ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 69 หิมะตกแล้ว
ตอนที่ 69 หิมะตกแล้ว
วันที่สิบหกเดือนธันวาคม ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ พุ่งขึ้นสู่อันดับที่เก้า
วันที่สิบเจ็ดเดือนธันวาคม ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ พุ่งขึ้นสู่อันดับที่แปด
วันที่สิบแปดเดือนธันวาคม ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ไต่ขึ้นสู่อันดับที่เจ็ด
ในชาร์ตประจำฤดูกาล ยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไรระยะห่างระหว่างอันดับยิ่งกว้างขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นทุกครั้งที่ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ขยับขึ้นอีกหนึ่งอันดับ จึงหมายถึงยอดดาวน์โหลดที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
เมื่อพิจารณาว่าเดือนนี้ยังเหลืออีกกว่าสิบวัน ในวงการจึงเชื่อว่าเพลงนี้มีโอกาสทะลุเข้าสามอันดับแรกในท้ายที่สุด
แต่โอกาสคว้าแชมป์อาจไม่สูงนัก เพราะตอนนี้อันดับหนึ่งเป็นของหลี่เซียว ราชินีเพลงแห่งเทียนกวง
ราชาเพลง ราชินีเพลง นักร้องระดับนี้ไม่ใช่ว่าจะโค่นลงได้ง่ายๆ
ส่วนอันดับสองและสามในตอนนี้ก็ล้วนเป็นนักร้องแถวหน้า ถึงจะเทียบกับราชาเพลงหรือราชินีเพลงไม่ได้ แต่อิทธิพลก็ถือว่าน่ากลัวทีเดียว
ไม่พูดว่าสามารถหยุดยั้ง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยก็พอสกัดได้สักสองสามวันละนะ
หลินจือไปกลับแสดงท่าทีสงบมากกับเรื่องนี้
มากสุดฉูฉือก็แค่จบลงด้วยอันดับสองในชาร์ตประจำฤดูกาลเหมือนไป๋ตี้
อย่างไรเขาก็บรรลุจุดประสงค์แล้ว เพลงนี้แค่ใช้สร้างชื่อเสียง
ตอนนี้ทั้งในและนอกวงการต่างก็จับตาเพลงนี้กันมากพอแล้ว
จุดนี้รับประกันได้ว่าเพลงถัดไปของฉูฉือจะมียอดผู้ฟังตั้งต้นที่ไม่เลว อย่างน้อยก็ไม่ถูกกีดกันจากแพลตฟอร์ม
แต่เจียงเฉิงกลับไม่ได้คิดแบบนั้น
ช่วงนี้เจียงเฉิงดูจะหมกมุ่นไปหน่อย ทุกวันเอาแต่จ้องอัปเดตชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลในโทรศัพท์
เขาคาดหวังว่าเพลงนี้จะคว้าแชมป์ให้ได้ถึงขั้นเฝ้ารออย่างใจจดจ่อ
ความใฝ่ฝันก็ต้องมีบ้างล่ะนะ เจียงเฉิงนึกถึงตอนที่ไป๋ตี้ไต่อันดับในชาร์ตประจำฤดูกาลก่อนหน้านี้
หัวหน้าแผนกของเขาก็น่าจะรู้สึกไม่ต่างกันละมั้ง?
แต่ฉูฉือนั้นส่งอิทธิพลได้มากจริงๆ ถึงขนาดว่าพี่สาวยังโทรมาหาหลินจือไปโดยเฉพาะ
“นายได้ดูชาร์ตฤดูกาลเดือนนี้หรือเปล่า มีศิลปินนักร้องนักแต่งเพลงหน้าใหม่ชื่อฉูฉือ กำลังพาเพลงใหม่กวาดกระแสไปแบบถล่มทลาย ตอนนี้ในกลุ่มคนวงการพูดถึงกันทุกวันเลย”
หลินจือไปทำทีเมินเฉยต่อเรื่องราวภายนอก พี่สาวไม่ได้สงสัยอะไร กลับคิดว่านี่แหละเข้ากับนิสัยน้องชายดี
“ตอนนี้ในวงการรวมถึงสื่อบางเจ้าเริ่มเอาเขามาเทียบกับนายกันแล้ว
เพราะเพลง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ของเขาไม่ใช่แค่เพลงใหม่จากศิลปินหน้าใหม่ แต่ยังเป็นเพลงโบราณด้วย ยังไงนายก็เคยออกเพลงโบราณมาก่อนเหมือนกันนี่”
“แนวโบราณเหรอครับ”
หลินจือไปแกล้งทำทีเป็นสนใจขึ้นมา แต่จากน้ำเสียงก็ฟังไม่ออกเลยว่ามีพิรุธอะไร
“ใช่แล้ว แนวโบราณไง!”
ในที่สุดพี่สาวก็บอกเหตุผลที่ตนเองโทรมา
“หลังจากที่นายกับฉูฉือก่อกระแสในชาร์ตฤดูกาล ตอนนี้ทั้งวงการเริ่มให้ความสนใจกับเพลงแนวโบราณมากขึ้นแล้ว
ถ้านายยังไม่ได้เริ่มเขียนเพลงใหม่ละก็ พี่ขอแนะนำเพลงแนวโบราณให้นาย เพราะต่อไปทุกคนต้องแห่มาเกาะกระแสเพลงโบราณแน่นอน”
“ผมจะลองคิดดู”
หลินจือไปคิดว่าเพลงต่อไปของไป๋ตี้ก็น่าจะเป็นแนวนี้ได้เหมือนกัน อย่างไรก็มี ‘แสงจันทรา’ ปูทางไว้แล้ว ไม่ได้ดูขัดกัน
“เชื่อพี่เถอะ แนวโบราณจะเป็นรหัสลับเรียกกระแสต่อไปแน่ๆ”
พี่สาวพูดด้วยรอยยิ้ม
“แต่กระแสนี้เริ่มจากนาย เพราะงั้นถ้านายจะออกเพลงแนวโบราณอีกก็ไม่มีใครว่านายตามกระแสหรอก กลับกันฉูฉือดูเหมือนจะเกาะกระแสความนิยมของแนวโบราณจาก ‘แสงจันทรา’ ของนายมากกว่า”
“ตนเองเกาะตนเองไม่นับว่าเกาะ”
คำพูดของหลินจือไปมีนัยสองแง่ พี่สาวไม่มีทางนึกถึงความหมายอีกชั้นหนึ่งได้แน่นอน
เพราะพี่สาวรู้จักหลินจือไปดี ว่าน้องชายคนนี้ของเธอไม่ถนัดร้องเพลงจริงๆ
อย่างไรก็คนในครอบครัว จะไม่รู้ได้ยังไงละว่าหลินจือไปร้องเพลงเพี้ยน
ถ้าหลินจือไปร้องเพลงได้ พี่สาวคงอยากให้เขาเป็นศิลปินนักร้องนักแต่งเพลงไปแล้ว
“ที่นายพูดก็ถูกนะ เกาะกระแสตัวเองไม่เรียกเกาะกระแส บางทีพี่ก็รู้สึกว่าฉูฉือจงใจเลียนแบบนายอยู่เหมือนกันนะ ชื่อนายคือไป๋ตี้ ส่วนชื่อเขาก็มาจาก ‘ฉูฉือ’”
“นี่เรียกว่าเลียนแบบเหรอ?”
“แน่นอนสิ ความโดดเด่นไม่เหมือนใคร กลิ่นอายความโอหังเหมือนกัน เลยทำให้เกิดความรู้สึกเดจาวูอยู่หน่อยๆ ถึงแม้ว่าชื่อในวงการของนายเป็นพี่ตั้งให้ก็เถอะ”
“งั้นถ้าเขาอยากเลียนแบบจริงๆ ก็ควรใช้ชื่อ เฮยตี้ หรือไม่ก็ หวงตี้ (จักรพรรดิ/ฮ่องเต้) ไปเลยสิ”
“เฮยตี้ยังพอว่า แต่หวงตี้นี่จะดูเกินไปหน่อยนะ ใครเขาจะกล้าเลียนแบบออกนอกหน้าขนาดนั้น”
หลินจือไปแกล้งทำเป็นถามลอยๆ
“แล้วจากประสบการณ์พี่ คิดว่าฉูฉือจะคว้าอันดับหนึ่งในชาร์ตฤดูกาลได้ไหม?”
