ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 76 สามหน้างงเป็นไก่ตาแตก
ตอนที่ 76 สามหน้างงเป็นไก่ตาแตก
หลังจากบันทึกรายการเสร็จ ผู้ชมก็ทยอยออกจากสถานที่
หลินจือไปแทรกตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชน ฟังทุกคนถกเถียงกันด้วยความตื่นเต้น มุมปากเผยรอยยิ้ม
จากเสียงตอบรับของผู้ชม รายการนี้ประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนผลลัพธ์หลังออกอากาศจะดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าทีมงานจะตัดต่ออย่างไร
เพราะแผนงานก็เปรียบเสมือนคู่มือปฏิบัติการ หลินจือไปเชื่อว่าพี่ชายคงไม่ทำพลาด
ต่อไปเป็นช่วงประกาศอันดับ
นี่เป็นความลับที่ผู้ชมไม่สามารถทราบผลล่วงหน้าได้ แม้แต่หลินจือไปเองก็ไม่ได้มีส่วนร่วม
ระหว่างเดินทางกลับบ้านในตอนกลางคืน เขาถามพี่ชายว่า สามอันดับแรกของเทปแรกมีใครบ้าง
“สปอยล์ไม่ได้”
หลินเชิ่งเทียนส่ายหัวรัวๆ ทำท่าลึกลับแล้วเอ่ยว่า
“รอดูตอนออกอากาศเดี๋ยวนายก็รู้เอง”
“วันที่ออกอากาศละ?”
“ออกอากาศวันที่แปดเดือนนี้ ทางเสินฮวาวิดีโอจะส่งประกาศแจ้งคืนนี้”
หลินจือไปคิดว่าปล่อยให้ลึกลับหน่อยก็ดีเหมือนกัน
พอกลับมาถึงบ้านพี่ชายก็ตื่นเต้นสุดๆ เล่าให้พี่สาวฟังถึงการบันทึกรายการวันนี้
“ผู้ชมคลั่งกันหมดเลย สุดท้ายพี่ไม่รู้หรอกว่าบรรยากาศที่นั่นคึกคักแค่ไหน เสี่ยวเฮยยังแต่งเพลงใหม่ให้หลินโสวจัวด้วยนะ ตอนท้ายเพลงใหม่นี่ถึงกับ…”
จู่ๆ หลินเชิ่งเทียนก็หยุดชะงัก ไหนบอกว่าจะไม่สปอยล์
หลินซีรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ไม่กี่วันก่อนแล้ว เธอหันมองหลินจือไปแวบหนึ่ง
“ไหนบอกว่าเพลงใหม่จะเป็นแนวโบราณไง”
“สถานการณ์บังคับนะ”
หลินจือไปยิ้มพลางกล่าว แผนที่วางไว้ก็ไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงเสมอไป
แต่คำบรรยายของหลินเชิ่งเทียนก็ทำให้หลินซีรู้สึกตั้งตารออยู่ไม่น้อย
ดูเหมือนว่ารายการนี้กำลังจะดังแล้วสินะ? พักนี้บ้านเรามีข่าวดีไม่หยุดจริงๆ
หลังจากนั้นหลินเชิ่งเทียนก็ไปคุยกับแม่อีก เชิญแม่ให้เข้าร่วมชมการบันทึกเทปรอบถัดไป
เขาแทบรอไม่ไหวที่จะได้แบ่งปันความยินดีนี้
“ถึงตอนนั้นแม่จะลองดูนะ”
แม่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ขอให้รายการใหม่ของลูกประสบความสำเร็จดังเป็นพลุแตกเลยนะ”
แม้ในใจของแม่จะรู้สึกว่ารายการนี้คงจะดังได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็ตาม
เพราะที่ผ่านมารายการของหลินเชิ่งเทียนไม่เคยดังเปรี้ยงอย่างแท้จริงสักครั้ง
ฉินโจวกว้างใหญ่เกินไป มีรายการวาไรตี้มากมายขนาดนั้นแข่งขันกัน จะเบียดขึ้นมาโด่งดังอย่างถล่มทลายเป็นเรื่องง่ายดายที่ไหน?
