ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 381 ข้อสงสัยของเออิจิโร่!
“ไม่ใช่สิ! ทีสองตลอดกาลนี่มันอะไร? คำพูดถ้าคุณเป็นคนพูดก็แล้วไปเถอะ! ยังไงคุณก็คือคนที่กดผมให้อยู่ที่สองมาตลอด! แต่เทพดาราร้อยลักษณ์นั่นมีสิทธิ์อะไรมาว่าผมเป็นที่สองตลอดกาล!
หมอนี่ก่อนหน้านั้นยังสั่งให้ผมหุบปากด้วย เกิดมาจนปานนี้ผมไม่เคยเจอใครโอหังขนาดนี้เลยครับ รอจนถึงตอนเปิดหน้ากากเมื่อไร ผมจะทำให้เขารู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของราชาเพลงโจวแน่!”
หลังจบการแข่งขัน หลินจือไป๋โทรหาโจวหานจิ้นเพื่อถามไถ่อาการที่ลำคอ ปรากฏว่าอีกฝ่ายบ่นพล่ามเรื่องไร้สาระออกมาเป็นชุด ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทพดาราร้อยลักษณ์ทั้งสิ้น
“ไม่มีอะไรแล้ว ผมวางสายนะ” หลินจือไป๋กลอกตา
โจวหานจิ้นรีบกล่าว “คุณไม่โกรธบ้างเหรอ ผมจะบอกให้ เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้นะโอหังมาก ก่อนหน้านี้ยังใช้เสียงของฉู่ฉือร้องเพลงดับทุกข์ที่คุณแต่งด้วย นี่มันยั่วโมโหชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอครับ เอาอย่างนี้ไหมครับ รอบหน้าคุณก็มาดูการแข่งขันที่สตูดิโอด้วยกันสิ รอให้เทพดาราร้อยลักษณ์เปิดหน้ากาก เราจะได้ไปรวบตัวเขาด้วยกันเลย ผมนัดพวกจางซีหยางไว้แล้ว เราจะตั้งทีมผู้ล้างแค้น ต้องแกล้งคืนให้หนักเลย!”
แผนการนี้ลูกคิดจะกระเด็นมาใส่หน้าฉันอยู่แล้ว หลินจือไป๋กล่าว “งั้นถึงเวลานั้น ผมจะไปที่สตูดิโอแล้วกันครับ”
โจวหานจิ้นถึงได้รู้สึกดีขึ้นมา “เยี่ยมเลยครับ แต่อันนี้ตกลงกันก่อนนะว่าแค่ขำๆ ถึงหมอนี่จะดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจไปหน่อย แต่เขาก็เป็นคนดีอยู่นะ นิสัยลึกๆ ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร น่าจะเป็นเพื่อนที่ควรค่าแก่การคบหาคนหนึ่งเลยละครับ ถ้าหมอนั่นไม่ใช่ดาราซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าจากที่ไหนจริงๆ ในวงการเพลงฉินโจว วันหน้าผมจะดูแลเขาเอง!”
เอาเถอะ ถ้าเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ใช่หลินจือไป๋ ด้วยฐานะของโจวหานจิ้นในวงการเพลง เขาก็มีคุณสมบัติที่จะพูดแบบนั้นได้จริงๆ ยิ่งได้ทำความรู้จักกับโจวหานจิ้นมากขึ้น หลินจือไป๋ก็ยิ่งรู้สึกว่าราชาเพลงคนนี้มีความเป็นเด็กน้อย แถมยังปากไม่ตรงกับใจด้วย กว่าจะสลัดหลุดไปได้ในที่สุด
หลินจือไป๋ก็เตรียมตัวกลับบ้านไปทานมื้อค่ำ แต่ทันทีที่ก้าวเข้าประตูบ้าน ก็เห็นพ่อแม่และพี่ชายพี่สาวกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
“มีอะไรเหรอครับ?”
