ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 468 ปลายทางแห่งการเขียนพู่กันจีน ใครกันคือผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด!
- Home
- ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
- ตอนที่ 468 ปลายทางแห่งการเขียนพู่กันจีน ใครกันคือผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด!
ตอนที่ 468 ปลายทางแห่งการเขียนพู่กันจีน ใครกันคือผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด!
บนแพลตฟอร์มเวยป๋อของฉีโจว หัวข้อที่มีการอภิปรายกันอย่างคึกคักที่สุดในวันนี้มีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือการที่หลินจือไปไม่มีการไลฟ์สดในช่วงสองวันนี้ ส่วนเรื่องที่สองก็คือการประชันอักษรฉีฉู่ในครั้งนี้ รายชื่อผู้เข้าแข่งขันของรายการใหญ่ต่าง ๆ มีใครบ้าง โดยเฉพาะเรื่องหลัง กระแสความนิยมของหัวข้อนี้นะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์!
อย่างไรเสียวันพรุ่งนี้ก็จะเริ่มการประชันอักษรฉีฉู่แล้ว บรรยากาศที่เกิดขึ้นจึงคล้ายกับงานเอเชียนเกมส์ในชาติก่อนเป็นอย่างมาก ผู้คนนับไม่ถ้วนของสองโจวใหญ่อย่างฉีฉู่ต่างพากันจับตามองอย่างใกล้ชิด!
‘รายชื่อคืนนี้น่าจะออกแล้วใช่ไหม?’
‘ปีนี้ต้องมีอาจารย์หลี่ไป่แน่นอน ระดับโคลงคู่และหมากล้อมของเขาแข็งแกร่งมากจริงๆ สองรายการนี้จำเป็นต้องมีเขาคอยคุมเชิงอยู่!’
‘เซี่ยซินอี้น่าจะอยู่ในกลุ่มกวีหรือคำกลอนนะ’
‘ความจริงแล้วระดับกู่ฉินของเซี่ยซินอี้ก็ไม่เลวเลย น่าเสียดายที่การแข่งขันระดับนี้หากไม่ใช่ปรมาจารย์ก็ไม่เพียงพอที่จะขึ้นเวทีหรอก’
‘เสิ่นเจียเหลียงก็น่าจะอยู่ในรายชื่อด้วยใช่ไหม?’
‘นั่นไม่แน่หรอก ปีที่แล้วผู้เฒ่าเสิ่นแพ้ราบคาบเกินไป’
‘นั่นไม่ใช่เพราะฉูโจวไร้ยางอาย ไปหาผู้ช่วยภายนอกที่แข็งแกร่งมาหรอกเหรอ?’
‘ที่ฉันข้องใจก็คือผู้ช่วยภายนอกที่ฉูโจวหามาแข็งแกร่งขนาดนั้น ปีที่แล้วพวกเราโดนบดขยี้ ปีนี้ก็คงยากที่จะชนะแหละ’
‘ตามตรง คนที่เข้าร่วมแข่งขันในแต่ละปีก็มีแต่คนกลุ่มเดิมๆ ทั้งนั้น’
‘นอกเสียจากว่าพวกเราจะหาผู้ช่วยภายนอกเหมือนกัน!’
‘ฉันรู้สึกว่าปีนี้พวกเราก็น่าจะหาผู้ช่วยภายนอกมาเหมือนกันนะ อย่างไรเสียถ้าไม่มีผู้ช่วยภายนอก มันก็ยากจริงๆ นั่นแหละ แค่ไม่รู้ว่าจะหาผู้ช่วยภายนอกระดับไหนมา’
ทว่าในระหว่างการอภิปรายอยู่นั้น ในที่สุดรายชื่อก็ค่อยๆ ประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง!
เริ่มจากรายการเขียนพู่กันจีนก่อน มีทั้งหมดหกคน ห้าคนเป็นผู้เข้าแข่งขันอย่างเป็นทางการ ส่วนอีกหนึ่งคนที่เหลือเป็นตัวสำรอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
ในวินาทีที่ได้เห็นชื่อหนึ่งในรายชื่อผู้เข้าแข่งขันของกลุ่มเขียนพู่กันจีน ชาวเน็ตฉีโจวนับไม่ถ้วนต่างพากันตกตะลึงและยินดี!
