ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 461 ปรมาจารย์แห่งการถือชามน้ำ!
ตอนที่ 461 ปรมาจารย์แห่งการถือชามน้ำ!
“น้ำมันหมดตะเกียง?”
“เพลงสุดท้ายแล้ว?”
ผู้ชมในห้องไลฟ์สดต่างพากันรัวพิมพ์เครื่องหมายคำถามจนเต็มหน้าจอ
เป็นเพราะคำพูดนี้ของหลินจือไป๋มันฟังดูคุ้นหูเหลือเกิน!
ตอนที่เขาปล่อยเพลง “ผู้หญิงเจ็บง่าย” เขาก็เคยพูดแบบนี้ ตอนที่เขาปล่อยเพลง “รักที่สุด” เขาก็เคยพูดแบบนี้เหมือนกัน!
‘พี่ชาย… เรามั่นใจนะว่านี่คือเพลงสุดท้าย ไม่ใช่เพลงสุดท้ายคูณล้าน?’
‘คำว่าน้ำมันหมดตะเกียงของคุณ หมายความว่าในตะเกียงน้ำมันยังเหลือน้ำมันอยู่อีกเก้าส่วนใช่ไหม?’
‘ขอเล่าเรื่องตลกเรื่องหนึ่ง: หลินหลางสิ้นท่า’
‘พรืด! เรื่องตลกเรื่องนี้มันขำมากจริงๆ!’
‘เดี๋ยวก่อนนะ ท่านมหาเศรษฐีหมายความว่าระลอกนี้จะชำระหนี้ที่ติดค้างฉีเจียนเจียและเยอิงคืนพร้อมกันเลยงั้นเหรอ?’
‘งั้นมันก็ควรจะมีสองเพลงสิ…… ชัดเจนว่าเป็นสองเพลง สุดท้ายจะบอกว่าเป็นเพลงสุดท้ายเพลงเดียวได้ยังไงกัน!’
‘ปากก็พูดว่าน้ำมันหมดตะเกียง แต่พอหงายมือกลับนำเพลงใหม่มาปล่อยอีกสองเพลงเนี่ยนะ?’
‘ท่านมหาเศรษฐี พรสวรรค์ของคุณมันมีเยอะแยะจนใช้ไม่หมดแล้วใช่ไหม แรงบันดาลใจนึกจะมาก็มาเลยงั้นเหรอ?’
‘พระเจ้าช่วย! ท่านมหาเศรษฐีในฤดูกาลนี้ปล่อยเพลงติดต่อกันมาสิบสองเพลงแล้วนะ ทำไมยังไม่จบไม่สิ้นเสียทีเนี่ย!’
‘วางใจเถอะ อีกเดี๋ยวก็คงมีเพลงที่สิบสาม เพลงที่สิบสี่ตามมาเองแหละ!’
ผู้ชมต่างก็พากันอึ้งจนชาไปหมดแล้ว!
ใครก็คาดไม่ถึงว่าหลินจือไป๋จะกลับคำพูดอีกครั้ง!
พูดจาไว้ดิบดีว่าเพลง “รักที่สุด” คือเพลงสุดท้าย ผลลัพธ์คือเสือกยังมีเพลงใหม่รอปล่อยอยู่อีกสองเพลง แถมยังเป็นการร่วมมือกับสองราชินีเพลงที่ฮอตที่สุดของฉีโจวอีกต่างหาก!
ในเวลาเดียวกัน บนแพลตฟอร์มเวยป๋อ ชาวเน็ตจำนวนนับไม่ถ้วนที่ได้ยินประโยคนี้ท่ามกลางการไลฟ์สด ต่างก็งุนงงไปตาม ๆ กัน!
‘เชี่ยเอ้ย! ท่านมหาเศรษฐี ฉันหลงเชื่อคำลวงของคุณซะสนิทเลย!’
‘ที่แท้เพลงสุดท้ายของบ้านคุณ มันคือผักกาดขาวขายส่งใช่ไหม?’
‘ครั้งนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจคำว่าปีศาจอย่างแท้จริง ปล่อยเพลงในฤดูกาลเดียวตั้งสิบสองเพลงก็ยังสูบหมอนี่จนแห้งไม่ได้!’
‘โคตรเจ๋งเลย!’
‘ไม่รู้ว่าสองเพลงในครั้งนี้จะมีคุณภาพระดับไหนกันนะ?’
‘ผลงานที่มอบให้สองราชินีเพลงนะ คุณคิดว่าคุณภาพจะแย่งั้นเหรอ? ไม่มีทางแย่อยู่แล้ว!’
