ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 368 ตาลาเปิงป่า! (1)
“อะไรคือ ‘เรื่องนี้ยังไม่ถึงคิวพวกคุณสองคนเข้ามาวุ่น’?” เจ้าชายกบฟังคำพูดนี้แล้วไม่สบอารมณ์ สุนัขทิเบตเองก็หันไปมองเทพดาราร้อยลักษณ์
แต่กลับไม่รู้ว่าคำพูดนี้ของหลินจือไป๋ มาจากการที่เขาเดาได้ว่าปลาคาร์ปน้อยมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นหานเยว่ชวง หานเยว่ชวงคือศิลปินของคุนเผิง หลินจือไป๋ในฐานะเถ้าแก่ของคุนเผิง การออกโรงปกป้องศิลปินในสังกัดตนก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลเต็มภาคภูมิ
นี่คือหน้าที่ความรับผิดชอบของเขา ถึงคำพูดนี้จะฟังดูโอหังเล็กน้อยในสายตาคนอื่นก็ตาม
เปลี่ยนตัวแล้วยังไง? คู่แข่งคือทุเรียนระเบิด ต่อให้นายเก่งกว่าปลาคาร์ปน้อย จะเอาชนะตัวเต็งคว้าแชมป์ที่น่าจับตามองที่สุดของทีมน้ำเงินคนนี้ได้งั้นเหรอ?
เวลานี้ จินเสี่ยวเฟิงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า
“เพราะก่อนหน้านี้เราคิดไม่ถึงว่าจะมีทีมขอเปลี่ยนหมายเลขกันภายใน ซึ่งในแง่หนึ่งมันขัดต่อเจตนารมณ์ดั้งเดิมของการจับคู่ดวล และทำให้กฎเดิมที่วางไว้เสียหายไปด้วย แต่ในเมื่อทั้งสองฝ่ายไม่มีข้อโต้แย้ง ทีมงานเราจึงได้ปรึกษากันและตัดสินใจว่า ในรอบนี้จะมอบสิทธิ์ให้แต่ละทีมเปลี่ยนหมายเลขได้หนึ่งครั้ง ส่วนเรื่องที่ว่าแต่ละทีมจะปรับเปลี่ยนภายในยังไง สามารถเก็บเป็นความลับไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ได้ และจะไปเปิดเผยกันอีกทีตอนแข่งขันครับ”
ให้ตายสิ กลายเป็นเกมล่าหมาป่าไปแล้วเหรอ? การปรับเปลี่ยนแนวคิดของทีมงานรายการครั้งนี้ยืดหยุ่นมาก ทำให้รายการมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย แน่นอนว่าความน่าติดตามย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย พอดีกับที่ตอนนี้การแข่งขันอย่างเป็นทางการยังไม่เริ่ม อยู่ในช่วงระหว่างการบันทึกเทป ดังนั้นต่อให้มีการปรับเปลี่ยนกฎกะทันหัน ก็ไม่กระทบการถ่ายทอดสดในช่วงค่ำ
“เห็นด้วย”
ทุกคนต่างไม่มีข้อโต้แย้ง จินเสี่ยวเฟิงพยักหน้ากล่าว “ในเมื่อไม่มีข้อโต้แย้ง งั้นทุกท่านก็ปรึกษากันเถอะครับว่าจะให้ใครเปลี่ยนกับใคร โปรดจำไว้ว่าแต่ละทีมมีโอกาสแคครั้งเดียวนะครับ”
สุนัขทิเบตเอ่ยขึ้นว่า “กติกาเปลี่ยนแล้ว ตอนนี้พวกเราก็ไม่แน่ใจว่าทุเรียนระเบิดจะยังยืนยันเปลี่ยนหมายเลขกับหญ้าอ่อนเขียวขจีอยู่หรือเปล่า ดังนั้นฝั่งเราใครอยากเปลี่ยนหมายเลขเสนอมาได้เลย”
“ผมยังไงก็ได้” เทพดาราร้อยลักษณ์กล่าว “ปลาคาร์ปน้อยหรือนกกาเหว่าเปลี่ยนกับผมได้นะ พวกคุณต่างก็มีโอกาสได้เจอทุเรียนระเบิด ลองเสี่ยงดูสักตั้งก็ได้”
“ฉันว่า…” เจ้าชายกบอยากจะพูดอย่างอื่น แต่สิ่งที่ควรพูดก็ถูกเทพดาราร้อยลักษณ์พูดไปหมดแล้ว คำพูดที่ปากจึงเหลือเพียงประโยคเดียว “ฉันก็เหมือนกัน”
