ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 477 ระเบิดสังหารฝั่งตรงข้าม!
ตอนที่ 477 ระเบิดสังหารฝั่งตรงข้าม!
แม้ว่าคำพูดให้สัมภาษณ์ของหลี่ป๋อจะดูตัวลอยมาก ทว่าในท้ายที่สุดทุกคนก็เข้าใจได้ คิดว่านั่นคงเป็นการสร้างเกราะป้องกันทางจิตใจให้แก่ตัวเองล่ะมั้ง
อย่างไรเสียจะให้พูดตั้งแต่การแข่งขันยังไม่เริ่มต้นขึ้นเลยหรือไงว่า
‘ถ้าพูดถึงเรื่องไลน์อัป ฝั่งพวกเราดูเหมือนจะสู้ฝั่งตรงข้ามไม่ได้เลยครับ’
ทั้งที่นี่เป็นความจริง ไลน์อัปของฉู่โจวน่ะ มีความหรูหราอลังการมากกว่า หรือจะพูดว่าอันดับโลกของผู้เล่นฉู่โจวนั้นสูงกว่าก็ว่าได้……
เดินผ่านกลุ่มผู้สื่อข่าว
ผู้เล่นกลุ่มหมากล้อมของฉีโจวและฉู่โจวก็เข้าสู่สนามแข่งขันอย่างเป็นทางการ
วันนี้ในสถานที่จัดงานได้เปลี่ยนพิธีกรคนใหม่ เพราะอย่างไรเสียวันนี้ก็เป็นการประชันในโครงการหมากล้อม ดังนั้นพิธีกรอย่างน้อยที่สุดก็ต้องเข้าใจในหมากล้อมถึงจะใช้ได้
“สาม สอง หนึ่ง ไลฟ์สดเริ่มได้!”
พร้อมๆ ไปกับการจับเวลาของผู้กำกับ การแข่งขันหมากล้อมในวันนี้ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ พิธีกรเอ่ยเปิดฉากว่า
“ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การรับชมการแข่งขันในวันที่สองของการประชันอักษรฉีฉู่ครับ วันนี้พวกเราจะดำเนินโครงการหมากล้อม ก่อนอื่นขอแนะนำผู้เล่นที่เข้าร่วมการแข่งขันในวันนี้ให้ทุกท่านได้รู้จักกันก่อนครับ……”
ภายในห้องไลฟ์สด
ทุกครั้งที่พิธีกรแนะนำชื่อของผู้เล่นคนหนึ่ง ภาพหน้าจอไลฟ์สดก็จะปรากฏรูปภาพของผู้เล่นที่สอดคล้องกันขึ้นมา
โคมินาโตะ โอทาเกะ!
หมากล้อมเก้าดั้ง!
ยามที่พิธีกรแนะนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องของโคมินาโตะ โอทาเกะ ผู้ชมของฉู่โจวก็พลันเกิดความตื่นเต้นยินดีขึ้นมาทันที
‘อาจารย์โอทาเกะอยู่ฉันก็เบาใจแล้ว!’
‘อาจารย์โอทาเกะไม่เพียงแต่หมากล้อมจะร้ายกาจเท่านั้น พู่กันจีนเองก็อยู่ระดับท็อปเช่นกัน ความเป็นตัวประหลาดหลุดโลกของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าหลินจือไป๋ที่เชี่ยวชาญทั้งกู่ฉินและพู่กันจีนพร้อมกันเลยสักนิด!’
‘เท่าที่ฉันรู้มา หลินจือไป๋เป็นถึงคุณพ่อแห่งบทเพลงเลยนะเชียว’
‘อะไรนะ ที่แท้หลินจือไป๋ในเวลาเดียวกันยังเชี่ยวชาญด้านดนตรีอีกงั้นเหรอ?’
‘จะไปมีแค่ด้านดนตรีได้อย่างไรกันล่ะ ตัวเขาเองก็เชี่ยวชาญด้านหมากล้อมมากเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นจะเข้าร่วมการแข่งขันได้อย่างไรกันเล่า?’
‘ต้องรู้ก่อนนะว่าการแข่งขันนี้ หากไม่มีระดับความสามารถของปรมาจารย์หมากล้อมเก้าดั้ง ก็ไม่มีคุณสมบัติจะเข้าร่วมการแข่งขันได้หรอกนะ!’
‘อย่างไรเสียฉันก็ไม่เชื่อหรอกว่าหมากล้อมของหลินจือไป๋จะยังสามารถร้ายกาจได้เหมือนอย่างกู่ฉิน ทว่าจุดที่เขาเข้าร่วมแข่งขันได้ตั้งเจ็ดโครงการนี้ ตัวเขาเจ๋งกว่าโอทาเกะจริงๆ นั่นแหละ!’
