ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 428 ห้องไลฟ์สีเขียว! (1)
เมื่อเห็นหลินจือไป๋กำลังจะเริ่มทำงานอีกชิ้น คอมเมนต์สดในห้องไลฟ์ก็พุ่งขึ้นทันที
ในนั้นย่อมมีผู้ชมบางส่วนที่ยังคงสงสัยในความจริงของเรื่องนี้อยู่ด้วย
‘จะให้เป็นสักขีพยานในปาฏิหาริย์อีกแล้วเหรอ?’
‘โชว์แต่งเพลงในสิบนาทีน่ะเหรอ?’
‘ฉันไม่เชื่อ!’
‘แต่งเพลงที่ไหนมันจะเร็วขนาดนี้?’
‘นั่นสิ!’
‘ฉันยอมรับว่าเพลงเมื่อกี้เจ๋งมาก แต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณเพิ่งแต่งสดๆ!’
‘นอกจากจะพิสูจน์ให้เห็น!’
‘ไม่งั้นจะทำกี่งานฉันก็ไม่เชื่อ ทั้งหมดคือบทที่เตรียมไว้ล่วงหน้าชัดๆ!’
‘เห็นด้วย!’
บางครั้งก็ต้องยอมรับว่า ทั้งที่แฟนคลับกว่าร้อยละเก้าสิบแสดงตัวสนับสนุน
แต่เสียงที่บาดหูอีกร้อยละสิบที่เหลือก็ยังยากที่จะมองข้ามไปได้
แน่นอนว่าหลินจือไป๋ไม่ได้รู้สึกว่าเสียงสบประมาทเหล่านั้นบาดหูอะไรนัก
เขาที่เคยผ่านเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วรู้สึกว่า การที่ผู้ชมจะสงสัยนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ช่วยไม่ได้
ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นรายการวาไรตี้ในวงการบันเทิงหรือแวดวงไลฟ์สด ต่างก็เต็มไปด้วยกระแสการปั้นแต่งเรื่องโกหก
มีการวางบทให้เห็นได้ทั่วไป
อีกทั้งผู้ชมชาวฉีโจวก็เพิ่งจะรู้จักเขา ความเชื่อใจที่ยังมีไม่พอก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ต่อให้ไม่คิดจะพิสูจน์ตัวเอง หลินจือไป๋ก็ยังต้องคลายข้อสงสัยให้แฟนคลับของตัวเอง
ที่อาจยังมีความแคลงใจบางอย่างที่ไม่ยอมพูดออกมาเพราะความเชื่อมั่นที่มีต่อเขา
เขาจึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า
“ไม่ว่าจะเป็นรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ หรือไลฟ์ส่วนตัวของผม ห้องนี้ต่างก็ไม่มีสิ่งที่ทุกคนเรียกว่าบทละครทั้งนั้นครับ”
หยุดไปครู่หนึ่ง
หลินจือไป๋เอ่ยต่อว่า “แต่ในเมื่อทุกคนคิดว่างานสั่งทำเหล่านั้นผมทำเสร็จไว้ล่วงหน้าแล้ว งั้นเรามาลองเปลี่ยนกติกากันหน่อยดีไหมครับ”
“ตอนนี้ผมจะสุ่มเลือกแขกรับเชิญในรายการเยือนเขาลี่ซานหนึ่งคนเพื่อคอลไปหา”
“ให้เขาตั้งโจทย์แล้วผมจะแต่งเพลงตามโจทย์ที่เขาต้องการ ดีไหมครับ?”
มุกนี้หลินจือไป๋เคยเล่นมาแล้ว มีความรู้สึกหวนระลึกถึงอดีตอยู่บ้าง
ระหว่างนั้น หลินจือไป๋ก็เห็นคอมเมนต์สดที่มีคำว่า ‘อย่างที่คุ้นเคย’ ปรากฏขึ้นมา
เห็นได้ชัดว่าเป็นแฟนคลับที่ตามมาจากฉินโจว
แต่ผู้ชมชาวฉีโจวส่วนใหญ่กลับไม่เข้าใจความหมายของประโยคนี้
และเริ่มพิมพ์ชื่อแขกรับเชิญคนต่างๆ ในรายการ “เยือนเขาลี่ซาน” กันอย่างบ้าคลั่ง
ตั้งแต่ฉีเจียนเจียไปจนถึงเย่ว์จวิน ฉีเทียนเหวิน และคนอื่นๆ
“เยอะเกินไปแล้วครับ” หลินจือไป๋เอ่ย
“พวกคุณช่วยสรุปเป็นชื่อเดียวกันหน่อย แล้วผมจะคอลไปหาต่อหน้าทุกคนเลย”
‘ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะ?’
