ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 395 วงการเพลงฉีโจวแซ่ฉี! (1)
ตอนที่ 395 วงการเพลงฉีโจวแซ่ฉี! (1)
วันต่อมา
แพลตฟอร์มจี๋กวง
คึกคักกันตั้งแต่เช้าตรู่
แฟนคลับของไป๋ตี้และฉู่ฉือต่างพากันพูดคุยกันอย่างกระตือรือร้น!
‘อันดับคนดังน่าจะอัปเดตแล้วมั้ง ฉู่ฉือกับไป๋ตี้ยังแยกอันดับอยู่หรือเปล่า ตอนนี้ยืนยันแล้วว่าทั้งสองตัวตนคือคนเดียวกัน ตามหลักก็ควรจะยุบรวมกันได้แล้ว!’
‘แล้วถ้ารวมกันแล้วควรจะใช้ชื่อว่าอะไรดีล่ะ?’
‘ต้องฉู่ฉือสิ!’
‘ไป๋ตี้ฟังดูเท่กว่านะ!’
‘ฮ่าๆๆ คนกันเองทั้งนั้น ไม่เห็นต้องเถียงกันเลย สู้ใช้ชื่อหลินจือไป๋ไปเลยไม่ดีเหรอ ใช้ชื่อจริงเนี่ยเหมาะสมและยุติธรรมที่สุด แถมยังรักษาความรู้สึกของแฟนคลับทั้งสองฝั่งได้ด้วย แต่ที่ฉันสงสัยคือเขาจะมีโอกาสพุ่งไปถึงระดับเหนือแถวหน้าหรือเปล่าน่ะสิ?’
‘เป็นไปไม่ได้หรอก’
‘เพราะกฎการจัดอันดับดาราไม่อนุญาตให้เลื่อนขั้นข้ามระดับ ได้แค่ขยับขึ้นไปทีละขั้นเท่านั้น’
‘โอ้โห อัปเดตแล้ว!’
‘กลายเป็นดาราแถวหนึ่งจริงๆ ด้วย และเขาก็ใช้ชื่อตัวเองจริงๆ เห็นได้ชัดเลยว่าหลินจือไป๋พยายามมากที่จะให้ความสำคัญกับทุกคนอย่างเท่าเทียม!’
เวลาเจ็ดโมงครึ่ง
อันดับดาราอัปเดตแล้ว
ชื่อจริงของหลินจือไป๋พุ่งสู่ทำเนียบแถวหนึ่ง!
และต่อท้ายชื่อจริง ‘หลินจือไป๋’ นี้ มีวงเล็บที่ระบุชื่อตัวตนในวงการอย่าง ‘ไป๋ตี้’ และ ‘ฉู่ฉือ’ เอาไว้ด้วย!
หลังจากตัวตนฉู่ฉือถูกเปิดเผยก็ถูกเอามารวมกับไป๋ตี้ทันที ผลลัพธ์นี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายของทุกคนเลย
แต่ทว่า
การอัปเดตอันดับดาราในครั้งนี้ดูเหมือนจะต่างจากเมื่อก่อน เพราะชื่อของหลินจือไป๋กลายเป็นสีแดง!
…
ขณะเดียวกัน
คนในวงการก็จับตามองสถานะการจัดอันดับดาราของหลินจือไป๋อยู่เช่นกัน
พอหลินจือไป๋เข้าสู่ระดับแถวหนึ่ง จู่ๆ ชื่อของเขาก็กลายเป็นสีแดง ทำเอาทุกคนให้ความสนใจขึ้นมาทันที
‘ปรับปรุงระบบเหรอ?’
‘ทำไมชื่อหลินจือไป๋ถึงเป็นสีแดงล่ะ?’
‘เฮ้ย!’
‘รีบดูประกาศเร็ว!’
‘ชื่อสีแดงหมายถึงการเป็นจุดสูงสุดของระดับนั้นๆ!’
‘จุดสูงสุดของแถวหนึ่ง?’
‘ฉันเข้าใจแล้ว!’
‘นี่ก็หมายความว่าพร้อมจะพุ่งเข้าสู่ระดับเหนือแถวหน้าทุกเมื่อเลยไม่ใช่เหรอ!?’
‘นี่มันว่าที่ระดับเหนือแถวหน้าชัดๆ!’