‘หากโยนเรื่องจุดยืนทิ้งไป ฉันค่อนข้างชื่นชอบหลินจือไป๋เลยล่ะ……’
รอจนกระทั่งแนะนำผู้เล่นทุกคนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว พิธีกรก็ประกาศว่าการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
กฎกติกาการแข่งขันไม่เหมือนกันกับโครงการกู่ฉิน กลุ่มหมากล้อมในรอบแรกจะเป็นการประชันกันแบบ ‘1v1’ ระหว่างผู้เล่นฉีโจวและฉู่โจว โดยใช้ระบบตัดสินแบบชนะสองในสามกระดาน
ส่วนเรื่องที่ว่าใครจะจับคู่กับใครของทั้งสองฝั่งนั้น จะใช้วิธีการจับสลากในการตัดสิน
หากโชคไม่ดี จับสลากได้คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเกินไป ก็อาจจะถูกสอยร่วงจากสนามไปด้วยคะแนนสองต่อศูนย์เลยทีเดียว
แน่นอนว่าหลินจือไป๋ไม่มีความวิตกกังวลใดๆ เลยสักนิด เขาตรงเข้าไปจับสลากโดยตรง จากนั้นจึงชูมันขึ้นมาหันหน้าเข้าหากล้องแวบหนึ่ง
“สภาพการแข่งขันของอาจารย์หลินจือไป๋ดูท่าทางจะดีมากเลยนะครับ จับสลากเป็นคนแรก หมายเลขที่เขาจับได้คือหมายเลขสาม ลำดับต่อไปพวกเรามาดูกันครับว่าฝั่งฉู่โจวจะเป็นผู้เล่นคนไหนที่จับได้หมายเลขสาม คนของฝั่งฉู่โจวที่จับได้หมายเลขสาม ก็จะกลายมาเป็นคู่ต่อสู้ของอาจารย์หลินจือไป๋โดยอัตโนมัติครับ……”
พิธีกรเอ่ยบรรยายอธิบายความตามมาว่า
“โอ๊ะ ผลลัพธ์ของฝั่งฉู่โจวออกมาเรียบร้อยแล้วครับ คนที่จับได้หมายเลขสามเหมือนกันก็คือ ปรมาจารย์หมากล้อมของฉู่โจว ซูซูกิ โคจิโร่ ครับ!”
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ
พร้อมๆ ไปกับการจับสลาก ทั้งสองฝั่งต่างก็ยืนยันคู่ต่อสู้ของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลี่ป๋อจับได้สลากหมายเลขหนึ่ง คู่ต่อสู้ที่พานพบย่อมเป็นโคมินาโตะ โอทาเกะ พวกเขาสองคนนับว่าเป็นคู่ปรับเก่ากันแล้วล่ะ!
ปรมาจารย์หมากล้อมคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ นามว่าหวังถูเอ่ยด้วยน้ำเสียงขมขื่นว่า “วันนี้ฉันดวงซวยชะมัดเลย ทำไมพอเข้ามาก็ชนเข้ากับหลิวจี๋เลยล่ะเนี่ย?”
หวังถูน่าสงสารมาก
การพานพบกับหลิวจี๋น่ะ ตัวเขาแทบจะไม่มีโอกาสชนะเลยสักนิด
ต่อให้ฟลุกชนะได้สักกระดาน ทว่านี่อย่างไรเสียก็เป็นเกมที่ต้องชนะสองในสามกระดาน ยามที่ยอดฝีมือระดับท็อปมีโอกาสให้ทำผิดพลาดได้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำพ่ายแพ้ไป
“ไม่เป็นไรหรอก คุณนอนราบไปได้เลย”
หลี่ป๋อยิ้มพลางเอ่ยว่า “ต่อให้ฉันพ่ายแพ้ไปก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะอย่างไรเสียฝั่งพวกเราก็มีตัวช่วยแบกทะลุฟ้าสถิตอยู่”
ขณะที่เอ่ยคำพูดออกมา
หลี่ป๋อก็หันมามองดูหลินจือไป๋แวบหนึ่ง ถึงกับมีความรู้สึกปลอดภัยเหมือนอย่างยามที่อยู่แทบเข่าของบิดาในตอนเด็กขึ้นมาซะงั้น
……
หลี่ป๋อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกปลอดภัยอย่างเต็มเปี่ยมภายใต้แผ่นหลังอันหนาแน่นและกว้างขวางของหลินจือไป๋ ทว่าผู้ชมของฉีโจวที่ไม่รับรู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังเหล่านั้น ยามที่ได้เห็นผลลัพธ์ของการจับสลากแล้ว หัวใจดวงหนึ่งพลันแขวนตึงขึ้นมาในทันที!
‘เชี่ย!’
‘นี่มันสลากเฮงซวยอะไรกันเนี่ย!’
‘ทำไมหลี่ป๋อพอเข้ามาก็ชนเข้ากับโคมินาโตะ โอทาเกะเลยล่ะ?’