หลินจือไป๋รู้สึกหวั่นใจ คาดว่าคนในบ้านคงสังเกตเห็นความผิดปกติแล้ว ยังไงที่สตูดิโอวันนี้เขาก็ใช้เสียงจริงของตัวเองร้องเพลง
เป็นตามคาด แม่จ้องมองหลินจือไป๋แล้วจู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “เพลงของเทพดาราร้อยลักษณ์พวกนั้น ลูกเป็นคนแต่งหมดเลยสินะ!”
หลินจือไป๋ “???”
หลินซีกล่าว “สารภาพมาซะดีๆ!”
หลินจือไป๋กระแอมไอหนึ่งทีแล้วกล่าวว่า “ถูกจับได้ซะแล้ว”
“แน่นอน!” หลินเซิ่งเทียนหัวเราะ “อย่าดูถูกระดับสติปัญญาของพวกเราเลยน่า วันนี้เทพดาราร้อยลักษณ์จงใจเลียนแบบเสียงนายชัดๆ เลย คงเพื่อแสดงความขอบคุณละมั้งที่นายแต่งเพลงเพราะๆ ให้เขามากมายขนาดนั้นนี่นา!”
“มีความเป็นไปได้อยู่อย่างหนึ่งนะครับ…” หลินจือไป๋กล่าว “ความจริงแล้วผมก็คือเทพดาราร้อยลักษณ์?”
พ่อรีบโบกมือเร็วพลัน “ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ขนาดพ่อร้องยังเพราะกว่าลูกเลย!”
“เป็นผมจริงๆ” หลินจือไป๋กล่าว “เสียงออกจะชัดขนาดนั้น”
ทุกคนในครอบครัวต่างพากันหัวเราะ “ลูกเลิกแกล้งได้แล้วน่า แต่ว่าความสามารถในการเลียนแบบของเทพดาราร้อยลักษณ์นี่สุดยอดจริงๆ นะ เขาเลียนแบบเสียงใครก็ได้หมดเลย!”
หลินจือไป๋ถอนหายใจ เทพดาราร้อยลักษณ์เล่นแกล้งคนมากไปหรือไงนะ ทำไมตอนนี้พอพูดความจริงกลับไม่มีใครเชื่อเลย?
เป็นแบบนี้ วันต่อมาหลังจากหลินจือไป๋ตื่นนอน ก็เข้าอินเทอร์เน็ตและพบว่าบนโลกออนไลน์เต็มไปด้วยหัวข้อเกี่ยวกับ ‘King of Mask Singer’ กระดานสนทนาต่างๆ ถูกหัวข้อนี้ถล่มราบคาบ!
ความจริงนั้น แพลตฟอร์มจี๋กวงแทบระเบิดตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ผู้คนพากันพูดถึงผลการแข่งขันในรอบรองสุดท้ายอย่างออกรส มีเรื่องที่เหนือความคาดหมายมากมายเหลือเกิน!
‘เทพดาราร้อยลักษณ์น่ากลัวจริงๆ!’
‘ใครจะไปคิดว่าตอนแข่งคัดเลือกทีมสีแดง คนที่ดูเหมือนเกิดมาสร้างเสียงหัวเราะอย่างหมอนี่ พอเอาจริงขึ้นมาจะมีฝีมือที่แข็งแกร่งขนาดนี้ เมื่อวานเขาใช้กำลังของตัวเองคนเดียวแบกเจ้าชายกบกับปลาคาร์ปน้อยที่จะถูกคัดออก ให้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้เฉยเลย!’
‘ใช่! เช้านี้ฉันตื่นมาตาบวมเป่งเลย เมื่อวานฟังเพลงสองเพลงนั้นของเทพดาราร้อยลักษณ์แล้วร้องไห้หนักโคตร!’
‘ฉันก็ด้วย’
‘วันนี้ตอนไปทำงานที่บริษัท เห็นคนตาแดงตาบวมกันตั้งหลายคน ไม่ต้องถามก็รู้ว่าเมื่อคืนดู King of Mask Singer มาแน่!’
‘ตั้งตารอตอนหน้าไม่ไหวแล้ว!’
‘ตอนหน้าเทพดาราร้อยลักษณ์ก็จะเปิดหน้ากากแล้ว!’
