ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 416 มื้อค่ำมื้อสุดท้าย! (1)
เมื่อเห็นแกะวิ่งหนีไปแล้ว บรรดาแขกรับเชิญต่างก็หัวเราะ มีเพียงเออิจิโร่ เย่เจิ้น และกู้สิงที่หัวเราะไม่ออก
“ตัวต่อไป!”
หลินจือไป๋ ตะโกนเรียก แล้วก็มีแกะตัวหนึ่งเดินเข้ามาหาเองจริงๆ ทุกคนต่างตะลึงงัน หรือว่าแกะตัวนี้อยากขอให้โกนขนเองเลยเหรอ?
“งั้นเรียกแกว่า ‘สี่หยางหยาง’ (แกะน้อยที่มีความสุข) แล้วกัน”
หลินจือไป๋ พูดพลางเริ่มโกนขนให้สี่หยางหยาง เย่อิงเอ่ยอย่างขบขันว่า “สี่หยางหยาง? สี่หยางหยางเหรอ? จะว่าไปชื่อที่คุณตั้งก็น่ารักดีนะ”
“สี่หยางหยาง!” ทุกคนพากันเรียกตาม แกะตัวนี้ทำราวกับขานรับ “แบะ~”
หลังจากจัดการสี่หยางหยางเสร็จ หลินจือไป๋ ก็จับแกะตัวที่สามไว้ เขามองไปที่ท้องของมันแวบหนึ่ง หลินจือไป๋ ก็ยิ้มพลางเอ่ยว่า
“แกะตัวนี้สวยจัง ขนดูสะอาดกว่าตัวอื่น แถมยังเป็นแกะตัวเมียด้วย สงสัยเพศเมียค่อนข้างรักสะอาดละมั้ง เรียกแกว่า ‘เหมยหยางหยาง’ (แกะน้อยแสนสวย) แล้วกัน”
“เหมยหยางหยาง?”
ทุกคนอดขำไม่ได้อีกครั้ง การตั้งชื่อของ หลินจือไป๋ นี่มันสนุกจริงๆ ส่วน หลินจือไป๋ เหมือนจะเริ่มสนุกจนหยุดไม่อยู่
ตอนที่จับแกะตัวที่สี่ได้ก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “แกะตัวอื่นวิ่งกันเร็วมาก มีแค่ตัวนี้ที่ไม่ยอมขยับ นอนแผ่ขี้เกียจอยู่ตรงนี้จนดูไม่ได้เลย งั้นเรียกแกว่า ‘หลานหยางหยาง’ (แกะน้อยจอมขี้เกียจ) แล้วกัน”
‘ฮ่าๆๆๆ! อัจฉริยะด้านการตั้งชื่อ!’
‘หลานหยางหยางที่แปลว่าขี้เกียจเหรอ ขำจะตายอยู่แล้ว!’
‘ท่านมหาเศรษฐีน่าสนใจจัง นี่เขาจะตั้งชื่อให้แกะทุกตัวเลยเหรอ?’
‘ท่านมหาเศรษฐีคือคนประเภทที่นอกจากรูปโฉมงดงามแล้ว ยังมีจิตวิญญาณที่น่าสนใจอีก’
ฉีเจียนเจียเองก็รู้สึกขบขัน ถามว่า “แล้วแกะตัวแรกเมื่อกี้ ทำไมคุณไม่ตั้งชื่อให้ละ?”
“ตัวแรกเหรอ?” หลินจือไป๋ เอ่ย “ตัวแรกชื่อ ‘มานหยางหยาง’ (แกะน้อยที่เชื่องช้า) เพราะในบรรดาแกะไม่กี่ตัวนี้ มันอ้วนที่สุด คงจะวิ่งไม่ค่อยไหว”
พูดไปพลาง แกะตัวที่ห้าก็ถูกจับได้พอดี หลินจือไป๋ โกนขนให้มันอย่างคล่องแคล่ว แล้วทำท่าทางจับๆ เอ่ยว่า
“แกะตัวนี้ถึงจะไม่ อ้วนเท่าตัวแรก แต่เนื้อดูแน่นมาก ถ้าเอาไปต้มซุปแกะน่าจะหอมน่าดู ผู้กำกับครับ แกะตัวนี้กี่เหรียญดอกท้อเหรอ?”
“แบะ!”
แกะตัวนี้ราวกับจะฟังออก ถีบขาสองข้างใส่ หลินจือไป๋ ทันที แล้วอาศัยแรงถีบนั้นชิ่งหนีไป
“โอย!”