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลินเชิ่งเทียนที่ทำรายการแข่งขันร้องเพลง รายการแนวนี้มีคนทำกันจนเกร่อแล้ว
คนที่อยากดูรายการประเภทนี้ก็เลือกกันจนตาแฉะ แต่สุดท้ายเนื้อหาก็คล้ายๆ กันหมด ขาดความแปลกใหม่อย่างแท้จริง
แน่นอน ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอให้ออกอากาศถึงจะรู้
เพราะรายการประเภทนี้ ต่อให้กระแสตอบรับจากผู้ชมในช่วงบันทึกเทปจะดีแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าตอนออกอากาศจะประสบความสำเร็จเสมอไป
ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมากมาย
อย่างเช่นการโปรโมต ถึงหลินเชิ่งเทียนจะไม่ค่อยได้ดั่งใจในบริษัทสักเท่าไร แต่เขาก็ยังเป็นหัวหน้าแผนกแปดอยู่ดี
และต่อให้รายการ I Am a Singer จะขาดงบประมาณมากแค่ไหนก็ถือเป็นรายการใหม่ที่เสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็นผู้สร้าง
การโปรโมตในระดับมาตรฐานยังสามารถจัดสรรเวลาหนึ่งทุ่ม ที่เสินฮวาวิดีโอ
อย่างที่หลินเชิ่งเทียนวางไว้ I Am a Singer ได้รับการโปรโมตบนหน้าเว็บไซต์ของแพลตฟอร์ม
มีการแจ้งกำหนดการออกอากาศ ส่วนตัวตนของนักร้องที่เปิดตัวนั้น ทีมงานเลือกที่จะปิดเป็นความลับ
เป็นไปตามกลยุทธ์ที่ระบุไว้ในแผนงาน เพื่อรักษาความลึกลับและสร้างความคาดหวัง!
ออฟฟิเชียลทำตามแผนนี้อย่างเคร่งครัด
นักร้องและทีมงานรายการก็ไม่มีใครเปิดเผยข้อมูลสู่ภายนอก
แต่ไม่นานหลินเชิ่งเทียนก็เริ่มปวดหัว เพราะในช่องคอมเมนต์ใต้ตัวอย่างโปรโมตล่าสุดมีพวกสปอยล์โผล่มา
ถึงแม้คนกลุ่มนี้จะไม่รู้ผลลัพธ์สุดท้ายของการแข่งขัน แต่พวกเขารู้ว่านักร้องคนไหนลงแข่งบ้าง!
‘จางซีหยางมาด้วย!’
‘หลินโสวจัวก็มา!’
‘ยังมีนักร้องรุ่นเก่าอย่างเซี่ยอวี่หลงด้วยนะ!’
‘ฝั่งฉีโจวก็มีนักร้องมาคนนึง!’
‘เป็นนักร้องรุ่นเก๋าทั้งนั้นเลย แถมฝีมือโหดสุดๆ’
จากความคิดเห็นเหล่านี้ ดูก็รู้เลยว่าเป็นคนที่ไปชมการบันทึกเทปมาโพสต์เอง
พวกเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรหรอก แค่อยากอวดว่าตัวเองรู้ความจริงก่อนคนอื่นก็เท่านั้น ทีมงานจะไปห้ามปากทุกคนก็ไม่ได้
แล้วจะทำไงดีละ?
หลินเชิ่งเทียนเรียกหลินจือไปกับพี่สาวมาหา ดูเหมือนอยากให้ทั้งสองช่วยหาทางแก้ปัญหา
ซึ่งสามคนก็มักจะมารวมตัวปรึกษากันว่ารายการจะทำอย่างไรอยู่แล้ว
“ลบโพสต์แล้วแบนบัญชีดีไหม?”
หลินซีพูดจบก็ส่ายหัวเอง คนดูเยอะขนาดนั้น ลบโพสต์แล้วแบนบัญชีก็คงจัดการไม่หมดอยู่ดี
“กั้นไม่สู้เปิด”
หลินจือไปเสนอความเห็นขึ้นมา
“ผู้ชมปล่อยข่าวได้ เราก็ปล่อยข่าวได้เหมือนกัน กวนน้ำให้ขุ่นไปเลยก็สิ้นเรื่อง”
“หมายความว่ายังไง?”