“ตอนนี้ทีมน้ำเงินจะเปลี่ยนกันยังไงเราก็ยังไม่รู้” สุนัขทิเบตวิเคราะห์ “ความจริงเราลองเปลี่ยนมุมมองดูสิ ต่อให้ผม เจ้าชายกบ หรือเทพดาราร้อยลักษณ์ ต้องไปเจอกับทุเรียนระเบิดก็ไม่เป็นไร ต่อให้แพ้ก็ไม่เป็นปัญหา ยังไงในบรรดากลุ่มผู้แพ้ห้าคน สุดท้ายจะถูกคัดออกแค่สองคน มากที่สุดก็แค่สู้ต่อจากกลุ่มผู้แพ้กลับขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าเป็นนกกาเหว่ากับปลาคาร์ปน้อยที่ต้องตกไปอยู่ในกลุ่มผู้แพ้ ไม่แน่ว่าจะสู้กลับขึ้นมาได้… หวังว่าที่ผมพูดแบบนี้จะไม่เป็นการล่วงเกินพวกคุณทั้งสองคนนะครับ”
“ไม่เป็นไรครับ” นกกาเหว่ายิ้ม “ระดับความสามารถของผมในทีมแดงก็อ่อนที่สุดจริงๆ ถ้าต้องตกลงไปอยู่ในกลุ่มผู้แพ้ คงยากจะฝ่าวงล้อมออกมาได้ครับ”
“ฉันเองก็อ่อนมากเหมือนกันค่ะ” ปลาคาร์ปน้อยยิ้มตาม “อีกอย่างฉันทราบดีว่าอาจารย์ทุกท่านทำเพื่อพวกเรา งั้นฉันคงต้องขอหน้าด้านแลกเปลี่ยนหมายเลขกับอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์แล้วละค่ะ”
“ทางเลือกนี้ปลอดภัยที่สุดแล้ว” สุนัขทิเบตพยักหน้าพลางกล่าว “งั้นเราลองสมมติว่า หญ้าอ่อนเขียวขจีกับทุเรียนระเบิดเปลี่ยนกัน สถานการณ์ก็น่าจะกลายเป็น เทพดาราร้อยลักษณ์ดวลกับทุเรียนระเบิด ปลาคาร์ปน้อยเจอกับมันฝรั่ง นกกาเหว่าเจอกับหญ้าอ่อนเขียวขจี โอกาสที่เทพดาราร้อยลักษณ์จะแพ้มีสูงมาก แต่ไม่เป็นไร เพราะกลุ่มผู้แพ้มีโอกาสสามในห้าที่จะรอด ด้วยความสามารถของเทพดาราร้อยลักษณ์ น่าจะผ่านไปได้แบบไร้ความกดดัน”
“งั้นก็เอาตามนี้” เทพดาราร้อยลักษณ์พยักหน้า
เมื่อจินเสี่ยวเฟิงเห็นว่าคนกลุ่มนี้ตกลงแผนการกันได้แล้วก็พยักหน้า “ในเมื่อทีมแดงตัดสินใจภายในกันแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ให้เทพดาราร้อยลักษณ์แลกหมายเลขกับปลาคาร์ปน้อยครับ”
“เป็นฉันที่ทำให้ทุกคนลำบากแล้ว” ปลาคาร์ปน้อยรู้สึกผิดเล็กน้อย “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ ขอโทษด้วยนะคะ…”
การที่ตัวเองแลกหมายเลขกับเทพดาราร้อยลักษณ์ หมายความว่าเทพดาราร้อยลักษณ์มีโอกาสสูงมากที่จะเผชิญหน้ากับทุเรียนระเบิด เว้นแต่ทีมน้ำเงินจะเปลี่ยนแผนอีกรอบ แต่เรื่องนี้คือการเดิมพันว่าอีกฝ่ายจะไม่ปรับเปลี่ยนอีก จัดว่าเดิมพันแล้วห้ามเปลี่ยนใจนั่นแหละ
“คุณก็พยายามเข้าล่ะ” ปฏิกิริยาของเทพดาราร้อยลักษณ์สงบนิ่งมาก
เจ้าชายกบกระแอมทีหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ถ้าเจอทุเรียนระเบิด ก็จำไว้ว่าต้องสู้กลับออกมาจากกลุ่มผู้แพ้ให้ได้นะ…”
สุนัขทิเบตเองก็เอ่ยอย่างจริงจังว่า “ถึงโอกาสที่กลุ่มผู้แพ้จะรอดมาได้สามในห้าจะมีสูงมาก แต่คุณก็ต้องจริงจังหน่อยนะ อย่าพลาดท่าล่ะ”
“สู้ๆ!”
