ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 380 หลินจือไป๋: ก็แค่ที่สองตลอดกาลเท่านั้นแหละ!
หลินจือไป๋เตรียมเพลงไว้สำหรับรอบที่สองอยู่หลายเพลง และเพลงที่เขามั่นใจที่สุดก็คือเพลง ‘รักแม่จริงๆ’ เพลงนี้!
ไม่มีเหตุผลอื่นใด เพียงเพราะนี่คือหนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของวง Beyond เรียกได้ว่าเป็นเพลงคลาสสิกตลอดกาล เป็นไพ่ตายที่ทรงพลังที่สุดบนเวทีนี้!
เพลงกวางตุ้งมีมากมาย แต่เพราะหลายคนพูดภาษากวางตุ้งไม่ได้ ต่อให้คุ้นหูแค่ไหนก็ร้องตามไม่เป็น แต่เพลง ‘รักแม่จริงๆ’ และเพลงอื่นๆ อีกไม่กี่เพลงกลับเป็นขอยกเว้น! ต่อให้ไม่เข้าใจภาษากวางตุ้ง คนจำนวนมากก็ร้องเพลงนี้ได้! เพราะในชาติก่อน ความนิยมของเพลงนี้พุ่งสูงจนน่าเหลือเชื่อ เรียกได้ว่าดังไปทั่วประเทศ ไม่ว่าใครกดเลือกเพลงนี้ในร้านคาราโอเกะ ทุกคนก็ร้องคลอตามไปด้วยได้หมด!
การร้องเพลงสิ้นสุดลง หลินจือไป๋โค้งคำนับ ผู้ชมจำนวนมากในฮอลล์ลุกขึ้นปรบมืออย่างบ้าคลั่ง บางคนถึงขั้นชูสองมือขึ้นเหนือศีรษะแล้วปรบมือรัวๆ!
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
เวทีนี้ถูกเทพดาราร้อยลักษณ์สยบลงอีกครั้ง ทุกคนตะโกนเรียกชื่อเดียวกัน ตะลึงในไพ่ตายที่เขางัดออกมาได้ไม่รู้จบสิ้น!
“พระเจ้า! ใครจะคิดว่าเทพดาราร้อยลักษณ์พูดภาษาฉีเป็นด้วย ถ้าเพลงนี้ไม่ได้ร้องด้วยภาษาฉี ฉันก็คงไม่ตกใจขนาดนี้ ฉันเคยอยู่ฉีโจวมาหลายปี ภาษาฉีก็ถือว่าพูดได้พอสมควร แต่ระดับภาษาฉีของเทพดาราร้อยลักษณ์นี่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนฉีโจวโดยกำเนิดเลย ไม่มีใครหาที่ติได้เลยสักจุด ทุกพยางค์แม่นยำจนน่าเหลือเชื่อ!”
“ฉันจะบ้าตาย! ตาบวมหมดแล้วเนี่ย! ร้องไห้อีกไม่ไหวแล้วจริงๆ ทำไมสองเพลงนี้ของเทพดาราร้อยลักษณ์ถึงเรียกน้ำตาได้ขนาดนี้กันเนี่ย ตั้งแต่สลับเสียงร้อง มาจนถึงร้องเสียงไซเรน แล้วยังเพลงคุณพ่อที่ทำเอารึซึ้งกันทั้งฮอลล์อีก ฉันนึกว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ ซะอีก แต่หมอนี่กลับใช้ความจริงพิสูจน์มาครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ขีดจำกัดของเขามีไว้เพื่อทำลายทิ้งไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์โหดเกินไปแล้ว! รอบที่แล้วเทพดาราร้อยลักษณ์ก็ไล่กวาดเรียบ แต่ใครจะคิดว่ารอบนี้เขาจะอาละวาดได้หนักกว่าเดิมอีก ในฐานะนักร้องคนเดียวของทีมสีแดงที่ผ่านเข้ากลุ่มผู้ชนะมาได้ รอบนี้เขาฉายเดี่ยวสู้กับทีมสีน้ำเงิน ระดับนี้มันหนึ่งรุมสามชัดๆ!”
“ไหนบอกว่าถึงขีดจำกัดแล้วไง?”
“คำพูดของเทพดาราร้อยลักษณ์นะ แม้แต่ครึ่งตัวอักษรเธอก็เชื่อไม่ได้นะ ตั้งแต่เพลง ‘ตาลาเปิงป่า’ เขาก็บอกว่าตัวเองหมดมุกแล้ว ผลสุดท้ายรอบนี้ถึงกับงัดเพลงภาษาฉีออกมา นี่เรียกว่าหมดมุกแล้วเหรอวะ!?”
