ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 416-2 มื้อค่ำมื้อสุดท้าย! (2)
แกะถูกกดลงกับพื้นโต๊ะ ขาแกะถูกมัดไว้เรียบร้อยแล้ว
หลินจือไป๋ กดขาแกะไว้ จากนั้นใช้มีดปลายแหลมสำหรับเชือดแกะแทงทะลุลำคอของมัน ปล่อยเลือดแกะให้ไหลลงในถังที่เตรียมไว้
หลังจากปล่อยเลือดจนหมดแล้ว หลินจือไป๋ ก็เฉือนเปิดลำคอแกะ ดึงท่อที่เชื่อมกับลำไส้ออกมามัดเป็นปม ป้องกันไม่ให้อาหารและกากอาหารในลำไส้ไหลออกมา
จากนั้นก็เริ่มกรีดจากส่วนท้องเป็นแนวยาว สุดท้ายจึงกรีดลงไปตามขาแกะ หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ หลินจือไป๋ เริ่มถลกหนังแกะด้วยมือ
เมื่อถลกหนังออกก็นำเครื่องในทั้งหมดออกมา แล้ว หลินจือไป๋ ก็ตัดหัวแกะออก กระบวนการทั้งหมดเพียงรวดเดียวจบ!
เดิมที หลินจือไป๋ คิดว่าตัวเองจะรู้สึกแย่และต้องเอาชนะอุปสรรคทางใจ นึกไม่ถึงว่าจะราบรื่นขนาดนี้และไม่ได้รู้สึกต่อต้านมากมายนัก
ด้านข้าง ตากล้องไม่กล้าถ่ายฉากนองเลือดตรงๆ ได้แต่ให้ทุกคนดูแผ่นหลังของ หลินจือไป๋ ผู้ชมจึงรู้เพียงว่าเขากำลังวุ่นอยู่กับการเชือดแกะ แต่กลับมองไม่เห็นภาพที่ชัดเจน
‘เหมือนจะราบรื่นดีนะ!’
‘นี่กำลังปล่อยเลือดแกะเหรอ?’
‘ฉันเห็นหนังแกะโดนถลกแล้ว!’
‘รู้สึกเหมือนตอนเชือดหมูแถวบ้านฉันเลยหรือเปล่า?’
‘เชือดแกะน่าจะง่ายกว่าเชือดหมูนิดหน่อยนะ’
‘ต่อให้เป็นอย่างนั้น ท่านมหาเศรษฐีก็เจ๋งสุดๆ แล้ว เขาจัดการเจ้าเฟยหยางหยางจริงๆ ด้วย!’
สำเร็จ! หลังจาก หลินจือไป๋ เชือดแกะและแล่เนื้อเสร็จเรียบร้อย บอกให้หานเยว่ช่วงหยุดจับเวลา ในที่สุดกล้องก็แพนมาตรงๆ
เห็นเพียงเนื้อแกะที่ปรากฏสู่สายตาทุกคน ในตอนนี้แกะตัวนี้ถูกเชือดแล้ว เนื้อสมบูรณ์มาก สีแดงสดสวยงาม ดูยืดหยุ่น กระทั่งชวนให้เกิดความรู้สึกอยากนำไปทำอาหารขึ้นมาทันที
และเวลาเพิ่งผ่านไปเพียง 7 นาที 21 วินาที!
ก็หมายความว่า หลินจือไป๋ ใช้เวลาไม่ถึงแปดนาที จัดการเจ้าเฟยหยางหยางเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว!
‘ผู้ชายยิ่งหล่อยิ่งอำมหิต!’
‘พ่อครัวติงชำแหละแกะของจริงเลยนี่นา ทำไมเขาถึงได้ชำนาญขนาดนี้เนี่ย!’
‘มือเชือดแห่งทะเลทรายปะเนี่ย?’
