ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 428-2 ห้องไลฟ์สีเขียว! (2)
หลังจากติดต่อกับระบบอย่างเงียบเชียบ เลือกเฟ้นบทเพลงที่ใช่ออกมาสองสามเพลง หลินจือไป๋ก็ตัดสินใจได้
“ขอเวลาผมหน่อย”
หลินจือไป๋พูดพลางเริ่มเขียนเพลงในคอมพิวเตอร์ พร้อมกับใช้ซอฟต์แวร์เรียบเรียงดนตรีแบบง่ายๆ
“เดี๋ยวผมจับเวลาให้”
เยเจินเอ่ยด้วยรอยยิ้มกดดันหลินจือไป๋ตรงๆ “ตอนนี้เวลาห้าโมงสามสิบสามครับ”
หลินจือไป๋ไม่ได้สนใจเขา การจับเวลาไม่มีความหมายเลยเพราะเพลงอยู่ในหัวแล้ว
เขาแค่ต้องคิดว่าจะแสร้งทำเป็นใช้เวลานานแค่ไหน ถึงดูเหมือนเพิ่งเกิดแรงบันดาลใจและความคิดขึ้นมา
ส่วนในห้องไลฟ์สดของทั้งสาม ผู้ชมทุกคนต่างก็เข้าใจสถานการณ์กันแล้ว
‘เกมที่หลินจือไป๋เล่นนี้น่าสนุกดีนะ แต่พี่เจินยังโหดไม่พอ’
‘หัวข้อแอบรักนี่ไม่ถือว่ายากเลย ความยากต่ำความคาดหวังก็ต้องสูง!’
‘จริงๆ เยเจินมีสติดีเลยนะ เพราะการตั้งโจทย์ยากๆ ไม่มีประโยชน์’
‘การแกล้งหลินจือไป๋ก็ไม่ใช่ประเด็น อีกอย่างไม่ว่าหัวข้อคืออะไร’
‘แค่หลินจือไป๋แต่งทำนองสักท่อน แล้วยัดเนื้อร้องให้เข้ากับหัวข้อส่งๆ นับว่าแต่งเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ?’
‘มีเหตุผลพี่เจินสุดยอด!’
‘หัวข้อที่เรียบง่ายพบได้บ่อยๆ ต่างหาก ถึงจะวัดระดับฝีมือที่แท้จริงได้!’
‘เหมือนคนธรรมดาทำอาหารเมนูง่ายๆ รสชาติก็ไม่สู้เชฟ นี่คือการทดสอบพื้นฐานของหลินจือไป๋เลยละ’
‘หลินจือไป๋ก็รู้จักแต่ทำอะไรหวือหวาไร้แก่นสาร’
‘เวลาสั้นแค่นี้เขาจะแต่งเพลงดีๆ อะไรได้ คงงัดมาได้แต่พวกคำซ้ำซากจำเจละมัง’
‘งานสร้างสรรค์น่ะต้องรู้จักอดทนต่อความโดดเดี่ยว แต่ดูเขาสิไม่อยู่กับร่องกับรอยขนาดนี้ ไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้แต่งเพลงดีๆ ออกมาได้ยังไง’
นี่คือสิ่งที่แฟนคลับของเยเจินพูดกัน
ห้องไลฟ์ของเยเจินคนเยอะมาก ส่วนใหญ่ไม่เป็นมิตรกับหลินจือไป๋
ในทางตรงกันข้าม แฟนคลับของฉีเจียนเจียกลับค่อนข้างปกป้องหลินจือไป๋ แม้ข้างในจะมีพวกที่พูดจาประชดประชันอยู่บ้างก็ตาม
ผู้ชมในห้องไลฟ์ของหลินจือไป๋ไม่ได้พูดอะไร ทุกคนไม่รู้ว่าเพลงดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจลก่อนหน้านี้ถูกแต่งไว้ล่วงหน้าหรือเปล่า จึงอยากหาพิรุธจากการสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้
เรียกได้ว่าผู้ชมในแต่ละห้องไลฟ์ต่างก็มีความคิดที่แตกต่างกันไป
ในขณะที่หลินจือไป๋กำลังแต่งเพลง เยเจินก็อาศัยจังหวะที่คอลกันอยู่ชวนฉีเจียนเจียคุย
“เจียนเจีย เธอมีคนที่ชอบหรือเปล่า?”