‘แต่ไม่รู้ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จะเอาตำแหน่งแชมเปี้ยน King of Mask Singer มาได้หรือเปล่า ยังไงการแข่งขันก็มาถึงรอบสุดท้ายแล้ว ทุกคนต่างก็ต้องงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้กันหมด ใครจะแพ้ชนะยังเดายากจริงๆ!’
ไม่ว่าในสัปดาห์หน้าจะแพ้หรือชนะ ทุกคนก็ต้องเปิดหน้ากาก แต่สิ่งที่ผู้ชมอยากรู้ที่สุดก็คือการเปิดหน้ากากของเทพดาราร้อยลักษณ์ ทุกคนสงสัยมากว่าเขาคือใครกันแน่ ความสงสัยนี้ถึงขั้นสูงกว่าความคาดหวังว่าใครจะเป็นแชมเปี้ยนซะอีก!
ยิ่งไปกว่านั้น เพราะเทพดาราร้อยลักษณ์ร้องเพลงภาษาฉี่อย่างเพลง ‘รักแม่จริงๆ’ ทำให้ทุกคนเริ่มสงสัยว่าเขาจะเป็นนักร้องจากฉีโจวหรือเปล่า!
ถึงแม้จะพูดถึงความคาดหวัง ทุกคนก็ยังหวังว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จะเป็นนักร้องฉินโจวอยู่ดี แต่ต่อให้ชาวเน็ตคิดจนหัวแทบแตก ก็ยังคิดไมออกว่าในฉินโจวจะมีใครที่มีข้อมูลตรงกับหมอนี่บ้าง?
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ หลินจือไป๋ได้รับโทรศัพท์จากจินเสี่ยวเฟิง อีกฝ่ายเอ่ยว่า “เรื่องกฎกติกาของรอบชิงชนะเลิศ พวกเราจำเป็นต้องแจ้งให้นักร้องทราบล่วงหน้าครับ รอบแรกจากแปดคัดเหลือสี่ รอบที่สองจากสี่คัดเหลือสอง และรอบที่สามคือรอบชิงชนะเลิศ พวกเราจะใช้วิธีดวลตัวต่อตัวทั้งหมดครับ”
“สามรอบเหรอครับ?”
“ถ้าตามแผนจะเป็นแบบนั้นครับ” จินเสี่ยวเฟิงเอ่ยเตือน “แต่ระหว่างนั้นถ้าคุณแพ้แม้แต่รอบเดียว จะเสียสิทธิ์เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทันทีครับ นอกจากนี้สิ่งที่ต่างไปจากเดิมคือ การแข่งขันที่ผ่านมาจะตัดสินจากคะแนนโหวตของผู้ชมในสตูดิโอและคณะกรรมการ แต่สัปดาห์สุดท้ายนี้ ผู้ชมชาวฉินโจวทุกคนที่ชมรายการจะมีสิทธิลงคะแนนโหวต แต่ละหมายเลขโทรศัพท์โหวตได้หนึ่งคะแนนครับ!”