‘หมดมุก’ ของนายนะ… มันหมายความว่าไม่มีใครมีมุกเยอะกว่านายอีกแล้วใช่ไหม?
บ่อยครั้งการนำมาเทียบกันตรงๆ จะเห็นภาพได้ชัดที่สุด เพลงภาษาฉีของทุเรียนระเบิดได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้ชมก็จริง แต่เทพดาราร้อยลักษณ์เองก็ใช้เพลงภาษาฉีมาตอบโต้เช่นกัน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้ว การตัดสินก็ง่ายดายขึ้นมาก!
อย่างน้อยทุกคนสัมผัสได้อย่างชัดเจน! ผลงานของเทพดาราร้อยลักษณ์เข้าถึงอารมณ์ได้มากกว่า!
หลี่เชียวจากทีมกรรมการนักทายในตอนนี้ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้เป็นพวกชอบตบหน้าคนอื่นหรือไงนะ ยิ่งในช่วงที่ไม่มีใครคาดหวัง การแสดงของหมอนี่กลับยิ่งทำให้ทุกคนทึ่ง!
ตรงกันข้ามกับก่อนหน้านี้ในช่วงการแข่งขันคัดเลือก ทั้งที่การแสดงของเทพดาราร้อยลักษณ์เป็นสิ่งที่ทุกคนตั้งตารอ ผลสุดท้ายหมอนี่กลับขึ้นมาเล่นมุกตลก สร้างสีสันให้รายการ แม้จะได้คะแนนความนิยมที่ดีเสมอมาแต่ก็ทำให้เขาคว้าอันดับหนึ่งได้ยาก
“ยิ่งไม่ได้รับการคาดหวัง เขายิ่งฮึดสู้” ฉินเลี่ยนเริ่มจะคุ้นกับลักษณะเด่นของเทพดาราร้อยลักษณ์แล้ว “พวกเราต่างก็รู้สึกว่ารอบนี้เขาไม่มีทางชนะทุเรียนระเบิดได้แล้ว จากนั้นเขาก็เข็นเอาเพลงภาษาฉีระดับระเบิดนิวเคลียร์ออกมาเลย!”
เห็นด้วยอย่างที่สุด! บรรดาแขกรับเชิญในทีมกรรมการนักทายต่างพากันพยักหน้า!
จ้าวโยวเยว่ยิ่งอดไม่ได้ที่จะถาม “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์คะ คุณคงจะไม่ใช่นักร้องจากฉีโจวหรอกนะ ภาษาฉีคุณนี่สุดยอดเกินไปแล้ว ใช่ครับ?”
เทพดาราร้อยลักษณ์ตอบ: “ไม่ใช่ครับ”
หานปัวเอ่ยขึ้นลอยๆ “คำพูดของอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์นะ ทุกคนต้องฟังแบบย้อนศรนะครับ ถ้าเขาบอกว่าไม่ใช่ ก็คือใช่”
ฮ่าๆ! ผู้ชมพากันหัวเราะลั่น เทพดาราร้อยลักษณ์ก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือไง!
หวงลี่ที่เป็นพิธีกรก้าวขึ้นบนเวที เขาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “การแสดงของอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ครับ ผมได้ฟังจนอดไม่ได้ต้องแอบโทรหาแม่เมื่อกี้นี้เลย วันนี้เป็นวันกตัญญูพอดี ได้ฟังเพลงเกี่ยวกับพ่อแม่มามากมายขนาดนี้ ก็หวังว่าทุกท่านจะหาเวลาคอยใส่ใจดูแลญาติผู้ใหญ่ของตัวเองกันด้วยนะครับ ถ้าอย่างนั้นเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า ถึงเวลาประกาศคะแนนแล้วครับ พวกคุณคิดว่าราชาเพลงประจำสัปดาห์นี้สุดท้ายจะตกเป็นของใครกันครับ?”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“ทุเรียนระเบิด!”
ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างส่งเสียงตะโกนลั่น! ในนั้นยังมีคนที่เอ่ยถึงดอกเพชฌฆาตและหลิวริมน้ำอยู่บ้าง แต่เสียงเบากว่ากันมาก เสียงที่ตะโกนออกมามากที่สุดก็คือเทพดาราร้อยลักษณ์และทุเรียนระเบิด
เมื่อลองฟังดูดีๆ ก็จะพบว่า เสียงที่เรียกชื่อเทพดาราร้อยลักษณ์ดังกว่า! เพราะเมื่อเสียงเซ็งแซ่ของผู้ชมดังระงมต่อเนื่อง ผู้สนับสนุนของเทพดาราร้อยลักษณ์ก็ค่อยๆ เป็นฝ่ายได้เปรียบ ส่วนผู้ชมที่สนับสนุนทุเรียนระเบิดกลับเริ่มไม่มั่นใจขึ้นมาทีละนิด เพราะเพลง ‘รักแม่จริงๆ’ ไม่ว่าใครได้ฟังก็ต้องตกตะลึงจนขนลุกซู!
“เทพดาราร้อยลักษณ์แน่นอน” หลินตงที่อยู่ด้านล่างกล่าวด้วยรอยยิ้ม ทุกคนในครอบครัวต่างเทคะแนนให้เทพดาราร้อยลักษณ์ บทเพลงเมื่อครู่สะเทือนอารมณ์เกินไป แล้วเด็กที่สวมหน้ากากบนเวทีคนนั้น ไม่แน่อาจจะเป็นเสี่ยวเฮยก็ได้!
เป็นไปตามคาด ผลการลงคะแนน: เทพดาราร้อยลักษณ์อันดับหนึ่ง! ทุเรียนระเบิดอันดับสอง! หลิวริมน้ำอันดับสาม! ดอกเพชฌฆาตอันดับสี่!
เมื่อผลการลงคะแนนประกาศออกมา หวงลี่ผู้เป็นพิธีกรก็ตะโกนประกาศเสียงดังว่า “ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ ที่ได้ครองตำแหน่งราชาเพลงต่อเนื่องอีกหนึ่งสมัยครับ!”
สามศพ! เทพดาราร้อยลักษณ์ในฐานะความหวังเดียวที่เหลืออยู่ของทีมสีแดง ได้ใช้กำลังของตนสยบคนทั้งสามของทีมสีน้ำเงิน รวมถึงทุเรียนระเบิดที่มีทั้งราชาเพลงและราชินีเพลงลงได้!
ทุเรียนระเบิดหน้าอึมครึม! ลมหายใจภายใต้หน้ากากเริ่มหนักหน่วง! ก่อนหน้านี้ที่แพ้ให้แก่เทพดาราร้อยลักษณ์ ทุเรียนระเบิดไม่ยอมรับ เขาคิดว่าตัวเองเตรียมตัวมาไม่ดีพอจึงได้พลาดท่าไป แม้แต่ผู้ชมก็ยังรู้ว่าในครั้งนั้นทุเรียนระเบิดแพ้ในการดวลเพราะประมาทคู่ต่อสู้เกินไป
แต่ครั้งนี้ทุเรียนระเบิดกลับหาข้ออ้างใดๆ ไม่ได้เลย ในเมื่อตนมาพ่ายแพ้ในบทเพลงภาษาฉีที่ภาคภูมิใจที่สุดให้แก่เทพดาราร้อยลักษณ์ ไหนว่าจะล้างแค้นไง? ทำไมคราวนี้แพ้ยับเยินกว่าครั้งที่แล้วอีกละเนี่ย!
หมอนี่ตั้งใจชัดๆ! ฉันร้องเพลงภาษาฉี แกก็ร้องเพลงภาษาฉี!? เสียสิทธิพิเศษของราชาเพลงไปก็น่าเสียดายอยู่หรอก แต่ตอนนี้สิ่งที่ทุเรียนระเบิดยอมรับไม่ได้จริงๆ คือการที่เขาต้องมาพลาดท่าอย่างแรงให้กับคนคนเดิมซ้ำอีกครั้ง!
ความอับยศนี้มีแค่วิธีเดียวที่จะล้างมลทินได้! นั่นคือสัปดาห์หน้าต้องก้าวขึ้นเป็นแชมเปี้ยนสูงสุดของรายการ ‘King of Mask Singer’ ให้ได้!
‘ฉันสาบาน…’ ทุเรียนระเบิดกัดฟันพลางตั้งสัตย์ปฏิญาณในใจ ‘รอบหน้าฉันต้องชนะแกให้ได้ ไม่อย่างนั้นชาตินี้จะไม่มาหาลู่ทางเติบโตในฉินโจวอีก!’