“…” ฉีเจียนเจียนิ่งเงียบ ไม่รู้ว่าไม่มีหรือไม่อยากตอบกันแน่
เยเจินแสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาชินกับความเย็นชาของฉีเจียนเจียแล้ว จึงหันไปคุยกับผู้ชมต่อ
“ทุกคนรู้ไหมครับว่าความรู้สึกแอบรักเป็นยังไง?”
แฟนคลับของเยเจินต่างให้ความร่วมมือดีมาก พิมพ์แชร์เรื่องราวความรักข้างเดียวในอดีตของตัวเองกันใหญ่
เยเจินเห็นข้อความหนึ่งที่น่าสนใจจึงอ่านออกมา
“การแอบรักก็คือ ตอนที่คุณมองผม ผมจะอดไม่ได้ที่จะมองไปทางอื่น แต่ตอนที่คุณมองไปทางอื่น ผมกลับอดไม่ได้ที่จะมองคุณ…”
ตัวเขาเองก็เป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ?
ตอนฉีเจียนเจียมองเขา เขาก็ไม่กล้าสบตาเธอตรงๆ แต่พอเธอไม่ได้มองเขา เขาก็อดไม่ได้ที่จะมองเธอ
เยเจินรู้สึกทอดถอนใจอยู่ลึกๆ เขาเงยหน้ามองไลฟ์สดของฉีเจียนเจียก็พลันชะงักไป
ฉีเจียนเจียในตอนนี้กำลังกอดแท็บเล็ต ตั้งอกตั้งใจดูไลฟ์สดของหลินจือไป๋ แม้หลินจือไป๋ในตอนนี้จะเอาแต่ก้มหน้าเขียนเพลงก็ตาม…
“เสร็จแล้วครับ”
จู่ๆ หลินจือไป๋ก็เงยหน้าขึ้นมา
ฉีเจียนเจียเบือนหน้าหลบด้วยสัญชาตญาณ จากนั้นก็หันกลับมาอย่างไม่เป็นธรรมชาตินัก
ผู้ชมไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ แต่จู่ๆ เยเจินกลับสัมผัสได้ถึงความนัยพิเศษจากรายละเอียดเล็กๆ นี้
‘เมื่อกี้เจียนเจียกำลังหลบสายตาหลินจือไป๋ด้วยสัญชาตญาณ?’
‘ไม่ใช่! ต้องเป็นเพราะฉันคิดมากไปเองแน่ๆ!’
เยเจินเริ่มทำใจได้ แต่แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อกี้หลินจือไป๋พูดว่าอะไรนะ?
“อะไรเสร็จ?”
“เพลงเสร็จแล้วครับ”
“แต่นี่เพิ่งจะ…”
เยเจินเหลือบมองเวลาแล้วพูดอย่างไม่อยากเชื่อว่า “สิบนาที?”
“ใช่ครับ”
หลินจือไป๋เข้าใจว่าเยเจินจะติว่าช้า จึงอธิบายว่า “ต่อให้เป็นการเรียบเรียงดนตรีง่ายๆ ก็ยังต้องใช้เวลาอยู่บ้างครับ”
‘เสร็จแล้วจริงเหรอ?’
‘นี่มันจะเร็วเกินไปแล้วมั้ง!’
‘พอๆ กับเวลาที่ทำเพลงตามสั่งเมื่อกี้เลย!’
‘ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเร็วกว่าเพลงตามสั่งอันนั้นอีกนะ?’
‘ถ้าไม่นับเรียบเรียงดนตรี นายใช้เวลาสิบนาทีต่อเพลงเหรอ?’
‘ถ้าไม่นับเรียบเรียง ฉันสงสัยว่าไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ!’
‘ห้านาทีที่ไม่เกินนี้แน่นอน!’
‘เวลาสั้นขนาดนี้ยังรับประกันคุณภาพได้อีกเหรอ?’
