ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 77 หลินจือไป: ยิ่งคลื่นลมแรงปลายิ่งแพง
ตอนที่ 77 หลินจือไป: ยิ่งคลื่นลมแรงปลายิ่งแพง
บนความงงก็มีผลงาน ใต้ความงงมีเธอกับฉัน
สามพี่น้องมองดูคอมเมนต์ในอินเทอร์เน็ต ตอนนี้ต่างประหลาดใจจนพูดไม่ออก
ติดเทรนด์ฮอตแล้ว!
หลังจากการบ่มเพาะตลอดทั้งคืน ตอนนี้หัวข้อเทรนด์อันดับหนึ่งในจี๋กวงก็คือ #IAmASingerList
ภายใต้หัวข้อนี้ มีสารพัดความคิดเห็น!
ไม่เพียงแค่ศิลปินของเสินฮว่า ศิลปินของเทียนกวงก็ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง
กระทั่งศิลปินของหนานเซินก็ปรากฏอยู่ในรายชื่อข่าวลือ รวมไปถึงราชาและราชินีเพลงจากสามค่ายใหญ่
เรื่องราวไปไกลจนไม่น่าเชื่อ
“เรื่องไปกันใหญ่แล้ว”
หลินเชิ่งเทียนถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไหไม่ออก
หลินซีเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี ในฐานะคนในวงการก็พอเดาได้ไม่ยากว่าทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้
ก็มีชาวเน็ตจำนวนหนึ่งกุรายชื่อขึ้นมาเพื่อความสนุก
จากนั้นบรรดาเน็ตไอดอลที่หวังเกาะกระแสไม่ได้สนใจว่าจริงหรือไม่ อย่างไรก็แชร์ก่อน
จนสุดท้ายทุกคนบนโลกออนไลน์ต่างก็สงสัยกันว่า รายการใหม่ของเสินฮวารายการนี้เชิญใครมากันแน่?
ดูท่าทางจะเจ๋งสุดๆ
ชาวเน็ตบางคนแต่งเรื่องได้เก่งจริงๆ พูดเสียราวกับเป็นเรื่องจริงจัง
ถ้าไม่ใช่คนในเหตุการณ์ หลินเชิ่งเทียนก็คิดว่าตัวเองคงเชื่อไปแล้วเหมือนกัน
คนกลุ่มนี้ถึงขั้นเขียนบทความสั้นๆ ใส่รายละเอียดต่างๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
อย่างเช่น ใครร้องเพลงอะไร เรียบเรียงอย่างไร ความรู้สึกหลังจากฟังเป็นอย่างไรบ้าง…
นี่แหละโลกอินเทอร์เน็ต แปดส่วนเท็จสองส่วนจริง
แม้แต่หลินจือไปเองก็ไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นแบบนี้ เหมือนกับจุดไฟเผากองหญ้าของตัวเอง
แต่สุดท้ายกลับลามไปเผากองหญ้าของคนอื่นด้วย
“เรื่องดี!”
ท้ายที่สุดหลินเชิ่งเทียนก็เลิกกังวล ยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง
“ตอนนี้ถึงแม้ทุกคนจะยังไม่รู้ว่ารายชื่อศิลปินตัวจริงคือใคร
แต่พวกเขารู้แน่นอนแล้วว่ามีวาไรตี้ชื่อ I Am a Singer กำลังจะออกอากาศ!”
เทรนด์อันดับหนึ่งเชียวนะ! นั่นหมายความว่าทุกคนบนโลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจ!
ปกติแล้วต้องทุ่มเงินไปเท่าไหร่ถึงจะได้กระแสโปรโมตขนาดนี้?
แต่หลินจือไปแค่เสนอไอเดียหนึ่งก็ทำให้รายการนี้เป็นที่รู้จักกันทั้งเมืองแล้ว!
“แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน”
หลินซีแสดงความกังวล
“ตอนที่รายการออกอากาศ ผู้ชมหลายคนอาจผิดหวังได้นะ
ยังไงเราก็ไม่ได้มีไลน์อัปนักร้องที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ถ้าความคาดหวังไม่เป็นจริง…”
“ดึงเข้ามาดูก่อนค่อยว่ากัน”
หลินเชิ่งเทียนโบกมือพลางว่า
“ถึงพวกเขาจะผิดหวังกับรายชื่อศิลปินที่คาดไว้
แต่ศิลปินเหล่านี้จะมอบเซอร์ไพรส์พิเศษให้พวกเขาอย่างแน่นอน ฉันเชื่อมั่นในคุณภาพรายการของเรา!”