เหมือนเขาจะลืมไปแล้วว่า ตอนที่แพ้ให้แก่เทพดาราร้อยลักษณ์ครั้งก่อนก็เคยสาบานในใจเหมือนกัน ผลลัพธ์กลับเป็นการตบหน้าตัวเองอย่างจัง
“เอาละครับ ขอเชิญนักร้องทุกท่านขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ!” หวงลี่เชิญนักร้องสวมหน้ากากทุกคนขึ้นบนเวที จากนั้นจึงเอ่ยว่า “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ครับ คุณบอกว่าจะชุบชีวิตคนคนหนึ่ง ไม่ทราบว่าเป็นใครเหรอครับ?”
หยุดครู่หนึ่ง หวงลี่ก็ถามว่า “เจ้าชายกบ หรือว่าปลาคาร์ปน้อยครับ?”
ปลาคาร์ปน้อยและเจ้าชายกบต่างนิ่งเงียบ เทพดาราร้อยลักษณ์เคยบอกว่าหากคว้าแชมป์ในรอบนี้ได้เขาจะชุบชีวิตทั้งสอง เขาพูดจริงเหรอ? หมอนี่ทำอะไรไม่เคยอยู่ในกรอบเลยจริงๆ ไม่ว่าจะตัดสินใจแบบไหนก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้ทั้งสองคนจึงไม่กล้ามั่นใจนัก
และในระหว่างที่ทั้งสองกำลังกระวนกระวาย เทพดาราร้อยลักษณ์ก็พูดอย่างไม่ลังเลว่า “มีแต่เด็กเท่านั้นแหละที่ต้องเลือก ผมเหมาหมดเลยครับ”
ตู้ม! ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา! ทั่วทั้งฮอลล์พลันเดือดพล่าน!
ไม่มีใครคาดคิดว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ที่ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อตำแหน่งราชาเพลงสัปดาห์นี้ จะตัดสินใจชุบชีวิตเพื่อนร่วมทีมทั้งสองคนขึ้นมาจริงๆ!
“ใจของเทพดาราร้อยลักษณ์นี่ฉันนับถือเลย!”
“ชุบชีวิตทั้งสองคนเลย แบบนี้ไม่เหลือทางถอยให้ตัวเองเลยนะ!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์ทำฉันน้ำตาไหลพรากเลย!”
“ทั้งที่เขามีโอกาสทำให้ตัวเองมีชีวิตมากกว่าคนอื่นตั้งสองชีวิต ถ้าเขาไม่ชุบชีวิตเจ้าชายกบกับปลาคาร์ปน้อย รอบชิงชนะเลิศสัปดาห์หน้าเขาก็จะมีถึงสามชีวิต สู้กับคนที่มีชีวิตเดียวเลยนะ นี่มันโอกาสรับประกันตำแหน่งแชมเปี้ยนสองชั้นชัดๆ ทิ้งมันไปแบบนี้หน้าตาเฉย!”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่ก็ดูเหมือนสร้างภาพอยู่นะ”
สร้างภาพ? บ้านเธอสร้างภาพกันแบบนี้เหรอ? ต่อให้เขาไม่ชุบชีวิตเจ้าชายกบกับปลาคาร์ปน้อยก็ไม่ผิดนะ สิทธิของราชาเพลงเขาได้มาด้วยความสามารถของตัวเอง จะเก็บไว้เป็นประกันให้ตัวเองก็ไม่มีใครว่าอะไรได้ปะ? อย่าเอาศีลธรรมมาบีบบังคับหน่อยเลย ทุกคนต่างก็สวมหน้ากาก แม้แต่ใครเป็นใครยังไม่รู้เลย!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์ เทพของฉัน!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์ไม่มีทางไม่รู้หรอกว่า คนที่ถูกชุบชีวิตทั้งสองคนนี้จะกลายมาเป็นคู่แข่งของเขาในภายหลัง เพราะแชมเปี้ยนสูงสุดมีแค่หนึ่งเดียว ชุบชีวิตปลาคาร์ปน้อยไม่เท่าไหร่ เธอคงยากจะสั่นคลอนเทพดาราร้อยลักษณ์ได้ แต่เจ้าชายกบอาจจะเป็นโจวหานจิ้นก็ได้นะ เป็นตัวเต็งตำแหน่งแชมป์เลย ถ้าคอของเขาฟื้นตัวเมื่อไหร่จะน่ากลัวมาก เท่ากับชุบชีวิตคู่แข่งที่น่ากลัวพอจะเขี่ยตัวเองตกรอบมาด้วยมือตัวเองเลยนะ!”