‘แต่ทำไมฉันมีความรู้สึกว่าระลอกนี้ท่านแปดกำลังจะเจอศึกหนักแล้วล่ะ?’
‘มั่นใจหน่อยในคำว่ามีความรู้สึก! ออกไประลอกนี้ของท่านแปด คาดว่าคงจะรอดชีวิตได้ยากแล้วล่ะ!’
เมื่อเกี่ยวข้องกับสองราชินีเพลง สถานการณ์ในวันข้างหน้าย่อมมีความแจ่มชัดเจนมาก ขนาดชาวเน็ตยังมองออกเลยคิดดู
ทว่าท่านแปดในเวลานี้ยังไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร จนกระทั่งเหล่าเจ็ด พี่น้องที่ดีของเขา แชร์ข้อความเข้ามาในกลุ่มแแชตเล็กสามคน:
ท่านเจ็ด:
“เหล่าแปด แกจบเห่แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า! หลินจือไป๋ยังมีเพลงรอปล่อยอยู่อีกสองเพลงนะโว้ย!”
ท่านแปดสะดุ้งในใจ สีหน้าขาวซีดลงไปเล็กน้อย ตอบกลับข้อความว่า:
“ข้อมูลยืนยันความถูกต้องไหม?”
ท่านเจ็ด:
“ฉันจะไปหลอกแกได้ยังไงล่ะ เขาพูดออกมาจากปากตัวเองในห้องไลฟ์สดเลยนะ คำว่าเพลงสุดท้ายอะไรทำนองนั้นแหละ”
ท่านแปด:
“ถุย! คำพูดนี้แกเชื่อไหมล่ะ? ยังไงซะฉันก็ไม่เชื่อหรอก! เพลงสุดท้าย! คำว่า ‘เพลงสุดท้าย’ อีกแล้ว! เจ้าหลินจือไป๋คนนี้เสือกมีคำว่า ‘เพลงสุดท้าย’ ตั้งกี่รอบแล้วเนี่ย?”
ปากของผู้ชายคือคำลวงของปีศาจ ท่านแปดรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองได้มองทะลุหลินจือไป๋อย่างทะลุปรุโปร่งเรียบร้อยแล้ว
คำว่า ‘น้ำมันหมดตะเกียง’ หรือคำว่า ‘เพลงสุดท้าย’ อะไรทำนองนั้นที่ออกมาจากปากของหมอนี่ มันมีความไม่น่าเชื่อถือยิ่งกว่าคำพูดของพวกผู้ชายเจ้าชู้หลังจากแอบไปกินตับคนอื่นแล้วบอกว่า “ฉันรับรองว่าจะไม่ทำอีกแล้ว” เสียด้วยซ้ำ
และยังมีความเป็นเรื่องโกหกยิ่งกว่าพวกผีพนันหลังจากถูกจับได้ว่าแอบไปเล่นการพนันแล้วพูดกับคนอื่นว่า “ฉันรับรองว่าวันข้างหน้าจะไม่เล่นการพนันอีกแล้ว” เสียด้วยซ้ำไป!
ท่านเจ็ด:
“ฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกัน (แยกเขี้ยวยิงฟัน)”
เมื่อมองเห็นสติกเกอร์แยกเขี้ยวยิงฟันของเหล่าเจ็ด และเมื่อมองดูคำว่า ‘ฮ่าฮ่า’ สองตัวที่ทิ่มแทงสายตาตอนที่อีกฝ่ายส่งข้อความมาแจ้งข่าวสารให้ตัวเองรับรู้
ท่านแปดมักมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่า พี่น้องที่ดีคนนี้แฝงความหมายของการสมน้ำหน้าเยาะหยันอยู่บ้างนะ ความรู้สึกของตัวเองน่าจะไม่ผิดหรอก!
หลินจือไป๋เพิ่งจะพูดในห้องไลฟ์สดว่ายังมีคำว่า ‘เพลงสุดท้าย’ โผล่มา เจ้าหมอนี่ก็รีบวิ่งมาส่งข่าวสารให้ตัวเองรับรู้ในทันที น้ำเสียงของการสมน้ำหน้าเยาะหยัน ปิดบังยังไงก็ปิดบังไว้ไม่มิดเลยไม่ใช่หรือไง?
หรือว่ากำลังอิจฉาตาร้อนที่ฉันยังอยู่บนชาร์ตงั้นเหรอ?
