ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 373 อีกสองตอนก็จบแล้ว!
จำได้ว่าก่อนหน้านี้ตอนที่เทพดาราร้อยลักษณ์แสดงท่าทางจนปัญญา บอกว่า ‘ตาลาเบิงป่า’ คือเพลงเด็ดที่สุดของเขา ทุกคนในทีมแดงยังช่วยปลอบใจเขาอยู่เลย
วินาทีนี้นกกาเหว่า เจ้าชายกบ ปลาคาร์ปน้อย หรือแม้แต่หลัวเยี่ยนที่ถูกคัดออกไปแล้วและกำลังนั่งอยู่กับทีมกรรมการ ทุกคนต่างรู้สึกเหมือนกันคือ… โดนเทพดาราร้อยลักษณ์เล่นตลกกับความรู้สึกอย่างโหดเหี้ยม!
นี่มันเทพดาราร้อยลักษณ์ที่ไหนกัน? นี่มันราชาวายร้ายจอมกวนชัดๆ!
กระทั่งก่อนร้องเพลง ‘ตาลาเบิงป่า’ หลังจากทุเรียนระเบิดร้องจบ เทพดาราร้อยลักษณ์ก็ยังทำหน้าเคร่งเครียดบอกว่า “คงจะแพ้แล้ว” อะไรทำนองนั้นด้วย แม่ง! น่าหมั่นไส้จริงๆ! เหมือนพวกเด็กเรียนเก่งที่ชอบบอกว่า “ทำข้อสอบไม่ได้เลย” แต่พอเห็นกระดาษคำตอบ อ๋อ ที่บอกว่าทำไม่ได้ คือไม่ได้คะแนนเต็มสินะ
ผู้ชมย่อมไม่รู้ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์นั้นเจ้าเล่ห์ปั่นหัวคนเก่งขนาดไหน เพราะยังไงทุกคนก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์หลังเวที ตอนนี้จึงมีความรู้สึกขนลุกตั้งไปทั้งตัว!
ภาพที่ปรากฏขึ้นในใจทุกคนคือภาพของท้องทะเลกว้างใหญ่ คือคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง คือท้องฟ้าและผืนน้ำที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวยามสายลมพัด หยาดฝนโปรยปรายสู่ผิวน้ำ ท่ามกลางไอหมอกเวิ้งว้างนั้น เจ้าปลาใหญ่แหวกว่ายใต้ท้องทะเลมรกตทะยานขึ้นฟ้า ม่านราตรีเลื่อนปิดลงพร้อมแสงจันทร์สงบดุจสายน้ำ มีเพียงเสียงครวญของไซเรนราวกับดังก้องมาแต่ไกล ก้าวข้ามผ่านกาลเวลา
“มองเธอบินไปไกล มองเธอจากฉันไป แท้จริงแล้วตัวเธอนั้นเป็นของฟากฟ้า ทุกหยดน้ำตาล้วนไหลไปหาเธอ ไหลคืนสู่เมื่อแรกที่พบพาน…”
ประโยคสุดท้าย น้ำเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์แผ่วเบามาก แต่อารมณ์กลับเข้มข้นถึงขีดสุด คนทั้งฮอลล์ต่างนิ่งฟังอย่างสงบ ในใจพลันเกิดความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมา
อาลัยอาวรณ์เสียงเอื้อนนั้น? อาลัยอาวรณ์ปลาใหญ่ตัวนั้น? หรืออาลัยอาวรณ์ที่เพลงนี้ต้องจบลง?
อาจเป็นทั้งหมดนั้นละมั้ง บทเพลงอันงดงามนี้ทำให้ผู้ชมทุกคนได้ร่วมทำความฝันที่ทั้งแสนสั้นและนานแสนนานไปพร้อมกับเทพดาราร้อยลักษณ์ ทุกคนถึงขั้นลืมไปแล้วว่านี่คือเสียงของใคร? จะบอกว่าเป็นเสียงของหลัวเยี่ยนก็ไม่ผิด แต่ก็แค่เริ่มต้นเท่านั้น ฟังไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีใครสนใจแล้วว่าเทพดาราร้อยลักษณ์กำลังเลียนเสียงใครอยู่ เพราะเสน่ห์ของเพลงนี้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว!