‘โคมินาโตะ โอทาเกะได้ชื่อว่าเป็นเลิศทั้งพู่กันจีนและหมากล้อมคู่กัน ส่วนหลี่ป๋อก็ได้ชื่อว่าเป็นเลิศทั้งโคลงคู่และหมากล้อมคู่กัน ต่างก็เป็นบุคคลระดับท็อปทั้งนั้น ผลแพ้ชนะคงอยู่ในอัตราส่วนห้าสิบต่อห้าสิบละมั้ง’
‘แต่ถ้าดูจากสถิติการประชันฝีมือในอดีตมันอยู่ที่หกต่อสี่นะเชียว หลี่ป๋อสี่โคมินาโตะ โอทาเกะหก’
‘หากหลี่ป๋อถูกโคมินาโตะ โอทาเกะคัดออกไปตั้งแต่รอบแรก งั้นเหรียญทองในวันนี้ก็แทบจะหมดหวังโดยสิ้นเชิงแล้วล่ะ’
‘อันที่จริงสลากนี้ก็ไม่ได้นับว่าแย่หรอกนะ หากหลี่ป๋อเอาชนะได้ นั่นไม่ใช่เป็นการคัดเอาศัตรูตัวฉกาจออกไปได้คนหนึ่งโดยตรงเลยหรอกเหรอ? ยังดีกว่าการไปชนเข้ากับหลิวจี๋โดยตรง กำลังเสริมจากจ้าวโจวที่ทำตัวโลว์โปรไฟล์คนนี้ ถึงจะเป็นจอมมารที่น่ากลัวที่สุดต่างหากล่ะ!’
‘หลี่ป๋อคือความหวังเพียงหนึ่งเดียวของคนทั้งหมู่บ้านเลยนะเชียว!’
‘หากหลี่ป๋อล้มลงไป พวกเราก็แทบจะหมดสิ้นหนทางแล้วล่ะ เมื่อวานนี้มีมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งมากู้สถานการณ์ วันนี้ย่อมไม่มีทางที่จะยังหวังพึ่งพามหาเศรษฐีอันดับหนึ่งให้มากู้สถานการณ์ทวนกระแสฟ้าได้อีกหรอกใช่ไหมล่ะ?’
คนที่ให้ความสนใจกับการแข่งขันต่างก็เคยดูบทวิเคราะห์พละกำลังของผู้เล่นกันมาหมดแล้ว
แทบจะทุกโพสต์วิเคราะห์ต่างก็จะเน้นแนะนำเป็นพิเศษว่า หลิวจี๋ ปรมาจารย์หมากล้อมจากจ้าวโจวคนนี้มีความน่ากลัวมากมายขนาดไหน!
หากบอกว่าคนทีแข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตด้านกู่ฉินของจ้าวโจวคือเย่ฉ่ายเอ๋อร์ งั้นคนทีแข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตด้านหมากล้อมของจ้าวโจวก็ควรจะเป็นหลิวจี๋คนนี้นี่แหละ!
ทว่าสิ่งของอย่างหมากล้อมนี้มันค่อนข้างกินพละกำลังของสภาพร่างกายอยู่บ้าง
ฝั่งฉีโจวมีหลี่ป๋อสถิตอยู่ ใช่ว่าตัวเขาจะไม่มีความเป็นไปได้ในการคว้าแชมป์มาครองเสียทีเดียว เพียงแต่โอกาสค่อนข้างน้อยนิดหน่อยเท่านั้นเอง
เพราะอย่างไรเสียด่านสองด่านอย่างโคมินาโตะ โอทาเกะและหลิวจี๋นี้ สำหรับอาจารย์หลี่ป๋อแล้ว สามารถเอ่ยปากบอกได้เลยว่า ด่านหนึ่งยากกว่าอีกด่านหนึ่งซะอีก!
และเมื่อเปรียบเทียบกับความวิตกกังวลของชาวเน็ตฉีโจวแล้ว
ในเวลานี้ชาวเน็ตจ้าวโจวที่กำลังรับชมการแข่งขันอยู่ สามารถเอ่ยปากบอกได้เลยว่า ความรู้สึกคาดหวังพุ่งทะยานจนเต็มเปี่ยมเลยทีเดียว!
‘วันนี้คงได้เห็นอาจารย์หลิวจี๋ออกไปเข่นฆ่าสังหารอย่างบ้าคลั่งแล้วใช่ไหมนะ?’
‘เมื่อวันก่อนเย่ฉ่ายเอ๋อร์ที่เป็นคนช่วยแบกเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำพ่ายแพ้ไป ทำเอาฉันนอนไม่หลับทั้งคืนเลยล่ะ!’
‘จุดที่สำคัญคือเมื่อวันก่อนจะไปโทษเย่ฉ่ายเอ๋อร์ก็ไม่ได้หรอกนะ การแสดงฝีมือของเธอมีความสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ ทว่าฝั่งตรงข้ามแม่งดันเป็นเซียนเหนือโลกต่างหากล่ะ!’
‘ใช่แล้ว บทเพลงสุดท้ายของหลินจือไป๋เมื่อวันก่อนอย่างเพลง ‘ภูผาสูงสายน้ำไหล’ ฉันกดเล่นวนซ้ำมาโดยตลอดเลยล่ะ ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าอารมณ์ความรู้สึกมันมีความลึกซึ้งและกว้างไกลจริงๆ!’
‘ความโศกเศร้าของเมื่อวันก่อนก็ทิ้งเอาไว้ที่เมื่อวันก่อนเถอะ วันนี้เป็นแมตช์แห่งความฟินล้วนๆ!’
