ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 374 เทศกาลวันพ่อแม่!
เมื่อเทพดาราร้อยลักษณ์คว้าตำแหน่งราชาเพลงในสัปดาห์นี้ การแข่งขันรอบสิบคนเข้ารอบแปดในการดวลแดง-น้ำเงินก็ได้สิ้นสุดลง แต่ผู้ชมที่ดูการถ่ายทอดสดมาตลอดกลับอารมณ์ค้าง วิพากษ์วิจารณ์นับไม่ถ้วนบนโลกออนไลน์!
“สัปดาห์นี้ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์ระห่ำล้างบางเลย!”
“ตอนที่เทพดาราร้อยลักษณ์ใช้หกเสียงร้องเพลง ‘ตาลาเบิงป่า’ คราวนั้นทำเอาผมอึ้งไปเลย!”
“ฉันชอบเพลงเจ้าปลาใหญ่ที่เขาร้องในรอบที่สองมากกว่า!”
“ถ้าจะบอกว่าหลัวเยี่ยนคือเสียงแห่งไซเรน งั้นเทพดาราร้อยลักษณ์ก็เป็นเจ้าแห่งท้องทะเลแล้ว!”
“ฮ่าๆ เจ้าแห่งท้องทะเลก็เข้าท่า”
“แต่ก่อนแข่ง ใครจะไปคิดว่าทุเรียนระเบิดที่เป็นตัวเต็งที่สุดในสายตาผู้ชม จะพลิกมาแพ้ให้กับเทพดาราร้อยลักษณ์!”
“ทุกคนประเมินเทพดาราร้อยลักษณ์ต่ำเกินไปจริงๆ!”
ต้องรู้ว่าก่อนการแข่งขัน อันดับความสามารถใน King of Mask Singer ที่ชาวเน็ตวิเคราะห์ เทพดาราร้อยลักษณ์ถูกจัดอยู่แค่อันดับหก ถือว่าเป็นอันดับท้ายๆ เพราะเหลือผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดสิบคนเท่านั้น
แต่ทว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ที่อยู่อันดับหก กลับคว้าตำแหน่งราชาเพลงในสัปดาห์นี้ไปครอง ส่วนทุเรียนระเบิดที่เป็นตัวเต็งกลับตกไปอยู่กลุ่มผู้แพ้ แม้แต่เจ้าชายกบหรือโจวหานจินที่ทุกคนตั้งตารอผลงานในสัปดาห์นี้ ก็ดูจะธรรมดาไปหน่อย ผลลัพธ์นี้จึงต่างจากที่ทุกคนคาดไว้สิ้นเชิง!
และวินาทีนี้ทุกคนเพิ่งตระหนักได้ว่า เทพดาราร้อยลักษณ์ที่ดูขี้เล่นและดูไม่จริงจังที่สุดในช่วงแรกๆ ของการแข่ง แท้จริงแล้วคือ ‘บอสใหญ่’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในรายการต่างหาก!
ขณะเดียวกันข่าวจากสื่อต่างๆ ก็เกี่ยวข้องกับรายการทั้งสิ้น:
ทุเรียนระเบิดพ่ายให้กับเทพดาราร้อยลักษณ์!
เทพดาราร้อยลักษณ์หนึ่งคนเล่นห้าบทบาทร้องเพลงตาลาเบิงป่า!
เบื้องหลังหน้ากากใช้หลายคนแสดง? เทพดาราร้อยลักษณ์ร้องหนึ่งเพลงทำลายข้อสงสัย!
เทพดาราร้อยลักษณ์ เสียงสวรรค์!
เทพดาราร้อยลักษณ์ จากการเลียนแบบสู่การก้าวข้าม!
เทพดาราร้อยลักษณ์ คว้าตำแหน่งราชาเพลงสัปดาห์แรกของศึกแดง-น้ำเงิน!
เจ้าชายกบที่สงสัยว่าเป็นโจวหานจิน สภาพร่างกายไม่ค่อยดี?
ปลาคาร์ปน้อยอาจเป็นหานเยว่ซวง สุนัขทิเบตแท้จริงคือจางซีหยาง!?
