ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 79 สองพี่น้อง
ตอนที่ 79 สองพี่น้อง
วันรุ่งขึ้น แพลตฟอร์มจี๋กวง
เทรนด์ฮอตอันดับ 1 คือ #IAmASinger
เทรนด์ฮอตอันดับ 3 คือ #เพลงใหม่ของไป๋ตี้
เทรนด์ฮอตอันดับ 8 คือ #จางซีหยางคัฟเวอร์เพลงฮิตของโจวหานจิ้น
เทรนด์ฮอตอันดับ 11 คือ #เซี่ยอวี่หลง
เทรนด์ฮอตอันดับ 16 คือ #เยว่ซานหลานคือใคร
เทรนด์ฮอตอันดับ 20 คือ #IAmASingerหลอกผู้ชม
วันนี้ ในยี่สิบอันดับแฮชแท็กยอดนิยม มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรายการ I Am a Singer ถึงหกรายการด้วยกัน!
แค่ตอนแรกก็ปังระเบิดแล้ว!
สาเหตุหลักมาจากการโปรโมตแบบ ‘ข่าวลือ’ ก่อนหน้านี้ ทำให้ความนิยมในตอนเปิดตัวของรายการพุ่งสูงมาก
แต่ถ้ามีเพียงเท่านี้ก็คงไม่พิเศษอะไร เพราะกระแสเปิดตัวสูงอาจจะบอกได้แค่ว่าการโปรโมตช่วงแรกทำได้ดี หลายคนอาจจะเปิดดูผ่าน ๆ แล้วถ้าไม่สนใจก็ปิดไป
แต่สิ่งที่ทำให้รายการนี้แตกต่างคือ คนส่วนใหญ่ดูแล้วเลือกที่จะดูต่อจนจบ!
สิ่งที่ดึงพวกเขาไว้ได้ คือคุณภาพของรายการ!
มีชาวเน็ตบางคนถึงกับวิเคราะห์ความรู้สึกตัวเองอย่างละเอียด
ไม่กี่วันก่อน การโปรโมตรายการ I Am a Singer ร้อนแรงสุด ๆ ทั้งโลกออนไลน์ต่างเดากันว่าจะเชิญศิลปินเบอร์ใหญ่ของวงการเพลงคนไหนมาบ้าง ซึ่งในรายชื่อศิลปินที่ถูกพูดถึงนั้นบางคนก็เป็นนักร้องที่ฉันชอบมากๆ เลยรีบเปิดดูตั้งแต่ตอนแรกที่ออกอากาศ ในใจก็คิดว่ายังไงก็คือรายการของเสินฮว่า จะเชิญศิลปินคนดังหลายคนมาก็เป็นไปได้ แต่ดูไปได้ไม่นานก็รู้ตัวเลยว่าโดนหลอกแล้ว
ทีมงานรายการนี้โม้เก่งจริงๆ!
บรรดาศิลปินเบอร์ใหญ่ที่ว่าไม่มีใครมารายการนี้เลย นอกจากจางซีหยางที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง ที่เหลือเป็นนักร้องรุ่นเก๋ากันทั้งนั้น มีสองคนที่ถือเป็นหน้าใหม่ แต่เพลงแรกที่จางซีหยางร้องดีมากจริงๆ ที่น่าสนใจที่สุดคือเขายังมารับบทเป็นพิธีกรจำเป็นด้วย สไตล์การดำเนินรายการติด ๆ ขัด ๆ นี่แหละสนุกมากจริงๆ ดูน่ารักบอกไม่ถูก เลยดูต่อไปเรื่อยๆ
พอดูต่อ ฉันก็อึ้งไปอีก!
นักร้องที่ตามมาหลังจางซีหยางแต่ละคนแทบไม่เป็นที่รู้จักเลย แต่ก็เป็นคนเก่า ๆ เหล่านี้แหละ ในวงการเรียกกันว่านักร้องโนเนม แต่กลับสามารถแบกรายการนี้ไว้ได้อย่างอยู่หมัด คุณภาพของการแสดงกับชื่อเสียงของพวกเขาสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง บอกเลยว่าไม่พูดเกินจริง สามเพลงแรกนี่ทำเอาทั้งฮอลล์ระเบิด ฉันขนลุกไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า!
ส่วนคนหลัง ๆ คุณภาพอาจจะดรอปลงมาหน่อย แต่ก็ยังคุ้มค่าที่จะฟังอยู่ดี
โดยเฉพาะเพลงที่หก ตอนที่หานเยว่ซวงขึ้นเวที นักร้องหญิงหน้าใหม่คนนี้เสียงช่างไพเราะมีมิติ ฟังแล้วใจละลาย ตกหลุมรักเลย แล้วก็อดเป็นห่วงหลินโสวจัวที่ต้องร้องเป็นคนสุดท้ายไม่ได้
สุดท้ายคุณเดาดูสิว่าเป็นยังไง?
