ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 394 สั่นสะเทือนฉินโจว!
ตอนที่ 394 สั่นสะเทือนฉินโจว!
“เจ้านายครับ คราวนี้คุณทำเอาช็อกกันไปทั้งฉินโจวเลย เรตติ้ง ‘King of Mask Singer’ ทุบสถิติแน่ครับ ไม่เคยมีรายการวาไรตี้ไหนมาได้ถึงขั้นนี้มาก่อนเลย โดยเฉพาะช่วงที่คุณถอดหน้ากากน่ะ!”
ช่วงมื้อดึก
เจียงเฉิงเป็นเจ้ามือเลี้ยง
กินได้ครึ่งทาง
จู่ๆ เจียงเฉิงก็เอ่ยทอดถอนใจก่อนจะถามว่า “ท่านผู้เฒ่าหลินคงไม่โกรธใช่ไหมครับ ที่คุณใช้ตัวตนฉู่ฉือไปเข้าร่วมกับคุนเผิง…”
“ไม่หรอก”
ถึงท่านผู้เฒ่าจะแสร้งทำเป็นดุเขาอย่างจริงจัง แต่หลินจือไป๋รู้ดีว่าปู่ไม่ได้โกรธเลยสักนิด ในใจคงยังแอบปลื้มด้วยซ้ำ
ทรยศเสินฮว่า?
เป็นคนอื่นคงโดนตราหน้าแบบนั้นไปแล้ว แต่หลินจือไป๋เป็นถึงหลานชายแท้ๆ ของหลินเจามู่ ขอแค่เขาไม่พูดอะไรก็ไม่มีใครกล้าปริปากบ่นทั้งนั้น
ตอนนี้เอง
เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้นหลายครั้ง หลินจือไป๋ก้มลงมอง พบว่าเป็นเพื่อนสนิทเฟิงซั่วและหยิ่นตงหน่วนที่แท็กหาเขาในกลุ่มแชต
‘นายคือฉู่ฉือ!?’
‘นายจะเป็นฉู่ฉือได้ยังไง!?’
‘ไม่เมคเซนส์เลย!’
‘ฉันตกใจแทบบ้าตาย!’
‘ฉันพิมพ์ไปมือสั่นไปเลยเนี่ย!’
‘บวกหนึ่งด้วยคน!’
ความช็อกของเพื่อนทั้งสองคนทะลุผ่านตัวอักษรเลยทีเดียว!
หลินจือไป๋ยิ้มพลางพิมพ์ตอบ ‘มีเหตุผลจำเป็นบางอย่างน่ะ เลยต้องปิดข่าวไว้ก่อน’
‘แม่งเอ๊ย!’
หยิ่นตงหน่วนถึงขั้นหลุดสบถออกมา ‘นายนี่กะจะเอาให้สุดเลยเหรอ เล่นใหญ่ขนาดนี้ ตอนเรียนไม่เห็นรู้เลยว่านายร้องเพลงเทพขนาดนี้ ทั้งที่ฉันจำได้แม่นเลยว่านายน่ะเสียงเพี้ยนตัวพ่อ’
‘เสียงเพี้ยนของจริงเลย!’
เฟิงซั่วก็จำได้ดี ‘เมื่อก่อนพวกเราเคยไปคาราโอเกะด้วยกัน หลินจือไป๋ร้องเพลงไม่เคยตรงจังหวะเลยสักนิด นายคงไม่ได้แสดงละครตบตาพวกเรามาตลอดหรอกใช่ไหม?’
ใช่แล้ว
ทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงต่างรู้ดีว่าหลินจือไป๋ร้องเพลงเพี้ยน แต่ตอนนี้ทุกคนรู้สึกเหมือนโดนหลอก ทักษะการร้องของหมอนี่มันระดับราชาเพลงชัดๆ!
ถึงขั้นเป็นราชินีเพลงก็ยังได้!
ยังไงซะเทพดาราร้อยลักษณ์ก็ร้องเสียงผู้หญิงได้นี่นา
ในขณะที่หลินจือไป๋กำลังแชตกับเพื่อนๆ อยู่
กระแสข่าวเกี่ยวกับรายการ ‘King of Mask Singer’ และข่าวของหลินจือไป๋บนโลกโซเชียลก็แผ่ปกคลุมไปทุกพื้นที่!
‘พิธีถอดหน้ากากของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วฉินโจว แบบที่ว่าสะท้านฟ้าสะเทือนดิน!’