ท่านแปดแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา รัวพิมพ์ข้อความว่า:
“ปัญหาไม่ใหญ่หรอก ต่อให้หลินจือไป๋ยังมีเพลงอยู่อีกสองเพลง มันก็ไม่มีทางส่งผลกระทบมาถึงตัวฉันได้แน่นอน อย่าลืมสิว่าตอนนี้ฉันอยู่อันดับเก้าของชาร์ตเพลงใหม่นะโว้ย ไม่เหมือนสถานการณ์ตอนที่แกเคยแขวนอยู่ตรงตำแหน่งปิดท้ายก่อนหน้านี้หรอก”
‘ให้ตายสิ ความตายมาจ่ออยู่ตรงหน้าแล้ว ยังไม่ลืมที่จะเหยียบย่ำฉันอีกงั้นเหรอ?’
ท่านเจ็ดก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชาเช่นกัน ส่งข้อความว่า:
“ฉันย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าพี่แปดอยู่อันดับเก้า แต่ทว่าใครบอกกันล่ะว่าเพลงสุดท้ายของหลินจือไป๋ มันจะมีแค่เพลงเดียวจริงๆ น่ะ?”
ท่านแปด:
“?”
หมายความว่ายังไงล่ะ? คำว่าเพลงสุดท้ายมันไม่ใช่เพลงเดียว หรือว่ายังสามารถเป็นสองเพลงได้อีกงั้นเหรอ?
ในตอนที่ท่านแปดกำลังงุนงงว่าพี่น้องที่ดีกำลังพูดจาเหลวไหลอะไรอยู่นั้น อีกฝ่ายก็ส่งคลิปบันทึกการไลฟ์สดช่วงหนึ่งข้ามมาให้ทันที
ท่านแปดกดเปิดดู สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงในเสี้ยววินาที
คำว่าเพลงสุดท้ายที่หลินจือไป๋พูด ชัดเจนว่าเสือกเป็นสองเพลงจริงๆ ด้วย!
ยิ่งไปกว่านั้นสองเพลงนี้ยังเป็นการร่วมมือกับสองราชินีเพลงอีกต่างหาก……
นี่ไม่ใช่เป็นการบอกกับทุกคนอย่างโจ่งแจ้งหรอกเหรอ?
ขอแค่คุณภาพของสองเพลงนี้ของหลินจือไป๋พอใช้งานได้ กระทั่งไม่จำเป็นต้องดีเลิศถึงระดับของบทเพลงก่อนหน้านี้ของเขาด้วยซ้ำ สองราชินีเพลงก็ย่อมต้องสามารถพุ่งทะยานเข้าสู่สิบอันดับแรกได้อย่างแน่นอนไม่ใช่หรือไง?
เพราะยังไงซะสองราชินีเพลงก็แบกรับค่าข้อมูลที่สูงลิบลิ่วติดตัวมาอยู่แล้วนี่นา!
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ในสิบอันดับแรกจำเป็นต้องสละตำแหน่งสองตำแหน่งมอบให้สองราชินีเพลง!
งั้นสุดท้ายคนที่ต้องสละตำแหน่งสองตำแหน่งนี้ออกไป ย่อมต้องเป็นอันดับเก้าและอันดับสิบของชาร์ตเพลงใหม่ในปัจจุบันแน่นอนไม่ใช่หรือไง!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ สภาวะจิตใจของท่านแปดพังทลายลงทันที เจ้าหลินจือไป๋คนนี้ หมอนี่มันมีพิษใช่ไหม! ทำไมถึงได้มีเพลงสุดท้ายตั้งมากมายขนาดนี้วะ!
เขาเกิดความเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับคำว่าเพลงสุดท้ายหรือเปล่าเนี่ย!
ต่อให้เป็นของสะสมในคลัง ต่อให้เตรียมเพลงไว้ตั้งมากมายก่อนจะมาพัฒนาฝีมือที่อีโจวบ้านพวกเรา แต่หลังจากผ่านเพลงตั้งมากมายในฤดูกาลนี้ลงมา เพลงมันก็ควรจะใช้หมดไปตั้งนานแล้วสิ?
ผลลัพธ์คือทำไมมันถึงเสือกเหมือนขุดเท่าไหร่ก็ไม่หมด ตักเท่าไหร่ก็ไม่สิ้นขนาดนี้ล่ะ? ตกลงเขาเป็นบิดาแห่งเพลงของฉินโจวหรือเป็นทรัพยากรทางท้องทะเลกันแน่วะเนี่ย?