‘แขกรับเชิญคนอื่นคงไม่ได้เป็นหน้าม้าหรอกนะ?’
‘เธอคิดมากไปแล้ว’
‘แขกรับเชิญตั้งสิบหกคน ท่านมหาเศรษฐีคงจ้างเป็นหน้าม้าไม่หมดหรอกมั้ง?’
‘ซูเปอร์สตาร์ระดับนั้นจะมาช่วยหลินจือไป๋ปั้นเรื่องไปเพื่ออะไร?’
‘เอาเป็นว่าไม่เอาคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาอย่างเย่ว์อิงก็พอ’
‘เอาเยเจินสิ!’
‘ดูรายการมาตั้งนาน มีแค่เยเจินนี่แหละที่ไม่ค่อยถูกชะตากับหลินจือไป๋’
‘มีเหตุผล!’
ใครที่ดูรายการนี้และพอจะเข้าใจมารยาทและการวางตัว ต่างก็ดูออกทั้งนั้นว่าแขกรับเชิญทั้งสิบหกคนไม่ได้ถูกกัน
แต่ละคนต่างก็มีกลุ่มเล็กๆ ของตัวเอง
อย่างเช่นหลินจือไป๋แม้จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มเย่ว์อิง
แต่เยเจิน กูสิง เออิจิโร ไปจนถึงเย่ว์จวิน ต่างก็เคยมีปากเสียงเล็กๆ น้อยๆ กับเขา โดยเฉพาะเยเจิน
ดังนั้นตอนนี้ทุกคนจึงคิดว่า เยเจินคือคนที่จะรับประกันได้ดีที่สุดว่าจะไม่เป็นหน้าม้าให้หลินจือไป๋แน่ๆ
ไม่เพียงแต่ไม่เป็นหน้าม้า หมอนี่อาจถึงขั้นจงใจสร้างความลำบากใจให้หลินจือไป๋เลยก็ได้
คิดได้ดังนั้น คอมเมนต์สดจึงเริ่มพิมพ์คำว่า ‘เยเจิน’ กันอย่างบ้าคลั่ง
“เยเจินเหรอ” หลินจือไป๋ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า
“ผมไม่ค่อยสนิทกับเยเจินเท่าไหร่ ไม่มีเบอร์เขาแล้วก็ไม่ได้เป็นเพื่อนในแอปด้วย”
‘ไม่มีเบอร์ก็ได้เหรอเจ๋ง’
‘นี่มันข้ออ้างอะไรกัน?’
‘คุณก็ถามแขกรับเชิญคนอื่นได้นี่’
‘ในกลุ่มใหญ่ก็หาได้!’
‘ไม่ไหวก็อย่ามาแสร้งทำเป็นเก่งเลยดีกว่า’
‘ดูรายการนี้มา คนที่ขี้เก็กที่สุดก็นายนี่แหละ’
‘ไม่สนิทก็ได้เหรอ’
‘พูดแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?’
