั้งแต่เขาขึ้นเวทีจนกระทั่งดนตรีประกอบเริ่มดังขึ้น อิทธิพลจากเพลงของทุเรียนระเบิดเมื่อกี้ก็ถูกชะล้างเจือจางไปแล้วครึ่งหนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัวเลย”
“ยังมีผลกระทบหลงเหลืออยู่บ้าง” นกกาเหว่าเอ่ยขึ้น “แต่เพลงนี้ฟังดูร่าเริงมากเลย เหมือนเป็นสไตล์ขั้วตรงข้ามกับเพลงของทุเรียนระเบิดเมื่อกี้เลยนะ”
“จะมีหวังชนะไหมนะ?” มือทั้งสองข้างของนกกาเหว่าบีบเข้าหากันด้วยความกังวล
“เรื่องนั้นอย่าไปคิดเลย แต่คงพอลุ้นให้แพ้ไม่น่าเกลียดเท่าไหร่ได้ละมั้ง” เจ้าชายกบเอ่ยขึ้น “ลูกเล่นแพรวพราวของเทพดาราร้อยลักษณ์นะ ให้ผลลัพธ์ที่ดีบนเวทีก็จริง แต่อยู่ต่อหน้าความสามารถที่แท้จริง การใช้เทคนิคอย่างเดียวมันไม่พอหรอก…”
แต่แล้ว คำพูดของเจ้าชายกบยังไม่ทันขาดคำ เสียงร้องของเทพดาราร้อยลักษณ์ก็ดังขึ้น วินาทีที่เสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์เปล่งออกมา ทุกคนต่างก็ตกตะลึงนิ่งอึ้ง แทบสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า แต่ละคนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยจริงๆ!