ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 68 หน้าใหม่สุดทรนงตัว
ตอนที่ 68 หน้าใหม่สุดทรนงตัว
เหมือนอย่างที่เพื่อนร่วมงานของโจวหานจิ้นบอกไว้ ช่วงสองวันมานี้ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ได้อาละวาดปั่นป่วนไปทั่ว!
บนชาร์ตเพลงโกลาหลกันยกใหญ่!
เพลงใหม่ของศิลปินหน้าใหม่เพลงนี้ได้รับความสนใจและถูกพูดถึงในวงการอย่างล้นหลาม
ทุกคนอดนึกถึงเพลง ‘ดับทุกข์’ ที่ไป๋ตี้ปล่อยในเดือนที่เปิดตัวไม่ได้ ตอนนั้นก็ไล่ถล่มชาร์ตไม่ไว้หน้าใครแบบนี้เหมือนกัน กระโจนไปข้างหน้าไม่หวั่นลมฝน!
“วงการเพลงกำลังจะเปลี่ยนไปอีกแล้วเหรอ!?”
“ทำไมเป็นเพลงใหม่จากศิลปินหน้าใหม่อีกแล้ว!?”
“ฉูฉือนี่โผล่มาจากไหนกันแน่?”
“อู๋ฉือ… ฉูฉือ ตั้งชื่อได้โอหังเหมือนกับไป๋ตี้ไม่มีผิด”
“เดี๋ยวนี้ศิลปินหน้าใหม่หยิ่งผยองกันทั้งนั้น คิดว่าตัวเองเก่งมาก แต่คนที่เก่งจริงมีแค่ไป๋ตี้เท่านั้น แน่นอนดูจากตอนนี้ฉูฉือนี่ก็น่าจะเก่งพอตัวเหมือนกัน”
“ใช่เลย”
“แนวโน้มเพลงนี้เหมือนกับ ‘ดับทุกข์’ เมื่อสองสามเดือนก่อนมากเลย ฉูฉือนี่แทบจะคัดลอกบทเปิดตัวขั้นเทพของไป๋ตี้มาเป๊ะๆ!”
“ไม่เหมือนกันหรอก”
“ถึงไป๋ตี้จะเขียนเนื้อเพลง แต่งทำนอง และเรียบเรียงเอง แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้ร้องเอง”
“แต่ฉูฉือคนนี้แต่งเองร้องเอง แถมยังเป็นหน้าใหม่ที่ไม่มีบริษัทไหนหนุนหลังอีกต่างหาก!”
“เด็กรุ่นใหม่โหดขนาดนี้แล้วเหรอ?”
“แค่ไม่กี่เดือนก็มีอัจฉริยะโผล่มาถึงสองคนติดๆ!”
“ดูท่าบรรดาค่ายเพลงใหญ่ๆ จะเริ่มเปิดศึกชิงตัวกันอีกแล้ว”
“ต้องรอดูก่อนว่าเพลงนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน แนวโน้มตอนนี้ยังบอกยาก หน้าใหม่ระดับปรากฏการณ์อย่างไป๋ตี้ไม่ใช่ว่าใครก็ลอกสูตรได้หรอก แต่เพลงนี้มีข้อได้เปรียบที่ ‘แสงจันทรา’ ไม่มี นั่นคือไม่ได้ร้องยาก ทำให้มีอัตราการร้องตามสูงมาก!”
อัตราการร้องตามกับระดับความยากในการร้องมักจะเป็นแปรผกผันกัน ยิ่งเพลงร้องง่ายเท่าไร ก็ยิ่งมีคนร้องตามมากเท่านั้น
คืนนี้ภายในคาราโอเกะ มีคนมากมายเลือกร้อง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ นี่แหละข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด
ถึงจะเป็นเพลงโบราณที่กำลังฮิตเหมือนกัน แต่กลับมีน้อยคนที่เลือกร้อง ‘แสงจันทรา’
ไม่ใช่ว่าเพลงนั้นมีปัญหาเรื่องคุณภาพ แต่เพราะทุกคนร้องไม่ไหวต่างหาก
สามพยางค์เปลี่ยนระดับเสียงสิบห้าครั้งจะร้องยังไง?