ทางการออกประกาศอธิบายเกี่ยวกับการอัปเดตในครั้งนี้
ใจความสำคัญก็คือ การอัปเดตครั้งนี้ได้เพิ่มระบบ ‘ชื่อสีแดง’ เข้ามา มีเพียงผู้ที่ไปถึงจุดสูงสุดของระดับนั้นๆ เท่านั้นถึงจะได้รับชื่อสีแดง ดังนั้นชื่อของหลินจือไป๋ที่แสดงเป็นสีแดง จึงหมายความว่าเขาได้เข้าใกล้ระดับเหนือแถวหน้าสุดๆ แล้วนั่นเอง
เพื่อให้แน่ใจ
ทุกคนจึงลองไล่ดูอันดับในระดับแถวสอง แถวสาม และแถวสี่อย่างละเอียด และก็พบว่าในแต่ละระดับจะมีคนดังหนึ่งคนหรือหลายคนที่มีชื่อเป็นสีแดง
ชื่อแดงในแถวสามก็คือว่าที่แถวสอง
ชื่อแดงในแถวสองก็คือว่าที่แถวหนึ่ง
ในทำนองเดียวกัน หลินจือไป๋ก็นับเป็นว่าที่เหนือแถวหน้าแล้ว!
…
ฟึบๆๆ!
หลังจากทำความเข้าใจแนวคิดชื่อสีแดง
ทั่วทั้งโลกอินเทอร์เน็ตก็พากันถกเถียงเรื่องนี้กันอย่างเผ็ดร้อน
‘สรุปคือตอนนี้หลินจือไป๋กลายเป็นเบอร์หนึ่งของระดับแถวหนึ่งแล้ว เพราะเขาเป็นคนเดียวที่มีชื่อสีแดงในกลุ่มนี้!’
‘ระดับว่าที่เหนือแถวหน้าของจริง!’
‘พระเจ้า เพิ่งเข้ามาแถวหนึ่งก็ขึ้นเป็นที่หนึ่งเลยเหรอ!?’
‘ฮ่าๆๆ เรื่องปกติมาก ก็นี่มันดาวคู่แห่งวงการเพลงรวมร่างกันเชียวนะ!’
‘อีกก้าวเดียวหลินจือไป๋ก็จะสร้างประวัติศาสตร์แล้ว เขาจะเป็นคนเดียวในฉินโจวที่เป็นเทพเจ้าควบทั้งตำแหน่งราชาเพลงและพ่อเพลง!’
‘สมเหตุสมผลมาก!’
‘อย่าลืมนะว่าหลินจือไป๋เพิ่งเข้าวงการมาแค่สี่ปีเอง!’
‘พวกเธอรีบดูสิ!’
‘ในแพลตฟอร์มจี๋กวง แอคเคาต์ของฉู่ฉือกับไป๋ตี้เริ่มยุบรวมกันแล้ว!’
การควบรวมครั้งนี้ประสานกันในทุกมิติอย่างสมบูรณ์!
แอคเคาต์ของไป๋ตี้และฉู่ฉือถูกรวมเข้าด้วยกัน และชื่อหลังยุบรวมก็เปลี่ยนเป็น ‘หลินจือไป๋’ เช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกันในข้อมูลส่วนตัวของหลินจือไป๋ ก็ได้ระบุตัวตนในฐานะ ‘ฉู่ฉือ’ และ ‘ไป๋ตี้’ เอาไว้ด้วย
ด้วยเหตุนี้เอง
ยอดผู้ติดตามของหลินจือไป๋บนแพลตฟอร์มจี๋กวงจึงพุ่งสูงถึง 337,783,545 คนในพริบตา!
ผู้ติดตามกว่าสามร้อยล้านคน!
ถ้าไม่นับเรื่องการจัดอันดับดารา ตอนนี้หลินจือไป๋คือคนดังที่มีผู้ติดตามบนโซเชียลสูงสุดในบรรดาดาราและผู้มีชื่อเสียงทั้งหมดของฉินโจวแล้ว!
…
และเพราะการยุบรวมแอคเคาต์ทั้งสองของหลินจือไป๋นี่เอง แฟนคลับของไป๋ตี้และฉู่ฉือจึงยอมรับผลลัพธ์นี้ได้ในที่สุด ต่างคนต่างปล่อยวางความข้องใจ และหันมาจับมือสงบศึกในช่องคอมเมนต์
‘ฉันเป็นแฟนคลับฉู่ฉือนะ ก่อนหน้านี้ล่วงเกินไปก็ขออภัยด้วย!’
‘ไม่เป็นไรเลย ทางฝั่งแฟนคลับไป๋ตี้อย่างพวกเราต่างหากที่ทำตัวไม่น่ารักเอง!’