‘ฮาๆ ท่านมหาเศรษฐีเล่นจริงเจ็บจริง ดูเหมือนในไลฟ์จะมีพวกแอนตี้แฟนอยู่ไม่น้อยเลย’
เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่จริงๆ
ตอนที่หลินจือไป๋ใช้ชื่ออูฉือไลฟ์สดที่ฉินโจว แม้จะมีบางคนพูดจาเหน็บแนมอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้โจมตีรุนแรงอะไร
อย่างมากก็แค่แฟนคลับของไป๋ตี้ในตอนนั้นที่เข้ามาทักทายเล็กๆ น้อยๆ
แต่พอมาถึงฉีโจว กลับมีสิ่งที่เรียกว่าแอนตี้แฟนในตำนานเกิดขึ้นมา
“เอาล่ะ” หลินจือไป๋เอ่ย
“ผมกับเยเจินไม่สนิทกันจริงๆ นั่นแหละ แต่ในเมื่อบรรยากาศมาถึงขั้นนี้แล้ว”
“ผมจะลองถามฉีเจียนเจียดูแล้วกันครับ เธออาจจะมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีกับเยเจิน”
พูดจบหลินจือไป๋ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาฉีเจียนเจีย
สิ่งที่ทำให้หลินจือไป๋ประหลาดใจก็คือ โทรศัพท์ดังเพียงสองครั้งก็ถูกรับสายแล้ว
“ฮัลโหล…”
หลินจือไป๋กำลังคิดจะอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ ฉีเจียนเจียที่อยู่ปลายสายก็ขัดจังหวะเสียก่อน
“ฉันกับเยเจินเป็นแค่เพื่อนทั่วไป”
“หือ?” หลินจือไป๋อึ้งไปครู่หนึ่ง
น้ำเสียงของฉีเจียนเจียดูจริงจังมาก
“ดังนั้นถึงฉันกับเยเจินจะสนิทกัน แต่นั่นก็เพราะพวกเรารู้จักกันมานานแล้วเท่านั้นเอง”
“คุณ…”
“ฉันกำลังดูไลฟ์ของคุณอยู่” ฉีเจียนเจียเอ่ย
“เมื่อกี้คุณไม่ได้บอกเหรอว่าฉันกับเยเจินค่อนข้างสนิทกันนะ?”
“อ๋อ” หลินจือไป๋ถึงได้เข้าใจ
ส่วนในห้องไลฟ์สดของฉีเจียนเจีย
เมื่อฉีเจียนเจียรับโทรศัพท์ของหลินจือไป๋แล้วรีบอธิบายความสัมพันธ์ของเธอกับเยเจินเป็นอันดับแรก คอมเมนต์สดก็ระเบิดทันที!
‘ลนลานแล้วๆ!’
‘ทำไมเจียนเจียต้องรีบร้อนอธิบายขนาดนั้น?’
‘จังหวะนี้มีใครดูไม่ออกบ้างไหม?’
‘ขนาดคนไม่เคยมีความรักอย่างฉันยังดูออกเลย!’
‘ในสถานการณ์แบบไหนกันนะที่ผู้หญิงจะกลัวผู้ชายเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับผู้ชายคนอื่น?’
‘ถ้าอาจารย์เยเจินรู้เข้า คงร้องไห้จนสลบแน่!’
‘เจียนเจียทำได้สวยมาก ต้องรุกแบบนี้แหละ!’
‘ฮาๆๆๆ ท่านมหาเศรษฐีถึงกับไปไม่เป็นเลย’
‘ท่านมหาเศรษฐี: ฉีเจียนเจียไม่ต้องไลฟ์เหรอ ทำไมเอาแต่สิงอยู่ในไลฟ์ผมล่ะ?’
ฉีเจียนเจียไม่ได้มองคอมเมนต์สด หลังจากอธิบายเสร็จ ฉีเจียนเจียก็หยิบโทรศัพท์อีกเครื่องของตัวเองออกมา
“ไม่ต้องวางสายนะ เดี๋ยวฉันช่วยติดต่อเยเจินให้ตอนนี้เลย”
“ขอบคุณครับ” หลินจือไป๋รู้สึกว่าตัวเองอ้อมไปไกล จึงพูดติดตลกขึ้นมาว่า
“เจียนเจีย คุณนี่เป็นคนดีจริงๆ เลยนะเนี่ย”
ฉีเจียนเจียกลอกตา
มีอะไรก็พูดกันดีๆ อย่าแจกใบสั่งคนดีได้ไหมเนี่ย?