และมีคนร้องตามเยอะ ก็ส่งผลโดยตรงต่ออันดับในชาร์ตเพลง
ตัวอย่างง่ายๆ คนที่ยังไม่รู้จักเพลงนี้มาก่อน พอไปคาราโอเกะกับเพื่อน ได้ยินเพื่อนร้อง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ก็จะสงสัยว่านี่คือเพลงอะไร?
ฟังแล้วเพราะดี และดูไม่ยากเท่าไรด้วย…
พอเป็นแบบนี้ ความนิยมของ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ก็ย่อมสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ตรงจุดนี้เหมือนกับ ‘ดับทุกข์’ ไม่มีผิด เพราะเป็นเพลงที่ฟังแป๊บเดียวก็ร้องตามได้
แน่นอน ถ้าจะเทียบกันจริงๆ อัตราการเติบโตของ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ยังคงช้ากว่าอีกเพลงอยู่บ้าง
แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ เพราะเงื่อนไขมันชัดเจนอยู่แล้ว
เบื้องหลังไป๋ตี้มีเสินฮว่าช่วยโปรโมต
ส่วนฉูฉือเป็นหน้าใหม่ไร้สังกัด ไม่มีบริษัทคอยหนุนหลัง ในหน้ารายละเอียดเพลงจะระบุบริษัทผู้ผลิตเพลงเหล่านั้น ซึ่งมองปราดเดียวก็เห็นหมด
ไม่ได้โปรโมตหนัก ยอดจะขึ้นช้าหน่อยก็ไม่แปลก
แต่อย่างไรเพลงนี้ก็ปล่อยตั้งแต่ต้นเดือน ยังมีเวลามากพอให้ไล่ตาม
แล้วก็เป็นตามนั้น เมื่อถึงวันที่สิบห้าเดือนธันวาคม เพลงใหม่จากศิลปินหน้าใหม่ไร้สังกัดเพลงนี้ ก็ตีฝ่าเข้าสิบอันดับแรกของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลได้สำเร็จ!
วินาทีนั้น โจวหานจิ้นถึงกับเริ่มหวั่นไหว
เขาพูดกับแฟนสาวหลี่เชียวว่า
“เธอเตรียมใจไว้ให้ดีนะ เพลงนี้เป็นภัยคุกคามสำหรับเธอจริงๆ”
เรื่องนี้เกี่ยวกับว่าหลี่เชียวจะรักษาอันดับหนึ่งในชาร์ตประจำฤดูกาลได้หรือเปล่า โจวหานจิ้นจึงให้ความสนใจมาก ถึงขั้นไปนั่งวิเคราะห์เพลงนี้อย่างละเอียด จนค้นพบปรากฏการณ์บางอย่าง
ปรากฏการณ์ที่น่าหวั่นวิตกอย่างมาก
นั่นก็คืออัตราการร้องตามของเพลงนี้ในคาราโอเกะหลายแห่งช่วงสองวันทีผ่านมายังคงอยู่ในสิบอันดับแรกอย่างเหนียวแน่น!
ต้องเข้าใจว่าคนส่วนใหญ่ที่ไปคาราโอเกะมักจะร้องเพลงเก่าๆ มีน้อยมากที่เพลงใหม่จะเบียดเข้าไปติดสิบอันดับแรก!
ถ้าเข้าไปได้… นั่นก็หมายว่าอัตราการร้องตามของเพลงใหม่เพลงนี้ได้ปะทุขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว
หลี่เชียวถอนหายใจ
“ฉันไม่เหมือนนายที่ชอบปากแข็งหรอก วันนั้นตอนที่ฟังเพลงนี้จบ ฉันก็รู้เลยว่าเพลงนี้จะเป็นภัยต่อฉัน เพราะตอนนี้เพลงนี้ได้กลายเป็นตำนานในใจของคนรักเพลงโบราณไปแล้ว เพลงก่อนที่เคยได้รับการยกย่องขนาดนี้ก็คือ ‘แสงจันทรา’ ของไป๋ตี้”
“เพลงโบราณกำลังจะดัง”
โจวหานจิ้นกล่าวอย่างครุ่นคิด
หลี่เชียวพยักหน้า
“จากนี้ไปเพลงโบราณคงจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล เพราะกลุ่มผู้ฟังสไตล์นี้กำลังขยายวงกว้าง เราเองก็น่าลองออกเพลงโบราณบ้างเหมือนกัน”
“งั้นเดือนนี้…”
“เดือนนี้ฉันจะไม่ดิ้นรนแล้ว ลองดูว่า ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ จะโค่นฉันได้หรือเปล่าแล้วกัน ถ้าหมอนั่นทำได้จริงๆ ฉันก็จะยอมให้เขาเปิดตัวแล้วขึ้นสู่จุดสูงสุดไปเลยจะเป็นไรไป”
หลี่เชียวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ในฐานะราชินีเพลง ถ้าจะต้องทุ่มสุดตัวปั่นตัวเลขสุดชีวิตเพื่อขัดขวางหน้าใหม่คนหนึ่งถึงจะเอาชนะได้ก็คงรู้สึกอึดอัดอยู่ดี
โจวหานจิ้น:
“…”
แม่คนนี้กำลังแซะฉันอยู่หรือเปล่านะ?
