ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 375 ปู่เยโหวขึ้นแถวหนึ่ง!
“ช่วงแข่งขันสัปดาห์หน้าตรงกับวันพ่อแม่พอดี อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ลองเตรียมเพลงที่เกี่ยวกับพ่อและแม่ไว้หน่อยนะครับ แน่นอนว่าเราไม่ได้บังคับ สุดท้ายการตัดสินใจเลือกเพลงอะไรก็เป็นสิทธิ์ของคุณครับ”
หลังจากทานอะไรเล็กน้อยกลับไปถึงห้องนอน หลินจือไป๋ก็ได้รับโทรศัพท์จากจินเสี่ยวเฟิง อีกฝ่ายโทรมาเตือนเขาเป็นพิเศษเรื่องที่การแข่งขันสัปดาห์หน้าตรงกับวันพ่อแม่พอดี เพื่อป้องกันไม่ให้นักร้องหน้ากากคนใดไม่ทันสังเกต จนอาจเสียเปรียบในการเลือกเพลงได้ง่ายๆ
“เข้าใจแล้วครับ”
หลินจือไป๋ตัดสินใจแล้วว่าตอนนั้นจะร้องเพลงเกี่ยวกับพ่อแม่ ส่วนจะมีนักร้องกี่คนเลือกแบบเดียวกันเขาไม่ได้ใส่ใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องที่แนวเพลงจะซ้ำกันเกินไป ยังไงสิ่งที่เขาชอบที่สุดบนเวที ‘King of Mask Singer’ คือบทเพลงที่ถ่ายทอดความเป็นตัวเองออกมาได้ และเขาเองก็ไม่ใช่คนที่ต้องพยายามทำตัวโดดเด่นให้แตกต่างจากคนอื่นอย่างจงใจ
หลังจากวางสาย หลินจือไป๋ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วโทรหาโจวหานจิ้น
“อาจารย์ไปตี้?” โจวหานจิ้นพูดด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
หลินจือไป๋กลับประหลาดใจยิ่งกว่า เขามขมวดคิ้วแล้วถามว่า “เสียงของคุณเป็นอะไรไป?”
ในโทรศัพท์เสียงอีกฝ่ายค่อนข้างแหบพร่า โจวหานจิ้นยิ้มขื่น “ผมเป็นหวัดครับ บนเวทีวันนี้เลยทำได้ไม่ค่อยดี คุณคงรู้ใช่ไหมว่าผมคือเจ้าชายกบ”
“อืม” หลินจือไป๋กล่าวด้วยความห่วงใยว่า “แล้วการแข่งขันรอบหน้าคุณจะทำยังไง?”
โจวหานจิ้นกล่าวอย่างจนปัญญา “คงได้แต่ภาวนาให้หายหวัดก่อนการแข่งขันรอบหน้าจะเริ่มครับ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ถึงตอนนั้นคงต้องฉีดยาระงับเอา”
“คุณต้องระวังนะ”
หลินจือไป๋เคยอ่านบทวิเคราะห์หนึ่งในชาติก่อนที่บอกว่า สาเหตุที่เสียงของเจย์ โชว ไม่ดีเหมือนตอนหนุ่มๆ ก็เพราะในช่วงแรกเขาแสดงร้องเพลงหนักเกินไปและฉีดยาเพื่อฝืนแสดง สุดท้ายเส้นเสียงก็พัง เรื่องนี้จะเป็นความจริงหรือไม่หลินจือไป๋ไม่แน่ใจ แต่การฉีดยาระงับเป็นวิธีที่คนทั่วไปไม่มีทางเลือกใช้กันแน่นอน
“แต่ผมไม่อยากแพ้…”