หลินโสวจัวดันไปร้องเพลงใหม่ของไป๋ตี้ที่เพิ่งแต่ง ทีแรกฉันก็สงสัยว่าทำไมเอาเด็กหนุ่มที่ดูฝีมืออ่อนสุดมาขึ้นโชว์เป็นคนสุดท้าย เพลงนี้ชื่อว่า ‘คนแบบฉัน’ ฟังจบแล้วคือหลงรักเลย ฉันเริ่มเปิดวนฟังไม่หยุดแล้ว
แต่ขอบ่นหน่อย ผู้กำกับตอนท้ายที่ออกมาประกาศอันดับนี่ยืดเยื้อสุด ๆ แต่ยืดเยื้อจนฉันรู้สึกชอบสไตล์น่ารำคาญนี่ไปซะได้…
โพสต์ถ่ายทอดความรู้สึกนี้ถูกกดไลก์โดยชาวเน็ตนับไม่ถ้วน
ก็จริงอย่างที่ว่าเลยไม่ใช่เหรอ? ทุกคนต่างถูกทีมงานรายการหลอกให้เข้ามาดูกันทั้งนั้น!
พอรู้ตัวว่าถูกหลอก ทุกคนก็หลงติดหนึบไปแล้ว จะหนีก็หนีไม่ได้!
เพราะรายการนี้ดูสนุกจริงๆ แถมยังมีสไตล์ไม่ซ้ำใคร แม้กระทั่งตอนท้ายที่ประกาศผลอันดับก็ยังน่าสนใจกว่ารายการทั่วไป ถึงขั้นมีคนเรียกหาเหล่าสปอนเซอร์ใหญ่ให้รีบมาสนับสนุน I Am a Singer กันเถอะ เพราะทีมงานรายการจนมากจนแทบไม่มีเงินจะกินข้าวแล้ว!
สะใจ! เซอร์ไพรส์! ตื่นตะลึง!
ในยุคที่รายการเพลงทั้งหลายต่างวิ่งไล่ตามกระแสวัยรุ่นและยอดวิว รายการที่ค้นหาขุมทรัพย์จากเหล่านักร้องรุ่นเก่าแบบนี้ กลับกลายเป็นน้ำป่าที่ไม่มีใครสามารถต้านทานได้ เปี่ยมไปด้วยความจริงใจและความน่าประหลาดใจ!
ในวงการ บรรดานักร้องหลายคนที่ถูกทีมงานรายการแอบอ้างชื่อไปสร้างกระแสฟรี ๆ ก่อนหน้านี้ ต่างก็กำลังรอดูรายการนี้พังไม่เป็นท่า พวกเขางานยุ่งกันมากจึงไม่มีเวลามาดูตอนแรกของรายการห่วย ๆ นี้ แน่นอนว่าไม่มีความสนใจด้วย คิดว่ารายการที่ใช้วิธีโปรโมตแบบไม่ตรงไปตรงมา สุดท้ายก็จะโดนวิธีเหล่านั้นย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง
แต่พอถึงวันถัดมา นักร้องกลุ่มนี้และคนในวงการหลายคนเริ่มสนใจ อยากเข้าไปค้นหาข่าวของรายการนี้ในอินเทอร์เน็ต เพื่อดูว่าพอชาวเน็ตรู้ว่าตัวเองถูกหลอกเข้าให้แล้วจะโกรธแค้นกันขนาดไหน
แต่ทว่า ทันทีที่เปิดแพลตฟอร์มจี๋กวง ยังไม่ทันได้กดค้นหา I Am a Singer คนในวงการก็โดนรายการเทรนด์ยอดฮิตเหล่านั้นสาดเข้าตาจนแทบจะถลน
อะไรเนี่ย? รายการนี้ดังแล้ว?
ชาวเน็ตยุคนี้ใจดีขนาดนี้เลยเหรอ? ทีมงานรายการออกมาหลอกพวกคุณโต้ง ๆ พวกคุณกลับยังอวยกันยกใหญ่?
“ฉันไม่เข้าใจเลย!”
“เทรนด์ยอดฮิตนี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!”
“แล้วดูรายชื่อนักร้องสิ ฉันที่เป็นนักร้องมืออาชีพยังไม่รู้จักครบทุกคนเลย หานเยว่ซวงคือใคร แล้วเยว่ซานหลานนี่ใครกัน นี่นะเหรอคนดังที่พวกนายบอก!?”