“อืม…”
กฎกติกานี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายของหลินจือไป๋เท่าไร การที่ผู้ชมชาวฉินโจวสามารถโหวตได้จะช่วยกระตุ้นความตื่นตัวของผู้ชมมากขึ้นด้วย “ส่วนรอบชิงชนะเลิศ…”
จินเสี่ยวเฟิงกล่าว “ถ้าใครคว้าตำแหน่งแชมป์ไปได้ จะต้องเปิดหน้ากากครับ ถ้าไม่อยากเปิดก็มีแค่ทางเดียวคือสละตำแหน่งแชมป์ไป”
“เข้าใจแล้วครับ”
หลินจือไป๋เตรียมใจมาแล้ว จินเสี่ยวเฟิงกล่าวต่อ “ก่อนจะเปิดหน้ากากในฐานะแชมป์ ทางที่ดีที่สุดเตรียมเพลงสักเพลงไว้ร้องระหว่างเปิดหน้ากากครับ คุณจะร้องเพลงผลงานชิ้นเอกของตัวเองหรือเพลงอินอะไรก็ได้ แน่นอนว่านั่นคือกรณีที่คุณคว้าแชมป์มาได้นะครับ เรื่องนี้เราจะแจ้งแก่นักร้องทุกคนที่อยู่ถึงสัปดาห์สุดท้ายได้รับทราบ”
“ครับ”
หลินจือไป๋แสดงการรับทราบ หลังจากวางสาย หลินจือไป๋ก็เริ่มพิจารณาว่ารอบรองชนะเลิศจะร้องเพลงอะไร แล้วรอบชิงชนะเลิศจะร้องเพลงอะไร เพลงตอนเปิดหน้ากากก็ต้องเตรียม
สองสามวันต่อมา หลินจือไป๋เอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องเหล่านี้ และเมื่อวันชิงชนะเลิศใกล้เข้ามา การถกเถียงเกี่ยวกับรายการ ‘King of Mask Singer’ บนโลกออนไลน์ก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ หัวข้อสนทนาของทุกคนเริ่มพุ่งเป้าไปที่การแย่งชิงตำแหน่งแชมป์
‘ฉันว่าทุเรียนระเบิดน่าจะคว้าแชมป์ได้นะ!’
‘เชียร์เทพดาราร้อยลักษณ์มากกว่า สองรอบหลังมานี้เขาโหดสุดเลย แถมทุเรียนระเบิดยังเคยแพ้ให้เทพดาราร้อยลักษณ์มาแล้วตั้งสองครั้ง นั่นก็ไม่แน่หรอก!’
‘ตัวแปรในรอบชิงชนะเลิศมีเยอะมาก ทุกคนต่างก็ต้องใช้ไม้ตายทั้งนั้น ใครจะได้แชมป์ก็เป็นไปได้หมด!’
‘อย่างเจ้าชายกบคือโจวหานจิ้นเชียวนะ ถึงรอบก่อนจะทำผลงานได้ไม่ดีเพราะเป็นหวัดจนกระทบเสียง แต่ถ้ารอบหน้าคอเขาหายดี ก็มีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ได้เต็มตัวเลยนะ!’
‘ยังมีสุนัขทิเบตอีก มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นจางซีหยาง!’
‘ถ้าสุนัขทิเบตคือจางซีหยางจริง เขายังไม่ได้ใช้เสียงจริงของตัวเองแบบเต็มที่เลยนะ จางซีหยางตอนใช้เสียงจริงนะน่ากลัวที่สุดแล้ว’
‘แม้แต่ดอกเพชฌฆาตกับหลิวริมน้ำก็อาจจะมีลุ้นเหมือนกัน!’
‘ยังไงก็เป็นถึงราชาราชินีเพลงเลยนะ ถึงการแข่งขันรอบก่อนมักจะโดนกลบรัศมี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะพลิกกลับมาชนะไม่ได้สักหน่อย’
ท่ามกลางการถกเถียงต่างๆ นานา ทีมงานรายการก็ได้เปิดโพลล์ทายผลบนแพลตฟอร์มจี๋กวงอีกครั้งในหัวข้อ ‘คาดการณ์ผู้ที่จะคว้าแชมป์ King of Mask Singer’ ผลการโหวตคือ เทพดาราร้อยลักษณ์อันดับหนึ่ง! ทุเรียนระเบิดอันดับสอง!
นี่หมายความว่าตอนนี้ ทุกคนต่างยอมรับว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือนักร้องที่แข็งแกร่งที่สุดในรายการ ‘King of Mask Singer’ และเป็นผู้ที่มีโอกาสคว้าแชมป์มากที่สุด!