จนกระทั่งเทพดาราร้อยลักษณ์โค้งคำนับ ผู้ชมถึงได้รู้สึกตัวว่าเพลงจบลงแล้วจริงๆ หลังจากความเงียบงันผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคลื่นยักษ์ก็ระเบิดขึ้น!
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
ทุกคนกรีดร้องตะโกนชื่อนี้ราวกับทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เพลงนี้ทำให้ผู้ชมในห้องส่งและทางบ้านต่างสะเทือนใจไปตามๆ กัน! ทีมกรรมการ หานปัวถึงกับอดใจไม่ไหวตะโกนลั่นว่า “แชมป์! แชมป์! แชมป์!”
สุดท้ายคนทั้งฮอลล์ต่างตะโกนตามกันไปหมด การแสดงนี้ต่อให้บอกว่าเพื่อชิงแชมป์ก็น่าเชื่อถืออย่างยิ่ง!
“แฮ่ๆ” เทพดาราร้อยลักษณ์โบกมือเบาๆ “ผมถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ นี่เป็นเพลงก้นหีบของผมแล้วครับ”
ห้องส่งเงียบกริบ เทพดาราร้อยลักษณ์คุมบรรยากาศได้อย่างอยู่หมัด! แต่หลัวเยี่ยนกลับหน้าแดงก่ำ อดไม่ได้ที่จะตะโกนลั่น “ทุกคนอย่าไปเชื่อนะครับ! ตอนอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ร้องเพลง ‘ตาลาเบิงป่า’ จบ เขาก็พูดกับพวกเราแบบนี้!”
เชี่ย! ขนาดคนซื่อๆ ก็ยังทนไม่ไหวแล้ว!
ผู้ชมพลันขำกลิ้ง คิดไม่ถึงเลยว่าหลังเวทีจะมีเรื่องแบบนี้ แต่พอมาลองคิดดูดีๆ มันก็เข้ากับสไตล์ขี้แกล้งจอมกวนของเทพดาราร้อยลักษณ์จริงๆ!
“ร้ายกาจเกินไปแล้ว!”
“นี่แหละเทพดาราร้อยลักษณ์ตัวจริง!”
“แตรอบนี้อาจจะเป็นขีดจำกัดจริงๆ แล้วละมั้ง?”
“แต่ขีดจำกัดนี่มันก็โหดเกินไปแล้ว ฉันรู้สึกว่าเพลงนี้คว้าแชมป์ได้เลยนะ!”
“หมอนี่ชอบพูดจาเรื่อยเปื่อย! อย่าลืมนะว่าอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ถึงขั้นแอบเป็นนักร้องหญิงมาแล้ว! แถมยังแอบเป็นหลินโสวจัวจนโดนเจ้าตัวเปิดหน้ากากแฉกลางเวทีเลย!”
“ทำไมถึงมีคนประหลาดๆ แบบนี้ได้นะ! ไม่ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จะเป็นใคร ทันทีที่เขาเปิดหน้ากาก ความนิยมระเบิดเป็นพลุแตกแน่!”
หลีเซียวหัวเราะลั่น “วันนี้เป็นรายการสด พวกเราไม่เห็นเลยว่าหลังเวทีเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ทีมงานทำคลิปเบื้องหลังออกมาทีหลังนะคะ”
ฉินเลี่ยนร่วมผสมโรง “ต้องดูให้ได้เลยว่าเทพดาราร้อยลักษณ์พูดเหลวไหลอะไรไว้บ้าง!”
ผู้ชมทั้งฮอลล์ตะโกนตามเห็นด้วย! หวงลี่เดินขึ้นมาบนเวที “ทีมงานต้องจัดเตรียมให้แน่นอนครับ พวกคุณอาจจะยังไม่รู้ ก่อนหน้านี้เทพดาราร้อยลักษณ์ยังเคยแกล้งทำเสียงตัวแทนเจียงบริษัทเรา หลอกคุณจินเสี่ยวเฟิง ผู้อำนวยการรายการ จนคุณจินงงเป็นไก่ตาแตกเลยละครับ…”
พรืด! ผู้ชมขำจนปวดท้อง สมกับเป็นเทพดาราร้อยลักษณ์จริงๆ นายมาร่วมรายการ King of Mask Singer แกล้งคนไปกี่คนแล้วกันแน่เนี่ย! แสบเกินไปแล้ว!