“รักษาตัวด้วย!”
เพื่อนร่วมทีมต่างพากันให้กำลังใจ เหมือนทุกคนเห็นตรงกันว่า การที่เทพดาราร้อยลักษณ์ต้องดวลกับทุเรียนระเบิด ผลลัพธ์คงหนีไม่พ้นความพ่ายแพ้แน่ หลินจือไป๋ไม่ได้พูดอะไร แค่หันไปมองจินเสี่ยวเฟิงแล้วกล่าวว่า
“ลำดับการขึ้นเวทีล่ะครับ?”
“การแข่งขันสัปดาห์นี้ ทีมน้ำเงินจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนครับ เพราะพวกเขาเสนอให้เปลี่ยนกฎเป็นคนแรก”
“ตกลงครับ”
สำหรับหลินจือไป๋ การขึ้นเวทีทีหลังปลอดภัยกว่า เขาจะตัดสินใจได้ว่าจะใช้การแสดงแบบไหนมารับมือ โดยอิงจากว่าคู่แข่งคือใครและผลงานที่อีกฝ่ายร้องคือเพลงอะไร ทีมแดงไม่มั่นใจเลยว่าทีมน้ำเงินจะยังยืนกรานตามแผนการเปลี่ยนตัวเดิมหรือไม่ ถ้าพวกเขาเปลี่ยนใจ สถานการณ์ก็อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่อีก
พลบค่ำ สถานีโทรทัศน์เทียนกวง เหล่าผู้ชมในห้องส่งที่ถ่ายทอดสดเริ่มทยอยเข้ามาแล้ว ทุกคนต่างพูดคุยซุบซิบกันด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นอย่างมาก ในที่สุดก็ถึงคราวดวลกันระหว่างทีมแดงกับน้ำเงินแล้ว
“อยากดูโชว์ของทุเรียนระเบิดแล้ว!”
“ฉันอยากดูเทพดาราร้อยลักษณ์!”
“สนับสนุนราชาเพลงโจว!”
“ทีมแดงนอกจากราชาเพลงโจวแล้ว รู้สึกว่าคนอื่นถ้าต้องเจอทุเรียนระเบิดคงจะรับมือลำบากน่าดูนะ”
“ฉันว่าหลิวริมน้ำก็ไม่เลวนะ เป็นรองทุเรียนระเบิดแค่ก้าวเดียวเอง ถ้าทำผลงานได้ดีก็มีลุ้นแชมป์อยู่นะ”
“เชียร์สุนัขทิเบต”
“ชอบดอกเพชฌฆาตสุดๆ เลย!”
“ตั้งตารอเลย วันนี้ถ่ายทอดสดด้วย!”
ในเวลาเดียวกันสัญญาณการถ่ายทอดสดก็กำลังอยู่ระหว่างการปรับจูน เมื่อพิธีกรหวงลี่ก้าวขึ้นเวที ในที่สุดสัญญาณการถ่ายทอดสดก็ถูกเปิดขึ้น! ฟึ่บๆๆ! สถานีโทรทัศน์เทียนกวง! เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิง! ทั้งสองช่องทางเปิดการถ่ายทอดสดพร้อมกัน!
แต่เนื้อหาที่เริ่มออกอากาศในช่วงแรกเป็นเทปที่บันทึกไว้เมื่อช่วงเช้า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนกฎและการรับมือของทั้งทีมแดงและทีมน้ำเงิน
“ทุเรียนระเบิด: อยากแลกหมายเลขกับหญ้าอ่อนเขียวขจี?”
“ทั้งสองฝั่งเปลี่ยนหมายเลขได้ทีมละครั้ง?”
“เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนแล้ว!”
“เฮ้ย! เทพดาราร้อยลักษณ์จะเปลี่ยนกับปลาคาร์ปน้อยเหรอ?”
“นี่เทพดาราร้อยลักษณ์จะดวลกับทุเรียนระเบิดเหรอ?”
“ฝั่งทีมน้ำเงิน ทุเรียนระเบิดเปลี่ยนกับหญ้าอ่อนเขียวขจีจริงๆ ด้วย!”