“ทรัพยากรทางท้องทะเลอะไรกันล่ะ คนเขาชัดเจนว่าเป็นเจ้าแห่งท้องทะเลต่างหาก ถึงกับสามารถตกราชินีเพลงสองคนให้ติดเบ็ดจนปากเบี้ยวพร้อมกันได้ขนาดนี้”
ท่านเจ็ดคิดขำอยู่ในใจ วินาทีที่เห็นท่านแปดสติแตกพังทลายลงมา เขารู้สึกว่าความเจ็บปวดจากการที่ตัวเองหลุดออกจากสิบอันดับแรกได้รับการบรรเทาลงไปมากทีเดียว ถึงกับอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากปลอบใจพี่น้องที่ดีของตัวเอง:
“เหล่าแปด แกก็อย่าได้รู้สึกทรมานใจมากเกินไปเลย ความจริงการหลุดออกจากสิบอันดับแรกมันก็ค่อนข้างดีเหมือนกันนะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องถูกทุกคนนำมาอภิปรายพูดถึงอยู่ตลอดเวลาว่าถูกหลินจือไป๋กดขี่นะ”
ท่านแปดกรอกตาขวาง
ใช่สิ! หลุดออกจากสิบอันดับแรก ทุกคนก็จะไม่พูดว่าตัวเองถูกหลินจือไป๋กดขี่
ทุกคนจะเปลี่ยนคำพูดมาเป็น: “ท่านแปดถูกหลินจือไป๋บดขยี้แทนต่างหาก”
คำว่ากดขี่มีความหมายว่ายังพอมีพละกำลังในการต่อสู้อยู่บางส่วน ส่วนคำว่าบดขยี้มีความหมายว่าทั้งสองคนไม่มีจุดไหนที่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้เลยสักนิดเดียว
ในเวลานี้เอง ท่านเก๋าพลันโผล่มาพูดคุยในกลุ่ม เปิดปากมาก็ระเบิดคำหยาบออกมาตรงๆ:
“เชี่ยเอ้ย! มารดาแกสิ! พวกแกดูท็อปฮิตกันหรือยัง? หลินจือไป๋กำลังจะปล่อยเพลงอีกแล้วนะโว้ย!”
ท่านเจ็ด: “……”
ท่านแปด: “……”
คุยกันไปรอบหนึ่งจนจบเรื่องแล้วละ ท่านเก๋าเพิ่งจะมองเห็นบทสนทนาก่อนหน้านี้ของทั้งสองคน
หลังจากอารมณ์ความรู้สึกสงบลงมาเล็กน้อยก็นั่งพิมพ์ข้อความว่า:
“พอเหล่าแปดจากไป คาดว่าเพลง ‘ดวงตะวัน’ ของฉันคงต้องกลายมาเป็นตัวปิดท้ายของชาร์ตเพลงใหม่แน่เลย”
นี่ต่างหากคือจุดที่ทำให้ท่านเก๋ารู้สึกกลัดกลุ้มใจ!
ไม่ใช่เพราะท่านแปดกำลังจะหมดอนาคต แต่เป็นเพราะตัวเองกำลังจะกลายมาเป็นผู้รักษาประตูของสิบอันดับแรกต่างหาก!
วันหน้าพอพูดถึงฤดูกาลนี้ขึ้นมา หลินจือไป๋คนเดียวยึดครองเก้าอันดับแรกของชาร์ตเพลงใหม่ไปครอง ส่วนอันดับสิบคือ ‘ท่านเก๋า’ ที่ในอดีตเคยถูกขนานนามว่าเป็นอันดับหนึ่งของวงการดนตรีฉีโจว!
พับผ่าสิ! ขายหน้า! ขายหน้าเกินไปแล้ว!
นี่เท่ากับว่าหลินจือไป๋ไม่เพียงแต่ทำสถิติมาเสมอสถิติของท่านเก๋าเท่านั้น แต่ทว่ายังเป็นการเหยียบย่ำหัวไหล่และศีรษะของท่านเก๋าเพื่อปีนป่ายขึ้นสู่จุดสูงสุดต่างหาก!
“มันยังไม่แน่หรอกนะ!”
ท่านแปดกล่าวด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ:
“ถึงแม้สองราชินีเพลงจะมีชื่อเสียงความนิยมที่สูงมาก แต่คำพูดที่หลินจือไป๋บอกว่าตัวเองน้ำมันหมดตะเกียง คาดว่าก็คงไม่ได้กำลังพูดโกหกไปซะทั้งหมด หรอกน่าจะเป็นการปูบทล่วงหน้าบางอย่างแหละมั้ง ปูบทล่วงหน้าไว้สำหรับเรื่องที่คุณภาพเพลงที่เขามอบให้สองราชินีเพลงมันอยู่ในระดับธรรมดาทั่วไปนะ”
ปูบทล่วงหน้างั้นเหรอ? มันจะเป็นแบบนั้นจริงไหมนะ?