หลินจือไป๋ โดนแกะถีบเข้าอย่างจัง ความจริงไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ แต่การเหยียดหยามกลับรุนแรงมาก จึงเอ่ยด้วยความโมโหวา “เฟยหยางหยาง (แกะน้อยที่เดือดปุดๆ) ตัวแสบ!”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ!”
ทุกคนต่างพากันกุมท้องหัวเราะตัวงอ ทุกคนดูออกว่า หลินจือไป๋ ไม่ได้เป็นอะไร แค่โดนแกะถีบเข้าที่หนึ่ง แรงของมันไม่ได้เยอะขนาดนั้น
เพียงแต่ตั้งแต่ถ่ายทำรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ มาจนถึงวันนี้ เป็น หลินจือไป๋ ที่คอยปั่นหัวคนอื่น กระทั่งกลั่นแกล้งทุกคนมาตลอด นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะมาเสียท่าให้กับแกะตัวหนึ่ง
ทำให้ทุกคนรู้สึกสะใจอยู่ไม่น้อย จึงพากันหลุดขำออกมาทันที
‘ทำได้สวย!’
‘แกะตัวนี้ชื่ออะไรนะ? ท่านมหาเศรษฐีตะโกนว่าเฟยหยางหยางตัวแสบเหรอ?’
‘แกะตัวนี้ฟังรู้เรื่องซะงั้น!’
‘สีสันของรายการมาแล้วไงละ!’
หลินจือไป๋ มองรอยกีบเท้าแกะสองรอยบนกางเกงพลางซี้ดปาก จากนั้นก็ได้ยินเย่อิงถามกลั้วหัวเราะว่า “เมื่อกี้คุณเรียกแกะตัวนี้ว่าอะไรนะ?”
“เฟยหยางหยาง!”
“หมายความว่ายังไงเหรอ?”
“มันดูเหมือนซุปแกะที่กำลังเดือดปุดๆ มากเลย” หลินจือไป๋ อธิบายเช่นนั้น และทำให้ทุกคนขำกลิ้งกันอีกรอบ!
‘เฟยหยางหยางบ้าบออะไรเนี่ย!’
‘ท่านมหาเศรษฐีคุณโตขนาดไหนแล้ว ยังจะถือสาแกะตัวนี้อีกเหรอ?’
‘ซุปแกะเดือดปุดๆ ก็ได้เหรอ? คำอธิบายอย่างเป็นทางการของชื่อเฟยหยางหยางอันนี้ ให้คะแนนเต็มร้อยเลย!’
‘เฟยหยางหยาง : สรุปนายโกนขนให้ฉันเพราะอยากกินฉัน? มนุษย์โกนขนแกะเจตนาไม่ดี!’
“ผู้กำกับครับ” หลินจือไป๋ เรียกผู้กำกับอีกครั้ง “ผมพูดจริงนะ แกะตัวนี้ขายกี่เหรียญดอกท้อครับ ผมจะเอาเจ้าเฟยหยางหยางตัวนั้น”
เดิมทีผู้กำกับไม่อยากสนใจ หลินจือไป๋ แต่พอเห็นเขาดูจริงจังมาก ก็กลอกตาไปมาแล้วเอ่ยว่า “ถ้าคุณอยากได้จริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้หรอกครับ แต่ต้องจ่ายหนึ่งร้อยเหรียญดอกท้อ”
นี่คือโอกาสทองที่จะทำให้ทรัพย์สินของ หลินจือไป๋ ระเหยหายไปมหาศาลได้ในชั่วพริบตา!
นี่คือเป้าหมายสูงสุดของผู้กำกับหวงถิง เขารู้สึกว่าเหรียญดอกท้อของ หลินจือไป๋ มีเยอะเกินไป จนกระทบสมดุลของรายการอย่างรุนแรง!
ดูเหมือน หลินจือไป๋ จะไม่ยี่หระกับเหรียญดอกท้อเลย ให้รายการเก็บหนึ่งร้อยเหรียญ เขาก็เอ่ยออกมาโดยไม่ลังเลว่า
“ตกลงครับ กู่สิง คืนนี้พวกเราจูงเจ้าเฟยหยางหยางกลับไปกัน”
เจ้าเฟยหยางหยางตัวนี้! เขาจะกินมันให้ได้เลย!
กู่สิงมองแกะที่วิ่งพล่านไปทั่วจนตาลาย “เฟยหยางหยางคือตัวไหนเหรอ?”