‘ของพรรคนั้นดูง่ายจริงๆ นั่นแหละ’
ทุกคนไม่กล้าจินตนาการเลยว่า หลินจือไป๋ใช้เวลาเพียงน้อยนิดคิดเพลงออกมาได้อย่างไร
แม้แต่ฉีเจียนเจียก็ยังเผยสีหน้าประหลาดใจ ถึงเธอจะเป็นนักร้อง แต่ก็แต่งเพลงเองด้วย
เธอรู้ดีว่าการสร้างสรรค์ผลงานให้เสร็จภายในเวลาแค่นี้ เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก
ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ นักแต่งเพลงทำได้ในตอนที่แรงบันดาลใจพรั่งพรู
แต่โอกาสที่แรงบันดาลใจจะพรั่งพรู ชั่วชีวิตหนึ่งนักแต่งเพลงหลายคนอาจไม่เจอเลยด้วยซ้ำ
หรือจะบอกว่าวันนี้หลินจือไป๋บังเอิญแรงบันดาลใจพรั่งพรูพอดี?
โอกาสมันน้อยเกินไป นี่น่าจะเป็นความสามารถระดับปีศาจของหลินจือไป๋เองมากกว่า
ฉีเจียนเจียอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคืนนั้น ที่ดูข้อมูลผลงานเก่าๆ ของหลินจือไป๋ ในนั้นมีประโยคหนึ่งระบุว่า หลินจือไป๋เคยสร้างสรรค์ผลงานดนตรีคุณภาพสูงเสร็จภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีมาแล้วหลายครั้ง…
ตอนนั้นฉีเจียนเจียรู้สึกว่ามันเกินจริงไปหน่อย แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงเสียแล้ว
หลินจือไป๋มีความเร็วในการสร้างสรรค์ระดับปีศาจ!
เพียงแต่ไม่รู้ว่าคุณภาพจะเป็นยังไง?
เธอจึงเอ่ยปากถามว่า “ตั้งชื่อเพลงหรือยังคะ?”
หลินจือไป๋พยักหน้า “เพลงนี้ชื่อว่า เรื่องราวความรัก… บทนำ ครับ”
ใช่แล้ว เพลงนี้มีชื่อว่า เรื่องราวความรัก บทนำ
นักร้องต้นฉบับคือซุนเย่าเวย ก็คือคนที่แสดงเป็นพระเอกในเรื่อง “The Prince of Han Dynasty” นั่นเอง
คุณภาพของเพลงนั้นถือว่าดีมาก และตรงหัวข้อการแอบรักอย่างสมบูรณ์ แถมยังมีเนื้อหาที่เป็นเรื่องราวนำออกมาได้เหมาะสมทีเดียว
ส่วนเรื่องที่ว่าระยะเวลาการสร้างสรรค์ของหลินจือไป๋สั้นเกินไป ดูเหมือนปีศาจเหนือมนุษย์ไม่สมจริงเกินไปหรือเปล่านั้น? ความจริงก็ปกติ
พรสวรรค์ในการสร้างสรรค์ดนตรีของโจวเจียหลุนเองก็โดดเด่นมาก มีใครรู้สึกว่าไม่จริงบ้างละ?