“ทุเรียนระเบิดมั่นใจมากเลย!”
“นี่แหละความน่าเกรงขามของทุเรียนระเบิด ใครหน้าไหนเขาก็ไม่กลัวทั้งนั้น!”
“รู้สึกว่าแผนการของทีมแดงนี่ดีมากเลยนะ เทพดาราร้อยลักษณ์จะแพ้ให้ทุเรียนระเบิดก็ไม่เป็นไร ต่อให้เขาลงไปอยู่ในกลุ่มผู้แพ้แล้วก็น่าจะสู้กลับขึ้นมาได้ แค่ต้องแบกรับความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่การที่เขาออกมาปกป้องปลาคาร์ปน้อยคราวนี้ แมนสุดๆ เลย ทั้งสองทีมดูจะสามัคคีกันมากกว่าที่พวกเราคิดไว้อีกนะ!”
หลังจากอุ่นเครื่อง สัญญาณการถ่ายทอดสดก็เชื่อมต่อมายังห้องส่ง หวงลี่ปรากฏตัวขึ้นบนเวที หลังจากร่ายโฆษณาเปิดตัวยาวเหยียด เขาก็เพิ่มเสียงให้ดังขึ้น
“ลำดับต่อไป ผมขอประกาศว่า ศึกตัดสินระหว่างทีมแดงและทีมน้ำเงิน King of Mask Singer อย่างเป็นทางการ จะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้ครับ!”
เว้นจังหวะเล็กน้อย หวงลี่ก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ผู้เข้าแข่งขันกลุ่มแรก ได้แก่ ทุเรียนระเบิด และ เทพดาราร้อยลักษณ์ ลำดับต่อไปขอเสียงปรบมือดังๆ ต้อนรับอาจารย์ทุเรียนระเบิดขึ้นสู่เวทีด้วยครับ!”
“กรี๊ด!”
“ทุเรียนระเบิด!”
“สู้ๆ นะทุเรียน!”
“วันนี้ทุเรียนระเบิดขึ้นเวทีคนแรกเลยเหรอเนี่ย!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์ดวลกับทุเรียนระเบิดแบบนี้ก็แพ้น่ะสิ!”
“อย่าว่าแต่เทพดาราร้อยลักษณ์เลย ต่อให้เป็นราชาเพลงโจวมาเจอทุเรียนก็ต้องหมอบเหมือนกัน!”
“ทุเรียนนี่หลุดมาจากไหนก็ไม่รู้ โหดเกินไปแล้ว!”
แถวหน้าของที่นั่งผู้ชม เหล่ากรรมการนักทายก็เตรียมพร้อมอยู่ด้านล่างเวทีแล้ว ไลน์อัปของแขกรับเชิญในทีมกรรมการนักทายในศึกแดงน้ำเงินคราวนี้ หรูหราอลังการสุดๆ! หลี่เชียว เถียนเหวย หานปัว และอิงเหวย ต่างก็มากันครบ รวมถึงเหล่าคณะกรรมการจากรอบคัดเลือกของทีมน้ำเงินที่เป็นดาราดังเช่นเดียวกัน มีแกนนำคือฉินเลี่ยน ซึ่งเคยร่วมงานกับคุนเผิงมาก่อน และจ้าวโยวเยว่กับคนอื่นๆ ที่แจ้งเกิดจากรายการ the voice!
“ฉินเลี่ยน คุณก็มาด้วยเหรอ!”
“ทีหลี่เชียวยังมาได้ ทำไมฉันจะมาไม่ได้ล่ะคะ?”
ฉินเลี่ยนและหลี่เชียวเอ่ยทักทายกัน ทั้งสองเคยเข้าร่วมรายการ the voice ด้วยกันมาก่อน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พูดคุยสนิทสนมเป็นกันเอง
และในระหว่างที่กำลังคุยเล่นกันอยู่นั้น ทุเรียนระเบิดก็กำลังเตรียมตัวขึ้นเวที ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวเดินเข้ามากระซิบข้างหูของทุเรียนระเบิดว่า “เพิ่งได้รับแจ้งมาว่า เทพดาราร้อยลักษณ์ เปลี่ยนหมายเลขกับปลาคาร์ปน้อยครับ!”