‘เชี่ยเอ๊ย!’
‘ฮ่าๆๆๆ!’
‘ดูสิว่านี่คือใคร!?’
‘หลินจือไป! นี่ไม่ใช่ชื่อของท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งหรอกเหรอ!?’
‘เขาถึงกับเข้าร่วมแข่งขันรายการเขียนพู่กันจีนของการประชันอักษรฉีฉู่ด้วย!’
‘จะเป็นคนชื่อซ้ำหรือเปล่า?’
‘รายการเขียนพู่กันจีน หลินจือไปไม่มีทางเป็นคนชื่อซ้ำหรอก อีกอย่างสองวันนี้ท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งก็ไม่ได้ไลฟ์สดพอดี ตอนนี้เจอสาเหตุแล้ว ตัวเขาเดินทางไปทางฝั่งฉูโจวโน่นแล้ว!’
‘ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!’
‘ขำตายล่ะ สรุปแล้วท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งก็คือผู้ช่วยภายนอกของพวกเราใช่ไหม? ผู้ช่วยภายนอกคนนี้มันจะดุดันเกินไปแล้ว! ในเรื่องของการเขียนพู่กันจีน ใครจะไปสู้กับเขาได้กัน!’
‘ลองดูรายการต่อๆ ไปหน่อยซิว่มีใครบ้าง’
‘เชี่ยแล้ว!’
พร้อมไปกับเสียงอุทานด้วยความตกใจของชาวเน็ต!
รายการที่สองประกาศออกมาแล้ว!
รอบนี้เป็นกลุ่มกู่ฉิน ผลลัพธ์คือชาวเน็ตกลับได้เห็นชื่อของหลินจือไปปรากฏอยู่ในนั้นอีกครั้งอย่างชัดเจน!
‘สรุปแล้วท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันแค่รายการเดียวเหรอ?’
‘เรื่องการเขียนพู่กันจีนฉันไม่สงสัยหรอก แต่ฝีมือกู่ฉินของท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งจะไหวเหรอ?’
‘ระดับปรมาจารย์ คุณบอกว่าไหวไหมล่ะ ในงานชุมนุมกวีวันไหว้พระจันทร์วันนั้น ทักษะกู่ฉินของท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งได้รับการยอมรับจากคนทั้งงานเลยนะ!’
‘ประเด็นคือคนที่จะเข้าร่วมการประชันอักษรฉีฉู่ได้ มีใครบ้างที่ไม่ใช่ปรมาจารย์?’
‘หากเปรียบเทียบกับคนธรรมดาทั่วไป อย่างเช่นเปรียบเทียบกับผู้ชื่นชอบสมัครเล่นที่มีระดับกู่ฉินไม่เลวอย่างเซี่ยซินอี้ งั้นท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งย่อมบดขยี้แน่นอน แต่ถ้าท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งต้องไปเจอกับปรมาจารย์คนอื่นๆ ก็ไม่รู้ว่าจะเหลือโอกาสชนะสักเท่าไหร่แล้ว’
‘ไม่เป็นไรหรอก อย่างไรเสียเรื่องการเขียนพู่กันจีน ท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งก็มั่นคงอยู่แล้ว!’
‘อย่าเพิ่งไปสนใจกู่ฉินหรือการเขียนพู่กันจีนเลย พวกคุณรีบไปดูรายชื่อของกลุ่มกวีและคำกลอนเร็วเข้า!’
‘พระเจ้าช่วย! ยังคงเป็นท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งอีกแล้วเหรอ!?’
รายชื่อของสองรายการใหญ่อย่างกวีและคำกลอนประกาศออกมาพร้อมกัน ชาวเน็ตได้ค้นพบชื่อของหลินจือไปอีกครั้ง!
นี่มัน…
ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรผิดปกติมั้ง?
‘กู่ฉินยังพูดยาก แต่เรื่องกวีและคำกลอนนี้ ท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งสามารถควบคุมได้อย่างง่ายดายแน่นอน เขาเป็นถึงยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของฉินโจวเลยนะ!’
‘ในเรื่องกวีและคำกลอนนี้ ต่อให้บอกว่าท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งเป็นคนอันดับหนึ่งของฉินโจว ก็ไม่เกินจริงไปใช่ไหม?’
‘ไม่มีอะไรผิดปกติ!’
‘เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง!’
‘เออนั่นสิ เรื่องการเขียนพู่กันจีนฉันเข้าใจได้ เรื่องกวีและคำกลอนก็ยอมรับได้เหมือนกัน เรื่องกู่ฉินก็พอจะฟังขึ้นอยู่บ้าง แต่เรื่องหมากล้อมนี้นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?’
ที่แท้ในเวลานี้เอง รายชื่อของกลุ่มหมากล้อมก็ได้ออกมาแล้ว ชื่อของหลินจือไปปรากฏขึ้นมาอีกแล้ว!
‘ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งเล่นหมากล้อมเป็นด้วย เขาทำไมถึงได้ลงสมัครรายการนี้ไปด้วยล่ะ?’
‘มีเพื่อนๆ จากฉินโจวไหมครับ ตอนที่ท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งอยู่ฉินโจว เคยแสดงทักษะในด้านหมากล้อมออกมาบ้างไหม?’
‘ฉันมาจากฉินโจว ประวัติไม่เคยเอ่ยถึงเลยนะว่าเขาเล่นหมากล้อมเป็น!’
‘งั้นเขาไปลงชื่อสมัครได้ยังไงกัน!’
‘คนที่เข้าร่วมการแข่งขันนี้ล้วนเป็นปรมาจารย์หมากล้อมทั้งนั้นเลยนะ!’
‘ใครๆ ก็บอกว่าท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งเป็นมนุษย์เลเวลเต็ม ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นปรมาจารย์หมากล้อมด้วยเหมือนกันก็ได้?’
‘สิ่งนี้มันเป็นไปได้เหรอ?’
‘คนอื่นน่ะเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งนะ เป็นไปได้อย่างสิ้นเชิง!’
‘สรุปแล้วท่านเศรษฐีอันดับหนึ่งตัวคนเดียวลงสมัครไปถึงห้ารายการเลยเหรอ!?’
‘นั่นก็ไม่แน่หรอก ตอนนี้เพิ่งจะออกมาแค่ห้ารายการ ยังเหลืออีกสองรายการที่ยังไม่ออกมานะ’
‘ออกมาแล้ว!’
‘ฉันจะบ้าตาย!’
‘ยังคงมีเขาอยู่ดี!’
ท่ามกลางการอภิปรายรูปแบบต่าง ๆ รายชื่อของสองรายการอย่างการวาดภาพและโคลงคู่ก็ได้ออกมาแล้วเช่นกัน!
เมื่อได้เห็นชื่อของหลินจือไปปรากฏอยู่ในรายชื่ออย่างเด่นชัด ชาวเน็ตทุกคนต่างพากันอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน!
นี่หมายความว่าหลินจือไปตัวคนเดียว ได้ลงสมัครในทุกๆ รายการที่สามารถลงสมัครได้ของการประชันอักษรฉีฉู่เลยนี่นา!
การประชันอักษรฉีฉู่ได้จัดขึ้นมาเป็นเวลาเก้าปีแล้ว
ทว่าไม่เคยมีสถานการณ์ที่มีคนลงสมัครในทุกๆ รายการปรากฏขึ้นมาก่อนเลย!
ต่อให้มีคนที่อยากจะทำแบบนี้จริงๆ เบื้องบนก็ไม่มีทางเห็นชอบด้วยแน่นอน
ทว่าหลินจือไปกลับลงสมัครทั้งหมด ประเด็นสำคัญคือหูเหวยและสือหยุนยังเสือกเห็นชอบด้วยอีก นี่มันเป็นการให้ความไว้วางใจในตัวหลินจือไปขนาดไหนกันนะ?