‘โธ่ เกรงใจกันเกินไปแล้ว!’
‘ต่อไปพวกเราก็คือครอบครัวเดียวกัน!’
‘ในเมื่อแอคเคาต์ของไป๋ตี้กับฉู่ฉือรวมกันแล้ว กลุ่มแฟนคลับต่างๆ ของพวกเราก็ควรจะรวมกันด้วยนะ!’
‘เห็นด้วย!’
‘พวกเราเลิกขอโทษกันเองเถอะ คนที่ควรจะออกมาขอโทษที่สุดไม่ใช่หลินจือไป๋เหรอ หมอนี่น่ะตัวดีจอมกลั่นแกล้งเลย!’
‘หลอกลวงความรู้สึกพวกเราชัดๆ!’
‘นั่นสิ ทำเอาตอนนี้พวกเรากระอักกระอ่วนกันหมดเลยเนี่ย!’
วินาทีนี้แฟนคลับของไป๋ตี้และฉู่ฉือกลับมาจับมือรวมพลังโกรธแค้นเป้าหมายเดียวกันเสียแล้ว
แฟนคลับบางส่วนยังแอบนึกสนุก ขุดคุ้ยข่าวเก่าๆ ที่หลินจือไป๋เคยสู้กับตัวเองในช่วงหลายปีนี้ขึ้นมาดู
ขุดคุ้ยทุกอย่าง
มาล้อเลียนหลินจือไป๋
จะให้พวกเรากระอักกระอ่วนฝ่ายเดียวไม่ได้!
ต้องให้หลินจือไป๋ได้สัมผัสความรู้สึกอายจนอยากมุดแผ่นดินหนีดูบ้าง!
…
ช่วงเที่ยง
ข่าวออกมาแล้ว!
‘ฉู่ฉือและไป๋ตี้รวมร่างอย่างสมบูรณ์!’
‘หลินจือไป๋ยอดผู้ติดตามทะลุสามร้อยล้าน!’
‘ชายผู้มีแฟนคลับบนโลกออนไลน์มากที่สุดในฉินโจว!’
‘หลินจือไป๋พุ่งสู่แถวหนึ่ง ขึ้นแท่นว่าที่เหนือแถวหน้า!’
‘หลินจือไป๋พร้อมเข้าสู่ระดับเหนือแถวหน้าได้ทุกเมื่อ!’
‘ตลอดหลายปีนั้น กับกลเม็ดสองมือขัดแย้งของหลินจือไป๋!’
‘วินาทีประวัติศาสตร์ แฟนคลับไป๋ตี้และฉู่ฉือจับมือสงบศึก!’
‘หลินจือไป๋เตรียมมุ่งหน้าสู่ฉีโจวเพื่อเปิดตลาดใหม่!?’
ชาวเน็ตทั่วทั้งฉินโจว แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปต่างก็พากันพูดถึงเรื่องนี้
ในโทรทัศน์ แพลตฟอร์มโซเชียล ข่าวบันเทิง ไปจนถึงทุกตรอกซอกซอย ล้วนเต็มไปด้วยข่าวของหลินจือไป๋ หัวข้อเกี่ยวกับไป๋ตี้กับฉู่ฉือ กระทั่งเรื่องที่เขาเคยเปรยไว้หลังจากถอดหน้ากากในรายการ ‘King of Mask Singer’ ว่าจะไปบุกตลาดที่ฉีโจว ก็ถูกยกขึ้นมาพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คงอยู่ไปอีกนานเลยทีเดียว!
กลับมาที่บ้านของหลินจือไป๋
คนในครอบครัวเริ่มยอมรับความจริงที่ว่าเสี่ยวเฮยคือฉู่ฉือได้แล้ว และค่อยๆ กลับสู่ความสงบ จะมีก็แค่พี่สาวอย่างหลินซีที่บางครั้งยังแอบเคืองน้องชายที่ปิดบังตนเอง จนทำให้เธอต้องหน้าแตก
หลินซีไม่มีทางลืมแน่
เมื่อก่อนเพื่อเสี่ยวเฮย เธอเคยแซะฉู่ฉือว่าเลียนแบบไป๋ตี้ไว้ตั้งเยอะ ถึงคำพูดเหล่านั้นจะไม่รุนแรงนัก แต่พอมานึกย้อนดูตอนนี้ก็พูดไม่ออกจริงๆ ตอนนั้นหลินจือไป๋คงแอบขำแล้วแน่ๆ
…
ตอนนี้
เดือนสิงหาคมเพิ่งมาถึง ตามแผนที่หลินจือไป๋วางไว้ก่อนหน้านี้ เขาต้องเตรียมตัวเดินทางไปฉีโจวแล้ว ยังไงปีสี่ก็ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำเท่าไหร่
วันนี้
หลินจือไป๋ได้โทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทอย่างเฟิงซั่ว
“จะขึ้นปีสี่แล้ว นายก็น่าจะเริ่มหางานทำแบบจริงจังได้แล้ว อนาคตมีแผนอะไรไหม?”