จางเส้าหานเคยเล่าเรื่องหนึ่งในบทสัมภาษณ์ว่า เธอเคยถ่ายโฆษณากับโจวเจียหลุนครั้งหนึ่ง ในระหว่างที่ร่วมงานกัน เธอได้ลองเอ่ยปากขอให้โจวเจียหลุนช่วยแต่งเพลงให้สักเพลง
โจวเจียหลุนตอบตกลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นจางเส้าหานก็นั่งลงข้างๆ และโจวเจียหลุนก็สร้างสรรค์ผลงานต่อหน้าเธอ
อีกฝ่ายทั้งบรรเลงพลางจดบันทึกพลาง แค่สิบนาทีก็แต่งทำนองเสร็จแล้ว เพลงนี้มีชื่อว่า ‘Dear, That’s Not Love’
และในช่วงยุคมิลเลนเนียล ยังมีตำนานเกี่ยวกับโจวที่เกินจริงยิ่งกว่านั้นอีก
วันหนึ่งอู๋จงเซียนพูดกับโจวเจียหลุนว่า “ถ้าคุณแต่งเพลงได้สิบกว่าเพลงภายในสามวัน ฉันจะคัดเลือกมาสิบเพลงเพื่อออกอัลบั้มให้คุณหนึ่งชุด”
ในตอนนั้นโจวเจียหลุนดีใจมาก และรู้ดีว่านี่คือโอกาสเดียวของเขา เขารีบไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาทั้งลัง ขังตัวเองไว้ในห้องทำงาน ครั้งนั้นเขาทุ่มเทสุดชีวิต สุดท้ายถึงกับเลือดกำเดาไหล ส่งเพลงให้อู๋จงเซียนถึงห้าสิบเพลง
สิบวันต่อมา อัลบั้มชุดแรกที่ใช้ชื่อตัวเองว่า ‘Jay’ ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ แฟนเพลงนับไม่ถ้วนต่างก็ได้รู้จักกับเด็กหนุ่มที่แสนขี้อายในตอนนั้น
เรื่องราวเหล่านี้อาจจะมีส่วนที่เกินจริงไปบ้าง แต่คิดดูแล้วก็ต้องมีข้อเท็จจริงเป็นพื้นฐานอย่างแน่นอน
ส่วนเยเจินหลังจากได้ยินชื่อเพลงที่หลินจือไป๋บอก กลับรู้สึกงุนงงเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “เรื่องราวความรัก… บทนำ?”
‘บทนำเหรอ?’
‘หรือว่าจะมีบทต่อไป?’
‘ชื่อเพลงแปลกชะมัด’
‘ชื่อเพลงหวือหวาฉาบฉวย บทเพลงคงไม่ได้เรื่องเท่าไหร่หรอก’
‘พวกเธอก็อย่าเกินไปนักเลย ใช้เวลาแค่นี้แต่งออกมาได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว’
‘เมื่อกี้เขาไม่ได้เพิ่งแต่งเสร็จหรอกเหรอ?’
‘ฮาๆ รอบนี้ไม่มีบท เกรงว่าความจะแตกซะแล้ว’
‘อย่าคิดว่าจะหลอกพวกเราได้ง่ายๆ’
‘ถ้าคุณภาพธรรมดาเกินไปละก็ไม่ได้นะ’
ในไลฟ์สดทั้งสามห้อง ผู้ชมต่างพากันวิพากษวิจารณ์
เยเจินเองก็พูดกับหลินจือไป๋ว่า “ก่อนจะร้องผมขอเตือนคุณไว้อย่างนะ เจียนเจียของเราคือราชินีเพลงที่เก่งที่สุดในฉีโจว มาตรฐานของเธอไม่ต่ำเลย!”
ฉีเจียนเจียไม่ได้พูดอะไร เธอมองหลินจือไป๋ด้วยความสงสัยใคร่รู้
หลินจือไป๋พยักหน้า จากนั้นจึงเปิดดนตรีประกอบที่เพิ่งทำเสร็จ
การเรียบเรียงเพลงนี้ไม่ซับซ้อนเพราะใช้เครื่องดนตรีเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกที่จริงใจอย่างยิ่ง
เมื่อท่วงทำนองดังขึ้น หลินจือไป๋เริ่มร้องเพลงว่า
“แสงดาวระยับประดับฟ้ายามเที่ยงคืน ผู้คนพูดคุยเล่าเรื่องราวอย่างสุขใจ
แต่สิ่งที่อยากบอกคืนนี้กลับไม่ง่ายดาย ได้แต่จ้องมองเธอด้วยความลังเล อยากเอ่ยปากไปแต่ใจก็ลังเล”
‘หือ?’
‘เพลงนี้ดูไม่เลวแฮะ?’