โจวหานจิ้นเป็นคนที่กระหายชัยชนะมาตลอด หลินจือไป๋กล่าวว่า “เชื่อผมเถอะ อย่าฉีดยาเลย ถึงตอนนั้นคุณก็เลือกเพลงที่เซฟหน่อย ลดระดับความยากลง สำหรับนักร้องแล้วเส้นเสียงมีความสำคัญมากจริงๆ นะ อย่าให้การแพ้ชนะชั่วคราวมาส่งผลกระทบต่ออนาคตของตัวเองเลย”
“ผม…”
“เชื่อผม” หลินจือไป๋ย้ำคำเดิม
โจวหานจิ้นถอนหายใจ “ก็ได้ครับ สัปดาห์หน้าเป็นวันพ่อแม่ ผมจะเลือกเพลงที่เกี่ยวกับพ่อแม่ เพลงพวกนี้ต้องการการสื่ออารมณ์มากกว่าเทคนิคการร้อง สำหรับผมก็พอจะถือว่าเป็นข่าวดีได้ละมั้ง”
“อืม” หลินจือไป๋กำลังครุ่นคิดว่า หากถึงตอนนั้นโจวหานจิ้นแพ้ เขาจะช่วยคืนชีพให้ ต่อให้สัปดาห์หน้ายังไม่หายดี สัปดาห์ถัดไปคอของอีกฝ่ายก็ต้องฟื้นตัวได้แล้วแน่นอน พอดีเลยที่การคืนชีพผู้เข้าแข่งขันหนึ่งคนเป็นสิทธิพิเศษของเขา แต่เรื่องนี้หลินจือไป๋ยังไม่คิดจะบอกโจวหานจิ้นตอนนี้
ส่วนเรื่องโจวหานจิ้นที่ฟื้นคืนชีพมาจะเขี่ยเขาตกรอบในการแข่งขันชิงชนะเลิศไหม หลินจือไป๋ไม่ได้ใส่ใจ พูดให้โอ้อวดหน่อยก็คือ หลินจือไป๋มีเกียรติยศชื่อเสียงมากมายขนาดนี้ ยังจำเป็นต้องมีตำแหน่งแชมป์ ‘King of Mask Singer’ อีกอย่างงั้นเหรอ?
บนโลกออนไลน์ หลายคนเริ่มตระหนักว่ารายการ ‘King of Mask Singer’ สัปดาห์หน้าตรงกับวันพ่อแม่พอดี ชาวเน็ตจึงพากันแสดงความเห็นปนยิ้มว่า:
“เข้าใจแล้ว! สัปดาห์หน้าคือตอนพิเศษวันพ่อแม่!”
“ฉันเตรียมทิชชูไว้พร้อมแล้ว!”
“อยากรู้เลยว่าวันพ่อแม่ เทพดาราร้อยลักษณ์จะยังกวนอยู่อีกไหม?”
“ฮ่าๆ ไม่หรอก เทพดาราร้อยลักษณ์ก็มีช่วงเวลาที่จริงจังเหมือนกันนะ”
“คุณต้องรู้นะว่าตอนที่เทพดาราร้อยลักษณ์จริงจังขึ้นมานั่นแหละ คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด!”
“ใช่เลย ปกติหมอนี่ชอบทำตัวตามใจชอบไร้ขีดจำกัด แต่พอเข้าโหมดร้องเพลงจริงจังทีไร ก็ทำเอาคนดูซึ้งจนจุกอกทุกที…!”
“วันนั้นฉันจะพาพ่อแม่ไปฟังเพลงที่ห้องส่งแน่!”
“อิจฉาคนมีบัตรจัง ผมก็อยากพาพ่อแม่ไปเหมือนกัน แต่บัตรเข้าชม ‘King of Mask Singer’ หายากสุดๆ เลย!”
การถ่ายทอดสดในวันพ่อแม่ ไม่ว่าเหล่านักร้องบนเวทีจะใช้บทเพลงมาสรรเสริญพ่อแม่อย่างไร ก็ไม่มีใครมองว่าเป็นเพียงกลเม็ดเรียกน้ำตา เพราะในวันแบบนั้นบรรยากาศก็ควรจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ใครบ้างไม่มีพ่อแม่ แล้วใครบ้างไม่รักพ่อแม่ของตัวเอง?
วันถัดมาตอนเที่ยง ระหว่างทานข้าว หลินจือไป๋เอ่ยขึ้นว่า “เรื่องบัตรผมจัดการเรียบร้อยแล้วนะครับ”
แม่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “นี่ถือเป็นของขวัญวันพ่อแม่ของลูกหรือเปล่านะ?”