เหล่านักร้องทีมแดงนอกจากเทพดาราร้อยลักษณ์ที่ยังคงลึกลับ ข้อมูลตัวตนของคนอื่นๆ ก็ดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่เหล่านักร้องทีมน้ำเงิน ชาวเน็ตก็เริ่มขุดคุ้ยเบาะแสบางอย่างออกมาได้บ้างแล้ว:
เสียงของหลิวริมน้ำเหมือนราชาเพลง ‘เชินฉวนชวี’ แห่งค่ายน่าเชินมาก!
เสียงของดอกเพชฌฆาตเหมือนกับราชินีเพลง ‘สือปิงเจีย’ แห่งค่ายน่าเชินมาก!
เสียงของหญ้าอ่อนเขียวขจียังฟังไม่ออกในตอนนี้ แต่ข้อมูลของทุเรียนระเบิดกลับถูกขุดออกมาได้บ้างแล้ว!
“ทุเรียนระเบิดมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นราชาเพลงระดับท็อปของฉีโจว ‘เยจวินจี๋’!”
คนที่ขุดข้อมูลนี้ออกมาคือนักศึกษาที่เคยไปเรียนที่ฉีโจวสามปี เขาได้โพสต์บทวิเคราะห์ยาวเหยียด ยืนยันความถูกต้องของข้อมูลนี้จากหลายด้าน กระทั่งยังอัปโหลดไฟล์เสียงเพลงบางส่วนของเยจวินจี๋มาด้วย เมื่อชาวเน็ตได้ฟังแล้วก็เหมือนมากจริงๆ!
หลังจากนั้นยิ่งมีชาวเน็ตบางส่วนที่รู้จักนักร้องฉีโจวเป็นอย่างดี เข้ามาคอมเมนต์ต่อท้ายว่า “เป็นราชาเพลงแน่ๆ!”
“ก่อนหน้านี้ฉันก็บอกแล้วว่าทุเรียนระเบิดน่าจะเป็นราชาเพลงตัวท็อปของฉีโจวเยจวินจี๋!”
“เยจวินจี๋คือหนึ่งในสี่จตุรเทพของวงการเพลงฉีโจว เรียกได้ว่าเป็นราชาเพลงในหมู่ราชาเพลง มิน่ารอบคัดเลือกทีมน้ำเงินเขาได้ที่หนึ่งทุกรอบ!”
“สี่จตุรเทพ?”
“ใช่แล้ว เป็นคำเรียกขานในวงการเพลงฉีโจว ที่เรียกราชาเพลงที่เก่งที่สุดสี่คนว่า ‘สี่จตุรเทพ’”
“ไม่มีสี่ราชินีเพลงอะไรทำนองนั้นบ้างเหรอ?”
“ไม่มีหรอก แต่คำว่าสี่จตุรเทพเป็นที่ยอมรับกันทั่วในฉีโจว ดังนั้นต่อให้เจ้าชายกบคือโจวหานจิน และสุนัขทิเบตคือจางซีหยางตามที่ทุกคนเดาจริงๆ ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็อาจจะสู้เยจวินจี๋ไม่ได้ก็ได้นะ!”
“ไม่ใช่ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ชนะมาแล้วเหรอ?”
“พูดแบบนั้นก็ถูก แตรอบที่ทุเรียนระเบิด เยจวินจี๋ เจอกับเทพดาราร้อยลักษณ์ เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ได้ทุ่มสุดตัว หรือก็คือประมาทคู่ต่อสู้ไปหน่อย แนวเพลงของเขาเพลงนั้นไม่นับว่าแข็งแกร่งเป็นพิเศษบนเวทีการแข่งขัน กลับกันเพลงอย่าง ‘ตาลาเบิงป่า’ ของเทพดาราร้อยลักษณ์ ผลลัพธ์บนเวทีต้องระเบิดอารมณ์แน่นอนอยู่แล้ว มันถูกกำหนดด้วยสไตล์ของเพลง”
“ปัญหาในตอนนี้ก็คือ… เทพดาราร้อยลักษณ์ถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ หรือเปล่า? ถ้าเทพดาราร้อยลักษณ์ยังร้องเพลงแบบ ‘เจ้าปลาใหญ่’ ออกมาได้อีก บางทีอาจจะยังพอสู้กับเยจวินจี๋ได้ แต่เจ้าตัวก็ดันบอกเองว่าถึงขีดจำกัดแล้ว”
“เหอะๆ คำพูดของเทพดาราร้อยลักษณ์นะ แม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนเดียวฉันก็ไม่กล้าเชื่อแล้ว หมอนี่พูดจาเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย ไม่จริงเลยสักคำ!”
