ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 376 ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอดทาง! (1)
วันรุ่งขึ้น วันพ่อแม่ก็มาถึง
หลินจือไป๋สวมหน้ากากอนามัย พาครอบครัวเดินทางไปยังสถานที่ถ่ายรายการ ‘King of Mask Singer’ ของสถานีโทรทัศน์เทียนกวงอย่างเงียบเชียบ
“อาจารย์ไปตี้!”
ทีมงานรายการได้รับแจ้งจากเจียงเฉิงล่วงหน้าว่า วันนี้อาจารย์ไปตี้จะพาครอบครัวมาชมรายการ ‘King of Mask Singer’ ที่สถานที่ถ่ายรายการ จึงมารอรับอยู่ที่หน้าประตูแต่เช้าแล้ว
“พาพวกเขาเข้าไปก่อนเถอะครับ” หลินจือไป๋ทักทายทีมงาน ก่อนจะหันไปพูดคุยกับพ่อแม่สองสามประโยค
“ลูกไปทำงานเถอะ จะได้ไม่ต้องห่วงพวกเรา” แม่กล่าวด้วยรอยยิ้ม คนในครอบครัวต่างคิดว่าหลินจือไป๋เป็นหนึ่งในทีมงานรายการ เพียงแค่ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นทางการ จึงยอมสนับสนุนการทำงานของลูกชายอย่างดี
“อืม”
หลังจากส่งคนในครอบครัวไปยังที่นั่งผู้ชม หลินจือไป๋ก็หันไปพูดกับทีมงานว่า “พาผมเข้าไปดูข้างในหน่อยได้ไหมครับ?”
“ได้ครับอาจารย์ไปตี้!” เจียงเฉิงกำชับไว้ว่าไม่ว่าไปตี้ต้องการทำอะไร ทีมงานทุกคนต้องให้ความร่วมมือ
คนทั้งสองเดินเข้าไปไปยังโซนทำงานของสถานีโทรทัศน์ จะว่าไปแล้วปกติทีมงานของสถานีโทรทัศน์เทียนกวงมักจะได้เห็นดาราดังจนชินตา ต่อให้เจอคนดังระดับซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าก็ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไรนัก แต่ทว่าเมื่อเห็นไปตี้ปรากฏตัว เหล่าทีมงานต่างก็ต้องตกตะลึง ไม่มีใครไม่รู้จักใบหน้าอันหล่อเหลานี้
“อาจารย์ไปตี้!”
“สวัสดีครับอาจารย์ไปตี้!”
“อาจารย์ไปตี้มาเยี่ยมกองถ่ายเหรอคะ?”
“อาจารย์ไปตี้ผมชอบคุณมากเลยครับ!”
“อุ๊ย! ไอดอล! ฉันเป็นแฟนคลับของคุณค่ะ!”
ทีมงานไม่น้อยรวบรวมความกล้าเข้ามาทักทายหลินจือไป๋ แต่ก็ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามขอลายเซ็น สถานีโทรทัศน์มีกฎระเบียบห้ามขอลายเซ็นตามอำเภอใจในเวลางาน
หลินจือไป๋ยิ้มตอบและเดินลึกเข้าไปข้างในต่อ จนกระทั่งบังเอิญพบกับจินเสี่ยวเฟิงที่กำลังยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าหลังเวที
“อา… อาจารย์ไปตี้!?”
จินเสี่ยวเฟิงมีตำแหน่งอย่างทุกวันนี้ได้ ก็เพราะตอนนั้นที่เขาดูแลการคัดตัวรอบออดิชันของรายการ ‘The Voice’ ได้รับการสนับสนุนจากไปตี้! เพราะตอนนั้นไปตี้เป็นผู้อำนวยการของ ‘The Voice’
แม้ตอนนี้จินเสี่ยวเฟิงจะมีคุณสมบัติเป็นผู้อำนวยการรายการ ‘King of Mask Singer’ ได้แล้ว แต่พอได้เจอไปตี้ก็ยังทั้งประหม่าทั้งตื่นเต้นอยู่ดี อีกฝ่ายคือผู้มีพระคุณของเขาเชียวนะ!
“คุณมาได้ยังไงครับเนี่ย!”
“ในทีมแดงมีคนรู้จักของผมอยู่นะครับ” หลินจือไป๋อ้างว่ามาเยี่ยมกองถ่าย “คนของทีมสีแดงมากันครบแล้วเหรอครับ?”
“อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ยังมาไม่ถึงครับ”
จินเสี่ยวเฟิงยืนอยู่ที่ประตูก็เพื่อรอเทพดาราร้อยลักษณ์นั่นแหละ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเทพดาราร้อยลักษณ์ ตามหลักเวลานี้น่าจะมาถึงได้แล้ว
“ตกลงครับ” หลินจือไป๋กล่าวว่า “ผมจะเข้าไปดูหน่อย”
จินเสี่ยวเฟิงรีบวางเรื่องของเทพดาราร้อยลักษณ์ทิ้งไปทันที แล้วอาสาวา “ผมพาคุณเข้าไปเองครับ!”
พูดจบจินเสี่ยวเฟิงก็เปิดประตูให้หลินจือไป๋
ครู่ต่อมา ห้องพักทีมสีแดง
จินเสี่ยวเฟิงเอ่ยขึ้นว่า “อาจารย์ทุกท่านครับ มีคนมาเยี่ยมครับ”
เมื่อเห็นหลินจือไป๋ปรากฏตัว เจ้าชายกบก็พลันลุกพรวด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “อาจารย์ไปตี้!”
ไปตี้?!
ปลาคาร์ปน้อยรีบลุกขึ้นยืนตามเช่นกัน คนคนนี้คือขาใหญ่ตัวท็อปของวงการบันเทิงฉินโจวเชียวนะ! แม้แต่สุนัขทิเบตก็ลุกขึ้นยืนตาม ดูคล้ายไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง เขากดเสียงต่ำกล่าวโดยสัญชาตญาณว่า “อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์ไปตี้”
ความจริงแล้วสุนัขทิเบตไม่จำเป็นต้องกดเสียงต่ำเลย มีเอฟเฟกต์จากเครื่องเปลี่ยนเสียงอยู่แล้ว ไม่มีทางที่เสียงจะถูกเปิดเผย แต่เขาก็ยังหวั่นๆ
“เหล่าจาง?” หลินจือไป๋กะพริบตาปริบๆ
สุนัขทิเบตกระแอมทีหนึ่ง “คุณจำคนผิดแล้วครับ”
หลินจือไป๋ยิ้มบางๆ แล้วหันไปมองเจ้าชายกบ “เหล่าโจว?”
“ไม่ใช่ผม” โจวหานจิ้นรีบปฏิเสธ แม้ว่าจะเคยยอมรับในโทรศัพท์ แต่ที่นี่มีคนอื่นอยู่ด้วยนี่นา
“หานเยว่ซวง?” หลินจือไป๋หันไปมองปลาคาร์ปน้อยต่อ
ปลาคาร์ปน้อยยิ้มขื่น “คุณปล่อยฉันไปเถอะค่ะ…”
หลินจือไป๋พยักหน้า “แล้วเทพดาราร้อยลักษณ์คนนั้นยังมาไม่ถึงอีกเหรอ?”
“ยังเลยครับ” จินเสี่ยวเฟิงกล่าว “เดี๋ยวผมโทรตามให้ครับ!”
หลินจือไป๋กล่าว “ต้องตามหน่อยแล้วละ ทำตัวเป็นดาราใหญ่ไปหน่อยไหม”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ไม่ถึงขนาดนั้น…” จินเสี่ยวเฟิงยิ้มเจื่อน เพราะกลัวว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จะทำให้ไปตี้ไม่พอใจ
ปลาคาร์ปน้อยรีบช่วยเสริม “ปกติอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์มาเช้ามากเลยนะคะ วันนี้คงจะมีธุระพอดีค่ะ”
เทพดาราร้อยลักษณ์เคยช่วยเธอไว้ ปลาคาร์ปน้อยจึงไม่อยากให้อีกฝ่ายสร้างความประทับใจที่ไม่ดีอะไรให้ไปตี้ได้ แต่รวบรวมความกล้าช่วยแก้ตัวให้
“นั่นสิครับ ปกติเขามาเช้าทีเดียวนะครับ” สุนัขทิเบตกับเจ้าชายกบช่วยกันสำทับ
หลินจือไป๋ได้ยินก็เกือบกลั้นขำไม่อยู่ ดีที่ฝืนทนเอาไว้ได้ “ตกลงครับ งั้นผมไปเดินเล่นที่อื่นก่อนนะ”
หลินจือไป๋โบกมือลา ไม่คิดจะรั้งอยู่นานกว่านี้ เล่นสนุกต่อไม่ได้แล้ว กลัวตัวเองจะหลุดขำออกมา อีกอย่างยังต้องไปหาที่เปลี่ยนชุดด้วย
จินเสี่ยวเฟิงกล่าว “เดี๋ยวผมนำทางให้ครับ…”
หลินจือไป๋ปฏิเสธ “คุณไปจัดการธุระของคุณเถอะ”
จนกระทั่งไปตี้จากไป ปลาคาร์ปน้อยถึงได้ตบหน้าอกถอนหายใจอย่างแรง “ออร่าของอาจารย์ไปตี้นี่รุนแรงจริงๆ… เขาตั้งใจมาเยี่ยมพวกเราจริงๆ เหรอคะ…”
“ไม่หรอก” เจ้าชายกบกล่าว “ไปตี้ตั้งใจมาหาผมแน่นอน!”