อีกด้านหนึ่ง เยเจินก็กำลังไลฟ์สดอยู่เช่นกัน
เขามองดูคอมเมนต์สดแล้วคุยกับแฟนคลับอย่างเป็นกันเอง
“การได้มาร่วมรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ สำหรับผมโดยรวมแล้วก็มีความสุขดีนะ”
“ส่วนเพราะอะไรพวกคุณก็ลองเดากันดูสิ”
“ถึงบางครั้งจะมีช่วงที่ไม่มีความสุขบ้าง แต่สุดท้ายก็กลับมามีความสุขได้เสมอ…”
เดี๋ยวนะ คอมเมนต์สดพวกนี้มันอะไรกัน?
เยเจินอ่านออกเสียง “หลินจือไป๋ไลฟ์สดบอกว่าไม่สนิทกับคุณ…”
คอมเมนต์สดไม่น้อยต่างก็พิมพ์เรื่องนี้
แต่เยเจินที่เป็นถึงหนึ่งในสี่จตุรเทพผู้ผ่านสมรภูมิใหญ่ๆ มานักต่อนัก เอ่ยอย่างสงบนิ่งว่า
“คำพูดนี้ก็ไม่ผิดครับ พวกเราไม่ได้สนิทกันจริงๆ”
“รายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ มีแขกรับเชิญตั้งสิบหกคน พวกคุณคงไม่ได้คิดว่าพวกเราจะเป็นเพื่อนสนิทกันหมดหรอกใช่ไหม?”
‘นั่นสิ!’
‘ไม่เห็นจำเป็นต้องสนิทกับเขาเลย!’
‘มันใหญ่มาจากไหนกันเชียว?’
คนที่สนับสนุนเยเจินย่อมไม่ชอบหลินจือไป๋
แฟนคลับเห็นเยเจินโดนหลินจือไป๋ตบหน้ามาหลายครั้งในใจไม่สบอารมณ์อย่างมาก
และในตอนนี้เองเยเจินก็เห็นคอมเมนต์สดเพ้อเจ้ออีกว่า “ฉีเจียนเจียไลฟ์สดบอกว่าไม่สนิทกับคุณ…”
เยเจินยิ้มออกมา เขาอ่านออกมาตรงๆ แล้วโบกมือพลางเอ่ยว่า
“เจียนเจียบอกในห้องไลฟ์ว่าไม่สนิทกับผมเหรอ? เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
“ผมกับฉีเจียนเจียรู้จักกันตั้งแต่ก่อนจะเข้าวงการ”
“อีกทั้งบรรดาแขกรับเชิญสิบหกคนในรายการเยือนเขาลี่ซาน พวกเราสองคนรู้จักกันมานานที่สุดแล้ว”
ตึง ตึง! โทรศัพท์ดังขึ้น
เยเจินหัวเราะลั่น เขาโชว์ชื่อคนโทรเข้าให้ผู้ชมดูแล้วเอ่ยอย่างภูมิใจว่า
“นี่ไง เจียนเจียโทรหาผมแล้ว ใครกล้าบอกว่าพวกเราสองคนไม่สนิทกัน? รู้จักกันมาตั้งกี่ปีแล้ว!”
พูดก็ส่วนพูด เรื่องรับสายเยเจินก็ไม่รอช้าแม้แต่นิดเดียว รับสายทันที
และจากน้ำเสียงก็พลันนุ่มนวลขึ้นมา
“เจียนเจียมีอะไรเหรอ?”
น้ำเสียงที่นุ่มนวลนี้ช่างเหมือนกับ ‘เสียงสอง’ ที่หลินจือไป๋เคยพูดถึงในรายการไม่มีผิด
“อาจารย์ไป๋อยากคุยด้วยนะ” ฉีเจียนเจียอธิบาย
“เขาไม่มีข้อมูลติดต่อของนายน่ะ”
เยเจินหน้าถอดสีเอ่ยว่า “เขาจะหาฉันทำไม?”
หลินจือไป๋กำลังดูไลฟ์ของฉีเจียนเจียอยู่ เมื่อได้ยินเสียงของเยเจินก็เอ่ยขึ้นว่า
“อยากขอให้คุณช่วยอะไรหน่อยนะครับ”
“ตอนนี้พวกเธอสองคนอยู่ด้วยกันเหรอ?”