ดวงตาของท่านเก๋าเกิดแสงสว่างวาบขึ้นมาสายหนึ่ง เขารู้สึกว่าความเป็นไปได้ประเภทนี้มันมีอยู่จริงนะ!
ตอนนี้ความรู้สึกของท่านเก๋าที่ไม่อยากให้ท่านแปดล้มลงไป กับความรู้สึกของท่านแปดที่ไม่อยากให้ตัวเองล้มลงไป มันมีความเร่งรีบเหมือนกันเป๊ะ ทั้งสองคนสามารถเกิดความรู้สึกร่วมกันได้อย่างแท้จริงแล้ว!
หากจะบอกว่าข้อมูลข่าวสารที่หลินจือไป๋ระเบิดออกมาท่ามกลางห้องไลฟ์สดได้สร้างผลกระทบต่อกลุ่มคนประเภทไหนมากที่สุดนั้น ย่อมต้องเป็นแฟนคลับของฉีเจียนเจียและเยอิงอย่างไม่ต้องสงสัยเลย!
อย่าลืมสิว่าในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ตอนที่เรื่องที่หลินจือไป๋จะแยกแต่งเพลงให้สองราชินีเพลงถูกระเบิดออกมา แฟนคลับของฉีเจียนเจียและเยอิงเพื่อเรื่องนี้ถึงกับเปิดศึกต่อสู้กันตั้งสามร้อยรอบเลยนะ
สุดท้ายทั้งสองฝั่งยังได้ทำ ‘ข้อตกลง’ ร่วมกันไว้ด้วย: ลองดูว่าเพลงที่หลินจือไป๋มอบให้ใครจะมีคุณภาพที่สูงกว่ากัน! มอบเพลงที่ดีกว่าให้ใครก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าในใจของหลินจือไป๋ลำเอียงไปทางราชินีเพลงคนไหนกันแน่!
ถึงแม้ต่อให้ได้ข้อสรุปว่าหลินจือไป๋ลำเอียงไปทางราชินีเพลงคนไหน ก็ไม่สามารถอธิบายปัญหาอะไรได้มากมายนักก็ตาม…… อย่างมากที่สุดก็แค่อธิบายว่าราชินีเพลงคนนั้นอาจจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลินจือไป๋มากกว่าหน่อย
แต่ทว่าแฟนคลับทั้งสองฝั่งก็ยังคงมีความจริงจังกับเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่ดี!
และในเวลานี้ ควบคู่ไปกับการที่เพลงที่หลินจือไป๋สร้างสรรค์ให้สองราชินีเพลงกำลังจะปรากฏโฉม แฟนคลับของฉีเจียนเจียและเยอิงต่างก็รู้สึกได้ว่า วินาทีที่ผลลัพธ์จะถูกเปิดเผยกำลังจะมาถึงแล้ว!
ชั่วขณะหนึ่ง ทราฟฟิกจำนวนนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้าสู่ห้องไลฟ์สดของหลินจือไป๋ที่เดิมทีก็ฮอตระเบิดจนจำนวนคนทำลายสถิติไปเรียบร้อยแล้วในทันที!
‘กำหนดวันปล่อยเพลงของสองราชินีเพลงยืนยันหรือยังคะ?’
‘เพลงที่ให้อิงอิงมีชื่อว่าอะไรเหรอครับ?’
‘ระลอกนี้เพลงที่ท่านมหาเศรษฐีมอบให้เจียนเจียเป็นสไตล์แบบไหนเหรอคะ?’
‘ฉันเชื่อว่าท่านมหาเศรษฐีต้องสร้างสรรค์เพลงที่ดีแบบวัดตัวตัดให้อิงอิงของพวกเราแน่นอน’
‘แฟนคลับอิงอิงไสหัวไปไกล ๆ เลย ท่านมหาเศรษฐีชัดเจนว่าดีกับเจียนเจียคนเดียวเท่านั้นแหละ!’
‘ท่านมหาเศรษฐีจะบอกความลับเล็ก ๆ ข้อหนึ่งให้ฟังนะ อิงอิงของพวกเราชอบคุณ ดนตรีคลอพื้นหลังในห้องไลฟ์สดของเธอช่วงนี้ล้วนเป็นเพลงในอดีตของคุณทั้งนั้นเลย!’
‘ท่านมหาเศรษฐีคุณรู้ไหม เจียนเจียในทุก ๆ วันต่างก็คอยค้นหาข่าวสารในอดีตของคุณขึ้นมาดู มักจะดูไปยิ้มไปอยู่ตลอดเวลา แถมยังนำมาเล่าให้พวกเราฟังด้วยนะ’
‘พรืด! แฟนคลับของเยอิงและฉีเจียนเจียมันจะบ้าคลั่งเกินไปแล้วมั้ง? นี่คือการช่วยเจ้านายของตัวเองสารภาพรักใช่ไหมเนี่ย?’