“ดังขึ้นมาได้ยังไง?”
“กระแสนี้…เหมือนจะเป็นระดับปรากฏการณ์เลยนะ…”
“ขอดูหน่อยซิ!”
“ฉันก็ต้องลองดูหน่อยแล้ว!”
“รายการนี้ใช้มุกอะไรกัน ทำไมถึงได้ดังชั่วข้ามคืนแบบนี้ ฉันยังรอดูว่ามันจะเจ๊งยับอยู่เลย!”
ทั้งนักร้องและคนในวงการหลายคนรีบกดเปิดดูรายการวาไรตี้นี้ทันที
ขณะเดียวกันบนเว็บไซต์เสินฮว่า I Am a Singer ก้าวขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของชาร์ตยอดเข้าชมรายวัน โดยไม่ต้องค้นหาให้ยุ่งยาก เพียงแค่เปิดหมวดวาไรตี้ก็เห็นได้ทันที
เพียงแต่ว่า… พอดูรายการจบ เหล่านักร้องต่างพากันเงียบกริบ บางคนที่เป็นศิลปินเบอร์ใหญ่ถึงกับแอบกลืนน้ำลายหลังฟังเพลงจบ
รายการนี้… สมควรดังจริงๆ…
แม้จะโดนทีมงานรายการใช้เป็นเครื่องมือสร้างกระแส แต่ใครจะกล้าพูดว่ารายชื่อนักร้องในรายการนี้ไม่เจ๋ง?
“เสินฮว่าใส่ใจจริงๆ”
“คนเหล่านี้เปรียบเหมือนอัญมณีที่ถูกหลงลืมของวงการเพลง”
“พวกเขาเก่าแล้ว แต่ฝีมือกลับแข็งแกร่งกว่าสมัยก่อนเสียอีก”
“ผู้ชมที่ดูรายการนี้จบคงเข้าใจแล้วว่า นักร้องหลายคนไม่ดัง ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะทุกวันนี้แทบไม่มีเวทีให้พวกเขาได้แสดงฝีมือต่างหาก”
“เซี่ยอวี่หลง ตอนนั้นฉันนับถือเขา ตอนนี้ยิ่งนับถือเข้าไปใหญ่!”
“ไม่ใช่ทุกคนที่มีความสามารถจะกลายเป็นราชาเพลงหรือราชินีเพลงได้”
“ถึงขนาดขุดหาเยว่ซานหลานกันมาได้ ฉันรู้จักเธอมาหลายปีแล้ว ความสามารถด้านการร้องเพลงไร้เทียมทานจริงๆ เพียงแต่หน้าตาไม่โดดเด่น ในวงการนี้ถ้าหน้าตาไม่ดีก็ลำบากจริงๆ ไม่คิดเลยว่าเธอยังยืนหยัดต่อมาได้จนช่วงเวลาสำคัญของตัวเองมาถึง”
“พูดตามตรงนะ ฉันซึ้งมากเลย แม้ว่าราชาและราชินีเพลงของหนานเซินหลายคนจะถูกเอาชื่อไปสร้างกระแส แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนพวกนั้นมีความสามารถพอที่จะรองรับความคาดหวังนี้ได้”
วงการเพลงจะไม่ปฏิเสธรายการนี้แน่นอน เพราะในวงการเพลงและแม้กระทั่งวงการบันเทิงฉินโจว เต็มไปด้วยเพชรในตมที่มีความสามารถ แต่กลับขาดเวทีในการแสดงฝีมือของตนเอง
คฤหาสน์หลังหนึ่ง หลินเป้าตื่นขึ้นมาและฮัมเพลงเบาๆ
“หนึ่งแก้วแด่แสงอรุณ หนึ่งแก้วแด่แสงจันทร์…”
พอฮัมได้สองท่อน หลินเป้าถึงได้รู้ตัวว่านี่คือเพลงของหลินจือไป เด็กเวรนั่น ซวยแต่เช้า! เปลี่ยนเป็นเพลงของคนอื่นดีกว่า
เขาจึงเริ่มฮัมทำนองใหม่
“สะพานขาดเคยปกคลุมด้วยหิมะหรือไม่ ข้ามองเงาสะท้อนชลธาร…”
เพลงนี้ไม่เลว หลินเป้ารู้สึกอารมณ์ดี เพราะเมื่อคืนรายการ I Am a Singer ได้ออกอากาศตอนแรกไปแล้ว เขาไม่ได้ดูตอนแรกที่ออกอากาศ เมื่อคืนถูกเพื่อนลากไปดื่มกลับมาบ้านก็เที่ยงคืนแล้ว ตอนนี้จึงยังปวดหัวนิดหน่อย
แต่หลินเป้ามั่นใจว่า รายการนี้ต้องเจ๊งแน่นอน และต้องโดนด่ายับแน่ ๆ หลอกคนดูแบบนี้ใครจะไม่ด่าละ ขอดูหน่อยซิว่าฝีมือการด่าของพวกเกรียนคีย์บอร์ดตกไปหรือเปล่า
หลินเป้าเปิดแพลตฟอร์มจี๋กวง แล้วก็จบแค่นั้น
เทรนด์ยอดฮิตยี่สิบอันดับแรกมีหัวข้อเกี่ยวกับ I Am a Singer อยู่เต็มไปหมด เขาไม่ได้ตาบอดย่อมมองเห็นอยู่เต็มตา
ไม่เชื่อหรอก เลยกดเข้าไปดูสักอัน เผื่อทุกคนประชดอยู่ละ?