กลายเป็นว่าปีนี้ฉีโจวได้เชิญผู้ช่วยภายนอกมาเพียงแค่คนเดียวอย่างหลินจือไป—
จากนั้นก็เอาผู้ช่วยภายนอกคนเดียวอย่างหลินจือไปนี้ไปใช้งานแทนผู้ช่วยภายนอกถึงเจ็ดคนเลยนี่หว่า!
ช่วงเวลาหนึ่งชาวเน็ตจึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี บางรายการทุกคนรู้ดีว่าหลินจือไปสามารถทำได้อย่างแน่นอน อย่างเช่นกวีและคำกลอน อย่างเช่นการเขียนพู่กันจีน อย่างเช่นโคลงคู่ ทว่าบางรายการ คนฉีโจวกลับตั้งเครื่องหมายคำถามไว้ในใจ อย่างเช่นระดับกู่ฉินของหลินจือไปเมื่อเปรียบเทียบกับปรมาจารย์คนอื่นๆ แล้ว จะเพียงพอให้ดูชมจริงๆ เหรอ?
อย่างเช่นระดับการวาดภาพของหลินจือไป แม้ว่าสือหยุนจะบอกว่ามีระดับเทียบเท่าปรมาจารย์ ทว่าจะเป็นการเพิ่งจะไปถึงเกณฑ์ของระดับปรมาจารย์หรือเปล่านะ?
อย่างไรเสียหลินจือไปก็ยังเยาว์วัยเกินไป
ส่วนรายการอย่างหมากล้อมนี่ ชาวเน็ตฉีโจวรู้สึกปวดตับที่สุด เพราะหลินจือไปไม่เคยแม้แต่จะแสดงระดับหมากล้อมของเขาให้ภายนอกได้รับรู้เลยสักครั้งเดียว!
ตอนนี้ข่าวดีก็คือ: หลินจือไปเป็นผู้ช่วยภายนอกของฉีโจว!
ส่วนข่าวร้ายก็คือ: หลินจือไปตัวคนเดียวลงสมัครไปถึงเจ็ดรายการ!
ราวกับว่าทางฝั่งวงการวรรณกรรมของฉีโจวจะหาผู้ช่วยภายนอกคนอื่นๆไม่ได้แล้วจริงๆ จึงได้มุ่งมั่นถอนขนจากแกะฉินโจวตัวเดียวอย่างหลินจือไปอย่างเอาเป็นเอาตาย ทว่าโดยรวมแล้วสถานการณ์นี้ทุกคนก็ยังพอจะยอมรับได้ เพราะอย่างน้อยที่สุดหลินจือไปก็สามารถรับประกันได้ว่า:
สี่รายการใหญ่อย่างกวี คำกลอน รวมถึงโคลงคู่ ไปจนถึงการเขียนพู่กันจีนนั้น เขาแอบมีความหวังที่จะช่วยให้ฉีโจวคว้าเหรียญทองมาครองได้จริงๆ!
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ:
ในเจ็ดรายการนี้ ต่อให้สุดท้ายแล้วหลินจือไปจะสามารถช่วยให้ฉีโจวคว้าเหรียญทองมาได้เพียงแค่สองเหรียญ ทุกคนก็ยอมรับได้แล้ว!
ต่อให้เป็นเหรียญทองเพียงเหรียญเดียว ทุกคนก็ยังพอจะยอมรับได้แบบฝืนๆ ทว่าหากหลินจือไปไม่สามารถช่วยให้ฉีโจวคว้าเหรียญทองมาได้เลยแม้แต่เหรียญเดียว เรื่องที่เขาตัวคนเดียวลงสมัครไปถึงเจ็ดรายการนี้ พอหันกลับมาจะต้องโดนสับเละอย่างแน่นอน แม้กระทั่งภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบซึ่งเขาอุตสาหะสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากในฉีโจว ก็จะได้รับความเสียหายไปด้วย!