‘แค่แปดนาทีก็เชือดได้สะอาดขนาดนี้ ตัดหัว ถลกหนัง แยกประเภทเครื่องในเรียบร้อย!’
‘ตอนก่อนเชือด ท่านมหาเศรษฐียิ้มได้สดใสมากเลยนะ! ยิ่งยิ้มสดใสเท่าไร ยิ่งเชือดแกะโหดเท่านั้น!’
‘คนทั่วไปถ้าไม่เคยเชือดแกะมาเป็นร้อยตัว ไม่มีทางทำได้ชำนาญขนาดนี้หรอก!’
ชาวเน็ตต่างพากันตกตะลึง พวกกู่สิงทั้งสามคนที่อยู่ข้างๆ ก็ตกใจจนทำตัวไม่ถูก!
พวกเธอเห็นกับตาว่า หลินจือไป๋ กลายร่างเป็นเพชฌฆาตเชือดแกะทีละขั้นตอน ท่าทางที่ชำนาญของเขาชวนให้ขนลุก ราวกับว่ารู้จักทุกสัดส่วนของร่างกายแกะเป็นอย่างดี ตอนลงมือก็ไร้ความปรานีสุดๆ!
ปัง! ปัง! ปัง!
หลังจากเชือดแกะเสร็จ หลินจือไป๋ ก็สับส่วนขาหน้าของแกะออกมา ล้างทำความสะอาดแล้วโรยด้วยยี่หร่า พริก เหล้าสำหรับทำอาหาร รวมถึงหอมหัวใหญ่และอื่นๆ
ต้องหมักทิ้งไว้ระยะหนึ่ง จากนั้นค่อยนำไปทำเป็นขาแกะย่าง
เพราะใกล้เตาดินมีเตาดินอยู่ เตาดินนั้นเหมาะสำหรับการย่างขาแกะที่สุด
ส่วนขาหลังทั้งสองข้าง หลินจือไป๋ วางแผนจะเอาไปทำข้าวหมกแกะ รสชาติข้าวหมกแกะสไตล์ซินเจียงก็นับว่าเป็นที่สุดเหมือนกัน
แน่นอนก่อนจะลงมือต้องจัดการให้เรียบร้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะต้องดับกลิ่นสาบของเนื้อแกะ
ทว่าเนื้อแกะจะมีกลิ่นสาบแรงไหม บางทีก็ไม่ได้เกี่ยวกับเทคนิค แต่เกี่ยวกับสายพันธุ์และสภาพแวดล้อมที่มันเติบโต
แกะแถวเขาลี่ซานสายพันธุ์ดี จัดว่าเป็นแกะที่แทบจะไม่มีกลิ่นสาบเลย หลินจือไป๋ เลยทำได้อย่างคล่องมือมากขึ้น
และแล้วหลังจากหั่นแยกชิ้นส่วนต่างๆ ของแกะ หลินจือไป๋ ก็เริ่มวางแผนว่าแต่ละส่วนจะเอาไปทำเมนูอะไรบ้าง
ใช่แล้ว เหตุผลที่ซื้อแกะตัวนี้มาก็เพราะ หลินจือไป๋ อยากทำโต๊ะจีนแกะทั้งตัว!
ในรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ ถ้าได้ทำโต๊ะจีนแกะทั้งตัว แล้วเชิญแขกรับเชิญสิบกว่าคนมากินด้วยกันจะดีขนาดไหน!
แน่นอนว่าที่บอกว่าเชิญ ความจริงก็คือเก็บเงิน หลินจือไป๋ ไม่เคยทำธุรกิจที่ขาดทุน
แกะตัวนี้ราคาหนึ่งร้อยเหรียญดอกท้อ คืนนี้ หลินจือไป๋ จะถอนทุนคืนมาให้หมดทุกเหรียญเลย!