หัวใจของผู้ชมสั่นไหวเล็กน้อย ความจริงเพลงส่วนใหญ่จะเพราะหรือไม่ แค่ฟังท่อนแรกก็พอจะตัดสินเบื้องต้นได้แล้ว แต่คุณภาพที่แท้จริงเป็นอย่างไร ต้องฟังให้จบเพลงถึงสรุปได้
ในไลฟ์สด หลินจือไป๋ยังคงร้องเพลงต่อไป
“คืนหนึ่งสายลมสารทเริ่มพัดพา ทิ้งเรื่องราวล้ำค่าไว้ที่ริมหน้าต่างของเธอ
เด็กหนุ่มผู้เดียวดายไม่กลัวความเหงา วนเวียนใต้เงาไม้จนจันทร์กระจ่างฟ้า
ลมหนาวพัดผ่านไปกี่วันเวลา เหตุใดเธอที่ริมหน้าต่างไม่เคยเหลียวมอง
อักษรรักที่สลักไว้บนกรอบหน้าต่าง ไร้ค่าดังฝันที่แตกสลาย
คืนนี้เด็กหนุ่มพรั่งพรูความช้ำในใจ มีใครบางหลงใหลอยากฟังอีกครั้ง
เสียดายเด็กหนุ่มผู้รักมั่น รู้เพียงบทนำที่ผ่านไป ภาวนาในใจให้บทจากนี้เป็นฝันที่แสนดี…”
สีหน้าของเยเจินแข็งค้าง เนื้อร้องตรงตามหัวข้อ! ท่วงทำนองสอดประสานกับห้วงอารมณ์!
นี่คือเรื่องราวการแอบรัก ชายหนุ่มคนนั้นไม่มีความกล้าที่จะสารภาพรัก เพียงบอกใบ้อย่างคลุมเครือต่างๆ นานา แสดงความรักอย่างลับๆ แต่น่าเสียดายที่ความลับไม่เคยได้รับการตอบสนองเลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายได้รับสัญญาณนั้นหรือเปล่า
ส่วนคำว่าบทนำในชื่อเพลง ความจริงหมายถึงเรื่องราวที่ยังไม่จบและมีตอนต่อไป อีกทั้งยังสื่อถึงความหวังในอนาคตของชายหนุ่มคนนั้นด้วย
เรียกได้ว่าการออกแบบในทุกๆ ด้านของหลินจือไป๋นั้นสมบูรณ์แบบ เยเจินถึงกับจินตนาการไม่ออกเลยว่า เวลาเพียงสิบกว่านาที หมอนี่ทำให้เนื้อร้องและทำนองส่งเสริมกันดีขนาดนี้ได้ยังไง แถมยังรักษาคุณภาพไว้ได้อีกด้วย!?
ในตอนนี้เอง ท่อนฮุคก็มาถึง เสียงของหลินจือไป๋ลากยาวขึ้นเล็กน้อย
“รู้บ้างไหม… เยื่อใยรักนับหมื่นสายโยงใยไปถึงเธอทุกคืนวัน
ช่างขมขื่นครุ่นคิดไปให้เสียเปล่า เด็กหนุ่มคนนี้อยากตัดใจจากเรื่องราว แต่ก็ทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะรักเธอแล้ว… แต่เธอไม่รู้เลย…”
นี่ไม่ใช่แค่การแอบรัก แต่มันคือการแอบรักที่แสนบริสุทธิ์
คอมเมนต์สดในวินาทีนี้ยอมสยบกันถ้วนหน้า แม้แต่พวกที่เคยสงสัยก็ยังเปลี่ยนใจมาเข้าข้าง!
‘พระเจ้ายอมเลย!!!!’
‘นี่คือสิ่งที่ท่านมหาเศรษฐีสร้างสรรค์สดๆ งันเหรอ?’
‘ระดับนี้ต่อให้บอกฉันว่าเขาใช้เวลาคิดมาครึ่งปีฉันก็เชื่อนะ ไพเราะอะไรขนาดนี้!’
‘ที่สำคัญเนื้อร้องก็ดีมากด้วย ไม่มีร่องรอยของงานไฟลนเลย เรียกได้ว่าทั้งเนื้อร้องและทำนองสุดยอดไปหมด’
‘มีแค่การเรียบเรียงที่ดูหยาบไปนิด ให้ความรู้สึกย้อนยุคหน่อยๆ’
‘ไม่ๆๆ ฉันชอบแบบนี้แหละ อารมณ์เหมือนเพลงคลาสสิกเก่าๆ ของฉีโจวเราเลย!’