สุนัขทิเบตกลอกตา เกรงว่าไปตี้คงจะรู้ตั้งนานแล้วละมั้งว่านายคือโจวหานจิ้น?
จินเสี่ยวเฟิงกล่าวอย่างเสียดาย “เสียดายที่เทพดาราร้อยลักษณ์ยังมาไม่ถึง ไม่อย่างนั้นคงได้พูดคุยกับอาจารย์ไปตี้สักหน่อย”
ตอนนี้ในวงการบันเทิงฉินโจวมีการคาดเดากันว่า ไปตี้คือทายาทเสินฮวากรุ๊ปที่หลินเจามูวางตัวเอาไว้เป็นการภายใน! ถ้าการคาดเดานี้เป็นจริง อนาคตไปตี้จะเป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในวงการบันเทิงฉินโจวเหมือนอย่างหลินเจามูในตอนนี้! และต่อให้เป็นซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าของวงการบันเทิงฉินโจว มาอยู่ต่อหน้าหลินเจามูก็ยังต้องยืนตัวตรงแหน็วด้วยความเคารพนบนอบ!
“ลองโทรไปถามหน่อยไหม?” ปลาคาร์ปน้อยกล่าว “อย่ามาสายนะคะ…”
“อืม” จินเสี่ยวเฟิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กำลังจะกดโทรออก ก็เห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นด้านหน้า คนคนนั้นก็คือเทพดาราร้อยลักษณ์นั่นเอง
“อรุณสวัสดิ์ครับ” เทพดาราร้อยลักษณ์ยังทักทายเขาอีกด้วย
จินเสี่ยวเฟิงวางโทรศัพท์อย่างมึนงง เทพดาราร้อยลักษณ์เข้ามาได้ยังไง ทำไมไม่มีใครแจ้งเขาเลย?
“ในที่สุดคุณก็มา” ปลาคาร์ปน้อยกล่าวอย่างจนใจ “เมื่อกี้อาจารย์ไปตี้มาค่ะ ถ้าคุณมาเร็วกว่านี้อีกหน่อยคงได้เจอแล้ว!”
“นั่นสิครับ” เจ้าชายกบส่ายหน้ากล่าว “นั่นไปตี้เชียวนะ คุณพลาดไปซะได้!”
“น่าเสียดายจริงๆ ครับ” เทพดาราร้อยลักษณ์ถอนหายใจ “ผมชื่นชมไปตี้มาตลอดเลย”
คำพูดนี้ฟังดูไม่มีอะไรผิดปกติ แต่สุนัขทิเบตที่นิ่งเงียบอยู่ข้างๆ กลับรู้สึกทะแม่งๆ บอกไม่ถูก
จินเสี่ยวเฟิงไม่ได้คิดอะไรมาก เอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อมากันครบแล้ว เรามาเริ่มจับสลากกันก่อนแล้วกันครับ วันนี้ยังเป็นการดวลกันตัวต่อตัวเหมือนเดิม”
สิ้นเสียงพูดทุกคนก็เริ่มจับสลาก สุนัขทิเบตจับได้หมายเลขหนึ่ง เจ้าชายกบจับได้หมายเลขสอง ส่วนปลาคาร์ปน้อยจับได้หมายเลขสาม เทพดาราร้อยลักษณ์ได้หมายเลขสี่ ขึ้นแสดงคนสุดท้าย
จินเสี่ยวเฟิงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นตารางการแข่งขันของวันนี้ก็สรุปได้แล้วครับ สุนัขทิเบตคู่กับหลิวริมน้ำ เจ้าชายกบคู่กับทุเรียนระเบิด คู่ต่อสู้ของปลาคาร์ปน้อยคือดอกเพชฌฆาต และคู่ต่อสู้ของอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์คือหญ้าอ่อนเขียวขจีครับ”
ชะงักครู่หนึ่ง จินเสี่ยวเฟิงกล่าวเสริมต่อว่า “วันนี้ไมอนุญาตให้แลกหมายเลขกันภายในแล้วนะครับ ทุกคนแยกย้ายกันไปเตรียมตัวได้เลยครับ”
“อืม”
ทุกคนไม่มีใครคัดค้าน เวลานี้จู่ๆ เจ้าชายกบก็ไอออกมาสองครั้ง หลินจือไป๋ขมวดคิ้วถาม “คอคุณไม่ค่อยดีเหรอครับ?”