ดวงตาหลินเชิ่งเทียนพลันเปล่งประกาย
หลินซีก็เข้าใจความคิดของหลินจือไปในทันที กล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ฉันบอกแล้วว่าน้องชายคนนี้ของเราเจ้าเล่ห์มาตั้งแต่เด็ก เล่ห์กลซุกซ่อนอยู่เป็นพันเป็นหมื่น”
หยุดไปครู่หนึ่ง หลินซีก็พูดต่อ
“ก็ทำตามวิธีที่เสี่ยวเฮยวางเถอะ ฉันจะลองไปคุยกับนักร้องที่ได้รับความนิยมสูงในแผนกดูก็ได้
ยืมชื่อเสียงของพวกเขามาโปรโมตรายการวาไรตี้ของนาย
อย่างนายจะให้ทีมงานไปตั้งกระทู้หลอกๆ ว่าซุนกู่ที่ร้องเพลง แสงจันทรา มาด้วย
แถมยังร้องเพลงแนวโบราณเพลงใหม่ล่าสุดที่ไปตี้แต่งให้อีก
แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง แต่การโปรโมตก็คือการผสมผสานระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องแต่ง
ถ้านายดึงชื่อนักร้องหลายๆ คนเข้ามาเกี่ยวข้อง พอทุกอย่างสับสน คนก็จะแยกแยะไม่ออกแล้ว”
“ใช้ได้เลย!”
หลินเชิ่งเทียนหัวเราะร่า
ไหนๆ จางซีหยาง หลินโสวจัว เซี่ยอวี่หลงและนักร้องที่เหลือก็ถูกเปิดเผยหมดแล้ว
งั้นเราก็เปิดเผยนักร้องเพิ่มอีกไปเลย
แม้จะเป็นวิธีที่ไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่ แต่หลินซีกลับยักไหล่
“วิธีนี้ไม่มีปัญหา ฉันแค่ยืมชื่อเสียงของนักร้องในแผนกตัวเองมาใช้ และจะบอกพวกเขาล่วงหน้าด้วย
แค่เราไม่ดึงนักร้องที่ยังไม่ได้บอกกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้องก็พอ”
“ก็จริงนะ!”
การดึงนักร้องเข้ามาแบบไม่บอกกล่าวไม่ใช่เรื่องดี แต่ถ้าได้บอกล่วงหน้าแล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง
ก็ใครใช้ให้ตอนนี้พี่สาวเป็นหัวหน้าหนึ่งในสิบแผนกเพลงละ ในมือเธอมีนักร้องดังอยู่ไม่น้อย
ซึ่งพวกเขาเองก็ยินดีให้เกียรติหลินซีเช่นกัน
ทันทีที่ตัดสินใจได้ หลินเชิ่งเทียนก็สั่งให้คนในแผนกฉวยโอกาสในสถานการณ์สับสนนี้
ปล่อยข่าวในช่องคอมเมนต์ให้วุ่นว่าคนนั้นก็มาคนนี้ก็มา แต่งเรื่องมีหลักการราวกับเป็นเรื่องจริง
“สำเร็จแล้ว”
พอเห็นว่ามีคนเพิ่งเข้ามาในหน้าคอมเมนต์แล้วงงเป็นไก่ตาแตก ถามว่าใครพูดจริงกันแน่
หลินเชิ่งเทียนก็รู้เลยว่าแผนการนี้ได้ผลแน่นอน
“ไปนอนแล้วนะ”
พี่สาวพูดพลางหาว
หลินจือไปไม่พูดอะไรอีก แต่เมื่อไปถึงห้องนอนกลับเปิดเว็บไซต์เสินฮวาวิดีโอ
และใช้บัญชีเล็กๆ บัญชีหนึ่งโพสต์อย่างจริงจังว่า
“ฉูฉือก็มาร่วมในรายการนี้เหมือนกัน ร้องเพลง หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด แบบสดๆ ด้วย เวอร์ชันสดเพราะกว่าที่อัดในสตูดิโออีก!”
พี่สาวบอกแล้วว่าไม่ควรดึงนักร้องคนอื่นมาเกี่ยวข้อง หลินจือไปเข้าใจดี
อย่างไรเขาก็มั่นใจมากว่าตนบอกกับฉูฉือไว้ล่วงหน้าแล้ว
ส่วนที่ว่าคิดวิธีนี้ได้ยังไงน่ะเหรอ?
แน่นอนว่าเรียนรู้มาจากช่องแมงโก้ทีวีไงละ
ในชาติก่อน I Am a Singer จะใช้วิธีโปรโมตแบบกึ่งจริงกึ่งปลอมแบบนี้ทุกซีซัน สร้างความสับสนให้กับวงการเพลง
แม้ผลลัพธ์ในช่วงหลังจะไม่ชัดเจนนัก แต่สองสามซีซันแรกกลับได้ผลดีมาก
ทำเอาทั้งอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยการถกเถียงกัน
แต่สำหรับคนบนบลูสตาร์ที่ยังไม่เคยเจอแผนการแบบนี้มาก่อน ผลลัพธ์ต้องออกมาดีแน่
พวกเรายังใจกว้างกว่าแมงโก้ทีวีเสียอีก อย่างน้อยก็ไปทักทายบอกกลาวบรรดานักร้องล่วงหน้า จริงไหม?