ตอนนั้นเอง แม่ตื่นขึ้นมาก็ร้องถามมาจากหน้าประตูว่า
“ลูกไปเชิญโจวหานจิ้นมาได้ยังไง? ผู้บริหารของบริษัทออกหน้าคุยกับเทียนกวงเหรอ?”
หลินซี:
“…”
หลินจือไป:
“…”
หลินเชิ่งเทียน:
“…”
นี่ใครกันที่เป็นคนเริ่มพูดว่าโจวหานจิ้นจะมาด้วย?
เกี่ยวกับเรื่องนี้ โจวหานจิ้นเองก็งุนงงอยู่เหมือนกัน ตอนเช้าตรู่เขาได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน
“ถ่ายรายการเป็นไงบ้าง?”
“รายการอะไร?”
“I Am a Singer ของเสินฮว่าไง”
“เสินฮว่าบ้าบออะไร รายการ I Am a Singer บ้าบออะไร? ฉันไม่เข้าใจที่นายพูดมาสักคำ!”
“นายไม่ได้ไปเหรอ?”
“ฉันจะไปได้ไงละ ช่วงนี้อยู่บ้านตลอด เจ้าแมวน้อยป่วย ฉันต้องดูแล!”
“งั้นที่ลือกันในเน็ตก็เป็นข่าวปลอมสิ”
“โธ่เว้ย!”
มีคนกุข่าวลือเกี่ยวกับฉัน!
หลังจากโจวหานจิ้นรู้ตัวก็วางสาย เข้าอินเทอร์เน็ตค้นข้อมูลทันที
ค้นหาจบ โจวหานจิ้นก็ถึงกับตะลึง นี่มันอะไรกันเนี่ย?
เสินฮว่าจัดรายการ เชิญนักร้องอาชีพมาประชันกัน? ไม่ใช่แค่ฉันที่ถูกแต่งข่าวลือ
ยังมีราชาเพลงและราชินีเพลงอีกเพียบที่โดนกุข่าว?
เพี้ยนไปแล้ว ใครจะอยากไปออกรายการแบบนี้กัน!
ถ้าชนะก็เท่ากับพิสูจน์ว่าฉันเป็นราชาเพลงเหรอ? แต่อันก็เป็นราชาเพลงอยู่แล้วนี่!
ถ้าแพ้ละ? แพ้ก็เท่ากับพิสูจน์ว่าฉันเป็นราชาเพลงแค่ในนาม?
ชี้แจง! ต้องชี้แจงให้ได้!
โจวหานจิ้นคิดจะอธิบายกับแฟนๆ ทันที แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกไป จะต้องชี้แจงไปทำไมกัน?
คนตั้งมากมายถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉันไม่ต้องพูดอะไรหรอก
สุดท้ายคนที่ขายหน้าก็คือทีมงานรายการห่วยๆ นี่เอง นึกว่าจะเกาะกระแสใครก็ได้หรือไง?
ราชาเพลงโจวแสดงความไม่พอใจ ขอเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ แล้วกัน
มีหลายกรณีที่คล้ายกับโจวหานจิ้น ศิลปินจำนวนไม่น้อยต่างก็ได้รับโทรศัพท์ รู้วาตัวเองถูกเกาะกระแส
บางคนชี้แจงทันที บางคนก็เลือกที่จะเงียบ
คนเหล่านี้คิดเหมือนโจวหานจิ้น พวกเขาจะรอดูรายการนี้พังพินาศลงไปเอง เพราะแค่รายการออกอากาศก็จะกลายเป็นเรื่องตลก!