แน่นอนว่าก่อนที่ผลลัพธ์จะออกมา ทุกคนก็ทำได้เพียงกัดฟันรอคอยดูการแสดงออกของเขาต่อไป อย่างไรเสียรายชื่อก็ประกาศออกมาแล้ว สถานการณ์มันก็เป็นไปตามนี้ ต่อให้มีบางคนที่คิดจะกังขาในตัวหลินจือไปสำหรับบางรายการ ก็ต้องรอให้การแข่งขันสิ้นสุดลงก่อนอยู่ดี ความจริงแล้วรายชื่อผู้เข้าแข่งขันของฉีโจวในครั้งนี้ อย่าว่าแต่ชาวเน็ตฉีโจวที่ดูจบแล้วจะทำหน้ามึนงงไปเลย ยามที่สื่อต่าง ๆ นำข่าวเรื่องรายชื่อไปเผยแพร่ต่อ ชาวเน็ตของฉูโจวหลังจากได้ดูก็พากันเหวอรับประทานไปตามๆ กันเช่นกัน
‘เหอๆ? ตาฉันฝาดไปหรือเปล่านะ?’
‘ในรายการต่าง ๆ ที่ฉีโจวประกาศออกมานี้ ทำไมในทุกๆ รายการถึงได้มีคนที่ชื่อหลินจือไปอยู่คนหนึ่งล่ะ?’
‘ฉันก็สังเกตเห็นเหมือนกัน หลินจือไปคนนี้ตัวคนเดียวลงสมัครถึงเจ็ดรายการ สิ่งนี้มันจะเกินจริงเกินไปหน่อยแล้วมั้ง ในโลกใบนี้จะมีคนที่รอบรู้ไปซะทุกเรื่องขนาดนี้เลยเหรอ!’
‘ถ้าเป็นชื่อหลินจือไปล่ะก็ ดูเหมือนฉันจะคุ้นหูอยู่บ้างนะ’
‘นี่เป็นคนฉินโจว การประชันอักษรในครั้งนี้เขามาเป็นผู้ช่วยภายนอกให้ฉีโจว คุณรู้สึกคุ้นหูก็เป็นเรื่องปกติแล้ว ใครก็ตามที่เคยดูการไลฟ์สดงานเลี้ยงการกุศลในปีนี้ ก็น่าจะมีความประทับใจในตัวเขาทั้งนั้นแหละ อย่างไรเสีย “บทกวีหลานถิงซวี่” ของเขาก็ถูกประมูลไปด้วยราคาที่สูงลิ่ว แถมยังได้รับการยกย่องว่าเป็นอักษรหวัดแกมบรรจงอันดับหนึ่งในใต้หล้าด้วย!’
‘ที่แท้ก็เป็นเขานี่เอง! ฉันก็ว่าทำไมถึงได้คุ้นเคยขนาดนี้!’
‘งั้นรายการเขียนพู่กันจีนในปีนี้ ความสามารถในการแข่งขันของหลินจือไปก็น่ากลัวมากเลยล่ะสิ!’
‘ไม่เป็นไรหรอก อักษรหวัดแกมบรรจงของหลินจือไปเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า ทว่าพวกเรามีอาจารย์โคบายาชิ โอทาเกะ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นอักษรบรรจงอันดับหนึ่งในใต้หล้าอยู่นะ!’
‘คิดยังไงก็รู้สึกว่ามันเกินจริงเกินไป เจ็ดรายการความเกี่ยวข้องกันระหว่างแต่ละรายการมันน้อยมาก สิ่งนี้มันเหมือนกับงานแข่งขันกีฬาที่มีนักกีฬาคนหนึ่งลงสมัครทั้งว่ายน้ำ วิ่ง กายกรรม อะไรพวกนั้นไปพร้อมๆ กันเลย มันเกินจริงเกินไปแล้ว ทางฝั่งฉีโจวทำอะไรผิดพลาดหรือเปลานะ?’
‘ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดหรอกนะ หลินจือไปไปเข้าร่วมรายการวาไรตี้ที่ฉีโจว ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์เลเวลเต็มเลยล่ะ!’
‘คุณก็รู้ว่านั่นมันรายการวาไรตี้ ล้วนมีบทเขียนไว้ทั้งนั้น ไม่เพียงพอที่จะอธิบายถึงสิ่งใดได้เลยสักนิด ไม่สามารถทำความเข้าใจได้’
ชาวเน็ตฉูโจวทุกคนต่างพากันรู้สึกไม่สามารถทำความเข้าใจได้ ทว่ารอบนี้เนื่องจากการที่หลินจือไปตัวคนเดียวลงสมัครถึงเจ็ดรายการ ดังนั้นชื่อเสียงของเขาในฉูโจวจึงพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงโดยตรง!