‘ตอนนี้ฉันเชื่อแล้วว่าก่อนหน้านี้ไม่มีบท หลินจือไป๋มีความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานสดๆ จริงๆ แถมยังแข็งแกร่งระดับปีศาจด้วย!’
‘ตัวฉันมันสายตาสั้นจริง คิดไม่ถึงเลยว่าพี่ชายจะเก่งขนาดนี้!’
‘เพลงนี้ถ้าปล่อยออกมา คุณภาพระดับนี้เข้าชาร์ตได้เลย’
‘ปล่อยเมื่อไหร่ฉันจะดาวน์โหลดคนแรกเลย!’
เยเจินเห็นสถานการณ์ในคอมเมนต์สดแล้ว เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาความสงบเอาไว้ แต่สีหน้าท่าทางก็ยังหักหลังความรู้สึกในใจอยู่ดี
สิ่งที่ทำให้เยเจินปวดใจยิ่งกว่าคือ ตอนนี้ดวงตาที่ฉีเจียนเจียมองไปที่หลินจือไป๋ ราวกับมีประกายแสง!
“ลมวสันต์พัดแผ่ว ประกายไฟดวงน้อยพรายพราวเคียงจันทร์
ผู้คนแบ่งปันเรื่องราวสุขสันต์ สุดท้ายเรื่องราวเด็กหนุ่มถูกเปิดเผย สั่งสมรักเธอมาเนิ่นนาน จะให้ฝืนทนต่อไปอย่างไร…”
ทั้งที่เพลงเพราะมาก เยเจินกลับรู้สึกว่ามันบาดหูเหลือเกิน
เขาไม่รู้เลยว่าในตอนนี้ฉีเจียนเจียกำลังจิตใจว้าวุ่น เพลงนี้เป็นหัวข้อการแอบรัก เรื่องราวก็เกี่ยวข้องกับการแอบรัก ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะนึกถึงวันนั้นที่เล่น “เกมวัดใจ” หลินจือไป๋ใช้บทกวีสมัยใหม่สองบทติดกันพิสูจน์ว่าเขาแอบรักเธอ…
ชั่วครู่หนึ่งในตอนนั้นฉีเจียนเจียเชื่อจริงๆ แต่ผลการแข่งขันพิสูจน์ให้เห็นว่านั่นเป็นแค่วิธีการเล่นเกมของหลินจือไป๋ หรือจะบอกว่าเป็นแค่สีสันในรายการวาไรตี้ก็ได้
แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินเพลงนี้ของหลินจือไป๋ ฉีเจียนเจียก็เริ่มสับสนขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนั้นเป็นเรื่องหลอกจริงๆ เหรอ หรือเขาจงใจใช้เกมเผยความในใจกันแน่? เพราะจะมีใครที่ไหนลงทุนแต่งกวีสมัยใหม่ที่กินใจขนาดนั้นเพื่อผลแพ้ชนะในเกมละ?
เหมือนอย่างวินาทีก่อน เพลงเกี่ยวกับการแอบรักของเขา เพลงนี้คงไม่ได้แต่งขึ้นเพื่อฉันโดยเฉพาะหรอกนะ?
ประจวบเหมาะที่ตอนนี้ หลินจือไป๋มองมาที่กล้องแล้วร้องว่า “คืนนี้รู้บ้างไหม… ฝากคำใบไปถึงเธอ ทำไมมองมันเป็นแค่เรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง?”
‘คำใบ้?’
‘เป็นคำใบ้แบบที่ฉันเข้าใจหรือเปล่านะ?’
‘แล้วประโยคที่ว่า ทำไมมองมันเป็นแค่เรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง หมายความว่ายังไง?’
‘หรือว่าคุณกำลังบอกใบ้ฉันว่า เกมในครั้งนั้นความจริงแล้วมันไม่ใช่แค่เกม?’
‘ทำไมเธอใจลอยแบบนี้ล่ะ?’
‘ตกลงคุณกำลังร้องเพลงหรือกำลังจีบสาวอยู่กันแน่เนี่ย?’
จิตใจของฉีเจียนเจียในวินาทีนี้ ถึงกับเริ่มเสียการควบคุมไปเล็กน้อย
==========================