‘‘King of Mask Singer’ ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ เทพดาราร้อยลักษณ์คว้าแชมป์!’
‘ข่าวช็อกโลก! ไป๋ตี้ก็คือฉู่ฉือ!?’
‘เผยโฉมหน้าที่แท้จริงเทพดาราร้อยลักษณ์ ทำผู้ชมบ้าคลั่งทั้งฮอลล์!’
‘สิ้นสุดมหากาพย์ศึกไป๋ตี้ฉู่ฉือ วงการบันเทิงเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ดาวคู่แห่งวงการเพลงที่แท้ต่างก็เป็นหลินจือไป๋!’
‘หลินจือไป๋ สุดยอดนักร้องนักแต่งเพลงเบอร์หนึ่งในประวัติศาสตร์!’
‘ความลับของหลินจือไป๋ถูกเปิดเผย หลินเจามู่ยังเผยยิ้ม!’
‘หลินจือไป๋: ผู้ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งแห่งวงการเพลงฉินโจว!?’
‘ฉากสุดช็อกในห้องไลฟ์สดของฉู่ฉือ!’
‘จับกุมเทพดาราร้อยลักษณ์? พอได้เห็นหน้า ราชาราชินีเพลงถึงกับไปไม่เป็น!’
‘หลินจือไป๋สั่นสะเทือนไปทั้งฉินโจว!’
พาดหัวข่าวพวกนี้เวอร์ไปมาก แต่ความเป็นจริงกลับเวอร์ยิ่งกว่า หลายคนถึงกับอุทานว่า ขนาดนิยายยังไม่กล้าเขียนแบบนี้ ละครยังไม่กล้าถ่ายแบบนี้เลย!
ผู้ชมบ้าไปแล้ว!
สื่อมวลชนก็บ้าไปแล้ว!
ดาวคู่แห่งวงการเพลงอย่างไป๋ตี้และฉู่ฉือ ที่แท้ต่างก็คือหลินจือไป๋!
ถ้าไม่ได้เห็นตอนถอดหน้ากากเผยความจริง ใครจะไปกล้าเชื่อกันเนี่ย!
วินาทีนี้
ไม่มีใครเจิดจรัสไปกว่าหลินจือไป๋อีกแล้ว!
ถึงขั้นไม่ใช่แค่วินาทีนี้ การที่หลินจือไป๋สวมบทเป็นดาวคู่แห่งวงการบันเทิงฉินโจว ถูกกำหนดไว้ให้กลายเป็นตำนาน!
ในเวลาเดียวกัน
ผู้คนนับไม่ถ้วนที่มีความเกี่ยวข้องกับหลินจือไป๋ต่างก็ได้ข่าวนี้แล้ว
…
บ้านลุงใหญ่!
หลินชุนถึงกับอึ้งค้าง!
หลินกงสั่นงันงกไปทั้งตัว “ฉู่ฉือก็เป็นหลินจือไป๋ได้ยังไง!”
สถานการณ์ของเขาตอนนี้ย่ำแย่มาก เริ่มเหมือนคนล่องหนในเสินฮว่ากรุ๊ปไปแล้ว แต่เขาไม่เคยละทิ้งความคิดที่จะพลิกฟื้นคืนกลับมาเลย!
แต่ตอนนี้
ตนจะพลิกฟื้นคืนกลับมาได้จริงๆ เหรอ?
หลินจิ้งที่อยู่ข้างๆ ก็โกรธลูกตาแทบถลน!
“เป็นไปไม่ได้! มันต้องเล่นตุกติกอะไรแน่ๆ! ฉู่ฉือต้องเป็นคนอื่นสิ ทำไมเขาไม่ออกมาปฏิเสธล่ะ! ฉันไม่เชื่อ! นี่ไม่ใช่เรื่องจริง!”
เขาเริ่มพูดจาสะเปะสะปะ
ความจริงหลินจิ้งเชื่อ ทั้งครอบครัวของเขาก็เชื่อเช่นกัน!
เพราะหลินจือไป๋ไม่มีทางเล่นลูกไม้แบบนี้ได้แน่ ใครจะไปกล้าแอบอ้างเป็นฉู่ฉือล่ะ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนั้นฉู่ฉือก็เปิดไลฟ์สดอยู่ด้วย!
สรุปแล้วครอบครัวลุงใหญ่แค่ยอมรับความจริงไม่ได้ เพราะพวกเขารู้ดีว่า
ถ้าฉู่ฉือคือไป๋ตี้จริงๆ
ความเก่งกาจของหลินจือไป๋ก็จะพุ่งทะยานขึ้นไปอีกระดับทันที!