“นี่คือเทพดาราร้อยลักษณ์เหรอ?” ทุเรียนระเบิดเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเรียบๆ ว่า “งั้นก็ส่งเขาเข้าไปเล่นในกลุ่มผู้แพ้หน่อยแล้วกัน”
“แต่เทพดาราร้อยลักษณ์ฝีมือไม่เบาเลยนะครับ” ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวลังเล “ที่สำคัญที่สุดคือเพลงที่คุณจะใช้ร้องวันนี้…”
“วางใจเถอะ” ทุเรียนระเบิดโบกมือแล้วเดินไปที่เวที
รูปร่างของเขาดูสูงใหญ่ สวมหน้ากากทุเรียน มองเผินๆ ดูน่าตลกเล็กน้อย แต่กลับไม่มีใครหัวเราะ เพราะใครที่เคยดูรอบคัดเลือกทีมน้ำเงินมา ต่างก็รู้ดีว่านักร้องหน้ากากคนนี้น่ากลัวแค่ไหน! วินาทีต่อมา การร้องเพลงของทุเรียนระเบิดได้เริ่มต้นขึ้น
“น้ำตาไหลรินแผ่วเบา เธอเดินจากไปช้าๆ การครอบครองที่ง่ายดายเกินไป ไม่อาจหวนคืนเรื่องราวที่ผ่านมา”
นี่คือเพลงรักอกหัก บรรยากาศโศกเศร้าเข้าปกคลุมหัวใจของทุกคนในทันที น้ำเสียงของทุเรียนระเบิดหนาห้าวและทุ้มลึก แทบสัมผัสไม่ได้ถึงการใช้เทคนิค ทุกอย่างล้วนดูเป็นธรรมชาติและลงตัว จนบรรยากาศที่เคยจอแจเงียบสงบลงโดยไม่รู้ตัว ผู้ชมที่ฟังอยู่บางคนถึงกับตาแดงก่ำ
ฉินเลี่ยนกล่าวอย่างถอนใจเบาๆ “ทุเรียนระเบิดฝีมือดี แถมยังใจถึง กล้าเลือกเพลงช้าที่เน้นอารมณ์แบบนี้มาใช้บนเวทีแข่งขัน คนระดับเขาไม่มีทางไม่รู้ว่า เพลงประเภทนี้ไม่สร้างความได้เปรียบในการแข่งเลย แต่เขากลับร้องเข้าไปถึงหัวใจผู้ชมได้สำเร็จ”
ด้านข้าง หานปัวเอ่ยเบาๆ ว่า “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์แย่แล้วละครับ”
ในฐานะกรรมการรุ่นเก่าที่คลุกคลีกับเทพดาราร้อยลักษณ์มาตั้งแต่รอบคัดเลือกทีมแดง ความจริงแล้วหานปัวก็หวังอยากใหอีกฝ่ายชนะ แต่คู่แข่งคือทุเรียนระเบิด เรื่องนี้ช่วยไม่ได้จริงๆ
“นั่นก็ไม่แน่หรอก” หลี่เชียวขยิบตา “หลังจากดูการแข่งของเทพดาราร้อยลักษณ์มาหลายรอบ เขาทำให้ฉันรู้สึกบางอย่างที่อธิบายยาก”
ฉินเลี่ยนสงสัย “ยังไงเหรอคะ?”
หลี่เชียวกล่าว “ผู้เข้าแข่งขันอย่างเทพดาราร้อยลักษณ์ เพดานของเขาสูงจนน่ากลัว แน่นอนว่าขีดจำกัดล่างก็ต่ำจนน่ากลัวเหมือนกัน ดูเหมือนไม่ว่าเขาจะเจอกับใครก็มีโอกาสแพ้ได้เสมอ แต่ก็ดูเหมือนไม่ว่าเขาจะเจอกับใครก็มีหวังจะชนะเหมือนกัน”
“พิสดารขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
ฉินเลี่ยนไม่ได้ดูรอบคัดเลือกของทีมแดง เข้าร่วมแค่ทีมน้ำเงินเพราะราชินีเพลงงานยุ่งมาก แต่ฉินเลี่ยนก็เคยได้ยินชื่อเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์มาบ้าง ถึงจะฟังคำวิจารณ์ของหลี่เชียวแล้วยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ทุเรียนระเบิดคือราชาเพลงที่น่าสะพรึงกลัว ที่ขนาดตัวเธอเองหากต้องดวลด้วยก็ยังรู้สึกว่าน่าจะพ่ายแพ้ แม้ว่ารอบนี้ทุเรียนระเบิดจะไม่ได้ปล่อยพลังเสียงสูงที่เขาถนัดที่สุดก็ตาม