และแล้วหลังจากหมักขาหลังแกะข้างหนึ่งเสร็จ หลินจือไป๋ ก็มุ่งหน้าไปที่เตาดิน
“เย่อิง มาช่วยพัดไฟหน่อย”
“ได้…” เย่อิงหันซ้ายหันขวา “แล้วต้องจุดยังไง?”
“ตรงนั้นมีช่องอยู่ คุณไปหาพวกฟืนมาจุด หรือจะใช้ถ่านเข้าไปด้วยก็ได้ ผมซื้อมาจากตลาดแล้ว”
“อ้อ!”
เย่อิงทำตามคำสั่งของ หลินจือไป๋ อย่างว่าง่าย พอเตาร้อนได้ที่ หลินจือไป๋ ก็ให้เธอดับไฟแล้วสาดน้ำเข้าไปในเตาจนไอน้ำพุ่งกระจายไปทั่ว
จากนั้น หลินจือไป๋ ก็นำขาแกะใส่เข้าไปในเตาแล้วปิดฝา ก่อนจะหาผ้ามาผืนหนึ่งชุบน้ำให้เปียกโชกแล้วปิดทับด้านบน ตามด้วยการนำดินมาพอกทับผ้าไว้ และใช้ดินเปียกปิดปากเตาจนมิดสนิท
“ไม่ต้องใช้ไฟเหรอ?” เย่อิงไม่เข้าใจการกระทำของ หลินจือไป๋ เลยสักนิด
หลินจือไป๋ เอ่ย “ไม่ต้องใช้ไฟแล้ว ปิดเตาให้สนิท อบไว้อีกสักสองชั่วโมงก็สุกทั่วแล้ว”
“แล้วยังไงต่อเหรอ?”
“ทำหม้อไฟกระดูกสันหลังแกะ” หลินจือไป๋ วางแผนจัดการทุกส่วนเอาไว้หมดแล้ว
กระดูกสันหลังแกะเอามาทำหม้อไฟนะดีที่สุด ส่วนขาแกะนอกจากจะย่างทั้งขาแล้ว ยังเอามาทำเป็นเนื้อแกะเสียบไม้ย่างได้อีก เมนูนี้คนน่าจะชอบกันมากที่สุด แม้แต่คนที่ไม่ชอบกินเนื้อแกะก็น่าจะยอมกินอยู่บ้าง
จากนั้นซี่โครงแกะก็เอาไปตุ๋นน้ำใสกับใส่กระเทียมสักหน่อย หัวแกะก็ต้องทำ ทุบฟันทิ้ง ควักลูกตา และส่วนอื่นๆ ออกมาเตรียมไว้ก่อนแล้วต้มเคี่ยวไปจนถึงค่ำให้เปื่อยนุ่มเข้าเนื้อ
เครื่องในแกะอะไรนั่นยิ่งไม่ต้องพูดเลย
“สีขาวๆ อมชมพูนี่คืออะไรเหรอ?” เย่อิงเหมือนเด็กน้อยขี้สงสัย คอยช่วยงานอยู่ข้างๆ พลางเอ่ยถามเป็นระยะ “ดูน่ารักดีนะ”
“อันนี้นะเหรอ? น่ารัก?” หลินจือไป๋ มองตามส่วนที่เย่อิงชี้แล้วยิ้มตอบ “นี่คืออัญมณีแห่งแกะ หรือจะเรียกว่าเอวนอกของแกะก็ได้ พูดตรงๆ คือไข่แกะนั่นแหละ เพราะตัวที่เราเชือดเป็นแกะตัวผู้ไง”
ไข่… ไข่แกะ? เย่อิงทำหน้ากระอักกระอ่วน รีบเปลี่ยนเรื่องทันที “แล้ว… แล้วอันนี้ละ?”
“อันนี้นะเหรอ?” หลินจือไป๋ มองก้อนเนื้อสีดำอมแดงนั้นด้วยสีหน้าแปลกๆ เย่อิงนี่ช่างเลือกถามได้ถูกจุดจริงๆ
“มีอะไรเหรอ?”