พลอยทำให้สื่อของฉูโจวจำนวนไม่น้อยเริ่มพากันลงข่าวแนะนำข้อมูลฐานะตัวตนของหลินจือไป ยกตัวอย่างเช่น เขาเป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์แห่งเซินฮวาเกรตของฉินโจว ในขณะเดียวกันยังเป็นดาราที่ดังที่สุดของฉินโจว อีกทั้งเมื่อเร็วๆ นี้ ยังเป็นดาราที่ดังที่สุดของฉีโจว เพิ่งจะก้าวเข้าสู่เส้นทางของซูเปอร์สตาร์ระดับภูมิภาค เป็นต้น…
แม้ว่าจะเป็นเพียงข้อมูลแนะนำที่เป็นตัวอักษรบางส่วน ฟังดูแล้วก็ยังคงมีความเป็นตำนานอยู่พอสมควร
ช่วงเวลาหนึ่งจึงถึงกับมีคนฉูโจวบางส่วนกลายมาเป็นแฟนคลับของหลินจือไป แน่นอนว่าจัดเป็นประเภทที่ตะโกนร้องเรียกแค่ทางปากเท่านั้น อย่างไรเสียก็ยังไม่ได้ทำความเข้าใจในตัวคนๆ นี้มากนัก แค่รู้สึกว่าหลินจือไปคนนี้เหมือนกับพระเอกนิยายเป็นอย่างมาก คุณชายผู้สูงศักดิ์จากตระกูลที่ร่ำรวย มีความสามารถทางธุรกิจที่ไม่ธรรมดา อีกทั้งยังเป็นถึงซูเปอร์สตาร์ระดับภูมิภาค มีรูปโฉมภายนอกที่เหนือกว่าคนทั่วไปเป็นอย่างมาก เซลล์ศิลปะก็สูงลิ่ว…
ในขณะเดียวกัน รูปถ่ายของหลินจือไปยังปรากฏขึ้นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของฉูโจวอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน ยังไม่ทันได้เดินทางมาพัฒนาที่ฉูโจว หลินจือไปก็อาศัยรอบนี้ในการวางรากฐานชื่อเสียงที่ดีไว้แล้ว ทว่าสำหรับกลุ่มผู้เข้าแข่งขันของรายการใหญ่ต่าง ๆ ในวงการวรรณกรรมฉูโจวเหล่านั้น หลินจือไปกลับเป็นชื่อที่พิเศษเป็นอย่างมาก มีคนยินดีและมีคนกังวล คนที่ยินดี…
ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มผู้เข้าแข่งขันของทีมหมากล้อม พวกเขาไม่เชื่อหรอกว่าหลินจือไปที่ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามใดๆ ในวงการหมากล้อม จะมีความสำเร็จในด้านหมากล้อมสูงส่งขนาดไหนได้!
หรืออย่างเช่น กลุ่มผู้เข้าแข่งขันของทีมกู่ฉิน พวกเขาได้ทำการศึกษาวิจัยมาแล้ว ได้ดูการแสดงกู่ฉินของหลินจือไปในงานชุมนุมกวีวันไหว้พระจันทร์ของฉีโจว เป็นระดับเทียบเท่าปรมาจารย์จริงไม่ผิดแน่ ทว่าสิ่งนี้มันปกติมากไม่ใช่เหรอ? เกณฑ์ขั้นต่ำสุดของการแข่งขันนี้ก็คือระดับปรมาจารย์ไม่ใช่หรือไง?
หากไม่ใช่ปรมาจารย์ ต่อให้เข้าร่วมการแข่งขันก็ทำได้เพียงกลายเป็นตัวตลกเท่านั้นแหละ ยิ่งไปกว่านั้น คำเก่าแก่กล่าวไว้ได้ดี ปรมาจารย์ก็ยังมีช่องว่างของฝีมืออยู่ ระดับกู่ฉินของหลินจือไปเห็นได้ชัดว่าเพิ่งจะไปถึงระดับปรมาจารย์ได้ไม่นาน ระดับแบบนี้ ปรมาจารย์รุ่นเก่าย่อมไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว!