ถึงจะใช่ ก่อนหน้านี้ฉันก็ไม่ได้คิดจะขวางทางไป๋ตี้หรอก แค่หาทางลงให้ตัวเองเท่านั้น
หลี่เชียวยิ้มจางๆ ท่าทางสงบนิ่งใจเย็นมาก
แต่แผนกเพลงของเทียนกวงในตอนนี้กลับนิ่งเฉยไม่ได้แล้ว
ในฐานะบริษัทสื่อบันเทิงที่ทำผลงานด้านเพลงได้ดีที่สุดในสามค่ายใหญ่ พอเห็นหน้าใหม่ที่อาจสั่นคลอนตำแหน่งของราชินีเพลงในค่ายได้ คนในแผนกเพลงก็เริ่มร้อนรนกระวนกระวาย
นี่มันอะไรกัน! ปีนี้ชักไม่เป็นใจแล้วสิ!
ก่อนหน้านี้ตอนที่โจวหานจิ้นพลาดทำตกม้าตายจากชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลก็ช่างเถอะ อย่างไรตอนนี้ไป๋ตี้ก็ปีกกล้าขาแข็งแล้ว
แต่ทำไมตอนนี้ราชินีเพลงก็เสี่ยงจะตกอีกละ ปีนี้สองหน้าใหม่ที่มาแรงที่สุดต้องเป็นคู่แข่งของเทียนกวงหมดเลยหรือไง?
ทำไมแกไม่ปล่อยเพลงนี้ตั้งแต่เดือนที่แล้วล่ะ?
ถ้าออกเดือนที่แล้ว ก็จะได้ประลองเพลงกับไป๋ตี้ไปเลย การปะทะกันซึ่งหน้าของสองเพลงโบราณ คงจะเป็นภาพที่สวยงามน่าดู!
แต่เรื่องแปลกๆ มีทุกปี ปีนี้ดูจะเยอะเป็นพิเศษ วงการเพลงมักจะมีดาวรุ่งหน้าใหม่โผล่มาทุกสองสามปี สอดคล้องกับกฎการพัฒนาของอุตสาหกรรม แต่ปีนี้ปีเดียวดันมีหน้าใหม่ที่พุ่งทะยานถึงจุดสูงสุดโผล่มาพร้อมกันถึงสองคน?
มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย
บางคนถึงขั้นสงสัยว่าเจ้าฉูฉือคนนี้จะเป็นนามแฝงของขาใหญ่คนไหนหรือเปล่า?
แต่ไม่นานนักทุกคนก็ปัดข้อสงสัยนี้ทิ้งไป เพราะถ้าเป็นนามแฝงของระดับบิ๊กจริงๆ คงไม่สวมบทศิลปินไร้สังกัดให้ตัวเองลำบากหรอก แบบนี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไร
อีกอย่างคนใหญ่คนโตบางคนแต่งเพลงเก่ง แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีความสามารถร้องเพลงได้ ฉูฉือน่าจะเป็นหน้าใหม่ไร้สังกัดจริงๆ
ผู้บริหารระดับสูงของแผนกเพลงตัดสินใจ
“หาทางต่อไป ดูว่าพอจะให้เขาเซ็นสัญญาเข้าค่ายเทียนกวงได้ไหม ถ้าได้เราก็ให้เขาแข่งกับไป๋ตี้โดยตรงไปเลย”
ใช่แล้ว เมื่อ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ พุ่งเข้าสู่สิบอันดับแรกในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล เพลงนี้ก็ได้เข้าสู่สายตาของสามค่ายยักษ์แล้ว!