เยเจินไม่ได้สังเกตเลยว่าน้ำเสียงของตัวเองเปลี่ยนไป
และยังไม่เห็นว่าในห้องไลฟ์มีพวกแอนตี้แฟนบางส่วนจงใจปรับสีตัวอักษรคอมเมนต์สดให้เป็นสีเขียวเพื่อปั่นประสาทเขาโดยเฉพาะ
“เปล่า” ฉีเจียนเจียเอ่ย
“พวกเรากำลังคอลกันอยู่ในไลฟ์นะ ไม่งั้นนายก็เข้าคอลมาด้วยกันสิ”
“ได้”
ห้องไลฟ์สดของทั้งสามคอลเชื่อมต่อกันได้สำเร็จภายใต้การจัดการของทีมงานรายการ
หลินจือไป๋อธิบายสถานการณ์ให้ฟังตรงๆ
เยเจินพอจะเข้าใจอยู่บ้าง แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีจุดที่ไม่เข้าใจ
“คุณหมายความว่า…” เยเจินเอ่ยด้วยสีหน้าสงสัย
“ผมเป็นคนตั้งโจทย์ แล้วคุณจะแต่งเพลงสดๆ ตรงนี้?”
หลินจือไป๋ “ใช่ครับ”
เยเจินยิ่งสงสัยหนักกว่าเดิม “ผมตั้งโจทย์อะไรก็ได้เหรอ?”
หลินจือไป๋ “ใช่ครับ”
เยเจินทำสีหน้าประหลาด “รวมถึงเนื้อร้องด้วยไหม?”
หลินจือไป๋ “ใช่ครับ”
หลังจากถามตอบสามประโยค ฉีเจียนเจียก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยว่า
“แต่เยเจิน นายก็อย่าจงใจหาเรื่องแกล้งอาจารย์ไป๋นะ”
‘เจียนเจีย เธอนี่เป็นห่วงหลินจือไป๋เหลือเกินนะ’
เยเจินรู้สึกจุกในอก เธอกังวลว่ามันจะขายหน้าในไลฟ์สดเหรอ?
“ไม่เป็นไรครับ” หลินจือไป๋ฟังออกว่าฉีเจียนเจียกำลังเป็นห่วงตน
แต่เขาน่ะคือชายผู้มีระบบเชียวนะ
“เยเจินตั้งโจทย์ได้ตามสบายเลยครับ ขอแค่หัวขอดูดีมีสาระหน่อยก็พอ เพราะยังไงเราก็เป็นไลฟ์สดสีเขียวครับ”
เขียว… ไลฟ์สดสีเขียว?
ไม่รู้ทำไมเยเจินได้ยินคำนี้แล้วกลับรู้สึกไม่สบายใจ
เขามองไปที่ฉีเจียนเจียแล้วหันมามองหลินจือไป๋ ก่อนจะเอ่ยปากนิ่งๆ ว่า
“ผมคิดโจทย์ออกแล้ว”
“ว่ามาเลยครับ” หลินจือไป๋เอ่ย
เยเจินพูดว่า “ผมก็ไม่ได้อยากทำให้คุณลำบากหรอก ประเภทที่ตั้งโจทย์ยากพิสดารพวกนั้น เพราะทำไปก็ไม่มีความหมายอะไรเท่าไหร่”
“ดนตรียังไงก็ต้องเน้นความสุนทรีย์สักหน่อย หลินจือไป๋คุณเคยมีคนที่แอบรักบ้างไหม?”