เจ้าชายกบยิ้มขื่น “เป็นหวัดนะ วันนี้อาจจะพลิกก็ได้”
“ทำไมมาเป็นหวัดเอาตอนนี้กันนะ…” สุนัขทิเบตรู้สึกเสียดายเล็กน้อย เขาอยากประชันฝีมือกับเจ้าชายกบอย่างเต็มที่สักครั้ง
ปลาคาร์ปน้อยถาม “ทานยาหรือยังคะ?”
เจ้าชายกบพยักหน้า “ทุกคนไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ เตรียมเพลงของตัวเองให้พร้อมเถอะ”
ทุกคนไม่ได้พูดอะไรต่อ การเป็นหวัดในช่วงเวลานี้เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ รอบแรกเจ้าชายกบคงต้องแพ้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย เพราะเขาสภาพร่างกายไม่พร้อม ยังต้องมาเจอกับทุเรียนระเบิดอีก แทบจะมองไม่เห็นความหวัง ทำได้เพียงรอดูว่าหลังจากเขาเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้แพ้แล้ว จะฝ่าฟันกลับมาได้หรือเปล่า
รออยู่แบบนั้นครู่หนึ่ง ในที่สุดการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ! สุนัขทิเบตขึ้นแสดงคนแรก เปิดศึกประชันรอบแรกกับหลิวริมน้ำผู้ที่ฝีมือไม่ธรรมดา!
เพลงของทั้งสองเป็นหัวข้อเดียวกันพอดี! เพลงที่สุนัขทิเบตร้องมีชื่อว่า ‘ท่าน’ เนื้อหาในเนื้อเพลงเขียนถึงแม่ ส่วนเพลงที่หลิวริมน้ำร้องมีชื่อว่า ‘มารดา’ เนื้อหาก็ย่อมเกี่ยวข้องกับความรักของแม่เช่นกัน
ถึงยังไงวันนี้ก็คือวันพ่อแม่ วันพ่อแม่มีชื่อเรียกโบราณว่าเทศกาลกตัญญู วันสำคัญแบบนี้หากไม่ร้องเพลงแนวนี้สิแปลก ดังนั้นผู้ชมจึงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจ ทุกคนต่างมุ่งความสนใจไปที่ตัวเพลง และเพลงประเภทนี้ก็ถูกกำหนดให้เป็นระเบิดน้ำตาอยู่แล้ว
เมื่อทั้งสองร้องจบ ผู้ชมไม่น้อยต่างขอบตาแดงก่ำ เสียงปรบมือดังสนั่นระลอกแล้วระลอกเล่า แต่ขึ้นชื่อว่าการแข่งขันก็ย่อมต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ! ผู้ที่คว้าชัยชนะในรอบนี้ได้คือหลิวริมน้ำ ผลลัพธ์นี้เหนือความคาดหมายของใครหลายคน แต่ความจริงแล้วก็มีเหตุผลที่เข้าใจได้
เพราะเสียงของหลิวริมน้ำสลัดการปิดบังทิ้งไปหมดสิ้น รอบนี้เขาได้ใช้เสียงที่แทจริงของตัวเองออกมา!
เชินฉวนชวี! ราชาเพลงนาเซิน! ซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้า!
เมื่อทิ้งการปกปิดอำพรางตัว พลังที่แท้จริงของราชาเพลงนาเซินผู้นี้ก็ได้แสดงออกมาอย่างเต็มที่ ผู้ชมทุกคนต่างฟังออกและจำเขาได้แล้ว!
“เสียงนี้มัน!”
“เชินฉวนชวี!”
“เป็นเขาแน่!”
“นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ก่อนหน้านี้เขาซ่อนตัวเก่งเกินไปแล้ว!”