“ไม่ได้หรอก”
หลินซีตอบอย่างมั่นใจ
“ตอนนั้นนายไม่ได้แชมป์ เพราะเหตุผลหลักๆ คือปล่อยเพลงช้าเกินไป ส่วนฉูฉือปล่อยตั้งแต่วันแรกของเดือนก็จริง
แต่มีอีกปัจจัยที่เลี่ยงไม่ได้ คือไม่มีบริษัทหนุนหลัง อีกอย่างฉูฉือยังลึกลับมาก ไม่ได้ออกหน้าโปรโมตเพลงด้วยตัวเองเลย”
“ทำไมละ?”
หลินจือไปถามเพราะอยากรู้ว่าคนในวงการคิดเห็นอย่างไรกับฉูฉือผ่านคำพูดของพี่สาว
“ปกติก็มีสองเหตุผลนะ”
พี่สาวกล่าว
“อย่างแรกคือฉูฉืออาจเป็นเหมือนนักแต่งเพลงหลายๆ คนที่ชอบอยู่เบื้องหลัง ยังไงเขาไม่ใช่แค่นักร้อง แต่เป็นนักแต่งเพลงด้วย จะมีนิสัยแบบนักแต่งเพลงก็ไม่แปลกเลย”
“แล้วอีกเหตุผลละ?”
“อีกเหตุผลหนึ่งที่พอจะเดาได้อาจจะฟังดูใจร้ายไปหน่อย อาจเพราะหน้าตาไม่ดีนัก นายก็รู้ว่านักร้องที่หน้าตาไม่ดี การเลือกอยู่เบื้องหลังอาจจะดีกว่า อย่างน้อยก็ช่วยให้ผู้ฟังมีพื้นที่จินตนาการมากว่านะ”
หลินจือไป:
“…”
ดูท่าการหลบอยู่เบื้องหลังก็ไม่ใช่เรื่องดีทั้งหมด บางทีฐานะของไป๋ตี้อาจพอที่จะเปิดเผยตัวเพื่อดึงดูดความสนใจได้บ้าง อย่างไรไป๋ตี้ก็เป็นตัวตนที่เปิดเผยอยู่แล้ว ไม่ได้คิดจะปิดบังใคร
“พี่ได้ศึกษาแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของยอดดาวน์โหลด ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ มาแล้ว”
หลินซีใช้ประสบการณ์ของตัวเองในวงการวิเคราะห์อย่างมืออาชีพ
“ไม่แปลกที่ทุกคนบอกว่าฉูฉือเล่นบทเดียวกับนาย ท้ายที่สุดแล้วเพลงของเขาน่าจะไปได้ไกลสุดที่อันดับสองของชาร์ตประจำฤดูกาล”
“ผลงานเปิดตัวครั้งแรกก็ขึ้นถึงอันดับสองของชาร์ตประจำฤดูกาลเลยเหรอ?”
แม้หลินจือไปจะทำใจมาบ้างแล้ว แต่พอได้ยินพี่สาวพูดแบบนั้นก็อดจะปวดท้องจี๊ดไม่ได้
ฉันมีวาสนากับ ‘เลขสอง’ หรือไง?
ทำไมทั้งสองนามแฝงเปิดตัวต่างก็เจอชะตาแบบนี้กันหมด?
ไป๋ตี้เจอราชาเพลงขัดขวาง ฉูฉือก็มาเจอราชินีเพลงกีดกันอีก
สองคนนั้นยังเป็นศิลปินจากเทียนกวงด้วย เทียนกวงคงไม่ได้จงใจเล่นงานฉันหรอกนะ?
หลินจือไปคิดอย่างขบขัน ถ้าเทียนกวงรู้คงเดือดน่าดู
ใครกันแน่ที่จ้องสกัดใคร ใจนายไม่เคยคิดบ้างเหรอ?