“ดูเร็ว! การจัดอันดับความสามารถล่าสุดออกมาแล้ว!”
“คะแนนสนับสนุนของเทพดาราร้อยลักษณ์สูงขึ้นไม่น้อยเลยนะ!”
ที่แท้ในระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ทีมงานรายการก็ได้เปิดให้มีการลงคะแนนจัดอันดับความสามารถใน King of Mask Singer อีกครั้ง และครั้งนี้…
อันดับสี่: เทพดาราร้อยลักษณ์!
อันดับสาม: เจ้าชายกบ! (ทุกคนยังคงเชื่อมั่นในตัวราชาเพลงโจวอย่างเต็มเปี่ยม รู้สึกว่าการแสดงในวันนี้ไม่ได้เป็นตัวแทนความสามารถที่แท้จริงของโจวหานจิน)
อันดับสอง: สุนัขทิเบต! (เพราะสุนัขทิเบตโคตรจะเหมือนจางซีหยางเกินไปแล้ว! หากสุนัขทิเบตคือจางซีหยาง พลังการคุมเวทีของเขาไม่ด้อยแน่นอน น่าจะสูสีกับราชาเพลงโจว แต่ใครใช้ให้สัปดาห์นี้เหล่าโจวแสดงได้ธรรมดาสุดๆ เลยล่ะ ดังนั้นจะนำอีกฝ่ายอยู่ก้าวหนึ่งก็ไม่แปลก)
อันดับหนึ่ง: ยังคงเป็นทุเรียนระเบิด!
ถึงแม้ทุเรียนระเบิดจะพลาดท่าให้เทพดาราร้อยลักษณ์ แต่ถ้าเขาคือเยจวินจี๋ หนึ่งในสี่จตุรเทพแห่งฉีโจวจริงๆ งั้นก็ยังเป็นบุคคลที่ราศีแชมป์จับที่สุดอยู่ดี อีกทั้งต้องยอมรับว่าการที่ทุเรียนระเบิดพลาดท่าในสัปดาห์นี้ เกี่ยวข้องกับการเลือกเพลงที่ไม่เข้ากับเวทีอยู่บ้าง ผู้ชมไม่มีทางปฏิเสธความจริงที่เขาคว้าอันดับหนึ่งทุกรอบในช่วงคัดเลือกทีมน้ำเงิน เพียงเพราะเขาพลาดท่าครั้งเดียวนี้ เขาเคยสร้างความฮือฮามาหลายครั้งแล้ว ทุกคนยังจำได้ไม่ลืม!
แน่นอนว่าหลินจือไป๋ก็เห็นการจัดอันดับนี้แล้ว แต่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก กลับเป็นตัวตนของทุเรียนระเบิดที่ทำให้เขาเกิดสงสัยขึ้นมา
‘สี่จตุรเทพแห่งวงการเพลงฉีโจว? ฟังดูเหมือนจะเก่งกาจมากเลย ฮ่องกงชาติก่อนก็มีสี่จตุรเทพเหมือนกัน ล้วนแต่เป็นพวกมีความสามารถ แต่อาณาเขตฉีโจวกว้างขวางยิ่งกว่า การได้รับคำชมเชยแบบนี้แสดงว่าเยจวินจี๋น่ากลัวมากจริงๆ ถ้าอีกฝ่ายจัดเต็มคงดุดันมากสินะ?’