แต่กลับกลายเป็นว่าใต้หัวข้อนั้นล้วนมีแต่คอมเมนต์ที่อวยสุด ๆ ไม่มีคนด่า ไม่มีเกรียนคีย์บอร์ด แม้แต่คนที่ดูเหมือนจะด่าทีมงาน น้ำเสียงก็ยังฟังดูสนิทสนม เหมือนผู้หญิงอ้อนว่า ‘คุณนี่ร้ายจังเลยนะ’ อะไรแบบนั้น เหมือนโดนหลอกแต่กลับมีความสุข
เขาคิดว่าต้องเป็นเพราะวิธีเปิดดูของเขาผิดพลาดแน่ ๆ ฉันคงยังไม่ตื่นสินะ ทั้งหมดนี้เป็นความฝัน
หลินเป้าหยิกตัวเองแรง ๆ หนึ่งที พลันเจ็บจี๊ดจนร้องลั่น ขณะเดียวกันก็ระบายความโกรธออกมาพร้อมกับเสียงร้องนั้น
เพี้ยนไปแล้ว! หลินเป้ายังรอให้รายการนี้ล่มไม่เป็นท่า ถูกคนดูด่าเละอยู่เลย แบบนี้เขาจะได้ติดต่อกับคนรุ่นที่สามของตระกูลหลินมาร่วมมือกันกดดันให้หลินเชิ่งเทียนรับผิดชอบ จนถูกถอดตำแหน่งออกไป
เหตุผลก็เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว โฆษณาเกินจริง หลอกลวงประชาชน! สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ของเสินฮวากรุ๊ป!
นี่มันควรจะเป็นบทที่สมบูรณ์แบบ แต่ดูเหมือนว่าภาพลักษณ์ของเสินฮวากรุ๊ปไม่เพียงไม่เสียหาย กลับได้รับคำชมและกำลังใจจากชาวเน็ตเสียอีก?
หลินเป้ารู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจเล็กน้อย เขาอาจจะไม่ฉลาดมากนัก แต่ก็ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ ย่อมมองออกว่า I Am a Singer เริ่มจะกลายเป็นปรากฏการณ์แล้ว แผนกวาไรตี้แปดที่ใกล้จะไปไม่รอด จู่ ๆ พอมีรายการนี้โผล่มา ไม่เพียงแต่ต่อลมหายใจให้รอดตาย แต่ผลงานของแผนกในอนาคตอาจพุ่งทะยานขึ้นฟ้าอีกต่างหาก!
นอกจากว่ารายการนี้จะมีปัญหาตามมาภายหลัง…
พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา หลินเป้าก็รีบโทรหาหลินหู พี่ชายของตนทันที
“รายการวาไรตี้ตัวใหม่ของเจ้าเด็กหลินเชิ่งเทียนนั่นดังเป็นพลุแตกแล้ว!”
“ไสหัวไปเลย”
เสียงด่าโกรธเกรี้ยวของพี่ชายดังมาจากในสายทันที
“ทั้งกลุ่มรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว ต้องให้แกโทรมาบอกฉันด้วยเหรอ?”
“ผมอยากจัดการ…”
“จัดการบ้าบออะไรของแก!”
หลินหูเข้าใจความคิดของน้องชายในทันที เขาสมเพชปัญญาของน้องชายคนนี้ของตนจริงๆ พูดออกมาด้วยความผิดหวังว่า
“รายการ I Am a Singer ดังเป็นพลุแตก วันนี้เทรนด์ในจี๋กวงแทบจะถูกยึดทั้งหมด แกคิดบ้างไหมว่ามันหมายถึงอะไร?”