ไม่ใช่แค่เทียนกวงที่จับตามองฉูฉือ หนานเซินและเสินฮวาก็สังเกตเห็นแล้วเช่นกัน
สมกับเป็นสามค่ายยักษ์จริงๆ ปฏิกิริยาของสองบริษัทนี้ก็เหมือนกับเทียนกวงเป๊ะ: หาทางติดต่อฉูฉือให้ได้ แล้วดูว่าดึงมารวมสังกัดได้หรือไม่!
ในวงการก็มีศิลปินที่แต่งเองร้องเองอยู่บ้าง แต่เส้นทางนี้ยากลำบากอย่างมาก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครโดดเด่นมากนัก
การสร้างภาพลักษณ์แบบนี้มีตลาดมากแน่นอน
มีศักยภาพสูงกว่าเป็นเพียงนักแต่งเพลงหรือแค่นักร้องธรรมดา
แน่นอนเงื่อนไขคือต้องรักษามาตรฐานไว้ให้ได้ หากเป็นแค่บุปผาบานชั่วข้ามคืนก็จนปัญญา
ศิลปินหน้าใหม่ทุกคนต่างถูกจับตามองแบบนี้เสมอ ว่าคุณจะเป็นแค่บุปผาบานชั่วข้ามคืนหรือไม่
นี่คือกำแพงของมือใหม่ที่ต้องพุ่งชนทะลุไปให้ได้
เมื่อสองสามเดือนก่อน ตอนที่ไป๋ตี้เพิ่งเปิดตัวก็เคยเจอการประเมินแบบนี้
แต่เรื่องนั้นไว้คิดทีหลัง ตอนนี้เพลงของฉูฉือได้พุ่งทะยานไม่อาจหยุดยั้ง
เพราะเมื่อเข้าถึงสิบอันดับแรกในชาร์ตประจำฤดูกาล ก็ไม่ต้องพึ่งการโปรโมตมากขนาดนั้นแล้ว การที่เพลงหนึ่งติดอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นบนชาร์ตฤดูกาลถือเป็นการโปรโมตที่ดีที่สุดแล้ว
ดีกว่าการติดหน้าแรกของคริมเซินคลาวด์ทุกวันเสียอีก
ผลงานขนาดนี้ได้สร้างความฮือฮาให้บรรดาสื่อต่างๆ ในฉินโจว
‘วงการเพลงมีหน้าใหม่ที่เดบิวต์ปุ๊บก็พีคอีกแล้ว!’
‘ฉูฉือคือใคร?’
‘ต่อจากไป๋ตี้ก็มีหน้าใหม่อีกคนที่ดังเป็นพลุแตกด้วยสไตล์เพลงโบราณ!’
‘เพลงใหม่ของศิลปินใหม่พุ่งสู่สิบอันดับแรกในชาร์ตฤดูกาล? เหตุการณ์ที่คุ้นเคย!’
‘ปรากฏการณ์วงการเพลง: สองหน้าใหม่เขย่าวงการต่อเนื่อง!’
‘ฉูฉือนักร้องนักแต่งเพลง!?’
‘ไป๋ตี้ vs ฉูฉือ: หน้าใหม่ทั้งคู่ สไตล์โบราณของใครจะเหนือกว่า?’