ส่วนเรื่องที่ว่าถึงขีดจำกัดหรือยังอะไรนั่น สิ่งที่หลินจือไป๋พูดก็ทั้งถูกและไม่ถูก ในแง่เทคนิคการร้อง หลินจือไป๋ใช้ถึงขีดสุดแล้วจริงๆ ตัวเขาเองมีความสามารถอยู่ในระดับนี้ แต่ในด้านบทเพลงเขายังไม่ถึงขีดจำกัด ตัวเลือกที่เขาสามารถทำได้มีมากมาย เทพที่แท้จริงนะไม่มีขีดจำกัดหรอก
“คิดอะไรอยู่เหรอ?” เมื่อเห็นหลินจือไป๋ไถโทรศัพท์อย่างใจลอย หลินซีจึงเอ่ยถามขึ้นมา “วันนี้ออกไปทำอะไรข้างนอกเหรอ ทำไมไม่มาดูการแข่งขันกับพวกเราล่ะ?”
หลินจือไป๋: “…”
การแข่งขันรอบก่อนๆ เป็นการบันทึกเทป ตอนที่ออกอากาศเขาจึงนั่งดูพร้อมกับครอบครัวได้ทุกตอนไม่เคยพลาด แต่สัปดาห์นี้เป็นการถ่ายทอดสด เขาต้องขึ้นไปร้องเพลงบนเวที ไม่มีวิชาแยกร่าง ย่อมไมอาจอยู่ดูการแข่งขันกับครอบครัวได้ ทำได้เพียงรีบนั่งรถกลับบ้านทันทีหลังจบการแข่งขัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะยังทำให้คนสงสัยจนได้
“น่าสงสัยจริงๆ นะเนี่ย” แม่เอ่ยแทรกขึ้น สายตาจับจ้องไปที่หลินจือไป๋ไม่กะพริบ “รายการจบถึงกลับมา หรือลูกเองก็ไปร่วมการบันทึกเทปด้วย?”
“ผม…”
“ร้อนตัวแล้ว!” หลินเชิงเทียนเห็นน้องชายอึกอักก็ตบมือดังฉาดด้วยความตื่นเต้น “นายไปร่วมบันทึกเทปมาจริง… แต่ก็แปลกนะ ในรายชื่อทีมงานไม่เห็นมีชื่อนายเลย ผู้อำนวยการรายการ King of Mask Singer ครั้งนี้เหมือนจะเป็นจินเสี่ยวเฟิงคนนั้น…”
หลินจือไป๋กะพริบตาปริบๆ เหมือนครอบครัวจะเข้าใจอะไรผิดไป คิดว่าเขาไปรับหน้าที่ผู้อำนวยการรายการอย่างนั้นเหรอ? อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้หลินจือไป๋เคยเป็นผู้อำนวยการรายการ ‘The Voice’ ของค่ายคุนเผิงมาก่อน ความคิดของคนในครอบครัวจึงย่อมเอนเอียงไปทางนั้น
“ก็ได้ครับ” หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “ผมไปร่วมงานมา”
ประโยคนี้เขาพูดไม่ผิด ต่อให้ภายหลังครอบครัวจะเอาเรื่อง เขาก็แก้ตัวได้ว่าก่อนหน้านี้ผมก็เคยยอมรับไปแล้วนะ! ถึงฉันจะแค่ยอมรับว่าไปร่วมงานมา แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไปในฐานะอะไร
“พอรู้สึกสงสัยแล้วทำไมไม่ลงชื่อไว้ล่ะ!”
หลินจือไป๋กระแอมทีหนึ่ง “ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่น่ะครับ”
หลินซียิ้มกล่าว “นายคงกลัวจะส่งผลกระทบไม่ดีสินะ ยังไงตอนนี้ก็เป็นถึงหัวหน้าแผนกเพลงเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ถ้ายังไปเป็นผู้อำนวยการดนตรีให้รายการคุนเผิงอีก ทางสำนักงานใหญ่ต้องมีคนบ่นแน่ เลยไม่ลงชื่อแต่ไปทำงานให้เฉยๆ สินะ…”
แบบนี้ก็ได้เหรอ? หลินจือไป๋ไม่กล้าส่งเสียง แต่คนในครอบครัวกลับพากันพยักหน้าเห็นด้วยกับบทวิเคราะห์ของหลินซี เพราะการคาดเดานี้มันสมเหตุสมผลสุดๆ
“จริงๆ เลย!” แม่ยิ้มกล่าว “เรื่องแค่นี้เอง ลูกปิดบังคนอื่นได้แต่ไม่จำเป็นต้องปิดบังคนในบ้านนี่นา ในเมื่อลูกก็มีส่วนร่วมกับรายการนี้ งั้นคราวหน้าก็เอาบัตรมาให้คนในบ้านคนละใบสิ ถึงตอนนั้นเราจะไปดูการแข่งขันสัปดาห์หน้ากันที่ห้องส่งเลย!”