‘ไม่มีวิธีอื่นหรอก ท่านมหาเศรษฐีฮอตเกินไปแล้ว คุณลองสังเกตดูในห้องไลฟ์สดต่ออีกสักพักก็จะพบว่า แม้กระทั่งแฟนคลับของคนอื่น ๆ ก็ยังวิ่งมาในห้องไลฟ์สดเพื่อช่วยไอดอลของตัวเองส่งข้อความสารภาพรักอะไรทำนองนั้นเลยด้วยซ้ำ’
กลุ่มแฟนคลับเหล่านี้ช่างบ้าคลั่งดีแท้!
หลินจือไป๋ยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า:
“เพลงที่มอบให้ฉีเจียนเจียและเยอิงต่างก็เลือกที่จะเปิดตัวปล่อยออกมาในเวลาสองทุ่มของคืนวันพรุ่งนี้ครับ ส่วนเรื่องของสไตล์ ความจริงแล้วสองเพลงนี้มีความใกล้เคียงกันมากครับ ส่วนเรื่องของชื่อเพลง เพลงของเยอิงมีชื่อว่า ‘บทเพลงนับพัน’ ส่วนเพลงของฉีเจียนเจียมีชื่อว่า ‘เพลงแห่งตะวันรอน’ แฟน ๆ ในห้องไลฟ์สดที่เกิดความสนใจอย่าลืมช่วยกันสนับสนุนกันเยอะ ๆ นะครับ หวังว่าทุกคนจะสามารถร่วมใจกันช่วยผลักดันให้สองเพลงนี้พุ่งเข้าสู่สิบอันดับแรกให้ได้ครับ”
‘แน่นอนอยู่แล้ว!’
‘ท่านมหาเศรษฐีเกรียงไกรมาก!’
‘หากสองเพลงนี้ได้เข้าสู่สิบอันดับแรก ท่านมหาเศรษฐีก็ทำสถิติมาเสมอท่านเก๋าเรียบร้อยแล้ว!’
‘โคตรเจ๋ง!’
‘นี่มันเป็นจังหวะที่ท่านมหาเศรษฐีกำลังจะกลายมาเป็นอันดับหนึ่งของวงการดนตรีฉีโจวเลยไม่ใช่หรือไง!’
‘ใช่สิ ถึงแม้ฟังดูแล้วจะแค่ทำสถิติมาเสมอท่านเก๋า แต่คนที่ตาดีต่างก็รู้ดี ปริมาณทองคำของสถิตินี้ของท่านมหาเศรษฐี ความจริงแล้วมันสูงกว่าท่านเก่าในปีนั้นตั้งเยอะแยะเลยนะ’
‘จริงแท้แน่นอน!’
‘กลัวก็แค่คุณภาพของสองเพลงนี้จะพังทลายลงมา ทำเอาอยู่ตรงตำแหน่งกึ่งกลาง ขึ้นก็ไม่สุด ลงก็ไม่สุดเนี่ยสิ’
‘ท่านมหาเศรษฐียังมีจุดไหนให้คุณไม่ไว้วางใจอีกงั้นเหรอ ในเรื่องของการแต่งเพลงนะเขาไม่เคยพังทลายลงมาเลยสักครั้งเดียวเลยนะโว้ย!’
ในความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปทีละนิด หลินจือไป๋ได้สร้างป้ายตราสินค้าที่เป็นของตัวเองขึ้นมาในฉีโจวเรียบร้อยแล้ว ผู้ชมและแฟนคลับต่างก็เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างเปี่ยมล้น!
ถึงแม้ผู้ชมและแฟนคลับจะมีความเชื่อมั่นในตัวหลินจือไป๋มาก แต่ทว่าสิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์ก็ยังคงต้องพึ่งพาผลงานในความเป็นจริงอยู่ดี
ดังนั้นเมื่อวันที่สองมาถึง คนทั้งอินเทอร์เน็ตต่างจับตาดูเครื่องเล่นเพลงรายใหญ่ต่าง ๆ ต่างก็กำลังเฝ้ารอเวลาสองทุ่มของค่ำคืนนี้ วินาทีที่เพลงของสองราชินีเพลงจะเปิดตัวปล่อยออกมาในเวลาเดียวกัน
หลินจือไป๋ก็กำลังช่วยทำการประชาสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายให้กับสองเพลงนี้ท่ามกลางห้องไลฟ์สด:
“ยังไงซะนี่ก็เป็นเพลงสุดท้ายในฤดูกาลนี้ของผมแล้ว หวังว่าทุกคนในค่ำคืนนี้จะช่วยกันสนับสนุนเพลง ‘เพลงแห่งตะวันรอน’ ของฉีเจียนเจีย และเพลง ‘บทเพลงนับพัน’ ของเยอิงกันเยอะ ๆ นะครับ!”