พ่อหัวเราะ “ถ้าเป็นของขวัญวันพ่อแม่ แค่บัตรเข้าชม ‘King of Mask Singer’ ยังไม่พอหรอกนะ”
“ก็ให้อาจารย์ไปตี้แต่งเพลงให้สักเพลงสิคะ” หลินซีเย้าแหย่ “เสี่ยวเฮย นายว่าอาจารย์ไปตี้เขาจะยอมตกลงไหม?”
หลินจือไป๋ส่งเสียงในลำคอ “อาจารย์ไปตี้ไม่เพียงแต่จะแต่งเพลงให้พ่อแม่ ยังจะร้องให้พวกเขาฟังด้วยตัวเองเลยละ”
“อุ๊ย! อย่าเด็ดขาดเลยนะ!” แม่หลุดขำ “เสียงเพี้ยนผิดคีย์ของลูกนะ อย่าร้องเองเลย แต่งให้พวกราชาเพลงหรือราชินีเพลงเขาร้องเถอะ”
“เชื่อแม่เขาเถอะลูก” พ่อช่วยเสริมอยู่ข้างๆ
พี่ชายและพี่สาวพากันหัวเราะลั่น แน่นอนว่าทั้งหมดเป็นการล้อเล่น แต่คนในบ้านต่างก็รู้เรื่องที่หลินจือไป๋ร้องเพลงเพี้ยน ใช่ว่าเมื่อก่อนครอบครัวไม่เคยไปร้านคาราโอเกะด้วยกัน
หลินจือไป๋กลอกตา กล้าดูถูกเทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้เหรอ! รอให้เปิดหน้ากากก่อนเถอะ ดูซิจะว่ายังไง!
ในช่วงไม่กี่วันต่อมา หลินจือไป๋ไปซ้อมเพลงที่สถานที่ถ่ายรายการสองครั้ง เวลาที่เหลือใช้ไปกับการอยู่กับครอบครัวและ… วาดการ์ตูน!
ช่วงนี้หลินจือไป๋จะวาด ‘One Piece’ ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ตอนนี้เพราะอัปเดตตอนใหม่เร็วพอ ‘One Piece’ จึงดำเนินมาถึงตอนที่ห้าสิบแล้ว
การอัปเดตที่รวดเร็วบวกกับคุณภาพที่ยอดเยี่ยม ความนิยมของ ‘One Piece’ จึงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันจะมีผู้คนบนโลกออนไลน์พากันวิพากษ์วิจารณ์เนื้อเรื่องต่างๆ:
“นานายิ่งอ่านยิ่งตื่นเต้น!”
“ฉันเริ่มชินกับลายเส้นที่ดูเกินจริงแบบนี้แล้วสิ!”
“ใช่เลย การ์ตูนของปู่เยโหวเรื่องนี้ พอรับลายเส้นได้แล้วก็ติดงอมแงมเลย!”
“โซโลเท่จริงๆ!”
“นามิก็สวยมาก ท่านโหวรู้ดีซะจริง หุ่นของนามินี่นะ จุ๊ๆ สุดยอด!”
“ชีวิตจริงท่านโหวต้องชอบแบบบึ้มๆ แน่นอน!”
“เริ่มมีพวกหลายคนแล้วนะ โซโล นามิ ยังมีอุซป แล้วก็ซันจิที่เพิ่งมาเข้าร่วม!”
“ตอนนี้คนรอบตัวฉันอ่าน ‘One Piece’ กันหมด มันเป็นการ์ตูนที่ฮิตที่สุดตอนนี้เลย การ์ตูนเรื่องนี้ของท่านโหวปังสุดๆ ฉุดไม่อยู่แล้ว นับแตนี้ไปเขาจะไม่ได้เป็นแค่คนเขียนบทหรือนักเขียนระดับท็อป แต่จะเป็นนักวาดการ์ตูนระดับท็อปไปด้วยในเวลาเดียวกัน!”
“จะว่าไป ท่านโหวอัปเดตเร็วมากเลยนะ น่าจะเป็นสต็อกที่เก็บไว้ละมั้ง บินิบทละครที่เขาออกมาดูน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเลย สงสัยจะทุ่มกับการวาดการ์ตูนหมด การวาดการ์ตูนนี่กินพลังงานเยอะมาก!”