“ถ้าไม่มีอะไรพลิกล็อก”
หลินซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อย่างเช่นฉูฉือประกาศตัวเข้าสามค่ายใหญ่ ก็จะได้ทรัพยากรหนุนหลังทันที”
ชะงักไปครู่หนึ่ง หลินซีพูดต่อ
“แต่ดูแล้วคงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ บริษัทเราติดต่อไปหาผู้จัดการของฉูฉือแล้ว อีกฝ่ายบอกว่าไม่อยากเข้าร่วมบริษัทไหนทั้งนั้น”
“มีเอกลักษณ์ดีนะ”
หลินจือไปแกล้งทำเป็นวิจารณ์
พี่สาวกล่าวว่า
“อย่าเพิ่งสนใจฉูฉือเลย ยังไงนายลองแต่งเพลงโบราณอีกสักเพลงดูแล้วกัน!”
“อืม”
ทั้งสองคุยกันอีกพักหนึ่งจึงวางสายไป
หลินจือไปเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า แล้วครุ่นคิดถึงคำแนะนำของพี่สาวอย่างจริงจัง
ก่อนหน้านี้ไป๋ตี้เคยปล่อยเพลงโบราณมาแล้ว เดือนนี้ฉูฉือก็ทำเพลงโบราณมาอีก กระแสเพลงโบราณจึงเริ่มบูมขึ้นมา
นี่แหละตลาด ตอนนี้กระแสเพลงโบราณกำลังมา การไปตามน้ำเป็นทางเลือกที่ดี
กระแสที่ตัวเองเป็นคนจุดขึ้นมา จะปล่อยให้คนอื่นได้ประโยชน์ไปหรือไง?
ดังนั้นคราวหน้าฉูฉือยังปล่อยเพลงโบราณต่อไปได้ อย่างไรหลินจือไปก็มีตัวเลือกอีกมาก
ไป๋ตี้ก็ได้เหมือนกัน ขอแค่สองตัวตนแฝงไม่ไปขัดขวางช่วงเติบโตของกันและกันก็พอ
แต่ก็คงหลบกันตลอดไปไม่ได้ สักวันหนึ่งเมื่อตัวตนแฝงทั้งสองเริ่มมีอิทธิพลมากขึ้น อาจจะถึงเวลาที่ควรให้ทั้งสองมาเจอกันบ้าง
ไม่มีใครคาดคิดว่านี่คือกลยุทธ์มือซ้ายตีมือขวาของหลินจือไป
แต่ตอนนี้บลูสตาร์ให้คำนิยามของเพลงสไตล์โบราณค่อนข้างกว้างเกินไป อีกทั้งการพัฒนายังเป็นไปอย่างเชื่องช้า และยังไม่มีเพลงที่เป็น ‘สไตล์จีนแท้ๆ’ ออกมาเลย
แน่นอน บนบลูสตาร์ตอนนี้ไม่มีการแบ่งประเทศ บางทีในอนาคตหากหลินจือไปได้เพลงสไตล์จีนออกมา ก็อาจใช้ชื่ออย่างอื่นแทน อย่างเช่น ‘สไตล์คลาสสิก’ อะไรทำนองนั้น?
หรือไม่… ช่างมันเถอะ แค่เติมคำว่าคลาสสิกสองคำนี้เข้าไปก็ฟังดูหรูหราขึ้นมาทันที
จริงสิ ในชาติที่แล้ว เพลงจีนสไตล์ดั้งเดิมเพลงแรกที่แท้จริง เหมือนจะเป็น ‘ลมบูรพาร้าวราน’ ของโจวตงใช่ไหมนะ?