“เป็นข้อเสนอที่ดี!” หลินซียิ้มกล่าว “เสี่ยวเฮย นายจัดการได้ใช่ไหม?”
“ไม่มีปัญหาครับ” หลินจือไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “สัปดาห์หน้าผมจะสำรองที่นั่งแถวหน้าไว้ให้ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นรอบหน้าพวกเราก็ลงคะแนนโหวตได้ด้วยนะสิ!?” แม่ยิ้มแล้วบอกว่า “ถ้าอย่างนั้นตอนนั้นแม่จะโหวตให้สุนัขทิเบต เขาอาจจะเป็นจางซีหยางก็ได้!”
“หนูก็ชอบสุนัขทิเบตค่ะ” หลินซียิ้มกล่าว “แต่จะโหวตให้ใครจริงๆ ก็ต้องดูการแสดงหน้างาน”
“แน่นอนอยู่แล้ว” แม่สนับสนุน “พวกเราในฐานะผู้ชมก็ต้องมีความยุติธรรมหน่อยสิ ไม่แน่ว่าคะแนนของแม่คนเดียวอาจจะเปลี่ยนผลการแข่งขันได้เลยนะ!”
“วางใจเถอะครับ” หลินเชิงเทียนในฐานะคนที่คร่ำหวอดในวงการบันเทิงเอ่ยขึ้นอย่างผู้มีประสบการณ์ “รอบรองสุดท้าย คนที่ทำหน้าที่โหวตต้องไม่ใช่แค่ผู้ชมในห้องส่งแน่ แต่จะมีคณะกรรมการมืออาชีพด้วย อีกอย่าง การแข่งขันวันนั้น การเลือกเพลงของหลายคนต้องชำแรกกันแน่”
“เลือกเพลงชำแรก?” หลินซีสงสัย “หมายความว่ายังไง?”
หลินเชิงเทียนยิ้มแล้วกล่าวว่า “รายการสัปดาห์หน้าจะถ่ายทอดสดวันเสาร์ ลองคิดดูสิว่าวันนั้นคือวันอะไร”
“วันเสาร์หน้า…” หลินซีพลันนึกขึ้นได้ “วันพ่อแม่!”
“ถูกต้องเลย” หลินเชิงเทียนกล่าว “วันพ่อแม่วันนั้น การร้องเพลงที่เกี่ยวกับพ่อและแม่ ย่อมเป็นสิ่งที่เข้ากับบรรยากาศที่สุด ดังนั้นตอนนั้นนักร้องหน้ากากเกือบทุกคนเลยเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพิจารณาองค์ประกอบนี้”
หลินจือไป๋ชะงัก เขาไม่ได้ตระหนักเลยว่าวันเสาร์หน้าเป็นวันพ่อแม่แล้ว เพราะหลินจือไป๋เป็นคนที่แม้แต่วันเกิดตัวเองก็ยังจำไม่ได้ แต่วันสำคัญนี้แน่นอนว่าเขารู้จักดี นี่คือเทศกาลดั้งเดิมของบลูสตาร์ คล้ายกับวันพ่อและวันแม่ในชาติก่อน แต่ที่บลูสตาร์ไม่มีการแยกวันพ่อกับวันแม่ สองเทศกาลนี้ในชาติก่อนถูกเรียกรวมกันว่าวันพ่อแม่สำหรับโลกนี้
หลินจือไป๋แอบเหลือบมองพ่อแม่ แล้วก็ตัดสินใจว่า สัปดาห์หน้าเขาจะร้องเพลงที่เกี่ยวกับพ่อและแม่บนเวที!