หานเยว่ช่วงกลืนน้ำลาย “ก็ตัวที่โกนขนแล้วก้นใหญ่ๆ นั่นไงละ นั่นๆ มันกำลังกินหญ้าอยู่ตรงนั้น”
ทุกคนต่างพากันอึ้ง! นี่นะเหรอมหาเศรษฐี!
แค่แกะตัวเดียวใช้ถึงหนึ่งร้อยเหรียญดอกท้อ ต่อให้ขายพวกเขาก็ยังซื้อไม่ไหวเลย!
แต่ หลินจือไป๋ ซื้อไหว เพราะเขามีเหรียญดอกท้ออยู่ราวๆ สามร้อยเหรียญ แกะหนึ่งตัวผลาญทรัพย์สินของเขาไปได้แค่หนึ่งในสามเท่านั้นเอง
ที่สำคัญที่สุดคือ หลินจือไป๋ คิดว่าเหรียญดอกท้อขอแค่เขาอยากหาก็หามากได้ก้อนโตทุกเมื่อ! อย่างเช่นงานโกนขนแกะนี้ ในบรรดาแขกรับเชิญมีแค่ หลินจือไป๋ ที่ทำเป็น
เขาจัดการแป๊บเดียวก็โกนขนแกะครบหมดทุกตัวแล้ว ในนั้นมีแกะอยู่สองสามตัวที่กีบเท้าบาดเจ็บเล็กน้อย หลินจือไป๋ ถือกรรไกรแต่งกีบเท้า แล้วเริ่มทำการแต่งกีบเท้าแกะ ตัดส่วนที่ตายออก จากนั้นก็ค่อยระวังไม่ให้ตัดโดนเส้นเลือดของแกะ
‘นี่แหละที่เรียกว่ามืออาชีพ!’
‘ยังไงก็ต้องยกให้ท่านมหาเศรษฐีละนะ!’
‘แต่งกีบเท้าตัดขนแกะได้จริงๆ ด้วย! ฉันสงสัยว่าเมื่อก่อนท่านมหาเศรษฐีต้องเคยทำงานทำนองนี้มาแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาประสบการณ์และความมั่นใจมาจากไหน?’
‘สงสัยท่านมหาเศรษฐีกำลังหลอกเป็นหมูเพื่อกินเสืออยู่แน่ๆ!’
‘ในชีวิตจริงฉันไม่เคยเจอคนที่ทำได้ทุกอย่างเหมือนท่านมหาเศรษฐีมาก่อนเลย!’
‘หรือว่าท่านมหาเศรษฐีจะเป็นมนุษย์เลเวลตันจริงๆ?’
ทักษะการโกนขนแกะ แต่งกีบเท้าแกะของ หลินจือไป๋ สร้างความประหลาดใจนับไม่ถ้วนให้แก่ผู้ชมอีกครั้ง เมื่อเสร็จงานเหล่านี้ หลินจือไป๋ คิดจะไปรับเงินกับผู้กำกับ
ผู้กำกับเอ่ยว่า “คุณบอกว่าจะซื้อแกะไม่ใช่เหรอครับ งั้นคุณต้องจ่ายให้ผมแปดสิบเหรียญดอกท้อ”
“ได้” หลินจือไป๋ จ่ายเงินอย่างรวดเร็ว แกะตัวนี้ทำให้เขาต้องจ่ายหนึ่งร้อยเหรียญดอกท้อ ต่อให้เอาแขกรับเชิญคนไหนมา ทรัพย์สินทั้งเนื้อทั้งตัวก็ยังมีไม่มากเท่านี้เลย
‘เชี่ย! ซื้อจริงๆ ด้วย!’
‘เฟยหยางหยางกำลังจะกลายเป็นเฟยหยางหยาง (แกะน้อยที่เดือดปุดๆ) แล้วจริงๆ เหรอ!?’
‘ความเด็ดขาดของท่านมหาเศรษฐีนี่ โดนถีบทีเดียวจะกินแกะเลยเหรอ!?’
‘มานหยางหยางรอดตายหวุดหวิดเลย!’
‘มานหยางหยางคือตัวไหนนะ?’
‘ก็ตัวแรกไงที่ท่านมหาเศรษฐีกะจะเอามาทำซุปกีบแกะนะ’
ผู้ชมต่างพากันเบิกตากว้าง หลังจากขายแกะเสร็จผู้กำกับก็ถามว่า “คุณเชือดเป็นเหรอครับ?”