อาจเพราะสไตล์การเปิดตัวของไป๋ตี้กับฉูฉือคล้ายกัน แถมทั้งคู่ยังแต่งเพลงแนวโบราณเหมือนกันพอดี จึงถูกสื่อนำมาเปรียบเทียบ
แน่นอน หลักๆ แล้วเปรียบเทียบกันที่เพลงโบราณสองเพลงนี้ ถ้าจะเอาคนมาเทียบกันก็คงเกินไปหน่อย ไป๋ตี้โด่งดังมีชื่อเสียงแล้ว หลุดจากสถานะหน้าใหม่มาเรียบร้อย
ส่วนน้ำหนักของฉูฉือยังไม่ถึงขั้นนั้น
และที่แผนกเพลงของเสินฮว่า ในแผนกเพลงที่เพิ่งปรับโครงสร้างใหม่เป็นสิบทีม
ซุนกู นักร้องที่เพิ่งดังเป็นพลุแตกจากเพลง ‘แสงจันทรา’ เมื่อเดือนก่อน ตอนนี้มองดูเพลงของฉูฉือด้วยสายตาอิจฉาริษยา
“เป็นเพลงโบราณที่ดังระเบิดอีกเพลง”
หลินโสวจัวที่อยู่ข้างๆ ไม่พูดอะไร สีหน้าดูแปลกไปเล็กน้อย
ซุนกูถามอย่างสงสัย
“ทำไมนายไม่พูดอะไรสักคำละ อิจฉาที่เขาดังเหรอ?”
หลินโสวจัวส่ายหน้ากล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฉันแค่ชอบความรู้สึกของเพลงนี้เป็นพิเศษ ช่วงนี้ฟังวนไปวนมาตลอด”
“จริงเหรอ”
ซุนกูยังรู้สึกว่าหลินโสวจัวดูแปลกๆ
หลังจากปรับโครงสร้างใหม่ ซุนกูก็เข้ามาอยู่ในทีมสิบเหมือนกัน ตอนนี้ความสัมพันธ์กับหลินโสวจัวดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่สิ่งที่ซุนกูไม่รู้ก็คือ ประเด็นที่ทำให้หลินโสวจัวสงสัย คือเสียงร้องของเพลง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ฟังดูคุ้นๆ
ฉูฉือที่โผล่มาแบบสายฟ้าแลบคนนี้…
เสียงช่างเหมือนคุณอาเหลือเกิน…
แต่ก็ไม่เหมือนไปทั้งหมด คล้ายประมาณหกเจ็ดส่วนได้
หลินโสวจัวน่าจะเป็นคนที่รู้จักเสียงของหลินจือไปดีที่สุดในโลกนี้แล้ว เพราะอย่างไรการร้องเพลงของหลินจือไปก็ได้หลินโสวจัวเป็นผู้สอน
แต่เสียงเพลงได้ผ่านซาวด์การ์ดและการปรับแต่งมาระดับหนึ่งแล้ว อีกทั้งยังมีการประมวลผลด้วยอุปกรณ์เฉพาะทางต่างๆ กว่าจะออกมาเป็นผลงานนี้ จึงไม่ได้ยินเสียงที่แท้จริง
โดยปกติแล้วคนธรรมดาไปอัดเพลงที่สตูดิโอ เสียงที่ออกมาในท้ายที่สุด แม้แต่ตัวเองก็ยังอาจฟังดูแปลกหู
ดังนั้นหลินโสวจัวจึงไม่กล้าฟันธงว่านั่นคือเสียงของคุณอาหรือเปล่า
ที่สำคัญที่สุดคือ ฉูฉือคนนี้ แม้ว่าจะมีเสียงที่ทำให้เขารู้สึกคุ้นๆ เหมือนคุณอาหกเจ็ดส่วน แต่ทักษะการร้องกลับเหนือกว่าหลินจือไปอย่างเห็นได้ชัด
หลินโสวจัวสอนหลินจือไปมานานขนาดนั้น ทักษะการร้องของหลินจือไปเป็นอย่างไรเขารู้ดี
แม้จะมีการปรับแต่งเสียงหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสิน แต่ด้วยหูที่เป็นมืออาชีพของหลินโสวจัวก็ยังคงฟันธงได้ว่าทักษะการร้องของฉูฉือเหนือกว่าคุณอาแน่นอน!!
“หรือจะเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ…”
ในใจของหลินโสวจัวลังเลไม่น้อย
แต่ก่อนหน้านี้คุณอาเคยบอกว่า อย่าเอาเรื่องที่เขามาเรียนร้องเพลงกับตนไปบอกใคร
ความลับข้อนี้ หลินโสวจัวตั้งใจจะเก็บไว้จนตาย แม้เขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมคุณอาถึงกำชับกับตนแบบนั้น…
ช่างเถอะ หลินโสวจัวไม่มีทางคิดได้เลยว่าโลกนี้มีระบบอยู่
ก่อนหน้านี้ทักษะการร้องของหลินจือไปอาจยังไม่ดีพอ แต่เมื่อเขาใช้แต้มระบบเพิ่มทักษะ ทักษะการร้องก็พุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดด
เรื่องนี้หลินโสวจัวไม่รู้เลย ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่สงสัย และจะไม่มีวันบอกข้อสงสัยของตัวเองให้ใครฟัง…
คืนนั้น เจียงเฉิงติดต่อหลินจือไป
“ตอนนี้เจ้านายเนื้อหอมมากเลยนะครับ บริษัทเพลงหลายเจ้าติดต่อมาหาผม อยากให้คุณเซ็นสัญญากับพวกเขา”
“ปฏิเสธไปครับ”
หลินจือไปไม่คิดจะให้ฉูฉือไปเซ็นสัญญากับค่ายเพลงไหน บริษัทเพลงพวกนี้อยากใช้ฉูฉือเป็นเสาหลักในการทำเงิน เมื่อเพลงหนึ่งโด่งดังแล้วก็หมายความว่าเขามีมูลค่าทางการตลาดระดับหนึ่ง
“แน่นอนครับ”
เจียงเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“แต่ผมไม่คิดเลยว่าแม้แต่สามค่ายใหญ่ก็ยังสนใจ ส่งคนมาคุยกับผม อยากจะเซ็นสัญญากับคุณ เงื่อนไขที่ยื่นมาก็ดีกว่าศิลปินหน้าใหม่ทั่วไปเยอะเลย”
หลินจือไปฟังแล้วไม่แปลกใจ ในสายตาพวกเขา ฉูฉือคือนักร้องนักแต่งเพลงไร้สังกัด ย่อมหาวิธีแย่งตัวมา
“ยังไงซะผมก็ปฏิเสธไปหมดแล้วครับ”
เจียงเฉิงกล่าว
“รวมถึงข้อเสนองานอีเวนต์ต่างๆ ก็ปัดไปหมดเหมือนกัน ถึงจะเสียดายนิดหน่อย เพราะตอนนี้เรากำลังขาดเงินก็เถอะ”
“อืม”
หลินจือไปเองก็อยากได้เงินเหมือนกัน แต่อูฉือจะเผยหน้าเผยตาไม่ได้เด็ดขาด
“นอกจากนี้ผมคิดดูแล้ว”
เจียงเฉิงเอ่ยว่า
“จริงๆ พวกเราก็สามารถใช้ชื่อคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ ก่อตั้งบริษัทเพลงเล็กๆ ขึ้นมาเพื่อให้บริการฉูฉือโดยเฉพาะก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องหาบริษัทเพลงอื่นๆ มาร่วมหุ้น”
“ก็ดีนะครับ”
หลินจือไปคิดแล้วเห็นว่าข้อเสนอนี้ไม่มีปัญหา เหมือนสตูดิโอส่วนตัวของนักร้องดารา แค่หาทีมงานมาก็ได้แล้ว
ที่สำคัญคือตอนนี้ฉูฉือมีฐานคนฟังแล้ว ไม่ว่าสุดท้ายเพลงนี้จะทำผลงานได้ดีแค่ไหน อย่างไรเพลงต่อไปก็จะไม่ซ้ำรอย ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ที่ปล่อยออกมาแรกๆ ไม่มีใครสนใจ
“งั้นพี่ช่วยสมัครบัญชีจี๋กวงของฉูฉือให้หน่อยสิครับ”
ไม่มีการโปรโมตก็โปรโมตเอง พอฉูฉือดัง ต่อไปเวลาปล่อยเพลงใหม่ ไปโปรโมตในแพลตฟอร์มจี๋กวงสักหน่อยก็ได้ผล
“ไม่มีปัญหาครับ ก่อตั้งบริษัทเพลงเรียบร้อยก็จัดการได้เลย”
ถ้าอนาคตฉูฉือล้มเหลว เงินทุนของบริษัทนี้ก็สูญเปล่า แต่ฉูฉือก็คือไป๋ตี้ ในมุมมองของเจียงเฉิง ไป๋ตี้ไม่มีทางล้มเหลว!
ดูเหมือนเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ ไม่กี่วันต่อมา ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ก็ยิ่งระเบิดความร้อนแรงบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล
การติดสิบอันดับแรกเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น