“ทำหนังล่ะมั้ง”
เฟิงซั่วตอบโดยไม่ลังเล เขาเรียนสายผู้กำกับมา แถมยังฝึกฝีมือในคุนเผิงมาตลอด ตอนนี้ฝีมือถือว่าเข้าขั้นไม่เบาเลยทีเดียว
ทำหนังเหรอ?
หลินจือไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น “งั้นนายไปฉีโจวกับฉันเป็นไง ฉันมีแผนจะถ่ายหนังที่นั่นพอดี เดี๋ยวให้นายรับหน้าที่เป็นผู้กำกับเลย”
“จริงดิ!?”
เฟิงซั่วเอ่ยอย่างตื่นเต้น “ไม่มีปัญหา ฉันไปกับนายด้วย ขาใหญ่ๆ ของอาจารย์หลินเนี่ย ฉันต้องกอดไว้ให้แน่นเลย”
“โอเค”
หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “งั้นตกลงตามนี้”
ในฉีโจวที่เขาไม่คุ้นเคยเส้นทางหรือผู้คน เขาเองก็หวังว่าจะมีเฟิงซั่วไปเป็นเพื่อนร่วมทาง บุกเบิกตลาดต่างทวีปไปด้วยกัน
หลังจากวางสาย
หลินจือไป๋ก็ติดต่อหาเจียงเฉิง “เรื่อง ‘เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว’ ทางฉีโจวเตรียมงานไปถึงไหนแล้วครับ?”
“เกือบพร้อมแล้วครับ”
เจียงเฉิงรายงานว่า “รวมถึงตัวละครพระเอกที่เจ้านายเคยลังเลอยู่นาน ตอนนี้พวกเราเจอคนที่เหมาะสมแล้วครับ เขาชื่อหลี่รั่ว เป็นนักแสดงชาวฉีโจวที่เพิ่งจะเปลี่ยนสายมาเล่นตลก ผมว่าเขามีพรสวรรค์มากเลย วิดีโอตอนทดสอบบทผมส่งเข้าอีเมลคุณแล้วครับ แต่ก่อนหน้านี้คุณยุ่งกับการแข่งขันตลอดเลยอาจจะยังไม่ได้เปิดดู”
“เดี๋ยวผมดูหน่อย”
หลินจือไป๋เปิดอีเมลแล้วกดเข้าไปดูวิดีโอที่เจียงเฉิงส่งมา
หลี่รั่วคนนี้มาทดสอบบทตัวละครเปาหลงซิง พระเอกของเรื่อง ‘เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว’
แน่นอนว่าฉากหลังยุคสมัยของเรื่องนี้ ถูกเปลี่ยนให้เป็นยุคหนึ่งในบลูสตาร์แทน ไม่ใช่ราชวงศ์ชิงอีกต่อไป
เพราะยังไงโลกนี้ก็ไม่มีราชวงศ์ชิง
โชคดีที่จุดนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของบทละคร
หลังจากนั่งดูไปได้ประมาณสามนาที แววตาของหลินจือไป๋ก็เป็นประกาย พร้อมกับเผยรอยยิ้ม
ใช้ได้เลย!
หลินจือไป๋มองเห็นเงาของซิงเย่(โจวซิงฉือ)สมัยหนุ่มๆ ในตัวของหลี่รั่วคนนี้!
ถึงหน้าตาจะไม่เหมือนซิงเย่ เพราะสองโลกคู่ขนานไม่มีทางบังเอิญขนาดนั้น แต่สไตล์การแสดงตลกไร้สาระนั้นโดดเด่นมากจริงๆ ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากนักแสดงตลกทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เจียงเฉิงหานักแสดงแบบนี้เจอถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง ทำให้หลินจือไป๋ประหลาดใจไม่น้อยเลยทีเดียว!
โอเค
เอาเป็นหลี่รั่วคนนี้แหละ!