หลินจือไปจำข้อมูลได้รางๆ
แต่หลินจือไปก็ไม่ได้รีบร้อนจะหยิบเพลงนี้ออกมา เพราะเพลงแนวนี้มีความบุกเบิกสูงมาก เอาออกมาเมื่อไร เพลงโบราณอื่นๆ คงหมองกันหมด
เอาไว้ทีหลังก็แล้วกัน
จากนั้นอีกสองวัน ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ยังคงพุ่งทะยาน
วันที่สิบเก้าเดือนธันวาคม ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ พุ่งไปสู่อันดับหกของชาร์ตประจำฤดูกาล
วันที่ยี่สิบเดือนธันวาคม ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ พุ่งไปสู่อันดับห้าของชาร์ตประจำฤดูกาล
พี่สาวพูดไว้ไม่ผิด หากพิจารณาจากแนวโน้มการเติบโตของ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ถ้าไม่มีอะไรพลิกล็อก เพลงนี้น่าจะจบด้วยอันดับสองในชาร์ตประจำฤดูกาล
อันดับหนึ่งคงหมดหวัง
แต่ในโลกนี้บางเรื่องก็คาดเดาไม่ได้ อย่างเช่น ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า วันที่ยี่สิบเอ็ดเดือนธันวาคมปีนี้ จู่ๆ ฉินโจวจะมีหิมะแรกของฤดูหนาวตกลงมา…
ใช่แล้ว หิมะตก
วันนี้หลายพื้นที่ในฉินโจวมีหิมะตก รวมถึงซูเฉิงและเมืองใกล้เคียงด้วย หลินจือไปเองก็เริ่มสวมเสื้อกันหนาวแล้ว
แน่นอน เดือนธันวาคมทุกปีของซูเฉิงมักจะมีหิมะตกอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร แค่เป็นสัญญาณว่าฤดูหนาวปีนี้ได้มาถึงแล้วจริงๆ
แต่สำหรับบางคน หิมะครั้งนี้กลับมีความหมายพิเศษเหลือเกิน
ทะเลสาบซีหูที่หางโจว หิมะโปรยปราย
นักท่องเที่ยวพยายามหลบหิมะไปพร้อมๆ กับยกมือถือขึ้นมาถ่ายภาพสะพานขาด จนเสียงแชะๆ ดังก้องไปทั่วไม่ขาดสาย
ไม่มีใครบ่นถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน กลับรู้สึกว่านี่เป็นของขวัญสุดเซอร์ไพรส์จากสวรรค์
“บังเอิญจริงๆ!”
“หลังจากฉันฟัง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ก็อยากมาเที่ยวซีหู มาดูสะพานขาดที่ว่าในเพลง ใครจะคิดว่าพอมาถึงสะพานขาด หิมะก็ตกลงมาเลย รู้สึกอย่างกับหิมะรอบนี้ตกลงมาเพื่อต้อนรับฉันโดยเฉพาะ”
“โรแมนติกจัง”
เพราะเพลงเพลงเดียวทำให้ตัดสินใจไปยังที่ที่หนึ่ง แล้วฉากหิมะที่ถูกบรรยายไว้ในเพลงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน พอดิบพอดี ช่างเป็นความบังเอิญอย่างยิ่ง
เดิมทีก็แค่หัวข้อพูดคุยเกี่ยวกับความโรแมนติก โพสต์ภาพหิมะลงโซเชียล แต่เขตท่องเที่ยวซีหูกลับเล่นใหญ่เกินคาด
ในคืนนั้น เขตท่องเที่ยวซีหูได้เผยแพร่วิดีโอโปรโมตที่งดงามตระการตาลงบนอินเทอร์เน็ต พร้อมกับแคปชันที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกและอารมณ์ศิลป์
‘หิมะตกแล้ว’
หิมะอะไร? ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’
เพลงประกอบในวิดีโอก็คือเพลง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’
ฉูฉือร้องเพลง คล้ายเอ่ยถามอย่างแผ่วเบาว่า
“สะพานขาดเคยปกคลุมด้วยหิมะหรือไม่ ใจคะนึงถึงดวงหน้าเจ้า…”
ในช่องคอมเมนต์ ความคิดเห็นยอดฮิตอันดับหนึ่งคือ:
‘บอกฉูฉือคนนั้นไม่ต้องถามแล้ว วันนี้สะพานขาดหิมะตกแล้ว!’