“รอบที่แล้วเขาก็หลุดมาไม่น้อยแล้วละ ในเน็ตมีคนเดาได้ตั้งนานแล้ว!”
“เพลงนี้ร้องได้กินใจสุดๆ เลย!”
“นั่นสิ! แม่ของเชินฉวนชวีเสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้นตอนที่เขาร้องเพลงนี้ ในใจต้องเศร้ามากแน่ๆ เลยสินะ?”
“ฉันลงคะแนนให้แล้ว!”
“ฉันก็ลงคะแนนให้แล้วเหมือนกัน!”
เทียบกับเชินฉวนชวี แม้ว่าสุนัขทิเบตจะเริ่มใช้เสียงจริงบ้างแล้ว แต่ก็น่าจะแค่ราวๆ เจ็ดส่วน ยังไม่อาจฟันธงได้ว่าเป็นจางซีหยางแน่นอน ด้วยเหตุนี้ท้ายที่สุด สุนัขทิเบตก็แพ้ในรอบนี้ไปด้วยคะแนนที่ตามหลังเพียงนิดเดียว
พอกลับถึงห้องพัก เจ้าชายกบก็รีบถามอย่างร้อนใจว่า “เชินฉวนชวีใช้เสียงจริงแล้ว ทำไมนายไม่ใช้?”
สุนัขทิเบตไม่ได้พูดอะไร ปลาคาร์ปน้อยเอ่ยขึ้นว่า “คุณเป็นอาจารย์จางซีหยางสินะคะ ไม่ต้องปิดบังแล้วละคะ การแข่งขันมาถึงขั้นนี้แล้ว ซ่อนเสียงไปมีแต่จะฉุดรั้งการแสดงของคุณเปล่าๆ”
“ที่เขาพูดก็ถูกครับ” เทพดาราร้อยลักษณ์เอ่ยขึ้น “คุณควรใช้เสียงจริงได้แล้ว กลุ่มผู้แพ้ยังมีโควตาเข้ารอบอีกสองที่ อย่าพลาดอีกเลยนะครับ”
“แล้วเสียงจริงของคุณคือแบบไหนล่ะ?” สุนัขทิเบตมองไปยังเทพดาราร้อยลักษณ์
ความจริงแล้วเขาอยากจะเก็บเสียงจริงไว้ใช้ในรอบรองชนะเลิศ หรือกระทั่งรอบชิงชนะเลิศด้วยซ้ำ เพราะจนถึงตอนนี้ดูเหมือนเทพดาราร้อยลักษณ์เองก็ยังเลียนแบบนักร้องคนอื่นอยู่ตลอด ไม่เคยใช้เสียงจริงของตัวเองเลย ในเมื่อคนอื่นทำได้ ทำไมเขาจะทำไม่ได้ล่ะ?
“ผมเหรอ?” หลินจือไป๋ยิ้มแล้วกล่าวว่า “เพลงส่วนใหญ่ของผม ร้องออกมาจากตัวตนของผมเอง ส่วนจะใช้เสียงแบบไหนก็เป็นเรื่องรองครับ”
“ก็ได้ครับ”
วิธีการของเทพดาราร้อยลักษณ์เขาเลียนแบบไม่ได้จริงๆ สุนัขทิเบตถอนหายใจ หลักๆ คือเขาไม่อยากขอคะแนนในฐานะตัวตน ‘จางซีหยาง’ จริงๆ และในตอนนี้เองก็ถึงคิวการดวลระหว่างเจ้าชายกบกับทุเรียนระเบิดแล้ว
ผลลัพธ์เป็นไปตามคาด ไม่มีอะไรให้ลุ้น เพราะสภาพคอที่ไม่ค่อยดี เสียงจึงดูแหบพร่าและแห้งผาก เจ้าชายกบต้องแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย ถึงแม้โจวหานจิ้นจะใช้เสียงจริงแล้ว แต่เพราะอาการหวัดส่งผลกระทบต่อเสียงมากเกินไปจนเริ่มผิดเพี้ยน ในที่สุดทุเรียนระเบิดก็เป็นฝ่ายชนะ!
มาถึงตอนนี้ ทีมสีแดงแพ้ติดต่อกันสองรอบแล้ว! ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ในการดวลรอบที่สาม ปลาคาร์ปน้อยก็แพ้ให้กับดอกเพชฌฆาต นั่นหมายความว่าทีมสีแดงเผชิญความพ่ายแพ้ไปสามครั้งติด!