หลังจากหลินจือไป๋ตัดสินใจได้แล้ว ก็แจ้งเจียงเฉิงว่า “พระเอกหนังให้หลี่รั่วคนนี้เล่นแล้วกัน”
“รับทราบครับ!”
ในที่สุดพระเอกหนังก็สรุปได้เสียที
พอวางสาย หลินจือไป๋ก็ติดต่อหาเฟิงซั่วอีกครั้ง “นายอาจจะต้องไปฉีโจวก่อนฉันล่วงหน้าก้าวหนึ่งนะ ที่นั่นมีหนังเรื่องหนึ่งอยากให้นายไปเป็นผู้กำกับ เดี๋ยวฉันจะส่งบทไปให้”
“หนังเหรอ? เริ่มเตรียมงานตอนนี้เลยเหรอ?”
“เตรียมการไปเกือบหมดแล้วล่ะ เป็นหนังคอมเมดี้ ตอนนี้น่าจะขาดแค่ผู้กำกับอย่างนายนี่แหละ ส่วนเรื่องที่ต้องปรับแก้ตรงไหน นายลองดูเองแล้วกัน ฉันส่งบทให้แล้ว”
หลินจือไป๋ค่อนข้างเชื่อใจเฟิงซั่ว
ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นเพื่อนของตน
แต่หลักๆ คือก่อนหน้านี้เฟิงซั่วรับหน้าที่กำกับเรื่อง ‘Unexpectedness’ แล้วผลออกมาดีมาก หมอนี่มีเซนส์เรื่องความตลกเต็มเปี่ยม
“ได้เลย!”
เฟิงซั่วดีใจจนเนื้อเต้น นึกไม่ถึงว่าตัวยังไม่ถึงฉีโจว ก็ได้รับมอบหมายงานสำคัญขนาดนี้แล้ว!
“งั้นคืนนี้ฉันจะจองตั๋วเครื่องบินออกเดินทางเลย!”
“อื้ม พอถึงสนามบินแล้ว จะมีคนไปรับนาย”
ตอนปีสี่เหลือวิชาเรียนแค่สิบกว่าตัว แถมยังอยู่ในเทอมแรกทั้งหมด
ส่วนเทอมหลังก็เป็นการฝึกงานแล้ว ต่อให้หลินจือไป๋กับเฟิงซั่วจะโดดเรียนทั้งหมดก็ไม่เป็นไร ยังไงพวกเขาก็ไม่คิดจะสอบต่อโทอะไรอยู่แล้ว
วางโทรศัพท์
หลินจือไป๋ก็เปิดคอมพิวเตอร์ ล็อกอินเข้าบัญชีจี๋กวง แล้วโพสต์สเตตัสว่า
‘สิ้นเดือนนี้เดินทางไปฉีโจว ขอลาทุกคนไปชั่วคราวนะครับ’
เรื่องนี้หลินจือไป๋เคยพูดไว้ตอนถอดหน้ากากในรายการ ‘King of Mask Singer’ ครั้งนี้ถือเป็นการแจ้งข่าวอย่างเป็นทางการขึ้นมาหน่อย เขามีแฟนคลับในฉินโจวเยอะมาก ยังไงก็ต้องบอกกล่าวกันสักนิด
ฟึบๆๆ!
ไม่กี่นาทีหลังจากโพสต์สเตตัสนี้ ยอดคอมเมนต์ก็พุ่งทะลุหลักแสนทันที!
‘หา?’
‘จะไปจริงๆ เหรอ?’
‘ทำไมต้องไปฉีโจวด้วยล่ะ?’
‘ตลาดฉีโจวบุกยากจะตายไม่ใช่เหรอ?’
‘ฉันนึกว่าจะเว้นช่วงสักพักค่อยไปซะอีก!’
‘มาถึงจุดที่ไป๋ตี้อยู่ตอนนี้ ก็ต้องคิดเรื่องขยายตลาดแล้วล่ะ ยังไงทางฉินโจว การที่เขาจะกลายเป็นระดับเหนือแถวหน้า ก็แค่เรื่องของเวลาเท่านั้น’
‘ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ก็ยังทำใจลำบากอยู่ดี!’
‘นี่หมายความว่าต่อไปพวกเราจะไม่ได้เจอไป๋ตี้ไปอีกนานเลยน่ะสิ!’
‘ถ้าทางนู้นพัฒนาลำบากก็รีบกลับมานะ พวกเราจะรออยู่ตรงนี้เสมอ!’
แฟนคลับพากันอาลัยอาวรณ์!
………………………………………………