จากเดิมที่คุณปู่ก็เอ็นดูหลินจือไป๋เป็นพิเศษอยู่แล้ว ตอนนี้คงยิ่งรักหลานชายคนเล็กคนนี้มากขึ้นไปอีก!
พูดให้เวอร์หน่อย
เกรงว่าคงประคองไว้เพราะกลัวตก อมไว้เพราะกลัวละลายเลยล่ะมั้ง!
เพราะใครๆ ก็รู้ว่า หลายปีมานี้สิ่งที่คุณปู่เฝ้าคำนึงถึงมาตลอด ก็คือการเลือกผู้สืบทอดที่เหมาะสมของเสินฮว่ากรุ๊ป!
แล้วหลินจือไป๋ ก็เหมาะสมมากเลยไม่ใช่เหรอ?
แม้แต่หลินชุนเอง หากเขาลองมองในมุมของท่านผู้เฒ่า ก็ยังรู้สึกว่าหลินจือไป๋นี่แหละคือคนที่คู่ควรจะเป็นผู้สืบทอดของตระกูลที่สุดแล้ว!
…
บ้านลุงรอง!
หลินเซี่ยที่ได้รับข่าวเหมือนกันถึงกับหน้าซีดเผือด “เจ้าเด็กนั่นที่แท้ก็คือฉู่ฉือ คราวนี้จบเห่แน่ พ่อคงยกบริษัทให้มันจริงๆ แล้ว!”
“คุณพ่อคิดมากไปหรือเปล่าครับ?”
หลินหู่เอ่ยอย่างใส่อารมณ์ “เขาเป็นฉู่ฉือแล้วยังไงล่ะ ก็แค่ร้องเพลงเก่งกว่าเดิมนิดหน่อย พรสวรรค์ทางดนตรีเหนือกว่าคนอื่นอีกขั้น? แล้วมันเกี่ยวบ้าอะไรกับการบริหารบริษัทกัน!”
“ไอ้เซ่อ!”
หลินเฟิ่งเอ่ยเสียงเย็นเยียบ “ประเด็นไม่ได้อยู่ที่พรสวรรค์ทางดนตรีมันสูงแค่ไหน ประเด็นคือฉู่ฉือมีหุ้นอยู่ในคุนเผิงต่างหาก ซึ่งก็หมายความว่าถ้าฉู่ฉือสืบทอดเสินฮว่ากรุ๊ป คุนเผิงก็จะเข้าเป็นพวกเดียวกับเสินฮว่าอย่างสมบูรณ์ นี่แหละประเด็นของเรื่องนี้!”
ด้านข้าง
หลินเป้าไม่พูดไม่จา อึ้งไปนานยังไม่อาจคืนสติกลับมา หลังจากเงียบไปพักใหญ่ถึงค่อยพึมพำออกมาว่า “ในมือถือฉันมีแต่เพลงของฉู่ฉือทั้งนั้นเลย”
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ในมือถือของใครหลายคน ต่างก็มีเพลงของฉู่ฉือ!
แฟนคลับของฉู่ฉือกระจายอยู่ทั่วฉินโจว การที่หลินเป้าจะเป็นหนึ่งในนั้นก็ถือว่าปกติ เขาเรียกได้ว่าเป็นแฟนเพลงตัวยงของอีกฝ่ายเลยทีเดียว
เพียงแต่หลินเป้าคิดไม่ถึงมาก่อน!
ฉู่ฉือที่ตัวเองชอบมาตั้งนาน ดันกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของบ้านอย่างหลินจือไป๋!
วินาทีนี้ไม่ต้องบอกเลยว่าในใจหลินเป้ารู้สึกพิลึกแค่ไหน พอนึกว่าหลายปีมานี้ เขาฟังเพลงของหลินจือไป๋กล่อมนอนมานับครั้งไม่ถ้วน ก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมา!
โคตรคลื่นไส้!
เอาเถอะ จะว่าคลื่นไส้ก็ไม่ใช่ แต่มันรู้สึกแปลกๆ จนไม่สบายตัวไปหมด อารมณ์คงคล้ายๆ ตอนที่ ‘ไอดอลมีข่าวฉาว’ เพียงแต่ซับซ้อนกว่านั้นมาก
พอแค่นี้
ต่อไปฟังเพลงของหมอนี่ไม่ได้อีกแล้ว!