ในมือพี่สาวมีนักร้องตั้งมากมายขนาดนั้น แถมบางคนยังค่อนข้างโด่งดัง เพียงพอจะทำให้คนดูสับสนได้
ช่วยไม่ได้ ใครให้พี่ชายหลินเชิ่งเทียนไม่มีอำนาจในบริษัทละ?
ทำรายการใหม่ทั้งทีต้องคอยประหยัดงบประมาณไปทุกอย่าง
แถมบริษัทก็ไม่ได้ให้ทรัพยากรในการโปรโมตมากเท่าที่ควร
ทำให้กระแสความนิยมในตอนนี้ไม่ร้อนแรงอย่างที่หวัง ไม่สู้หากลยุทธ์แปลกใหม่ในการโปรโมตด้วยตัวเองจะดีกว่า
ต้องยอมรับเลยว่ากลยุทธ์สร้างความสับสนนี้ได้ผลจริงๆ เทคนิคที่เรียนมาจากช่องแมงโก้ทีวีไม่ทำให้ผิดหวัง
ผู้ชมหลายคนที่ไปชมการบันทึกเทปแล้วมาโพสต์เผยรายชื่อนักร้องในช่องคอมเมนต์ต่างก็งงเป็นไก่ตาแตก
ซุนกู่มาเหรอ? ฉูฉือก็มาเหรอ? แล้วยังมีราชาเพลงแห่งเสินฮว่ามาอีกเหรอ?
ฉันอยู่ในสถานที่ถ่ายทำเลยนะ! ทำไมเราไม่เห็นละ? พวกนายคงไม่ได้ดูรายการปลอมอยู่ใช่ไหม?
คนกลุ่มนั้นก็พยายามจะแก้ต่าง แต่ไม่ว่าพวกเขาจะอธิบายอย่างไร คนที่ตามเขามาทีหลังก็ถูกปั่นจนแยกไม่ออกแล้วว่าใครพูดจริงใครพูดเท็จ
เวลาค่อยๆ ผ่านไป คอมเมนต์ยิ่งคึกคักขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีรายชื่อนักร้องถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องมากเกินไปแล้ว!
แฟนคลับของนักร้องเหล่านี้มีจำนวนมหาศาล พอเห็นชื่อไอดอลของตัวเองก็พากันตื่นเต้นจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่
พากันแห่ไปถามในช่องคอมเมนต์แอคเคานต์ไอดอลของตนเพื่อยืนยันความจริง
แต่น่าเสียดายที่นักร้องเหล่านั้นไม่ได้ตอบอะไรเลย
เพราะหลินซีได้บอกกล่าวกับนักร้องหลายคนล่วงหน้าแล้ว ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็พอ
ยืมชื่อเสียงของพวกเขามาช่วยโปรโมตรายการวาไรตี้ใหม่ของบริษัท
ผลปรากฏว่า การที่นักร้องเหล่านี้ไม่ออกมาตอบอะไรกลับทำให้ผู้ใชอินเทอร์เน็ตจำนวนมากเริ่มเชื่อขึ้นมาจริงๆ
ข้อมูลปลอมต่างๆ เริ่มแพร่สะพัดบนโลกออนไลน์อย่างบ้าคลั่ง!
‘ดูเหมือนจะจริงนะ!’
‘นักร้องพวกนี้สังกัดเสินฮว่าทั้งนั้น!’
‘วาไรตี้ใหม่ของเสินฮว่า มีพวกเขาเข้าร่วมก็ไม่แปลก ที่ไม่ตอบอะไร อาจเป็นเพราะต้องช่วยทีมงานปกปิดข้อมูลก็ได้’
‘โห! น่าสนใจนะเนี่ย! เริ่มตั้งตารอแล้ว!’
‘รายการนี้คงจะมีอะไรให้ดูเยอะเลย!’
‘แต่รายการนี้ดูจะมีรายชื่อศิลปินที่หลุดออกมาเยอะเกินไปหรือเปล่า?’