หลินจือไป๋ เอ่ย “ถ้าเจ้าของแกะช่วยเชือดให้ ผมยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มอีกนิดหน่อยนะ”
เพราะยังไงนี่ก็เป็นรายการวาไรตี้ ฉากเชือดแกะคงไม่ถูกออกอากาศหรอก แน่นอนว่า หลินจือไป๋ เองก็ไม่ได้อยากลงมือเอง
ยิ่งไปกว่านั้น หลินจือไป๋ ไม่เคยแม้แต่จะฆ่าไก่สักตัว แม้ว่าเรื่องกินเนื้อสัตว์จะกินได้ปกติ แต่จะให้ลงมือเชือดสัตว์ด้วยตัวเองเขายังมีความกดดันทางใจอยู่บ้าง
“งั้นก็ต้องเพิ่มอีกยี่สิบเหรียญดอกท้อ” ผู้กำกับยิ้มอย่างกระหยิ่มใจ ดูท่า หลินจือไป๋ จะเชือดไม่เป็น งั้นต้องฉวยโอกาสนี้ฟันเงินเขาสักหน่อยแล้ว!
‘ผู้กำกับจอมเจ้าเล่ห์!’
‘ก่อนหน้านี้ท่านมหาเศรษฐีทำเงินจากรายการไปตั้งเยอะ คราวนี้ผู้กำกับตั้งใจจะเอาคืนแล้ว!’
‘นานๆ ทีจะมีสิ่งที่ท่านมหาเศรษฐีทำไม่ได้’
‘การเชือดแกะไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำได้จริงๆ แหละ’
‘มนุษย์เลเวลตันก็มีจุดอ่อนเหมือนกันแฮะ!’
‘ที่สำคัญคือการเชือดสัตว์ตัวเล็กๆ เนี่ย โดยสัญชาตญาณแล้วทำใจลงมือไม่ลงจริงๆ!’
เพิ่มอีกยี่สิบเหรียญดอกท้อ? หลินจือไป๋ พลันรู้สึกว่าการเชือดแกะก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น เขาถลึงตาแล้วเอ่ยว่า “กู่สิง จูงเจ้าเฟยหยางหยางไป!”
“ได้เลยค่ะ!” กู่สิงรีบไปหาเจ้าเฟยหยางหยาง แล้วให้เจ้าของแกะช่วยผูกเชือกจูงทันที
คอมเมนต์สดพลันถาโถมอย่างรวดเร็ว ‘อะไรกันเนี่ย?’
‘ท่านมหาเศรษฐีจะลงมือเองเหรอ?’
‘เจ๋งวะ! เพื่อประหยัดเงินยี่สิบเหรียญดอกท้อ ท่านมหาเศรษฐีถึงกับตัดสินใจจะจัดการเจ้าเฟยหยางหยางด้วยตัวเอง!’
‘ท่านมหาเศรษฐีรู้วิธีเชือดเหรอ?’
ผู้ชมตกตะลึง ทุกคนก็ตกตะลึงเช่นกัน หานเยว่ช่วงถาม “คุณตั้งใจจะเชือดเองเหรอ?”
หลินจือไป๋ พยักหน้า เย่อิงเบิกตากว้างเอ่ยอย่างไม่ค่อยสบายใจว่า
“น้องแกะน่ารักขนาดนี้ ทำไมต้องกินน้องแกะด้วยละ? แค่เพราะเจ้าเฟยหยางหยางถีบคุณทีเดียวเองเหรอ? คุณถึงขั้นต้องถือสาแกะตัวเดียวเลยเหรอ?”
“แล้วจะเอามาทำเนื้อแกะเสียบไม้ย่างได้ไหม? อย่าลืมโรยยี่หร่ากับพริกเยอะๆ นะ”
ผู้ชม : …… แขกรับเชิญ : ……
หลินจือไป๋ มองดูแววตาของเย่อิงที่เปลี่ยนจาก ‘ทำใจไม่ลง’ เป็น ‘โหดเหี้ยมอำมหิต’ ภายในไม่กี่วินาที
ฉีเจียนเจียถามด้วยความสงสัยว่า “คุณเคยเชือดแกะเหรอ?”
หลินจือไป๋ ส่ายหน้า เขาไม่เคยเชือดแกะ ถึงขั้นไม่เคยแม้แต่จะเชือดไก่ แต่มีระบบอยู่ ปัญหานี้จึงไม่ใช่ปัญหา
“ไม่เคยเชือดแล้วคุณยังจะลงมือเองอีกเหรอ?”