“นี่คือเซี่ยงจี๊แกะ หรือก็คือส่วนไตของแกะ เรียกสั้นๆ ว่าไตแกะนั่นแหละ”
เซี่ยงจี๊? เย่อิงรู้สึกกระอักกระอ่วน ทำไมสิ่งที่เธอถามไม่เป็นเซี่ยงจี๊ก็เป็นอัณฑะไปได้นะ? เธอไม่อยากพูดแล้ว แต่กู่สิงที่อยู่ข้างๆ กลับหลุดปากถามออกมาว่า
“สรุปว่าสองอย่างนี้คือของบำรุงสมรรถภาพผู้ชายในตำนานใช่ไหมคะ?”
“ใช่ครับ”
“คุณชอบกินไหมคะ?” กู่สิงจ้อง หลินจือไป๋ ด้วยความอยากรู้ “ผู้ชายกินแล้วบำรุงดีเลยนะ”
หลินจือไป๋ ส่ายหน้ากล่าว “สองอย่างนี้กลิ่นสาบแรงที่สุด ต้องเป็นคนที่ชอบกินเนื้อแกะมากๆ ถึงจะชอบครับ” เอาเถอะ ความจริงก็คือมันมีกลิ่นคาวรุนแรงมากจน หลินจือไป๋ เองก็กินไม่ลง
แน่นอนว่าถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ หลินจือไป๋ ก็ตั้งใจจะย่างพวกเซี่ยงจี๊และไข่แกะให้ดี เพราะเขารู้วามีบางคนชอบรสชาตินี้ ใครที่เคยไปร้านบาร์บีคิวแล้วดูเมนูจะรู้ดีว่า ยิ่งเป็นส่วนพวกนี้ราคายิ่งแพง เพราะแกะหนึ่งตัวมีเซี่ยงจี๊และอัณฑะแค่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น
“ยุ่งกันหน่อยครับ” หลินจือไป๋ เอ่ย “พวกคุณเอาเนื้อพวกนี้ไปเสียบไม้ พวกเซี่ยงจี๊ก็เสียบไม้ไผ่ไปด้วยกันเลย เห็นแก่ที่วันนี้พวกคุณช่วยผมทำงาน ตอนกินมื้อค่ำผมจะลดให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับ”
และแล้วทั้งสามคนก็ช่วยกันเสียบเนื้อแกะ ส่วน หลินจือไป๋ จัดการกับกีบเท้าแกะ เครื่องในแกะ และวัตถุดิบที่เหลือ
ผู้ชมที่เฝ้าดูอาหารจานแล้วจานเล่าถูก หลินจือไป๋ รังสรรค์ขึ้นมา ต่างก็รู้สึกเหมือนพยาธิในท้องถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแล้ว!
‘ดูท่าหอมมากเลยนะ!’
‘แบบนี้ใครจะไปทนไหว!’
‘นี่กำลังทำโต๊ะจีนแกะทั้งตัวชัดๆ!’
‘ขาแกะในเตาดินสุกหรือยังนะ?’
‘กีบเท้าแกะผัดเผ็ดนี่ดีที่สุดแล้ว!’
‘ดูเสียบเนื้อแกะตุ๋นน้ำใสนั่นสิ สดใสเป็นประกายสุดๆ เลย!’
‘ไม่รู้ว่าข้าวหมกแกะรสชาติจะเป็นยังไงนะ’
‘เริ่มย่างเนื้อเสียบไม้แล้ว!’
‘เชื่อใจเชฟหลินได้เสมอ!’
‘อยากไปร่วมรายการด้วยจัง ฉันยอมแลกเหรียญดอกท้อทั้งหมดที่มี เพื่อโต๊ะจีนแกะมื้อนี้เลย!’