‘คู่ต่อสู้ในกระดานแรกของหลิวจี๋ดูท่าทางจะอ่อนแอไปหน่อยนะ ตั้งใจจะเปิดฉากด้วยการสังหารล้างบางโดยตรงเลยหรือเปล่านะ?’
‘เกร็ดความรู้ทั่วไป: การแข่งขันหมากล้อมหลินจือไป๋เองก็เข้าร่วมด้วยเหมือนกันนะเชียว!’
‘ฮ่าๆ ฉันค่อนข้างอยากจะดูเลยล่ะว่าวันนี้หลินจือไป๋จะมีแสดงฝีมือแบบไหนออกมา’
‘การแข่งขันหมากล้อมทั้งห้าแมตช์ดำเนินไปพร้อมๆ กัน ฝ่ายควบคุมการออกอากาศมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเลือกถ่ายทอดสดแมตช์ของหลี่ป๋อและโคมินาโตะ โอทาเกะนั้นแหละ พวกเขาทั้งสองคนต่างก็เป็นยอดฝีมือหมากล้อมระดับท็อปของโลกด้วยกันทั้งคู่’
ผู้เล่นสิบคนจับคู่ประชันฝีมือกัน
กล้องย่อมไม่สามารถดูแลเอาใจใส่ผู้คนทั้งหมดได้อยู่แล้ว
ทว่าในเวลาต่อมาไม่นาน พิธีกรก็พลันเอ่ยถึงจุดนี้ขึ้นมาว่า
“พวกเราได้จัดเตรียมกล้องควบคุมการออกอากาศเอาไว้ทั้งหมดห้าชุด เพื่อดำเนินถ่ายทอดสดการแข่งขันในครั้งนี้ ทุกท่านสามารถเลือกรับชมการถ่ายทอดสดการประชันฝีมือในกระดานที่ตนเองสนใจได้อย่างอิสระบนอินเทอร์เน็ตเลยครับ ส่วนแมตช์ที่ห้องถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ของพวกเราจะทำการถ่ายทอดสดให้ทุกท่านได้รับชมกันนั้น คือการประชันฝีมือระหว่างอาจารย์โคมินาโตะ โอทาเกะ และอาจารย์หลี่ป๋อครับ”
คนที่ดูไลฟ์สดบนอินเทอร์เน็ตสามารถเลือกได้อย่างอิสระงั้นเหรอ?
ชาวเน็ตบางส่วนต่างพากันหยิบโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตออกมาในทันที หรือไม่ก็เปิดคอมพิวเตอร์ เตรียมตัวรับชมการแข่งขันที่ตนเองเกิดความสนใจ
ยกตัวอย่างเช่นชาวจ้าวโจวโดยส่วนใหญ่ต่างพากันดูหลิวจี๋
ยกตัวอย่างเช่นชาวฉินโจวโดยส่วนใหญ่ต่างพากันดูหลินจือไป๋
ทว่าผู้คนโดยส่วนใหญ่ต่างพากันตัดสินใจดำเนินตามสถานีโทรทัศน์ไป
เพราะอย่างไรเสียทุกคนต่างก็คิดเห็นตรงกันว่า การประชันฝีมือระหว่างโคมินาโตะ โอทาเกะและหลี่ป๋อนั้น จะต้องมีระดับคุณค่าที่สูงล้ำที่สุดอย่างแน่นอน!
……
ผู้เล่นทุกคนต่างถูกจัดสรรให้แยกย้ายกันไปประชันฝีมือตามห้องต่างๆ
ห้องที่หลินจือไป๋เดินเข้าไปคือห้องหมายเลขสาม คู่ต่อสู้ของเขาอย่างซูซูกิ โคจิโร่ได้นั่งรออยู่ตรงนั้นเรียบร้อยแล้ว
“สวัสดีครับ”
เมื่อได้เห็นหลินจือไป๋ ซูซูกิ โคจิโร่ก็ผงกศีรษะลงเล็กน้อย
หลินจือไป๋นั่งลงพยักหน้าตอบรับ การแข่งขันยังเหลือเวลาอีกห้านาทีถึงจะเริ่มต้นขึ้น
กรรมการเริ่มบอกเล่ากฎกติกาการแข่งขันในแมตช์นี้ เป็นต้นว่า ขีดจำกัดเวลาในการวางหมาก หรือเรื่องของการเดินหมากก่อนหลัง
สิ่งของอย่างหมากล้อมนี้เรื่องการเดินหมากก่อนหลังมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การเดินหมากก่อนหลังของแมตช์การแข่งขันที่เป็นทางการ โดยปกติแล้วจะถูกจัดแจงโดยการจับสลากของทางสมาคม หรือใช้วิธีการเสี่ยงทายทายเม็ดหมากก่อนการประชันฝีมือในการตัดสิน การประชันอักษรฉีฉู่ใช้วิธีการเสี่ยงทายทายเม็ดหมากชั่วคราว ดูท่าทางจะมีความยุติธรรมมากกว่า