ทุกคนเริ่มจะนับถือในความใจกล้าของ หลินจือไป๋ แล้ว เพราะยังไงพวกเขาแต่ละคนก็ไม่มีใครทำใจลงมือได้หรอก
หลินจือไป๋ เอ่ย “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนครับ เย็นนี้ทุกคนมาที่หน้าทางเข้าศูนย์กิจกรรมนะ อย่าลืมพกเหรียญดอกท้อมาด้วยละ”
แกะตัวนี้ทั้งใหญ่ทั้งอ้วน น่าจะพอกินกันได้สิบหกคนเลย!
ทุกคนพลันกลืนน้ำลายลงคอ “คุณจะทำเนื้อแกะเสียบไม้ย่างใช่ไหม?”
หลินจือไป๋ ยิ้มกล่าว “ถึงตอนนั้นพวกคุณก็จะรู้เอง อย่าลืมมาพร้อมกันตอนหกโมงเย็นนะ”
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองโมง เวลาสี่ชั่วโมงเพียงพอให้ หลินจือไป๋ จัดการทุกอย่างได้เรียบร้อย เขาไปขอยืมมีดเชือดแกะและอุปกรณ์ต่างๆ จากเจ้าของแกะ แล้วยังพาพวกเย่อิงไปซื้อเครื่องหมักที่ร้านขายของชำของศูนย์กิจกรรมอีกหลายอย่าง เช่น ผงยี่หร่า ผงพริก หอมหัวใหญ่ ขิง และของอื่นๆ อีกมากมาย
“นี่มันของสำหรับทำเนื้อแกะย่างเสียบไม้นี่นา!” ท้องของเย่อิงเริ่มร้องแล้ว
หลายวันที่ทุกคนอยู่เขาลี่ซานมา แค่คิดว่ารสชาติของบาร์บีคิวจะเลิศรสขนาดไหนก็น้ำลายสอทะลักแล้ว
ซื้อของเสร็จ หลินจือไป๋ ก็กลับมาที่หลังบ้านสีน้ำเงิน มองดูเจ้าเฟยหยางหยางที่ยังคงเล็มหญ้าอย่างสบายใจ ไม่รู้ถึงชะตากรรมที่ใกล้เข้ามาของตัวเอง พลางยิ้มแล้วพูดว่า
“วันนี้ผมจะให้พวกคุณได้เห็นว่า อะไรที่เรียกว่าพอครัวติงชำแหละแกะในตำนาน”
เย่อิง กู่สิง และหานเยว่ช่วง คือผู้ชมที่ซื่อสัตย์ของ หลินจือไป๋ ทั้งสามคนยืนอยู่ห่างๆ ราวกับกลัวว่าเลือดแกะจะกระเด็นมาโดนตัว
‘ฉันเคยได้ยินแต่พอครัวติงชำแหละวัว พอครัวติงชำแหละแกะนี่มันอะไรกัน?’
‘จะเริ่มเชือดจริงๆ เหรอ? ฉันทนดูเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ!’
‘ทำไมท่านมหาเศรษฐีดูเหมือนอยากจะลงมือเต็มแก่เลยล่ะเนี่ย เขายิ้มสดใสสุดๆ เลยด้วย!’
‘หน้าตาก็ดูไม่มีพิษมีภัย แถมยังหล่อจนโลกตะลึง ผลปรากฏกลับถือมีดปังตอเตรียมเชือดแกะเนี่ยนะ?’
คอมเมนต์สดหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ใบหน้า หลินจือไป๋ ดูไม่เหมือนคนที่เชือดแกะเป็นมาตั้งแต่เกิด
ดังนั้นเมื่อเขาถือมีดเชือดสัตว์แล้วลองกะจังหวะไปที่เจ้าเฟยหยางหยาง ทุกคนจึงสัมผัสความรู้สึกที่ขัดกันอย่างรุนแรง
“เยว่ช่วง จับเวลา”
หลินจือไป๋ เรียกหานเยว่ช่วงให้ช่วยจับเวลาให้ตน เขาอยากดูว่าทักษะการเชือดแกะของตัวเองจะเจ๋งแค่ไหน
“ได้ค่ะ” หานเยว่ช่วงหยิบโทรศัพท์ออกมา
หลินจือไป๋ เอ่ยคำว่าเริ่มแล้วก็ลงมือทันที