หวงลี่กล่าวต่อ “ขอบคุณการแสดงของอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ครับ ทุกคนช่วยสงบอารมณ์ลงหน่อยนะครับ ลำดับถัดไปยังมีการแสดงรออยู่”
เทพดาราร้อยลักษณ์โบกมือ จากนั้นเขาก็กลับไปที่ห้องพัก สุนัขทิเบตและเจ้าชายกบพุ่งเข้าหาเขาทันทีจากซ้ายและขวา ทำท่าเหมือนจะช่วยกันกระชากหน้ากากเขาออก หลินจือไป๋ร้องลั่น “เฮ้ย!”
“เฮ้ยอะไรล่ะ!” สุนัขทิเบตสวนกลับโดยอัตโนมัติ จากนั้นทุกคนก็ต่างหัวเราะท้องแข็ง แน่นอนว่าการจะกระชากหน้ากากอะไรนั่นเป็นการล้อเล่นขำๆ หลักๆ คือปากของเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่มีคำพูดที่น่าเชื่อถือได้จริงๆ เลยสักคำ ทุกคนต่างทั้งขำทั้งระอา!
ต่อไปคือการร้องเพลงของหญ้าอ่อนเขียวขจี เพียงแต่ไม่รู้ทำไม ผลงานของหญ้าอ่อนเขียวขจีกลับย่ำแย่มาก ถึงขั้นเกิดความผิดพลาดซึ่งหาได้ยากยิ่งบนเวที King of Mask Singer นี่ส่งผลให้ผลลัพธ์บนเวทีของเธอดูธรรมดามาก
กลับกัน การร้องเพลงของปลาคาร์ปน้อยในลำดับถัดมา กลับดึงอารมณ์ของผู้ชมให้พลุ่งพล่านขึ้นมาได้อีกครั้ง ไม่ใช่แค่เพราะการถ่ายทอดบทเพลงที่ยอดเยี่ยม แต่เพราะเสียงของเธอเริ่มเปิดเผยตัวตนแล้ว
“เหมือนหานเยว่ซวงเลย?”
“หานเยว่ซวงแห่งคุนเผิง!”
“ใช่ๆ เสียงนี้แหละ!”
“ก่อนหน้านี้ปลาคาร์ปน้อยเคยร้องเพลงภาษาฉี หานเยว่ซวงก็แจ้งเกิดที่ฉีโจวพอดีเลย!”
“เชี่ย! ที่แท้ก็เธอนี่เอง!”
“เก้าส่วนเต็มสิบ ไม่หนีจากนี้แน่!”
“รู้สึกว่าเหล่านักร้องเริ่มจะเปิดเผยตัวตนออกมามากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว มีแต่เทพดาราร้อยลักษณ์นี่แหละที่ยังทำให้คนเดาไม่ถูก!”
ผู้ชมต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ พิธีกรหวงลี่ขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง “เอาละครับ นักร้องในสัปดาห์นี้ทำการแสดงเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้เรามาดูคะแนนของนักร้องแต่ละท่านกันครับ ไม่ทราบเลยว่าใครกันที่จะได้เป็นราชาเพลงในวันนี้?”
หวงลี่พูดพลางเชิญเหล่านักร้องกลุ่มผู้ชนะขึ้นเวที เมื่อหลินจือไป๋กลับถึงเวทีก็ได้ยินเสียงตะโกนอื้ออึงมาจากด้านล่าง
“สุนัขทิเบต!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“เจ้าชายกบ!”
ผู้ชมข้างล่างทุกคนต่างตะโกนเรียกชื่อนักร้องที่ตนชอบ แต่เห็นได้ชัดว่าเสียงเรียกชื่อเทพดาราร้อยลักษณ์ดังที่สุด ระดับการสนับสนุนสูงสุด! และความจริงพิสูจน์แล้วว่าดวงตาของผู้ชมนั้นเฉียบคม! เมื่อคะแนนปรากฏ อันดับหนึ่งเทพดาราร้อยลักษณ์ก็ทิ้งห่างขาดลอย!