ในที่สุดสี่ชั่วโมงก็ผ่านไป เย่อิงแท็กทุกคนในกลุ่มแชทใหญ่ “รีบมากินข้าวกันเถอะ เซฟหลินทำกับข้าวอร่อยๆ ไว้เต็มโต๊ะเลย!”
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ! คนจากอีกสามกลุ่มที่เหลือรีบบึ่งมาทันที
ยังไม่ทันจะถึงศูนย์กิจกรรม จมูกของทุกคนก็ได้กลิ่นหอมของเนื้อที่เย้ายวนใจสุดๆ พร้อมกับกลิ่นเครื่องเทศปิ้งย่างอย่างยี่หร่าโชยมาติดจมูก ทุกคนเร่งฝีเท้าขึ้นอย่างอดไม่ได้
และเมื่อทุกคนมาถึงหน้าทางเข้าศูนย์กิจกรรม ก็เห็นโต๊ะตัวใหญ่ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว บนโต๊ะเต็มไปด้วยเมนูจานเด็ดเรียงรายอยู่มากมาย
มีทั้งหม้อไฟกระดูกสันหลังแกะ เนื้อแกะต้มทานด้วยมือ ซุปแกะที่ไอร้อนพวยพุ่ง ไปจนถึงข้าวหมกแกะหลายชาม และยังมีเนื้อแกะเสียบไม้ที่ หลินจือไป๋ กำลังย่างอยู่ท่ามกลางควันและเปลวไฟ…
มีคนลองนับดู รวมข้าวหมกแกะด้วย หลินจือไป๋ ใช้แกะตัวเดียวทำอาหารได้ถึงสิบหกอย่าง!
อึก! ทุกคนพากันน้ำลายสอ!
แม้แต่บางคนที่ไม่ชอบกินเนื้อแกะ พอได้เห็นเมนูเด็ดเต็มโต๊ะแบบนี้ก็ยังเกิดความรู้สึกอยากชิม เพราะกลิ่นที่โชยมาแตะจมูกนั้นหอมหวนเกินไปแล้ว!
“วันนี้เป็นบุฟเฟต์ครับ” หลินจือไป๋ ที่กำลังย่างบาร์บีคิวยิ้มแล้วเอ่ยว่า “คนละสิบห้าเหรียญดอกท้อก็กินได้ไม่อั้น กินได้เต็มที่เลย…”
สิบห้าเหรียญดอกท้อ! ได้กินโต๊ะจีนแกะทั้งตัวหนึ่งมื้อ!
ทุกคนต่างหวั่นไหว! เพราะยังไงทุกคนก็รู้ดีว่าฝีมือการทำอาหารของ หลินจือไป๋ อยู่ระดับไหน กับข้าวเต็มโต๊ะที่เขาจัดเตรียมไว้รสชาติต้องสุดยอดแน่นอน นี่ถูกกำหนดไว้ว่าเป็นมื้ออาหารสุดพิเศษเพียงหนึ่งเดียวตั้งแต่ทุกคนร่วมรายการนี้มาเลย!
“จริงสิ” หลินจือไป๋ มองไปทางผู้กำกับแล้วเอ่ยว่า “ถ้าคุณอยากทานก็ต้องให้ผมสิบห้าเหรียญดอกท้อเหมือนกันนะครับ”
“ตอนนี้ใครจ่ายก่อนก็ได้ขึ้นโต๊ะก่อน ถ้าช้ากว่านี้เนื้อจะเย็นชืดเอานะครับ”
“ฉัน!”
“ฉันกิน!”
“ฉันกินด้วย!”