ก็แค่การโปรโมตแบบหลอกๆ นั่นแหละ ส่วนจะเป็นความตั้งใจปล่อยข่าวลือของเสินฮว่าหรือไม่พวกเขาไม่สนใจอีกแล้ว
อย่างไรตัวเองก็ถูกเกาะกระแสไปแล้ว ถูกเกาะกระแสแล้วไม่พอใจก็เป็นเรื่องปกติ
แต่ไม่ว่าจะเงียบหรือชี้แจง สุดท้ายก็เหมือนเป็นการโปรโมตให้รายการ I Am a Singer ทางอ้อมอยู่ดี
เป็นจริงอย่างที่หลินเชิ่งเทียนพูดไว้
ตอนนี้ทั้งโลกออนไลน์ต่างก็รู้กันหมดแล้วว่าในวันที่แปดจะมีรายการชื่อ I Am a Singer ออกอากาศ
โดยมีรายชื่อศิลปินที่อาจจะทรงพลังมาก พวกเขาจะขึ้นเวทีประชันกันในฐานะนักร้องมืออาชีพ!
รอไม่ไหวแล้ว!
ในรายชื่อที่ลือกันบนอินเทอร์เน็ต มีศิลปินชื่อดังระดับซูเปอร์สตาร์ในวงการเพลงหลายคน
ต่อให้พวกเขาจะโผล่มาแค่หนึ่งหรือสองคนในรายการ ก็ถือว่าน่าตื่นเต้นมากแล้ว!
เก้าโมงเช้า ฝ่ายวาไรตี้ของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์จัดประชุมเช้า
ทันทีที่หลินเชิ่งเทียนเดินเข้าห้องประชุมก็รู้สึกได้ว่าทุกสายตาจับจ้องมาที่ตน
“ผู้จัดการหลิน”
“คุณเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?”
“วันนี้ทั้งโลกออนไลน์เต็มไปด้วยข่าวเกี่ยวกับรายการใหม่ของแผนกพวกคุณเลยนะ”
“ได้ขึ้นเทรนด์แบบฟรีๆ ความนิยมในเทปแรกของรายการนี้คงพุ่งกระฉูดแน่!”
“ใครเป็นคนคิดแผนโปรโมตนี้เนี่ย?”
“แผนโปรโมตนี้โหดเกินไปแล้ว!”
“แต่สุดท้ายเลยเถิดไปหน่อย ดันลากบริษัทอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้แต่แฟนคลับของราชาราชินีเพลงก็เชื่อกันหมด”
“แบบนี้อันตรายนะ”
“เตรียมตัวโดนด่ายับได้เลย”
รายการวาไรตี้ใหม่ของแผนกแปดติดเทรนด์ฮอตอันดับหนึ่ง ทุกคนต่างก็ทราบข่าวกันหมดแล้ว
บางคนเป็นห่วงหลินเชิ่งเทียน บางคนก็ล้อเลียน ส่วนบางคนก็สะใจในความซวยของคนอื่น
ทุกคนล้วนเป็นคนในวงการ แถมยังเป็นรายการของบริษัทตัวเอง
ความจริงของเรื่องนี้ แค่ครุ่นคิดนิดหน่อยบวกกับข่าวลือวงใน ก็พอจะปะติดปะต่อได้เกือบหมดแล้ว
เพราะช่วงแรกที่ถูกปล่อยข่าวเป็นนักร้องในเสินฮวาทั้งนั้น พอเรื่องบานปลายถึงลากเอานักร้องจากบริษัทอื่นเข้ามาเกี่ยวด้วย
ชัดเจนเลยว่าทุกอย่างลุกลามจนคุมไม่อยู่ สุดท้ายจึงกลายเป็นแบบนี้
และในกลุ่มคนที่กำลังสมน้ำหน้านั้น ตอนนี้คนที่มีความสุขที่สุดก็คือหลินเป้า
หลินเป้าไม่รู้สึกอิจฉาที่ I Am a Singer ติดเทรนด์ฮอตเลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้กระทั่งท่าทีอิจฉาริษยา
ไม่ใช่ว่าเขาใจกว้าง แต่เพราะหลินเป้ารู้อยู่แล้วว่า ยิ่งรายการนี้ถูกจับตามองมากเท่าไหร่
สุดท้ายก็มีแต่จะยิ่งโดนด่าหนักมากเท่านั้น!