ปู่เยโหวอัปเดตเร็วเกินไปแล้ว!
ไม่มีใครคิดว่าปู่เยโหวจะเขียนไปลงงานไป เพราะนั่นมันเหนือมนุษย์เกินไปแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงทึกทักเอาเองว่าท่านโหวต้องมีต้นฉบับตุนไว้แน่ๆ
ถึงยังไงนิยายกับมังงะก็ต่างกัน ตรงที่นิยายเองปู่เยโหวอัปเดตเร็ว ยังอยู่ในขอบเขตที่ทุกคนเข้าใจได้ ในความเป็นจริงก็ใช่ว่าจะไม่มีพวกอสูรกายหนวดเสียเมื่อไร แต่การข้ามสายงานมาลุยจนประสบความสำเร็จ ส่งผลบวกต่อปู่เยโหวอย่างมหาศาล!
เมื่อรวมเล่มฉบับที่ห้า วางแผงซึ่งก็คือตอนที่ ‘One Piece’ ลงตอนที่ห้าสิบพอดี ขณะเดียวก็เป็นวันก่อนหน้าวันพ่อแม่หนึ่งวันด้วย การจัดอันดับดาราแห่งบลูสตาร์อัปเดตแล้ว!
ฟึ่บ!
ทุกคนต่างสังเกตเห็นว่า ปู่เยโหวที่ข้ามสายงานมาลุยจนสำเร็จด้วยผลงาน ‘One Piece’ มีอิทธิพลเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น โดยการก้าวสู่ ทำเนียบคนดังแถวหนึ่ง แล้ว!
ทันใดนั้น! ใต้บัญชีแพลตฟอร์มจี๋กวงของปู่เยโหวก็เต็มไปด้วยเสียงร่วมแสดงความยินดีนับไม่ถ้วน และเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง:
“พระเจ้าช่วย! แถวหนึ่งแล้ว!”
“ท่านโหวโคตรเจ๋ง ความเร็วในการเลื่อนระดับนี่อย่างกับนั่งจรวดมาเลย!”
“ผมจำได้ว่าตั้งแต่ท่านโหวเริ่มเขียนนิยายเรื่องสั้นเรื่องแรกอย่างเก้าอี้มนุษย์จนถึงวันนี้ เพิ่งเข้าวงการมาได้แค่สามปีเองมั้ง นี่กลายเป็นคนดังแถวหนึ่งไปแล้ว แถมยังควบตั้งหลายตำแหน่ง นักเขียนนิยาย คนแต่งบทละคร แล้วยังเป็นนักวาดการ์ตูนอีก สมกับเป็น 3C แห่งคุนเผิงจริงๆ!”
“ครั้งนี้เร็วกว่าฉู่ฉือด้วย!”
“จะว่าไป ฉู่ฉือก็เข้าแถวสองมาตั้งนานแล้ว ขึ้นแถวหนึ่งไม่ได้สักที ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฉู่ฉือเร็วกว่าก้าวหนึ่งเสมอเลย ตอนนี้คงรู้แล้วสินะว่าใครกันแน่ที่เป็น C ของคุนเผิง?”
“ฮ่าๆๆ! ปู่เยโหวกับฉู่ฉือเป็นเพื่อนรักกัน แฟนคลับคงไม่ถึงขั้นตีกันหรอก แล้วก็ไม่ใช่ไปตี้ขึ้นแถวหนึ่งไปก่อนสักหน่อย อีกอย่างท่านโหวกับไปตี้ก็สนิทกันมาก แต่ตอนนี้ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่า ระหว่างไปตี้กับฉู่ฉือ ใครจะได้ขึ้นแถวหนึ่งก่อนกัน”
“คู่แฝดแห่งวงการเพลง? ไปตี้กับฉู่ฉือไม่ว่าใครจะขึ้นแถวหนึ่งก่อนก็ต้องมีประเด็นแน่นอน ยังไงก็คงไม่ขึ้นพร้อมกันหรอก ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ไปตี้น่าจะนำอยู่นิดนึง เพราะไปตี้ก็ข้ามสายเหมือนกัน อักษรวิจิตรของเขาสุดยอดจริงๆ!”