ลำดับขั้นตอนของการเสี่ยงทายทายเม็ดหมากคือ
ให้ผู้ที่มีดั้งสูงกว่ากำเม็ดหมากสีขาวเอาไว้จำนวนหนึ่ง โดยไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นก่อนชั่วคราว
หลินจือไป๋ไม่ได้มีการจัดระดับดั้งหมากล้อม ดังนั้นเขาจึงหยิบเม็ดหมากสีดำขึ้นมาสองเม็ด
การหยิบเม็ดหมากสีดำขึ้นมาหนึ่งเม็ดเป็นตัวแทนความหมายว่า ‘หากจำนวนเม็ดหมากเป็นเลขคี่ ฝ่ายตนเองจะได้ถือหมากสีดำ ในทางตรงกันข้ามจะได้ถือหมากสีขาว’
การแสดงเม็ดหมากสีดำสองเม็ดเป็นตัวแทนความหมายว่า ‘หากจำนวนเม็ดหมากเป็นเลขคู่ ฝ่ายตนเองจะได้ถือหมากสีดำ ในทางตรงกันข้ามจะได้ถือหมากสีขาว’
ซูซูกิ โคจิโร่เปิดเผยจำนวนเม็ดหมากสีขาวที่กำเอาไว้ในมือ หลินจือไป๋ประสบความสำเร็จในการคว้าสิทธิ์ในการเดินหมากก่อนมาครองได้สำเร็จ
ต่างก็รู้กันดีว่าหมากสีดำที่ได้เดินก่อนในหมากล้อมนั้นมีความได้เปรียบอยู่ ดังนั้นการแข่งขันขนาดใหญ่จึงมีการต่อแต้มเพื่อหักล้างความได้เปรียบของการเดินหมากก่อน
บนโลกคือการต่อแต้ม 7.5 แต้ม บนบลูสตาร์ก็เป็นเช่นเดียวกัน
กฎกติกาหมากล้อมของทั้งสองโลกพื้นฐานแล้วมีความสอดคล้องตรงกัน
ทว่าตัวของหลินจือไป๋เองนั้น ในความเป็นจริงแล้วเขาไม่ได้ใส่ใจหรอกว่าจะเป็นหมากสีดำหรือหมากสีขาว เมื่อคืนนี้ตอนที่ประชันฝีมือกับพวกหลี่ป๋อนั้น ตัวเขาได้รับรู้เรียบร้อยแล้วว่าระดับความสามารถของตัวเองสูงล้ำขนาดไหน
“เริ่มได้!”
พร้อมๆ ไปกับคำเตือนของกรรมการ
หลินจือไป๋ก็เริ่มวางเม็ดหมากสีดำลงไป
ซูซูกิ โคจิโร่วางเม็ดหมากตามลงมา
แปะ
แปะ
แปะ
บนกระดานหมากมีความแบ่งแยกสีดำและสีขาวอย่างชัดเจน
ภายในห้องไลฟ์สดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีคนที่เข้าใจในหมากล้อมมองเห็นแนวความคิดของหลินจือไป๋ออก
‘มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งเดินหมากสกัดมุมงั้นเหรอ?’
‘ตำแหน่งนี้ช่างดูแปลกประหลาดเหลือเกินแฮะ’
‘ใช่เลย แนวทางเดินหมากค่อนข้างมีความลึกลับซับซ้อนแปลกพิกลอยู่บ้าง’
‘อาจจะเป็นเพราะมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งไม่ได้เป็นผู้เล่นหมากล้อมมืออาชีพละมั้ง พึ่งพาแนวทางนอกตำราบวกกับพรสวรรค์ล้วนๆ เลยหรือเปล่านะ?’
‘งั้นจะสามารถไปสู้กับพวกที่เรียนจบมาจากสำนักวิชาโดยตรงได้งั้นเหรอ?’
‘ตอนนี้ยังคงมองดูไม่ค่อยออกเท่าไหร่หรอกนะ เวลาของหมากล้อมน่ะมีความยาวนานกว่าพวกหมากรุกตั้งเยอะเลยเชียว’
‘หากไม่ใช่เพราะมีการจำกัดเวลาการแข่งขัน หมากล้อมกระทั่งสามารถเดินหมากกันได้ทั้งวันเลยทีเดียวเชียวนะ เพราะฉะนั้นในวงการหมากล้อมจึงมีผู้เล่นหมากรุ่นเยาว์คนหนึ่ง อาศัยความหนุ่มแน่นของตัวเอง บีบคั้นทรมานปรมาจารย์หมากล้อมระดับท็อปของโลกในอดีตคนหนึ่งจนแทบไม่ไหว อีกฝ่ายเป็นเพราะอายุอานามมากแล้ว พละกำลังจิตใจไม่เพียงพอ จึงต้องพ่ายแพ้การแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย’
‘ปู่ด บีบคั้นทรมานจนหมดแรงใช่ไหมเนี่ย?’