อันดับสามคือสุนัขทิเบต อันดับสี่คือเจ้าชายกบ ไม่ใช่ว่าคนส่วนใหญ่จะมองว่าฝีมือของจางซีหยางเหนือกว่าโจวหานจิ้น แต่เพราะผลงานสองรอบหลังมานี้ของโจวหานจิ้นไม่ดีเท่าที่ควร แม้จะรู้ดีว่าเป็นเพราะไม่สบายก็ตาม
อันดับห้า หลิวริมน้ำ อันดับหก ดอกเพชฌฆาต อันดับเจ็ด หญ้าอ่อนเขียวขจี อันดับแปด ปลาคาร์ปน้อย เห็นได้ชัดว่าทุกคนไม่คิดว่าหญ้าอ่อนเขียวขจีและปลาคาร์ปน้อยจะคว้าแชมป์ได้ ฝีมือของพวกเธอดีมากก็จริง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับราชาราชินีเพลงตัวจริงก็ยังถือว่าห่างชั้นกันอยู่
แต่ท่ามกลางการโต้เถียงต่างๆ นานา ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาว่า ‘หากวิเคราะห์จากมุมมองที่เป็นกลาง โอกาสคว้าแชมป์ของเทพดาราร้อยลักษณ์มีไม่น้อยเลย เกือบจะพอกับทุเรียนระเบิด แต่ถ้ามองในมุมมองส่วนตัว หรือมุมมองนักร้องแท้ๆ ถามผมว่าใครเก่งกว่า ผมโหวตให้ทุเรียนระเบิดร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ’
บนโลกออนไลน์ใครก็แสดงความคิดเห็นของตนเองได้ ประโยคเช่นนี้ในสถานการณ์ปกติคงไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่ถ้าประโยคนี้ออกจากปากของขาใหญ่ตัวท็อป คุณค่าก็จะเปลี่ยนไปทันที เพราะคนที่พูดประโยคนี้ชื่อว่าเออิจิโร่
เขาเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับท็อปของฉูโจว และเป็นคนดังเหนือแถวหน้าของฉินโจวด้วย! อีกนัยหนึ่งคือ เออิจิโร่เป็นซูเปอร์สตาร์ระดับทวีป! เทียบเท่ากับซูเปอร์สตาร์ระดับนานาชาติในชาติก่อน!
ดังนั้นทันทีที่คำพูดของเออิจิโร่ปรากฏออกมา ก็พลันเกิดความวุ่นวาย ชาวเน็ตไม่น้อยที่สนับสนุนเทพดาราร้อยลักษณ์ต่างไม่พอใจ!
หมายความว่ายังไง? อะไรคือที่บอกว่าในมุมมองนักร้องแท้ๆ ทุเรียนระเบิดเก่งกว่าแน่นอน? ทุเรียนระเบิดแพ้ให้เทพดาราร้อยลักษณ์มาตั้งสองครั้งแล้วนะ! แต่เออิจิโร่พูดเหมือนว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ชนะมาได้เพราะใช้เล่ห์เหลี่ยมงั้นแหละ!
ถ้าเป็นในช่วงแข่งขันคัดเลือก แล้วเออิจิโร่พูดแบบนี้ทุกคนก็อาจจะพอยอมรับได้ แม้แต่เพลง ‘ตาลาเปิงป่า’ ก็ยังพอจะฝืนพูดได้ว่ามีลูกเล่นรายการเป็นปัจจัยเสริม เทพดาราร้อยลักษณ์ถึงเอาชนะทุเรียนระเบิดมาได้ เพราะในช่วงแข่งขัน ‘King of Mask Singer’ มีคนบ่นเสมอว่าเทพดาราร้อยลักษณ์อาศัยแต่สีสันของรายการพิชิตใจผู้ชม ตัวเพลงเองไม่ได้ถือว่ายอดเยี่ยมอะไร
แต่ทว่า… ในเพลงถัดไปที่เทพดาราร้อยลักษณ์ชนะติดต่อกันนั้น ไม่ได้อาศัยสีสันของรายการอะไรเลย! อย่างเพลง ‘เจ้าปลาใหญ่’ อย่างเพลง ‘คุณพ่อ’ อย่างเพลง ‘รักแม่จริงๆ’ เพลงเหล่านี้คุณภาพก็เห็นกันอยู่ ไม่มีใครเอาเรื่องสีสันของรายการอะไรมาอ้างได้อีกแล้ว เออิจิโร่มีสิทธิ์อะไรมาพูดจาให้ผู้สนับสนุนเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่สบอารมณ์?