‘ยังมีหน้ามาพูดคำว่าเพลงสุดท้ายอีกนะ’
ผู้ชมฟังแล้วเพียงแต่รู้สึกว่ามันมีความตลกขบขันเป็นพิเศษ
เพราะยังไงซะนี่ก็เป็นครั้งที่สามแล้วที่หลินจือไป๋เล่นมุกนี้ แต่ทว่าเรื่องราวไม่ควรเกินสามครั้ง ทุกคนก็ยินดีที่จะเชื่อมั่นว่าครั้งนี้มันคือ ‘เพลงสุดท้าย’ จริง ๆ แล้วแหละ!
โดยเฉพาะในตอนที่เวลาสองทุ่มมาถึง วินาทีที่ทุกคนได้ยินทำนองเพลงของสองเพลงนี้
ทางฝั่งแฟนคลับของเยอิง ภายในหูของคนจำนวนนับไม่ถ้วนมีเสียงเพลง “บทเพลงนับพัน” ดังกังวานเอื่อยอิงอยู่:
ค่อย ๆ เหลียวหน้ากลับมามอง ค่ำคืนที่เคยเป็นของกันและกัน แสงตะวันรอนสีแดงอ่อนยังคงเป็นแสงอาทิตย์อันเจิดจ้าในใจที่เธอมอบให้ฉัน เหมือนดังหยาดน้ำตาแห่งความเขลาที่หวังว่าจะสามารถเข้าใจและเห็นใจ พรุ่งนี้เช้าต้องจากลา เส้นทางของเธออาจจะโดดเดี่ยวและยาวไกล ในเสี้ยววินาทีนี้มีเรื่องราวมากมายเหลือเกินที่อยากจะเอ่ยปากพูด น่าเสียดายที่กำลังจะต้องแยกย้ายไปคนละทิศละทาง ทำได้เพียงจับจ้องมองเสี้ยววินาทีนี้อย่างลึกซึ้งจนถึงที่สุด……
“ไพเราะมากเลยทีเดียว!”
เพลงนี้เพียงแค่ฟังในครั้งแรกก็ทำให้คนเกิดความรักความชอบขึ้นมาในใจแล้ว!
แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้แฟนคลับของเยอิงลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นก็ยังคงเป็นส่วนของท่อนไคลแมกซ์อยู่ดี:
วันข้างหน้าต่อให้มีเพลงกวีตั้งพันบท ล่องลอยอยู่บนเส้นทางในที่ห่างไกลของฉัน วันข้างหน้าต่อให้มีดวงดาวตั้งพันดวง ส่องสว่างกระจ่างยิ่งกว่าดวงจันทร์ในค่ำคืนนี้ ก็ล้วนไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับความงดงามในค่ำคืนนี้ได้ และก็ไม่มีทางทำให้ฉันเกิดความชื่นชมได้มากกว่านี้อีกแล้ว อา- เป็นเพราะค่ำคืนนี้เธอได้ร่วมร้องเพลงไปพร้อมกับฉัน……
ในเวลาเดียวกัน แฟนคลับของฉีเจียนเจียก็กดเปิดเพลง “เพลงแห่งตะวันรอน” ขึ้นมาฟังเป็นสิ่งแรกในทันทีเช่นกัน!
แสงตะวันรอนไร้ขอบเขต จนปัญญาทำได้เพียงงดงามในชั่วเสี้ยววินาที ล่องลอยหายไปพร้อมกับเมฆหมอก แสงประกายที่สูญสลายไปไม่มีวันหวนคืน วันเวลาอันเนิ่นนานยากจะทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงในชั่วชีวิตนี้ เหมือนดังเมฆหมอกที่รวมตัวและแยกย้าย ผูกปมใบหน้าที่เหนื่อยล้าและผ่านโลกมาอย่างโชกโชน เส้นนี้เส้นทางอันยาวไกล พลันรู้สึกได้ว่าวันเวลาได้ลดถอยลงไป ความเบิกบานใจมักจะสั้นกุดไม่มีวันหวนกลับมาอีก ใครเล่าจะมองทะลุความฝันของฉันว่ามันคือความเรียบง่ายธรรมดา……
กลิ่นอายอันเข้มข้นลึกล้ำ กลิ่นอายความคลาสสิก! แฟนคลับของฉีเจียนเจียรักในความรู้สึกประเภทนี้แหละ ในส่วนของท่อนฮุคยิ่งเป็นแบบนี้มากขึ้นไปอีก:
เคยเผชิญหน้ากับพายุฝนตั้งเท่าไหร่ ถักทอความเพ้อฝันอันสลับซับซ้อนของฉัน เคยพบเจออ้อมแขนอันจริงใจของเธอ ร่วมเดินทางผ่านพ้นความตระหนกตกใจไปพร้อมกับฉัน ท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อยจิตใจเกิดความท้อแท้ อุปสรรคความผันผวนบนเส้นทางปรากฏขึ้นมาอีกหนึ่งส่วน วันหนึ่งเมื่อหวนคิดอยากจะหันหลังกลับ ทว่ามันก็สายเกินไปแล้ว……
“ไพเราะมาก!”