หวงลี่เห็นผลลัพธ์แล้วประกาศเสียงดังว่า “ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ ที่ได้เป็นราชาเพลงประจำสัปดาห์นี้ครับ!”
“ยินดีด้วย!”
“สุดยอดไปเลย!”
“คู่ควรสมศักดิ์ศรี!”
สุนัขทิเบต เจ้าชายกบ และคนอื่นๆ ต่างพากันยิ้มแสดงความยินดี แม้แต่หญ้าอ่อนเขียวขจีก็ยังปรบมือแล้วกล่าวว่า “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์แข็งแกร่งเกินไปแล้ว”
“ขณะเดียวกัน” หวงลี่กล่าวว่า “สัปดาห์ถัดไป อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์จะได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศแปดคัดเหลือหกในทันที นี่คือสิทธิพิเศษของราชาเพลงในสัปดาห์นี้ครับ!”
หลินจือไป๋โค้งคำนับ แม้ว่าสิทธิพิเศษในการเข้าสู่รอบรองชนะเลิศนี้หลินจือไป๋จะไม่ใส่ใจนัก ถึงขั้นที่เขาเสียดายหน่อยๆ ด้วยซ้ำที่จะไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบก่อนหน้า และในเวลานี้เองหวงลี่พูดต่อว่า “แต่สิทธิพิเศษนี้มีให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์สามารถเลือกเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ทันที หรือจะสละสิทธิ์นี้เพื่อรับสิทธิ์การคืนชีพชดเชยจากรายการ ซึ่งหมายความว่าคุณจะมีโอกาสหนึ่งครั้งในการชุบชีวิตตัวเองหรือคนอื่นครับ”
โอ้โห? ทีมงานรายการนี้รู้จักเล่นใช้ได้เลย สิทธิพิเศษถึงกับให้เลือกเลยเหรอ?
หลินจือไป๋ดวงตาเป็นประกายวาบ ก่อนจะเอ่ยว่า “ผมเลือกสิทธิ์คืนชีพครับ”
หวงลี่ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ไม่มีปัญหาครับ เมื่อมีสิทธิ์นี้แล้ว ในรอบหน้าต่อให้คุณถูกคัดออก คุณก็สามารถชุบชีวิตตัวเองกลับมาได้”
“ไม่ครับ” หลินจือไป๋กล่าว “ตอนนี้ผมอยากคืนชีพหลัวเยี่ยนเลยครับ”
หลักๆ เพราะหลินจือไป๋อยากลงแข่งในรอบหน้า ส่วนการคืนชีพให้หลัวเยี่ยนนั้นเป็นแค่ผลพลอยได้ หลัวเยี่ยนที่อยู่ล่างเวทีถึงกับผงะอึ้ง พลันซาบซึ้งตื้นตันใจอย่างที่สุด เขารีบลุกขึ้นกล่าวว่า “ขอบคุณอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ครับ แต่ผมรู้ดีว่าตัวเองยังมีจุดบกพร่องอยู่อีกมาก ต่อให้ได้คืนชีพก็คงไม่มีความสามารถพอจะชิงตำแหน่งแชมป์ได้…”
ผู้ชมเองก็ประหลาดใจเช่นกัน! เทพดาราร้อยลักษณ์ใจกว้างเกินไปแล้ว! ต้องการคืนชีพหลัวเยี่ยนโดยไม่ลังเลสักนิด!
หลินจือไป๋กำลังจะพูดอะไรต่อ พิธีกรหวงลี่ก็เตือนขึ้นว่า “สิทธิ์การคืนชีพของคุณใช้ได้แค่กับผู้เข้าแข่งขันที่ยังไม่เปิดหน้ากากเท่านั้นครับ อาจารย์หลัวเยี่ยนเปิดหน้ากากไปแล้ว ไม่สามารถถูกคืนชีพได้”
เทพดาราร้อยลักษณ์: “…”
หลัวเยี่ยนที่อยู่ด้านล่างเวทีแสดงสีหน้าซาบซึ้ง “เพลงเจ้าปลาใหญ่ของอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์วันนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ผมอย่างลึกซึ้งแล้วครับ ผมพอใจยิ่งกว่าการได้คืนชีพอีก แต่ก็ต้องขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของคุณนะครับ คุณเป็นทั้งครูและมิตรที่ดีของผมเลย!”