“คราวนี้เล่นพังซะแล้ว”
หลินเป้าทำท่าทีแดกดันอย่างชัดเจน แต่ยังแกล้งทำเป็นห่วงหลินเชิ่งเทียน
“วันนี้พวกนายไม่ออกแถลงการณ์ชี้แจงหน่อยเหรอ ไม่งั้นเดี๋ยวถูกชาวเน็ตถล่มยับแน่
ยังไงรายชื่อศิลปินเปิดตัวของพวกนายมันก็โชว์ไม่ขึ้นเลยนี่นา
นอกจากจางซีหยางแล้ว ที่เหลือก็เป็นแค่นักร้องรุ่นเก่าที่ตกกระแสทั้งนั้น”
ยังมีอีกประโยคที่หลินเป้าไม่ได้พูดออกมา นักร้องรุ่นเก่าที่ตกกระแสพวกนี้ไม่มีความนิยมเหลือแล้ว
ต่อให้พวกเขาเสนอตัวไป ก็ไม่มีรายการประเภทเดียวกันรายการไหนอยากได้หรอก ตกกระแสไปนานแล้ว
ชายคนนี้ตีบทไม่แตกจริงๆ ปากบอกว่าเป็นห่วง แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับปิดไม่มิดเลย
หลินเชิ่งเทียนคร้านจะสนใจเจ้าเสือดาว [1] ปากเสียคนนี้
ในตอนนั้นหัวหน้าฝ่ายวาไรตี้ก็เดินเข้ามา เริ่มต้นการประชุมวันนี้
คนคนนี้คือหัวหน้าฝ่ายวาไรตี้ ประโยคแรกเมื่อเริ่มประชุมก็มุ่งตรงมาที่หลินเชิ่งเทียน
“แผนกแปดของพวกคุณเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? โปรโมตรายการวาไรตี้ใหม่กันอลังการเลยนะ มั่นใจไหม?”
“มั่นใจครับ”
“งั้นผมก็จะไม่พูดมากแล้ว คุณรู้ตัวเองก็ดี แต่จำไว้ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง คุณต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง”
นี่แหละศิลปะการเป็นผู้นำ หัวหน้าฝ่ายไม่ได้วิจารณ์หลินเชิ่งเทียนตรงๆ แต่เขาต้องชี้แจงไว้ล่วงหน้า
ถ้าเรื่องนี้เกิดปัญหา หลินเชิ่งเทียนต้องออกมารับหน้าเอง
“เข้าใจครับ”
หลินเชิ่งเทียนรู้สึกถึงความกดดัน แม้จะไม่มองโลกในแง่ดีขนาดนั้นแล้ว แต่ก็ยังกัดฟันตอบ
ต้องต้านแรงกดดันนี้ให้ได้ ผลลัพธ์ก็มีอยู่สองแบบ
ถ้ารายการประสบความสำเร็จ แผนกแปดจะกลับมาเฉิดฉาย ลบล้างความอัปยศในอดีต!
ถ้ารายการล้มเหลว ตัวเขาในฐานะหัวหน้าแผนกแปดต้องออกไปขอโทษต่อสาธารณะ ไม่แน่ว่าอาจถูกปลดด้วย
เสินฮว่าต้องการคำอธิบายให้กับสังคม นี่คือระเบิดลูกหนึ่ง เขาต้องแบกมันไว้
ไม่อย่างนั้น บริษัทต้องบังคับให้ตนออกแถลงชี้แจงและขอโทษอย่างแน่นอน
ถ้าเป็นแบบนั้น ผลลัพธ์การโปรโมตรายการ I Am a Singer จะลดน้อยลง และคนดูก็จะยิ่งต่อต้านรายการนี้
“สู้ๆ นะเชิ่งเทียน”
หลินเป้ายิ้มกริ่มอย่างเหี้ยมเกรียมขึ้นเรื่อยๆ
วาไรตี้ของแผนกแปดต้องพังแน่นอน ถึงตอนนั้นเขาแค่ดึงคนรุ่นที่สามมาช่วยกดดันนิดหน่อยก็จะเขี่ยหลินเชิ่งเทียนให้พ้นตำแหน่งได้แล้ว!
ชอบโชว์ฝีมือนักใช่ไหม? ฝีมือก็ดูเก่งดี แล้วไงต่อ?