“ฟังซ้ำอีกสักสองสามรอบสิ!”
แฟนคลับของทั้งสองฝั่งส่วนใหญ่ต่างก็เลือกที่จะเปิดเล่นวนลูปซ้ำไปซ้ำมา
แต่ทว่าก็มีแฟนคลับบางส่วน รวมถึงคนผ่านทางจำนวนมากที่มีความคิดในเรื่องของการนำมาเปรียบเทียบติดตัวมาแต่แรกอยู่แล้ว ภายในระยะเวลาอันสั้นก็นำทั้งสองเพลงมาเปิดฟังจนจบไปรอบหนึ่ง จากนั้น……
หลังจากฟังจบทั้งสองเพลง ทุกคนต่างก็อึ้งจนทำอะไรไม่ถูกไปตาม ๆ กัน!
‘เชี่ยเอ้ย! หูของฉันไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นหรอกมั้ง?’
‘สองเพลงนี้ ดูเหมือนนอกจากเนื้อเพลงจะต่างกันแล้ว ทำนองมันเสือกเหมือนกันเป๊ะเลยไม่ใช่หรือไง!?’
‘พับผ่าสิ! ฉันคิดว่าเป็นความรู้สึกคิดไปเองซะอีก ถึงกับจงใจนำมาเปรียบเทียบดูอีกตั้งหลายรอบ มันคือเพลงเดียวกันจริงๆ ด้วย!’
‘ไม่เพียงแต่เนื้อเพลงจะต่างกันเท่านั้นหรอกนะ น้ำเสียงวิธีการร้องก็ไม่เหมือนกันด้วยนะโว้ย รวมถึงการเรียบเรียงดนตรีก็มีความแตกต่างกันอยู่ แต่ทว่าหากจะให้ประเมินจากระดับของการแต่งทำนองล่ะก็ ฮ่าฮ่า ใช่แล้ว เนื้อแท้มันคือเพลงเดียวกันนั่นแหละ!’
‘พระเจ้าช่วย! ไม่แปลกใจเลย ชัดเจนว่าเป็นสองเพลงแต่ท่านมหาเศรษฐีกลับยืนกรานที่จะบอกว่าเป็นเพลงสุดท้าย! ที่แท้มันเสือกเป็นเพลงเดียวกันจริงๆ สินะเนี่ย!’
‘ท่านมหาเศรษฐีสุดยอดมาก ในตอนที่แฟนคลับของทั้งสองฝั่งต่างก็อยากจะรู้ว่าเขาจะลำเอียงไปทางใคร กลับเล่นแผนการถือชามน้ำท่านี้ออกมาซะงั้น!’
‘หากท่านมหาเศรษฐีคิดจะไปเป็นเจ้าแห่งท้องทะเลละก็ ต้องเป็นระดับท็อปแถวหน้าแน่นอน!’
‘ตอนนี้เขาคือนายเหนือแห่งท้องทะเลต่างหาก แผนการถือชามน้ำท่านี้ตกราชินีเพลงสองคนให้ติดเบ็ดจนปากเบี้ยวไปเรียบร้อยแล้วไม่ใช่หรือไง!’
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
หลินจือไป๋ก็กวาดหัวข้อเรื่องราวดังท็อปฮิตไปตั้งหลายหัวข้อด้วยความเบิกบานใจ:
ปรมาจารย์แห่งการถือชามน้ำ หลินจือไป๋
หลินจือไป๋ตกสองราชินีเพลงจนปากเบี้ยว
ไม่มีใครเข้าใจศิลปะแห่งการถือชามน้ำได้ดีไปกว่าเจ้าแห่งท้องทะเล หลินจือไป๋อีกแล้ว
==================