ผู้ชมนับถือจากใจจริง! อย่าว่าแต่ทุกคนจะไม่คิดว่านี่เป็นการสร้างภาพเลย! ให้เป็นการสร้างภาพจริงๆ แต่จะมีใครยอมใช้โควตาชุบชีวิตแสนล้ำค่าถึงสองครั้งมาสร้างภาพแบบนี้เหรอ!?
เหมือนการบริจาคของคนดังนั่นแหละ นับแต่โบราณมากล่าวว่าให้ดูที่การกระทำไม่ใช่ตัดสินที่เจตนา ถ้าเธอบอกว่าคนดังสร้างภาพ งั้นคนเขาบริจาคเงินหลักล้านถึงขั้นหลายสิบล้านเธอจะว่ายังไง?
ในความเป็นจริง วินาทีนี้ทั้งปลาคาร์ปน้อยและเจ้าชายกบต่างก็รู้สึกจิตใจสั่นสะเทือน! เทพดาราร้อยลักษณ์พูดจริงทำจริง เขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้ คว้าตำแหน่งราชาเพลงสัปดาห์นี้มาได้จริงๆ และตั้งใจจะชุบชีวิตพวกเขาทั้งสองคน!
“คุณแน่ใจเหรอครับ?” หวงลี่นึกไม่ถึงว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จะไม่เหลือทางถอยให้ตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว ต่อให้เป็นการสร้างภาพ… เก็บโอกาสไว้ให้ตัวเองสักครั้งไม่ดีกว่าเหรอ? แต่นี่ใช้ทั้งสองโอกาสจนหมด! เพียงเพื่อช่วยพยุงปลาคาร์ปน้อยที่ถูกกำหนดมาว่าคงเดินไปได้ไม่ไกล กับเจ้าชายกบที่มีคุณสมบัติพอจะชิงตำแหน่งราชาเพลงกับคุณในสัปดาห์หน้าเนี่ยนะ?
“แน่ใจครับ” หลินจือไป๋ที่อยู่ภายใต้หน้ากากของเทพดาราร้อยลักษณ์ยิ้มบางๆ คนหนึ่งคือเพื่อนของเขา อีกคนคือศิลปินในบริษัทของเขา ช่วยได้ย่อมต้องช่วย!
ส่วนเรื่องแชมป์? แค่ทำให้เต็มที่ก็พอแล้ว ถ้าต้องถึงขั้นต้องใช้สิทธิ์ชุบชีวิตตัวเองหนึ่งครั้งหรือแม้แต่สองครั้งถึงจะคว้าแชมป์ได้? แชมป์แบบนั้นไม่เอายังจะดีเสียกว่า!
ไม่แน่ว่าตนไม่ต้องใช้สิทธิ์พิเศษของราชาเพลงก็อาจจะคว้าแชมป์ได้นี่นา? ยังไงก็คงชุบชีวิตอันดับสองกลับขึ้นมาอีกแล้วค่อยฆ่าอีกฝ่ายให้ตายซ้ำเป็นครั้งที่สองหรือสามไม่ได้หรอกจริงไหม? ช่างเป็นแผนการที่อำมหิตเหลือร้าย! ไม่สู้ใช้สิทธิ์พิเศษทั้งสองครั้งตอนนี้เลยดีกว่า
หวงลี่กล่าวอย่างมีอารมณ์ร่วม “ส่วนตัวผมขอแสดงความนับถืออาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์จากใจจริงเลยครับ ถ้าอย่างนั้นตามกฎเกณฑ์ที่พวกเรากำหนดไว้ก่อนหน้านี้ ปลาคาร์ปน้อยและอาจารย์เจ้าชายกบจะได้รับการชุบชีวิตครับ!”
“ขอบคุณค่ะ!” ปลาคาร์ปน้อยเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น พร้อมกับโผเข้ากอดเทพดาราร้อยลักษณ์
“ขอบใจนะ” เจ้าชายกบเองก็สวมกอดเทพดาราร้อยลักษณ์เช่นกัน พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูเขาว่า “หวังว่านายจะไม่เสียใจนะที่ชุบชีวิตคนที่แข็งแกร่งอย่างฉันขึ้นมา ฉันจะไม่เห็นแก่เรื่องนี้แล้วยอมออมมือให้ในรอบชิงหรอกนะ…”
เบียวขนาดนี้เลยเหรอ?
หลินจือไป๋ยิ้มบางๆ แล้วกระซิบตอบที่ข้างหูของเจ้าชายกบเช่นกัน: “ก็แค่ที่สองตลอดกาลเท่านั้นแหละครับ”
เจ้าชายกบ: “???”