ดึงความคาดหวังของสาธารณชนไว้สูงลิ่วขนาดนี้ วาไรตี้ใหม่ของพวกนายแผนกแปดจะเอาอะไรมาตอบสนองละ?
อาศัยพวกนักร้องรุ่นเดอะที่หมดกระแสพวกนั้นนะเหรอ?
ต่อมาอีกไม่กี่วัน เมื่อวันที่รายการจะออกอากาศใกล้เข้ามา
กระแสพูดคุยเกี่ยวกับ I Am a Singer บนโลกออนไลน์ก็มากขึ้นเรื่อยๆ
แม้แต่เจียงเฉิงยังตกใจจนต้องโทรหาหลินจือไป
“ว้าว! ตอนนี้ในโลกออนไลน์พูดถึงรายการวาไรตี้ใหม่ของเรากันทั่วไปหมดเลยนะครับ
ใครเป็นคนคิดแผนโปรโมตนี้กันเนี่ย เหลือร้ายสุดๆ!”
“ไม่ใช่ผมนะ”
หลินจือไปส่ายหัวแรงๆ
เจียงเฉิงชะงักไปเล็กน้อย ผมถามว่าใครเป็นคนคิดแผน ทำไมเจ้านายเอาแต่ปฏิเสธว่าไม่ใช่ตน?
ให้ตายเถอะ! ต้องเป็นเจ้านายแน่ๆ! เจ้านายน่ะ มีเล่ห์เหลี่ยมเยอะจะตาย!
แผนโปรโมตสุดพิสดารแบบนี้ มีแค่เจ้านายเท่านั้นแหละที่คิดได้!
เจียงเฉิงเข้าใจแต่ไม่พูดออกมา กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“ทุกคนคาดหวังไว้สูงมากนะครับ นี่ถือเป็นเรื่องดี แต่ข้อเสียก็คือคุณภาพของรายการ จะทำให้ผู้ชมพอใจได้รึเปล่าเท่านั้น”
“ไม่น่ามีปัญหาครับ”
หลินจือไปย่อมรู้ถึงความเสี่ยง แต่ใน ‘The Knockout’ มีคำพูดว่ายังไงนะ?
คลื่นลมยิ่งแรง ปลายิ่งแพง!
แต่พี่ชายอย่างหลินเชิ่งเทียนที่ออกไปหาปลาท่ามกลางมรสุมคลื่นลมในช่วงนี้ คงได้รับ ‘แรงกดดันสาหัสเอาการ’
โดยเฉพาะสองวันก่อนออกอากาศ หลินเชิ่งเทียนถึงขั้นนอนไม่หลับ ใต้ตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า
แม่สงสารจับใจ คอยปลอบโยนเขาอยู่ไม่ขาด
“ไม่เป็นไร ต้องสำเร็จแน่นอน”
หลินเชิ่งเทียนยิ้มฝืนๆ ริมฝีปากแห้งผาก สภาพจิตใจดูแย่มากทีเดียว
ยังดีที่ ในที่สุดอีกสองวันถัดมา รายการก็มาถึงช่วงนับถอยหลังก่อนออกอากาศ
ถ้ายังช้ากว่านี้พี่ชายคงต้านแรงกดดันไม่ไหว
“อีกเดี๋ยวก็จะเริ่มออกอากาศแล้ว”
“พวกเรามาดูด้วยกันเถอะ”
“เดี๋ยวแม่หั่นผลไม้ให้นะ”
“ขอร้องละ! ต้องสำเร็จนะ!”
ครอบครัวสามคนนั่งอยู่หน้าทีวีในห้องรับแขก เปิดดูหน้าจอจากเว็บไซต์สตรีมมิ่ง
พร้อมกับที่ผู้ชมจำนวนมากในฉินโจวที่อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับ I Am a Singer ต่างก็รอการออกอากาศของรายการนี้
หน้าทีวี หน้าโทรศัพท์ หน้าแท็บเล็ต หน้าคอมพิวเตอร์
ในที่สุดรายการก็ออกอากาศอย่างเป็นทางการแล้ว!
[1] สื่อถึงชื่อ หลินเป้า ที่ออกเสียงเหมือนคำว่าเสือดาว