‘การประชันอักษรฉีฉู่ไม่สามารถเล่นสนุกแบบนี้ได้หรอกนะ เพื่อจังหวะก้าวเดินของการแข่งขัน เวลาค่อนข้างมีความกระชั้นชิด ผู้เล่นย่อมไม่มีช่องว่างให้จงใจถ่วงเวลามากเกินไปหรอก’
ท่ามกลางข้อความสกรีนที่ผุดพรายขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
เม็ดหมากบนกระดานหมากก็ทวีจำนวนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
โอบล้อม
ติดตาม
เคียงคู่
ทะลวง
แยกย้าย
ซูซูกิ โคจิโร่มีสีหน้าที่ผ่อนคลายสบายใจ ตัวเขามองออกแล้วว่า หลินจือไป๋น่าจะเป็นพวกเดินหมากนอกตำรา
ยอดฝีมือนอกตำราแม้ว่าจะมีความคิดสร้างสรรค์หลุดโลกทว่ากลับไม่เข้าใจเรื่องการบริหารจัดการ ยกตัวอย่างเช่นการเดินหมากสกัดมุมเล็กๆ ในตอนเปิดฉากนั้นก็นับว่าควรค่าแก่การหยิบยกมาบอกเล่าแล้ว
การสกัดมุมย่อมเป็นแนวทางเดินหมากที่แน่นหนามั่นคงเป็นอย่างยิ่ง โดยปกติแล้วรูปทรงของหมากย่อมไม่แย่จนเกินไปนัก ทว่าหลินจือไป๋ช่างไม่มีความเป็นมืออาชีพเอาซะเลย ตำแหน่งของการเดินหมากสกัดมุมมันมีความแปลกประหลาดเกินไปแล้ว……
เดี๋ยวก่อนนะ!
การสกัดมุมนี้!
พลันเกิดความตระหนักรับรู้ถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ แววตาของซูซูกิ โคจิโร่ก็แปรเปลี่ยนไปทันที
หลินจือไป๋เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ฝั่งตรงข้ามในที่สุดก็ค้นพบแล้ว ทว่าในเวลานี้มันสายเกินไปเรียบร้อยแล้วล่ะนะ
ซูซูกิ โคจิโร่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน วางเม็ดหมากลงไปอีกหนึ่งเม็ด ผลลัพธ์กลับเพิ่งจะกดปุ่มจับเวลาลงไป หลินจือไป๋ก็วางเม็ดหมากตามลงมาติดๆ หนึ่งเม็ด
ฟึ่บ!
ซูซูกิ โคจิโร่รู้สึกว่าร่างกายเริ่มเกิดความร้อนรุ่มอบอ้าวขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะหยิบน้ำขึ้นมาดื่มอึกใหญ่
เป็นเช่นนี้เอง
ทั้งสองคนเดินหมากโต้ตอบกันไปมา
ซูซูกิ โคจิโร่ยิ่งมายิ่งรู้สึกร้อนรุ่ม พื้นฐานแล้วทุกครั้งที่วางเม็ดหมากลงไปหนึ่งเม็ด ก็จะต้องดื่มน้ำหนึ่งครั้ง
ดื่มไปดื่มมาจนถึงช่วงท้าย ตัวเขาถึงกับถอดเสื้อนอกออกพาดเอาไว้โดยตรง เดินหมากไปพลางใช้กระดาษชำระเช็ดหยาดเหงื่อบนหน้าผากไปพลาง
สกัดมุม!
การเดินหมากสกัดมุมเล็กๆ ที่หลินจือไป๋ทำเอาไว้ ตำแหน่งนั้นมีความแปลกประหลาดจนตอนแรกซูซูกิ โคจิโร่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยสักนิด ในเวลานี้กลับราวกับกลายเป็นมีดแหลมเล่มหนึ่ง ที่พร้อมจะทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจของเขาได้ทุกเมื่อ!
เชี่ย!
นี่มันกระบวนท่าอะไรกันวะเนี่ย!
กูแม่งไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนเลยโว้ย!
หลังจากแผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อจนโชก ซูซูกิ โคจิโร่ที่ดื่มน้ำเข้าไปเกือบสองขวดเต็มๆ ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากขอเวลานอกชั่วคราว ตัวเขาตั้งใจจะไปห้องน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์สักหน่อย!
……
หลินจือไป๋จิบชาอย่างผ่อนคลายสบายอารมณ์ นั่งรอคอยการกลับมาของคู่ต่อสู้
อันที่จริงซูซูกิ โคจิโร่ถ่วงเวลาไปก็ไม่มีความหมายหรอกนะ ต่อให้เขาไปห้องน้ำเพื่อปรับเปลี่ยนสภาพจิตใจกลับมาได้แล้ว ทว่ากระดานนี้ก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
ไม่มีจุดไหนให้พลิกกระดานได้เลยสักนิด!
ส่วนเรื่องที่ว่าแนวทางเดินหมากประเภทนี้นั้น มีหลักเกณฑ์อะไรให้ต้องใส่ใจหรือเปล่า?