ในทำนองเดียวกัน คนของกลุ่มการวาดภาพฝั่งฉูโจวได้ศึกษางานชุมนุมกวีคืนวันไหว้พระจันทร์เช่นกัน ได้เห็นภาพวาดกุ้งของหลินจือไปแล้ว ข้อสรุปก็คือ:
เพิ่งเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์!
ระดับแบบนี้ในการแข่งขัน คาดว่าทำได้เพียงเป็นตัวประกอบเท่านั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้เข้าร่วมแข่งขันด้วย คิดจริงๆ เหรอว่าพอได้เป็นปรมาจารย์แล้วจะไร้เทียมทาน?
หรือว่าความจริงแล้วไม่ได้ตั้งใจจะมาเอาชนะ แค่มาเก็บเกี่ยวประวัติการทำงานและการรับรองเท่านั้น?
อย่างไรเสียการแข่งขันนี้ก็มีคุณค่าทองคำที่สูงมาก ต่อให้เป็นเพียงการเข้าร่วมแล้วไม่ได้รางวัลกลับไป อย่างน้อยที่สุดก็สามารถอธิบายได้ว่า คนๆ นี้ในสาขาดังกล่าวมีระดับเทียบเท่าปรมาจารย์แล้ว
‘ความเป็นไปได้ในการมาเก็บเกี่ยวประวัติการทำงานนั้นไม่ต่ำเลยล่ะ’
‘อย่างไรเสียเขาก็เป็นดาราดังนี่นา’
คนบางส่วนของกลุ่มการวาดภาพฝั่งฉูโจวต่างพากันยิ้มและอภิปรายกัน ทว่าคนของกลุ่มกวีและคำกลอนฝั่งฉูโจวกลับแอบยิ้มไม่ออกอยู่บ้าง ชัดๆ ถึงขั้นมีความหมายของการเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจเลยทีเดียว ยังดีที่มีคุณพ่อผู้ช่วยภายนอกอยู่ ส่วนคนที่ปวดหัวที่สุดย่อมเป็นกลุ่มเขียนพู่กันจีนอย่างไม่ต้องสงสัย!
กลุ่มเขียนพู่กันจีนของฉูโจวทุกคนต่างพากันขวัญหนีดีฝ่อ พอได้เห็นชื่อหลินจือไปนี้ ขาทั้งสองข้างก็พากันอ่อนแรงไปหมด สู้ไม่ได้!
สู้ไม่ได้เลยสักนิด!
มีเพียงโคบายาชิ โอทาเกะเท่านั้นที่ยังคงรักษาความสงบเอาไว้ได้ ทว่าในแววตาก็มีกระแสความตื่นตระหนกพาดผ่านอยู่เช่นกัน ใช่แล้ว โคบายาชิ โอทาเกะขวัญเสียแล้ว ในโลกใบนี้มีนักเขียนพู่กันจีนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้โคบายาชิ โอทาเกะเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาได้
คนๆ นั้นมีชื่อว่าจูเกอชิวเหลียง ถูกต้องแล้ว ก็คือจูเกอชิวเหลียง ปรมาจารย์การเขียนพู่กันจีนแห่งจงโจว ที่โดนหลินจือไปใช้ “บทกวีหลานถิงซวี่” ตบหน้าอย่างรุนแรงในงานเลี้ยงการกุศลปีนี้นั่นเอง!
ทว่ากระทั่งจูเกอชิวเหลียงที่ตัวเองกลัวที่สุด ยังโดนหลินจือไปตบหน้าอย่างรุนแรง งั้นตัวเองจะไปเป็นคู่ต่อสู้ของหลินจือไปได้อย่างไรกันล่ะ?
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ โคบายาชิ โอทาเกะพลันหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรออกไปยังเบอร์หนึ่ง
“โคบายาชิ?”
“คุณชิวเหลียง งานประชันอักษรฉีฉู่ประจำปีใกล้จะเริ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว ปีนี้ฉันอยากจะเชิญคุณมาร่วมเข้าร่วมแข่งขันกับฉัน!”