หลินจือไป๋กำลังจะตอบ แต่เยเจินกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาพูด
“ความรู้สึกที่แอบรักใครสักคนมันซับซ้อนมาก ในความฝันของผมมักจะมีเงาของเธอเสมอ”
“ในเมื่อคุณหลินจือไป๋บอกไว้ว่าให้ผมตั้งโจทย์อะไรก็ได้แล้วคุณจะสร้างสรรค์ผลงานสดๆ ตามหัวข้อนั้น”
“งั้นคุณก็แต่งเพลงเกี่ยวกับการแอบรักมาสักเพลงแล้วกัน ต้องใช้ภาษาฉีนะ ยังไงคุณก็พูดภาษาฉีเป็นอยู่แล้วนี่”
เยเจินราวกับถูกสะกิดเรื่องในใจ น้ำเสียงพลันเปลี่ยนเป็นทุ้มลึกขึ้นมา
เขาเงยหน้ามองหลินจือไป๋ กล้าให้เขาตั้งโจทย์สดๆ แบบนี้ หลินจือไป๋ช่างใจกล้ามีฝีมือจริงๆ
ถึงจะรู้ว่าหมอนี่แต่งเพลงเก่งมาก แต่เยเจินกลับไม่เชื่อว่าหลินจือไป๋จะแต่งเพลงที่ยอดเยี่ยมตามโจทย์ของเขาได้สดๆ ตอนนี้
เขาถึงขั้นไม่อยากคิดโจทย์ที่ยากเกินไปให้หลินจือไป๋ด้วยซ้ำ มันจะดูจงใจโจมตีเกินไป
ต่อให้อีกฝ่ายแต่งไม่ออกจริงๆ ผู้ชมก็คงไม่คิดว่ามีปัญหาใหญ่อะไร อย่างมากก็แค่โดนหัวเราะเยาะไม่กี่ทีก็จบเรื่องแล้ว
งั้นก็เอาเป็น “แอบรัก” แล้วกัน
เขาสามารถใช้โจทย์นี้สื่อความในใจบางอย่างให้เจียนเจียรับรู้ โดยที่ไม่ทำให้เธอโกรธ
เพราะโจทย์นี้ไม่นับเป็นการกลั่นแกล้งจริงๆ ใครก็จับผิดเขาไม่ได้แน่นอน
นี่ไม่ใช่เพราะเยเจินใจกว้างอะไร แต่เพราะเจียนเจียขอไว้เลยยอมอ่อนข้อให้ “ศัตรูหัวใจ” อย่างหลินจือไป๋
แต่… โจทย์ที่เรียบง่ายไม่ได้เป็นเรื่องดีเสมอไป
บางครั้งยิ่งหัวข้อเรียบง่าย การจะทำให้โดดเด่นก็ยิ่งยาก
นี้น่ะร้ายกาจกว่าการตั้งโจทย์ยากๆ แกล้งหลินจือไป๋เสียอีก
ในสถานการณ์ที่เวลาจำกัด เยเจินไม่คิดว่าหลินจือไป๋จะพลิกแพลงหัวข้อที่เรียบง่ายแบบนี้ให้ออกมาตระการตาได้
พูดอีกอย่างก็คือ เป้าหมายของเยเจินไม่ใช่การทำให้หลินจือไป๋อับอายขายหน้าต่อหน้าผู้ชม
ถ้าเป็นแบบนั้นเยเจินย่อมหาโจทย์ยากๆ ได้แน่
แต่สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คือทำให้หลินจือไป๋ดูไร้ความสามารถในสายตาของฉีเจียนเจีย
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ โจทย์ต้องเรียบง่ายเข้าไว้ เพื่อให้หลินจือไป๋แต่งเพลงที่แสนจะธรรมดาออกมา
ราชินีเพลงอย่างฉีเจียนเจียมีความสามารถในการสุนทรียภาพทางดนตรีสูงมาก
เยเจินถึงกับสงสัยว่าที่ฉีเจียนเจียให้ความสนใจหลินจือไป๋เป็นพิเศษ ก็เพราะพรสวรรค์ทางดนตรีของหมอนี่นี่แหละ
เยเจินอยากทำลายฟิลเตอร์พวกนี้!
หลินจือไป๋ย่อมคิดไม่ถึงว่าในใจของเยเจินซับซ้อนถึงขนาดนี้
บางทีโลกของพวกขี้ตื๊อคงจะต่างจากคนทั่วไปจริงๆ แหละ
มาคิดดูดีกว่าว่าจะเอาเพลงไหนออกมาดี
หัวข้อแอบรักนี่มีตัวเลือกเยอะทีเดียว
แต่โอกาสแบบวันนี้ แค่เคาะเพลงออกมาไม่พอ ต้องทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเป็นเพลงที่ยอดเยี่ยมให้ได้ด้วย
คิดออกแล้ว!