“อะไรละ?”
“มันหมายความว่า ต่อจากนี้ทรัพยากรโปรโมตทั้งหมดที่บริษัทจะให้ฝ่ายวาไรตี้ของพวกแก ต้องเทไปที่แผนกแปดของหลินเชิ่งเทียน ขอแค่รายการนี้ยังคงกระแสได้ เขาจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ อย่าลืมสิว่าเขาก็แซ่หลินเหมือนกัน ตราบใดที่คนแซ่หลินมีฝีมือ ก็ไม่มีใครในบริษัทกล้าขัดขวาง!”
พูดมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของหลินหูกลายเป็นจริงจังมาก เป็นการเตือนโดยตรง
“ถ้าแกกล้าขัดขา ไม่ต้องรอให้หลินเชิ่งเทียนลงมือหรอก เชื่อไหมว่าแค่คืนนี้แกก็ได้เก็บข้าวของไสหัวออกจากเสินฮวากรุ๊ปแล้ว? ไอ้โง่ คิดว่าคนอื่นเขาไม่รู้ทันเล่ห์แกหรือไง? ที่ผ่านมาไม่มีใครสนใจแก ก็เพราะผลงานของแผนกวาไรตี้แปดของหลินเชิ่งเทียนมันห่วยแตก ต่อให้โดนรังแกก็ไม่มีใครอยากออกมาช่วยเหลือ แต่ตอนนี้เขากุมรายการวาไรตี้ใหม่ที่มีกระแสระดับปรากฏการณ์ ผู้บริหารระดับสูงของทั้งบริษัทต่างก็จับตามอง! ใครทำอะไรเขาได้ตายแน่! เพราะนี่ไม่ใช่การเป็นศัตรูกับหลินเชิ่งเทียน แต่เป็นศัตรูกับเสินฮวากรุ๊ปทั้งบริษัทต่างหาก”
หลินเป้าถึงกับนิ่งอึ้ง
เสียงของหลินหูผ่อนลงเล็กน้อย
“ถ้าฉันเป็นแก ฉันจะหาทางค้นหาตัวคนที่คิดแผนรายการนี้ พี่ลองให้คนไปสืบมาแล้ว รายการนี้ไม่ใช่หลินเชิ่งเทียนเป็นคนคิด ดูเหมือนจะเป็นบริษัทลงทุนแห่งหนึ่งเสนอไอเดียมาให้ รายละเอียดยังหาไม่เจอ…”
“พี่หมายความว่ายังไง?”
แววตาหลินเป้ามีประกายสว่างวาบ
หลินหูกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ดูจากกระแสความนิยมของรายการนี้ยังไงก็ต้องมีซีซันสอง ลิขสิทธิ์รายการก็ไม่น่าจะอยู่ในมือหลินเชิ่งเทียน ถ้าแกได้ลิขสิทธิ์ซีซันสองมา รายการนี้ก็จะเป็นของแผนกแก สำหรับเสินฮวากรุ๊ปแล้ว ตราบใดที่เป็นรายการของบริษัท แผนกไหนทำมันก็ไม่ต่างกันหรอก จริงไหม?”
“เยี่ยม เยี่ยมสุด ๆ!”
หลินเป้าตื่นเต้นขึ้นมาทันที แค่ติดต่อกับบริษัทลงทุนนั้นและเอาลิขสิทธิ์ซีซันสองมา ความนิยมของรายการนี้ก็จะเป็นของตัวเองแล้ว!
“แกนี่มันโง่จริงๆ”
หลินหูถอนหายใจ
“ถ้าเรื่องแค่นี้แกยังเอาลิขสิทธิ์มาไม่ได้ ก็อย่าเรียกฉันว่าพี่อีกเลย เงื่อนไขที่แผนกวาไรตี้แปดเสนอได้ แผนกแกควรจะเสนอได้เป็นสองเท่าด้วยซ้ำ บริษัทลงทุนสนใจแต่ผลประโยชน์อยู่แล้ว หลินเชิ่งเทียนกับบริษัทนั้นก็ไม่มีความสัมพันธ์อะไร ไม่เหมือนเราสองคนที่เป็นพี่น้องกันแท้ๆ”
“วางใจได้เลยครับพี่!”
หลินเป้าพูดเหมือนให้คำมั่น
“ถ้าผมเอาลิขสิทธิ์ซีซันสองมาไม่ได้ ก็ไม่สมควรเรียกพี่ว่าเป็นพี่อีกแล้ว!”
“อืม”
หลินหูวางสายไป