อันที่จริงไม่มีหลักเกณฑ์อะไรให้ต้องใส่ใจหรอกนะ หลินจือไป๋รู้สึกว่าตัวเองราวกับเป็นเครื่องจักรเดินหมากอันไร้ความรู้สึก ภายในสมองหลงเหลือเพียงการวางค่ายกลและการรับมือโต้ตอบ ส่วนเรื่องที่ว่าจะวางค่ายกลอะไรและจะรับมือโต้ตอบอย่างไรนั้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ผุดพรายขึ้นมาในสมองเป็นการชั่วคราวทั้งสิ้น ทว่าในเวลาเดียวกันกลับราวกับเป็นผลลัพธ์ที่ได้มาจากผ่านการคำนวณมาเป็นสิบเป็นล้านครั้งเรียบร้อยแล้วอย่างนั้นแหละ
และสิ่งที่หลินจือไป๋ไม่ทราบเลยก็คือ
ห้องไลฟ์สดของเขา ในเวลานี้มีปริมาณทราฟฟิกข้อมูลที่สูงลิ่วเป็นอย่างยิ่ง!
ชาวฉินโจวจำนวนนับไม่ถ้วน ต่างพากันเลือกรับชมการแข่งขันทางฝั่งของหลินจือไป๋!
ในเวลาเดียวกันยังคงมีชาวจงโจวจำนวนนับไม่ถ้วน ย่อมเป็นเพราะเรื่องของกู่ฉิน หรือไม่ก็เป็นเพราะเรื่องของจูเก่อชิวเหลียงเป็นต้น จึงพากันเลือกรับชมการแข่งขันของหลินจือไป๋
กระทั่งทางฝั่งฉีโจว ฉู่โจว ไปจนถึงจ้าวโจวเองก็เช่นกัน ต่างก็มีผู้คนจำนวนมากโข พกพาความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องของ ‘ระดับหมากล้อมของหลินจือไป๋เป็นอย่างไรบ้าง’ กดคลิกเข้าสู่ห้องไลฟ์สดนี้มา
ผลลัพธ์
ทุกคนต่างก็ได้เห็นสภาพอันทุลักทุเลลนลานของซูซูกิ โคจิโร่กันหมดเลย!
‘เป็นควายกินน้ำหรือไงกันนะ?’
‘ทำไมถึงได้ดื่มน้ำอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะ?’
‘แรงกดดันมันมหาศาลขนาดนี้เลยหรอกเหรอ?’
‘แค่เดินหมากทำไมถึงได้เหงื่อผุดพรายเต็มศีรษะขนาดนี้ล่ะเนี่ย!’
‘พวกคุณน่ะไม่เข้าใจหรอกนะ โคจิโร่มีแรงกดดันที่มหาศาลเกินไปแล้วต่างหากล่ะ ตัวเขาจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อทำให้ตัวเองสงบจิตใจลงมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นกระดานนี้ก็ไม่มีความหวังแล้วล่ะ!’
‘จะบอกว่าอย่างไรดีล่ะ?’
‘กระดานนี้ซูซูกิ โคจิโร่ยังมองไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าแนวทางเดินหมากของหลินจือไป๋คือแนวทางแบบไหนกันแน่!’
‘หากจะยกอุปมาเปรียบเปรยให้คุณฟังล่ะก็ คงจะประมาณว่ายอดฝีมือประชันวรยุทธ์กัน คุณยังมองกระบวนท่าของอีกฝ่ายไม่ชัดเจนเลยสักนิด ตัวคุณเองก็แทบจะจบเหร่ไปเรียบร้อยแล้วอย่างนั้นแหละ’
‘ดูท่าทางระดับความสามารถของคุณจะยังสูงไม่พอนะ ยอดฝีมือต่างก็รับรู้กันดีแล้วล่ะว่ากระดานนี้โคจิโร่พ่ายแพ้ไปเรียบร้อยแล้ว’
ใช่แล้ว
โคจิโร่พ่ายแพ้ไปเรียบร้อยแล้ว
หลังจากกลับมาจากห้องน้ำแล้วเดินหมากต่อไปอีกสิบนาที โคจิโร่ก็ทิ้งเม็ดหมากยอมรับความพ่ายแพ้ หลินจือไป๋คว้าชัยชนะในกระดานแรกมาครองได้ก่อนเลย!
“ฟู่”
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ คราหนึ่ง โคจิโร่จ้องมองดูหลินจือไป๋เขม็ง ภายในแววตามีความหวาดกลัวแผ่ซ่านอยู่บ้าง ตัวเขาได้รับรู้ตระหนักแล้วว่า อีกฝ่ายเกรงว่าย่อมไม่มีทางเป็นพวกเดินหมากนอกตำราอย่างแน่นอน……
การสกัดมุมเล็กๆ นั้นไม่ใช่จุดสำคัญหรอกนะ
จุดสำคัญคือตั้งแต่ต้นจนจบอีกฝ่ายไม่มีความปล่อยปละละเลยดูแคลนเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ได้ให้โอกาสแก่ตัวเองเลยแม้แต่น้อยนิด!
เห็นๆ กันอยู่ว่ายามที่วางค่ายกลนั้น กลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าก็อบอวลไปทั่วแล้ว ไฉนตัวเองถึงได้ไม่ค้นพบกันนะ?