‘ใครจริงใครปลอมไม่รู้ บางคนคงแค่สร้างข่าวลือเกาะกระแสแหละ’
‘แต่ในนี้ต้องมีบางส่วนที่เป็นเรื่องจริงแน่ๆ’
‘พวกนายว่าพวกนักร้องพวกนี้อยู่ค่ายเสินฮวากันทั้งนั้น แล้วฉูฉือจะอธิบายว่ายังไงละ?’
‘ฉูฉือยังพอว่า’
‘ทำไมมีคนบอกว่าโจวหานจิ้นก็มาด้วยละ? โจวหานจิ้นเป็นราชาเพลงไม่ใช่เหรอ เขาก็ลงแข่งด้วย?’
‘เมื่อกี้ฉันเพิ่งเห็นมีคนบอกว่าหลี่เซียวก็มาด้วยนะ’
‘โจวหานจิ้นกับหลี่เซียวสังกัดเทียนกวง ถึงจะมีโอกาสร่วมงานกับเสินฮว่าแต่โอกาสก็น้อยมาก ฉันว่าน่าจะเป็นข่าวปลอมมากกว่า’
เรื่องราวยิ่งพิลึกขึ้นเรื่อยๆ
ชื่อของจางซีหยางและนักร้องคนอื่นๆ ที่ร่วมรายการถูกเปิดเผยออกมาจริง
แต่ปัญหาคือคนที่ถูกเปิดเผยชื่อมีเยอะเกินไป บางส่วนเป็นฝีมือของทีมงานภายใต้หลินเชิ่งเทียนที่ตั้งใจฉวยโอกาสนี้
บางส่วนก็เป็นพวกชอบแต่งเรื่องสร้างความสนใจ
ฟึบๆๆ รูปแคปหน้าจอปลิวว่อนในช่องคอมเมนต์
ถึงขั้นที่ราชาเพลงและราชินีเพลงบางคน รวมถึงโจวหานจิ้นก็ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวด้วย
พวกที่ปล่อยข่าวต่างก็อ้างว่าตัวเองได้ไปดูการบันทึกเทปรายการมา
ระบุแม้กระทั่งนั่งแถวที่เท่าไร และเล่ารายละเอียดอย่างชัดเจนว่าเห็นใครๆ ขึ้นเวทีร้องเพลงบ้าง
กลางดึก โลกออนไลน์วุ่นวายปั่นป่วนไปหมด!
แม้แต่เน็ตไอดอลตัวท็อปบนจี๋กวงบางคนก็เริ่มแชร์ข่าวนี้
ส่วนข่าวจะจริงหรือไม่พวกเขาไม่สนใจ แค่อยากเกาะกระแสดึงดูดยอดคอมเมนต์เท่านั้น
ข่าวปลอมแล้วยังไง?
หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน ไม่ใช่แค่ชาวเน็ตที่สับสนจนมึนงง แม้กระทั่งคนในวงการบางส่วนก็ยังตกใจ
จนไม่รู้ว่าวาไรตี้ใหม่ของเสินฮวานี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่
บางคนถึงขนาดโทรหานักร้องที่มีชื่อเกี่ยวข้องในข่าวเพื่อถามว่า ได้ไปออกรายการนั้นจริงไหม
เรื่องนี้เลยเถิดเกินกว่าแผนที่ตั้งเอาไว้มาก
ทั้งหลินจือไป หลินเชิ่งเทียน และหลินซีเองก็ไม่คาดคิดเลยว่า การโปรโมตครั้งนี้จะไม่เพียงแต่กวนน้ำให้ขุ่น
ยังลากนักร้องที่ไม่ได้อยู่ในแผนเข้ามาอีกเพียบ จนถึงขั้นที่ทั้งอินเทอร์เน็ตต่างพากันตั้งคำถามว่า
ตกลงแล้วใครกันแน่ที่ไป? ตกลงแล้วมีใครไปบ้าง?
เช้าวันถัดมา ในส่วนของบ้านตระกูลหลิน
หลังจากหลินจือไป หลินเชิ่งเทียนและหลินซีตื่นขึ้นมาก็เห็นแพลตฟอร์มจี๋กวงเต็มไปด้วยข่าวลือที่แพร่กระจายอย่างบ้าคลั่ง
ทั้งสามคนต่างนิ่งเงียบ จ้องหน้ากันไปมาด้วยความสับสน…
สามหน้างงเป็นไก่ตาแตก!