“ตกลงครับ” เทพดาราร้อยลักษณ์กล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็เก็บสิทธิคืนชีพเอาไว้ก่อนแล้วกันครับ ผมจะยังเข้าร่วมการแข่งขันสัปดาห์หน้า”
สิทธิ์คืนชีพเป็นของดี และเป็นสิ่งที่หลินจือไป๋คว้ามาเองกับมือ เขารู้สึกว่ามันดีกว่าการได้เข้ารอบรองชนะเลิศโดยตรงเสียอีก ส่วนจะใช้ยังไงก็ค่อยว่ากันอีกที
“เยี่ยม!” ผู้ชมต่างดีใจอย่างบ้าคลั่ง! ทุกคนก็ไม่อยากพลาดชมการแข่งขันของเทพดาราร้อยลักษณ์เลยสักรอบเดียว ต่อให้รอบหน้าแพ้ก็ไม่เป็นไร เพราะเขาสามารถชุบชีวิตตัวเองได้ การออกแบบกฎของทีมงานรายการครั้งนี้สมบูรณ์แบบมากจริงๆ
“ได้ครับ” หวงลี่ยิ้มกล่าว “ถ้าอย่างนั้นอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ได้รับสิทธิ์คืนชีพหนึ่งครั้ง แต่ต้องเข้าร่วมการแข่งขันในสัปดาห์หน้านะครับ ผมขออนุญาตเตือนทุกท่านว่า การแข่งขันรอบหน้าคือแปดคนคัดเหลือหก สัปดาห์ถัดไปจะเป็นรอบรองชนะเลิศกับชิงชนะเลิศครับ ซึ่งทั้งรอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในสัปดาห์เดียวกันเลย หมายความว่ารายการของเราเหลืออีกเพียงแค่สองตอนเท่านั้น หวังว่าทุกคนจะติดตามทะนุถนอมความทรงจำช่วงสุดท้ายของรายการ King of Mask Singer ไว้นะครับ รอบนี้จบลงเพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่รับชมครับ!”
เหลืออีกแค่สองตอน! รายการใกล้จบแล้ว!
ทางด้านกลุ่มผู้แพ้ที่อยู่หลังเวที ทุเรียนระเบิดมองดูเทพดาราร้อยลักษณ์ได้รับตำแหน่งราชาเพลงประจำสัปดาห์นี้ มือพลันกำหมัดแน่น เดิมทีเขาเคยนึกว่าเกียรติยศนี้จะเป็นของตนเอง! แต่ตอนนี้พูดอะไรก็สายไปแล้ว ไม่! ยังไม่สายเกินไป! ตัวเขายังไม่ถูกคัดออก! ถ้าเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ตนต้องได้พบเทพดาราร้อยลักษณ์อีกครั้งแน่! ถึงตอนนั้นเขาจะต้องช่วงชิงสิ่งที่สูญเสียไปกลับมาด้วยมือของตัวเองให้ได้!
ด้านข้างหลิวริมน้ำกัดฟันแน่น “ถ้าต้องพบเทพดาราร้อยลักษณ์อีกครั้ง ฉันจะชนะได้ไหมนะ?” หากเป็นสองเพลงอย่างในวันนี้ หลิวริมน้ำรู้สึกว่าตนเองคงมีความหวังไม่มากนัก แต่เพลงสองเพลงในคืนนี้น่าจะเป็นไพ่ตายทั้งหมดของเทพดาราร้อยลักษณ์แล้วละมั้ง? หากเป็นเช่นนั้น ตนย่อมมีโอกาสเอาชนะเทพดาราร้อยลักษณ์ได้แน่
ประจวบเหมาะที่ดอกเพชฌฆาตเองก็คิดแบบนั้น เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จะยังงัดเพลงที่สั่นสะเทือนใจผู้คนได้มากกว่า ‘เจ้าปลาใหญ่’ ออกมาได้อีก แต่ว่า… เทพดาราร้อยลักษณ์ถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ หรือ?