รอจนกระทั่งถึงช่วงกลางกระดาน ค่อยมาตระหนักรับรู้ถึงปัญหาได้ ตัวเองก็ไร้หนทางให้ช่วยเหลือเยียวยาเสียแล้ว แน่นอนว่าช่วงเวลาปิดกระดาน ก็แปรเปลี่ยนเป็นแมตช์การเข่นฆ่าล้างบางอันรวดเร็วปานบดขยี้กิ่งไม้แห้งของหลินจือไป๋โดยตรงเลยทีเดียว!
“เตรียมตัวสำหรับกระดานที่สอง!”
การแข่งขันใช้ระบบชนะสองในสามกระดาน
ซูซูกิ โคจิโร่ยังคงมีโอกาสอยู่
ก็ได้
ไม่มีโอกาสแล้วล่ะ
กระดานที่สองเวลากินไปไม่นานเท่าไหร่ ซูซูกิ โคจิโร่ก็ทิ้งเม็ดหมากยอมรับความพ่ายแพ้ ยามที่ลุกขึ้นยืนนั้นคนทั้งตัวถึงกับเกิดอาการโงนเงนก้าวพลาดไปก้าวหนึ่ง ยังดีที่เจ้าหน้าที่คอยช่วยพยุงเอาไว้ได้ทันท่วงทีถึงไม่ได้ล้มคว่ำลงไป
ยามที่เดินไปถึงตรงบริเวณประตูทางออกนั้น
ซูซูกิ โคจิโร่หันใบหน้ากลับมา มองดูหลินจือไป๋ที่มีสีหน้าเรียบเฉย อดไม่ได้ที่จะคิดคำนึงด้วยความจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวลอยๆ ว่า เกรงว่าอีกฝ่ายย่อมไม่มีทางจดจำได้หรอกมั้งว่าตัวเองเป็นใครกันแน่น่ะ?
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
หากบอกว่าในกระดานแรก ตัวเองอาจจะประมาทเลินเล่อดูแคลนศัตรูไป หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะถูก ‘แนวทางนอกตำรา’ ของหลินจือไป๋โจมตีจนตั้งตัวไม่ติด งั้นในกระดานที่สองก็แทบจะเสาะหาข้อแก้ตัวเพื่อปัดความรับผิดชอบไม่ได้เลยสักนิดสิ สู้ไม่ได้ก็คือสู้ไม่ได้นั่นแหละ!
“ขอแสดงความยินดีกับหลินจือไป๋ด้วยครับ!”
ภายในห้องถ่ายทอดสดขนาดใหญ่ยังคงกำลังออกอากาศแมตช์การแข่งขันอันทรหดอดทนกลั้นปัสสาวะประชันฝีมือกันระหว่างหลี่ป๋อและโคมินาโตะ โอทาเกะอยู่เลย พิธีกรพลันเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาลอยๆ ว่า “ขอแสดงความยินดีกับหลินจือไป๋ด้วยครับ”
หลังจากนั้นตัวเขาถึงได้เอ่ยปากอธิบายความตามมาว่า
“อาจารย์หลินจือไป๋เอาชนะซูซูกิ โคจิโร่ไปด้วยคะแนนสองต่อศูนย์กระดาน คว้าแต้มจากผู้เล่นของฝั่งตรงข้ามมาให้แก่ทีมฉีโจวได้เป็นคนแรกเลยครับ!”
ผู้ชม: ??
ความเร็วระดับนี้มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่าวะเนี่ย?
กระดานแรกของหลี่ป๋อและโคมินาโตะ โอทาเกะยังไม่สิ้นสุดลงเลยด้วยซ้ำนะเชียว!
หรือจะเอ่ยปากบอกว่ากระดานแรกของผู้เล่นโดยส่วนใหญ่ต่างก็ยังไม่สิ้นสุดลงเลยซะด้วยซ้ำ!
หลิวจี๋ที่เพิ่งจะคว้าชัยชนะในกระดานแรกมาครองได้สำเร็จ ในเวลานี้เองก็เพิ่งจะดำเนินไปถึงกระดานที่สองเท่านั้นเองนะเชียว!
การแข่งขันหมากล้อมระดับท็อปที่เป็นมืออาชีพประเภทนี้ ต่อให้มีความห่างชั้นของพละกำลังอยู่บ้าง อย่างน้อยที่สุดก็ย่อมสามารถต่อกรพัวพันกันได้สักระยะหนึ่งสิ หากมีการแข่งขันสองกระดานที่รวดเร็วถึงขนาดนี้ นั่นก็มีเพียงคำอธิบายเดียวเท่านั้นว่า ระดับความสามารถของทั้งสองคนมีความห่างชั้นกันมากเกินไปแล้ว ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ระเบิดสังหารอีกฝ่ายหนึ่งจมดินไปเรียบร้อยแล้วต่างหากล่ะ!
เพราะฉะนั้น……
ซูซูกิ โคจิโร่ถูกหลินจือไป๋ระเบิดสังหารอย่างทารุณโหดร้ายไปเรียบร้อยแล้วงั้นเหรอ!?
===================