กลับไปติ่งปู๋เย่โหวต่อดีกว่า ไอดอลเนี่ยมันควรจะมีแค่คนเดียวจริงๆ!
“ตอนนี้ใช่เวลามาสนใจเรื่องนี้เหรอ?”
หลินเฟิ่งถึงกับอึ้ง ผู้ชายบ้านเราเป็นพวกทึ่มอะไรกันหมดเนี่ย “พวกเรากำลังจะซวยนะ ถ้าเกิดหลินจือไป๋ได้สืบทอดกิจการขึ้นมาจริงๆ เขาจะเหลือทางรอดให้บ้านเราเหรอ!”
“ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็แค่ไปขอโทษไง”
หลินเป้าบ่นงึมงำ “เมื่อก่อนพวกเราเคยรังแกเขา แต่ที่หัวกระแทกกำแพงน่ะ เพราะมีคนแอบผลัก ไอ้คนที่ลอบลงมือเอาถึงตายนั่นต่างหาก ที่หลินจือไป๋น่าจะเกลียดที่สุดจริงไหม?”
ขอโทษเหรอ?
หลินเฟิ่งเงียบไป
ถ้ามันได้ผล ก็น่าลองเก็บไปคิดดู
แต่หลินหู่กลับแผดเสียงอย่างโกรธแค้น “ให้ตายฉันก็ไม่ขอโทษ!”
หลินเซี่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหันไปมองลูกทั้งสามคน “ตกลงตอนนั้นใครเป็นคนผลักหลินจือไป๋ พวกแกรู้ไหม?”
หลินหู่ตบโต๊ะ “ยังไงก็ไม่ใช่ผม!”
หลินเป้าส่ายหน้า “ผมก็ไม่รู้ ตอนนั้นมันชุลมุนไปหมด”
หลินเฟิ่งหรี่ตาลงแล้วเอ่ย “ไม่แน่อาจจะเป็นหลินกง หรือไม่ก็หลินมู่กับหลินเซินบ้านสาม ตอนนั้นตำแหน่งที่พวกนั้นยืนอยู่มันลงมือได้ง่ายที่สุด”
…
บ้านลุงสาม
หลินชิวถอนหายใจยาว “บ้านอาสี่พลิกเกมกลับมาได้เบ็ดเสร็จแล้ว”
หลินหลิวใบหน้าสิ้นหวัง “ฉู่ฉือคือหลินจือไป๋ แถมเขายังมีหุ้นในคุนเผิงอีก…”
หลินมู่หรี่ตาลง “ยังไม่รู้เลยว่าเขาถือหุ้นอยู่เท่าไหร่ 0.1% ก็นับว่ามีหุ้นเหมือนกันนั่นแหละ”
หลินเซินกัดฟันพูด “เกรงว่าหุ้นคงไม่น้อยแน่ ฉู่ฉือคือหนึ่งในสามง่ามของคุนเผิงเลยนะ ระดับเดียวกับปู๋เย่โหวและจวินหลินเลยนะ”
ทันใดนั้นเอง
หลินชิวหันไปจ้องหน้าลูกๆ “ตอนนั้นพวกแกไม่ได้เป็นคนผลักหลินจือไป๋จริงๆ หรอกใช่ไหม?”
หลินมู่ยิ้มตอบ “ไม่ใช่ผมแน่นอน”
หลินเซินลังเลครู่หนึ่งก่อนจะพูด “ไม่ใช่ผม แต่…”
สายตาหลินชิวตวัดขวับ “แต่อะไร?”
หลินเซินส่ายหัว “ไม่มีอะไรครับ ผมแค่รู้สึกว่า ถ้าบัญชีแค้นนี้ยังเคลียร์ไม่จบ พวกเราทุกคนคงได้จบเห่กันหมด ถ้าหลินจือไป๋คุมเสินฮว่ากรุ๊ปได้เมื่อไหร่ เขาไม่มานั่งหาหลักฐานอะไรหรอก การกวาดล้างให้หมดต่างหากคือสิ่งที่เขาจะทำ เป็นผม ผมก็จะทำแบบนั้น ยอมฆ่าผิดไปพันคนดีกว่าปล่อยให้รอดไปสักคน ไอ้เด็กนั่นมันเจ้าคิดเจ้าแค้นจะตาย ตอนงานวันเกิดคุณปู่ครั้งก่อน เขาลงมือเหี้ยมแค่ไหนก็น่าจะจำกันได้”
“เพราะงั้นไง!”