“คุณก็รู้นี่ว่าฉันไม่มีความสนใจที่จะต่อสู้กับคนอ่อนแอ การแข่งขันระดับนั้นก็มีแค่คุณนะโคบายาชิที่พอจะเปรียบเทียบกับฉันได้ ทว่าหากพวกเราสองคนจะประลองฝีมือกัน ทำไมต้องไปพึ่งพาการแข่งขันนั้นด้วยล่ะ หาเวลามาเจอกันสักครั้งก็สิ้นเรื่องแล้ว”
“เป็นแบบนี้ครับคุณชิวเหลียง ทางฝั่งฉีโจวมีผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งที่คุณต้องสนใจเป็นพิเศษแน่นอน”
“หลินจือไป”
ปลายสายโทรศัพท์พลันเกิดความเงียบงันขึ้นมาทันที ทว่าโคบายาชิ โอทาเกะกลับได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายที่หนักหน่วงเป็นพิเศษอย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าหลินจือไปจะเป็นชื่อที่พิเศษเป็นอย่างมาก ทำให้อีกฝ่ายเกิดปฏิกิริยาที่พิเศษขึ้นมาในทันที หลังจากนั้นครู่หนึ่ง จูเกอชิวเหลียงที่อยู่ปลายสายโทรศัพท์กล่าวว่า:
“อักษรหวัดแกมบรรจงของเขาเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า ฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้”
โคบายาชิ โอทาเกะยิ้มแล้วกล่าวว่า:
“ไม่เป็นไรครับ การแข่งขันนี้ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องอักษรหวัดแกมบรรจงเท่านั้น หากคุณยินดีล่ะก็ ฉันจะเพิ่มชื่อคุณเข้าไปในรายชื่อตัวสำรอง จากนั้นก็ให้ผู้เข้าแข่งขันของกลุ่มเขียนพู่กันจีนฝั่งฉูโจวบางคนอ้างเหตุผลเรื่องร่างกายไม่สบาย เพื่อให้คุณมาลงสนามแข่งขันแทน”
“ตกลงตามนี้!”
น้ำเสียงของจูเกอชิวเหลียงมีความหนักแน่นและทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง!
โคบายาชิ โอทาเกะหลังจากวางสายโทรศัพท์แล้วก็เผยรอยยิ้มออกมา คุณชิวเหลียงก็แค่โดนหลินจือไปบดขยี้ในเรื่องอักษรหวัดแกมบรรจงเท่านั้นแหละ ระดับโดยรวมของเขาเป็นอันดับหนึ่งของบลูสตาร์มาโดยตลอด การประชันอักษรฉีฉู่ทำได้เพียงพึ่งพาเขาและหลินจือไปในการประลองฝีมือกันซึ่งหน้าแล้ว เขาจะต้องตอบตกลงแน่นอน—เพราะเขาต้องการแก้แค้น! อักษรหวัดแกมบรรจงสู้ไม่ได้งั้นเหรอ? ก็สามารถสู้ในเรื่องอื่นๆ ได้ อักษรหวัด อักษรบรรจง…
ความแข็งแกร่งของการเขียนพู่กันจีนควรจะพิจารณาในภาพรวมถึงจะถูก
จูเกอชิวเหลียงเปิดศึกกับหลินจือไปอีกครั้ง!
รอบนี้สิ่งที่แข่งขันกันไม่ได้มีเพียงแค่อักษรหวัดแกมบรรจงเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การประชันอักษรฉีฉู่ในครั้งนี้จะเป็นการตัดสินในความหมายที่แท้จริงว่า ใครกันแน่คือตัวตนอันดับหนึ่งของนักเขียนพู่กันจีนในใต้หล้า!
หากข่าวนี้ปล่อยออกไป คาดว่านักเขียนพู่กันจีนทั่วทั้งโลกต่างก็คงจะพากันจับตามองใช่ไหมนะ?
อย่างไรเสีย นี่ก็คือศึกตัดสินบนจุดสูงสุดของการเขียนพู่กันจีนที่แท้จริง!
===================