หลานเหยและแขกรับเชิญชายอีกสองสามคนทนความยั่วยวนแบบนี้ไม่ไหว ตัดสินใจจ่ายเหรียญดอกท้อให้ หลินจือไป๋ ทันที พลันรีบร้อนอยากขึ้นโต๊ะอาหาร
และแล้วแขกรับเชิญคนอื่นๆ ก็เริ่มทนไม่ไหวเช่นกัน มุมปากของผู้กำกับหวงถิงกระตุกเล็กน้อย เดิมทีเขาอยากทำให้ทรัพย์สินของ หลินจือไป๋ ลดฮวบลง แต่ดูจากรูปการณ์โต๊ะจีนแกะทั้งตัวนี้แล้ว ทรัพย์สินของ หลินจือไป๋ ในรอบนี้ไม่เพียงแต่ไม่ลดลง กลับยิ่งพุ่งกระฉูดขึ้นไปอีก…
เขามองข้ามความสามารถสุดยอดเชฟของ หลินจือไป๋ ไปเสียได้! แค่ให้แกะเขาตัวเดียว เขาก็หาเงินคืนจากแขกรับเชิญคนอื่นได้แล้ว ถึงขั้นกำไรกว่าเดิมเสียอีก!
ช่างเถอะไม่สนมันแล้ว หวงถิงเช็ดน้ำลายที่มุมปากแล้วควักเหรียญดอกท้อสิบห้าเหรียญออกมาทันที มื้อนี้เขาก็จะกินเหมือนกัน! โต๊ะจีนแกะทั้งตัวระดับสุดยอดเชฟหากินไม่ได้ง่ายๆ เลย!
‘ลูกถีบของเฟยหยางหยางครั้งนั้น กลายเป็นการสร้างกุศลให้แขกรับเชิญทุกคนเลย!’
‘ฮ่าๆๆ แม้แต่ผู้กำกับยังห้ามใจไม่อยู่ กับข้าวมื้อนี้ต้องหอมขนาดไหนกันเนี่ย!’
‘คดีเลือด (มื้อยักษ์) ที่เกิดจากลูกถีบครั้งนั้น! เฟยหยางหยางจะอยู่ในใจตลอดไป!’
‘เงินของ หลินจือไป๋ เนี่ย ใช้ยังไงก็ไม่หมดจริงๆ!’
‘เดี๋ยวผู้กำกับต้องหาทางทำให้มหาเศรษฐีใช้จ่ายเงินหนักๆ แน่ ดูตอนที่เขาสัมภาษณ์เดี่ยวช่วงหลังๆ พอพูดถึง หลินจือไป๋ มหาเศรษฐีแห่งเขาลี่ซานก็ถึงกับกัดฟันกรอด เพราะมหาเศรษฐีทำลายสมดุลของรายการไปแล้ว’
‘วิธีการหาเงินของมหาเศรษฐีมีเยอะเกินไปแล้ว แค่พูดถึงโต๊ะจีนแกะมื้อนี้บวกกับฝีมือทำอาหารของเขา ใครจะไปทนไหว!’
‘หลานเหยกับโจวหานจิ้น พวกเขากินมื้อนี้เสร็จก็เตรียมตัวล้มละลายได้เลย!’
‘นี่เป็นมื้อค่ำมื้อสุดท้ายชัดๆ!’
‘นอกจากหลานเหย ยังมีแขกรับเชิญอีกหลายคนทีกินโต๊ะจีนเนื้อแกะมื้อนี้เสร็จแล้วต่างก็ต้องล้มละลาย!’
‘จากเดิมทีมีแค่สามสาวล้มละลาย ตอนนี้กองทัพคนล้มละลายกำลังขยายตัวอย่างรุนแรง! แม้แต่ผู้กำกับก็ชักจะปวดหัว จะทำยังไงกับแขกรับเชิญเยอะขนาดนี้ที่กินข้าวเสร็จแล้วล้มละลายดีเนี่ย?’
‘คงปล่อยให้พวกเขาอดตายจริงๆ ไม่ได้หรอกมั้ง? หลินจือไป๋ นี่สร้างความลำบากให้ชาวบ้านจริงๆ เลยนะเนี่ย รายการต้องรีบหาทางช่วยให้แขกรับเชิญหาเหรียญดอกท้อได้มากกว่าเดิมแล้ว…’