หลินจือไป๋เองก็ไม่คาดคิดว่าผลงาน ‘One Piece’ เรื่องเดียว จะช่วยส่งให้ปู่เยโหวทะยานเข้าสู่แถวหนึ่งได้! ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไปตี้มักจะได้เลื่อนระดับก่อน และฉู่ฉือเองก็เคยนำหน้าไปครั้งหนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวตนปู่เยโหวได้เปรียบนำหน้ามา
แต่พอลองคิดดูดีๆ ก็เข้าใจได้ เพราะไม่ใช่แค่ผลงานเรื่อง ‘One Piece’ หลังจากที่ปู่เยโหวเข้าสู่แถวสอง ก็มีผลงานมาต่อเนื่องอย่างเช่น ละครกำลังภายใน ‘ตำนานอูหลิวเชียง’ ที่มีอิทธิพลอย่างมาก แม้จะน้อยกว่ามังกรหยกและตำนานศึกเทพอินทรีก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังเรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ฮิตถล่มทลาย ยิ่งกว่านั้น ผลงาน ‘One Piece’ เรื่องนี้ได้ขยายขอบเขตสายงานของปู่เยโหวออกไป ทำให้เขาได้รับแฟนคลับมหาศาลจากวงการมังงะ ดังนั้นจึงสะสมชื่อเสียงจนเพียงพอขึ้นสู่ทำเนียบคนดังแถวหนึ่งได้สำเร็จ!
แบบนี้ก็ดี รอให้ตัวตนไปตี้กับฉู่ฉือหลอมรวมกลับสู่ร่างหลักพร้อมกัน ตัวตนปู่เยโหวคงจะดูโดดเดี่ยวไปสักหน่อย ตนจำเป็นต้องรักษาความสมดุลในระลอกใหม่เอาไว้
ความสมดุลใหม่คือ เมื่อตัวจริงประสบความสำเร็จถึงระดับหนึ่ง ปู่เยโหวต้องมีผลงานที่ยอดเยี่ยมทัดเทียมกันออกมา แบบนี้ถึงการันตีได้ว่าจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
เมื่อก่อนมีสามตัวตน ตัวตนจวินหลินไม่ได้เข้าร่วมการจัดอันดับคนดังจึงสามารถละเว้นไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นการมีสามตัวตนก็ยังควบคุมความสมดุลได้ยาก มักจะเกิดเหตุการณ์ที่ต้องทิ้งอย่างหนึ่งเพื่อรักษาอีกอย่างหนึ่งอยู่เสมอ พอเหลือสองตัวตนหลินจือไป๋ก็บริหารจัดการง่ายแล้ว ขอแค่ตัวจริงสร้างเรื่องให้เป็นข่าวหน่อย แล้วก็รีบให้ปู่เยโหวออกมาเคลื่อนไหวตามไปก็พอ
“รู้อย่างนี้วาดการ์ตูนตั้งนานแล้ว” หลินจือไป๋คิดเช่นนั้น “การข้ามสายไปลุยงานใหม่ๆ คือวิธีขยายอิทธิพลที่ได้ผลที่สุด แต่น่าเสียดายที่แทบไม่เหลือวงการไหนให้ฉันข้ามไปเล่นอีกแล้ว”
อักษรวิจิตร วาดภาพ นิยาย ดนตรี ละครโทรทัศน์ หลินจือไป๋ล้วนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้วทั้งนั้น ขนาดวงการหนังหลินจือไป๋ก็เริ่มวางหมากไม่นานมานี้ จิ๊กซอว์ทางธุรกิจในอนาคตของเขากำลังค่อยๆ สมบูรณ์
เลิกคิดเรื่องพวกนี้ก่อนดีกว่า หลินจือไป๋บิดขี้เกียจ เขาต้องนอนหลับให้ดีเพื่อต้อนรับการแข่งขันวันพรุ่งนี้ด้วยสุขภาพจิตที่ดีที่สุด!