หลินหลิวกัดฟันกรอด “ถ้าไอ้คนคนนั้นยังไม่ยอมรับ มันจะลากพวกเราไปตายกันหมด ไอ้หมอนั่นต้องยอมรับออกมาเท่านั้น ถึงจะรักษาชีวิตพวกเราได้!”
เตรียมใจ
ครอบครัวลุงสามเริ่มเตรียมใจที่จะต้องคอยดูสีหน้าหลินจือไป๋ในอนาคตแล้ว นอกเสียจากว่าคุณปู่จะไม่ได้ตั้งใจจะยกเสินฮว่ากรุ๊ปให้หลานชายคนเล็กจริงๆ
“นั่นสิ”
หลินมู่เอ่ยด้วยสีหน้าแข็งทื่อ “ยังไงก็ต้องมีคนรับผิด ผมสงสัยว่าจะเป็นหลินกง”
…
หลินจือไป๋ย่อมไม่รู้ว่าตอนนี้บ้านลุงทั้งสามกำลังวุ่นวายจนไก่บินหมากระโดดกันแล้ว
แต่เขารู้ดีว่า เมื่อตัวตนของฉู่ฉือถูกเปิดเผย สิ่งที่โลกภายนอกจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ ย่อมต้องเป็นพรสวรรค์ทางดนตรีของเขาแน่นอน
ทว่าในแวดวง
โดยเฉพาะสิ่งที่เสินฮว่ากรุ๊ปให้ความสนใจ กลับเป็นสถานะของฉู่ฉือในคุนเผิง!
หรือก็คือ…
ฉู่ฉือถือหุ้นในคุนเผิงอยู่เท่าไหร่ มีอำนาจตัดสินใจมากแค่ไหน!
ทุกวันนี้
แม้วงการบันเทิงจะอยู่ในรูปแบบสามขั้วอำนาจยักษ์ใหญ่ แต่คุนเผิงก็เริ่มมีแววกลายเป็นขั้วอำนาจที่สี่แล้ว!
เพราะคุนเผิงนั้นพิเศษเกินไป!
“คงไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า คุนเผิงก็คือบริษัทของผมเอง”
หลินจือไป๋ลองคำนวณดูแล้ว ตอนนี้เขาเรียกได้ว่าเป็นหลานรักผู้สืบทอดของเสินฮว่ากรุ๊ปอย่างเต็มตัว
พ่อเองก็คุมเสินฮว่าเอนเตอร์เทนเมนต์ไว้ได้เกือบหมดแล้ว
บวกกับคุนเผิงที่เขาถือครองอยู่ แถมยังมีหุ้นในสถานีโทรทัศน์เทียนกวงที่หลินจือไป๋ถือครองในนามของคุนเผิงอีก
หากได้สืบทอดเสินฮว่ากรุ๊ปจริงๆ อนาคตของหลินจือไป๋ต้องก้าวข้ามหลินเจามู่ได้ และกลายเป็นราชาที่แท้จริงแห่งวงการบันเทิงฉินโจวอย่างแน่นอน!
ความฝันของคุณปู่คือการรวมสามยักษ์ใหญ่เป็นหนึ่งเดียว
ซึ่งหลินจือไป๋รู้สึกว่า ตัวเขามีโอกาสทำความฝันนี้ให้เป็นจริงได้มากกว่าคุณปู่เสียอีก
เลิกคิดเรื่องพวกนี้ก่อนดีกว่า
หลินจือไป๋กลับถึงบ้านตอนช่วงเช้ามืด สิ่งแรกที่ทำคือเปิดคอมพิวเตอร์เช็กอันดับความนิยมของดารา
เพราะอยากรู้ว่าหลังจากตัวตนของฉู่ฉือถูกเปิดเผย อันดับของเขาจะพุ่งขึ้นไปได้มากแค่ไหน
แต่ทว่าอันดับยังไม่มีการอัปเดต คาดว่าคงต้องรอจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้ถึงจะรู้ผล
ความจริงแล้วตอนนี้คนทั้งโลกอินเทอร์เน็ตต่างก็จับจ้องที่อันดับดารา ตอนนี้ฉู่ฉือยังอยู่แถวสอง ไป๋ตี้ก็อยู่แถวสองเช่นกัน
ทุกคนก็อยากรู้เหมือนกันว่า
เมื่อตัวตนของฉู่ฉือและไป๋ตี้รวมเข้าด้วยกันแล้ว หลินจือไป๋จะก้าวไปถึงจุดที่สูงขนาดไหน?
………………………………………………