ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 80 หลินเชิ่งเทียนผู้มีความสุข
ตอนที่ 80 หลินเชิ่งเทียนผู้มีความสุข
โจวหานจิ้นเป็นคนที่หลุดพ้นจากเรื่องสนุกไร้สาระแบบผิวเผินไปแล้ว แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้เขาจะไม่พอใจที่รายการวาไรตี้ของเสินฮวากรุ๊ปเอาชื่อเขาไปสร้างกระแส แต่ในใจลึก ๆ ก็คิดอยากจะกลับไปดูความวุ่นวายสักหน่อย
แต่เมื่อรายการออกอากาศ เขากลับลืมเรื่องนี้ไปเสียแล้ว จนกระทั่งแฟนสาวของเขาหลี่เซียวส่งวิดีโอมาให้ดู
ตัวเอกของวิดีโอนั้นคือจางซีหยาง
โจวหานจิ้นยังจำจางซีหยางได้ดี คิดว่าเขาเป็นนักร้องที่เจ๋งมากคนหนึ่ง แต่ก็แค่นั้น
แต่ทว่า วิดีโอนี้กลับกระตุ้นความรู้สึกของโจวหานจิ้นเข้าอย่างจัง เพราะในวิดีโอนั้น จางซีหยางได้คัฟเวอร์เพลงผลงานชิ้นเอกของตน!
เพลงของโจวหานจิ้นถูกคัฟเวอร์มาหลายเพลงแล้ว ซึ่งทางบริษัทก็ทำเงินจากลิขสิทธิ์เพลงได้ ราชาเพลงโจวเองก็ได้รับส่วนแบ่งด้วย จะไม่ดีได้อย่างไร
แต่มีอยู่เพลงหนึ่งที่แทบไม่มีใครกล้าคัฟเวอร์ นั่นก็เพราะมันยากเกินไป!
ถ้าหลงไปคัฟเวอร์อย่างไม่ระวังก็เท่ากับทำให้ตัวเองอับอาย แม้แต่โจวหานจิ้นเองยังไม่กล้ารับประกันเลยว่าร้องแล้วจะไม่พลาด
แต่แล้ว… จางซีหยางไม่เพียงคัฟเวอร์เพลงนี้ ยังร้องออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย!
ที่สำคัญหมอนี่ไม่ได้มีท่าทีเลียนแบบตนเองเลยสักนิด แต่อย่างจางซีหยางเต็มตัว โดยเฉพาะเสียงหัวเราะกลางเพลงที่ทำเอาคนฟังทึ่งสุดๆ!
น่าทึ่งจน… แม้แต่โจวหานจิ้นซึ่งเป็นเจ้าของเพลงต้นฉบับยังรู้สึกไม่สบายใจ!
เขารีบส่งเครื่องหมายคำถามสามตัวไปให้แฟนสาวทันที
หลี่เซียว แฟนสาวของเขาตอบกลับมาว่า:
“เขาคัฟเวอร์ในรายการวาไรตี้ใหม่ของเสินฮว่านะ ฉันว่าฝีมือเขาไม่ได้ด้อยกว่านายเลยนะ ในเน็ตก็มีคนพูดกันเยอะเลยว่าเวอร์ชันของเขาดีกว่าของนาย”
โจวหานจิ้นหน้าแดง เวอร์ชันนี้ดีกว่าของฉันตรงไหนกัน!?
พูดได้แค่เวลาที่แฟนสาวชมผู้ชายคนอื่น ไม่มีผู้ชายคนไหนทนได้หรอก
โจวหานจิ้น: มันคือรายการอะไร?
ที่รัก: ก็ของเสินฮว่าไง รายการที่ไม่กี่วันก่อนเอาชื่อนายไปสร้างกระแสนั่นแหละ
โจวหานจิ้น: รายการนี้ไม่เจ๋งเหรอ?
ที่รัก: ดังมากเลยนะ เมื่อเช้านี้ติดเทรนด์แบบถล่มทลาย
โจวหานจิ้น: แล้วเวอร์ชันที่จางซีหยางคัฟเวอร์ก็ดังด้วยเหรอ?
ที่รัก: =)
ที่รักเป็นชื่อเล่นที่โจวหานจิ้นตั้งให้แฟนสาวของเขาในรายชื่อผู้ติดต่อ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก
ประเด็นคือโจวหานจิ้นรู้สึกไม่สบายใจขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว! รายการของเสินฮว่าที่เอาชื่อเขาไปสร้างกระแสนั้นดันดังขึ้นมาซะได้?
แล้วจางซีหยางยังร้องผลงานชิ้นเอกของเขาในรายการนั้นอีก? ชาวเน็ตยังชมอีกว่า เวอร์ชันนั้นดีกว่าเวอร์ชันต้นฉบับที่เขาร้อง?
“แม… ให้ตายสิ!”
โจวหานจิ้นไม่ได้ด่าจางซีหยาง และไม่ได้ด่ารายการนั้นด้วย เขาแค่หงุดหงิดจนอยากสบถเท่านั้น
ไม่สบอารมณ์เลย โคตรจะอารมณ์เสีย
โจวหานจิ้นที่เป็นคนรักศักดิ์ศรีขนาดนี้ ย่อมไมอาจทนได้หากมีคนพูดว่าเขาเก่งไม่เท่าใคร
ฉันคือราชาเพลง! หมอนั่นยังไม่ใช่ราชาเพลงด้วยซ้ำ! แล้วพวกนายมีเหตุผลอะไรถึงชมว่าหมอนั่นเก่งกว่าฉัน?
โจวหานจิ้นถึงกับสงสัยว่าจางซีหยางนั่นจงใจยั่วยุตน คัฟเวอร์เพลงอื่นไม่ดีกว่าหรือไง? ดันเลือกคัฟเวอร์ผลงานชิ้นเอกของฉันเนี่ยนะ?
ถ้านี่เป็นรายการของเทียนกวง โจวหานจิ้นก็อยากลงแข่งให้รู้แล้วรู้รอดคืนนี้เลย จะได้ขึ้นเวทีไปดวลกับหมอนั่นสักตั้ง! บดขยี้ให้เละไปเลย
โจวหานจิ้นมั่นใจในทักษะการร้องเพลงของตัวเองอย่างมาก เขาไม่เชื่อว่าจางซีหยางจะเก่งกว่าตน
“อย่าให้ฉันเจอนายนะ”
ความมุ่งมั่นอยากเอาชนะของโจวหานจิ้นเริ่มปะทุขึ้น เขามีความกระหายชัยชนะมากกว่าคนทั่วไป
นาน ๆ ทีหลินจือไปจะอดนอน เพราะเมื่อคืนเขาอยากอยู่ดูการออกอากาศตอนแรกของ I Am a Singer กับครอบครัว
แม่กับพี่สาวถึงกับตะลึงตลอดทั้งรายการ และชมไม่หยุดว่ารายการนี้ยอดเยี่ยมขนาดไหน
หลินจือไปสงบนิ่งมาก หลินเชิ่งเทียนเองก็สงบนิ่งมากเช่นกัน
แต่ที่หลินจือไปสงบนิ่งนั่นคือแกล้งทำ แท้จริงแล้วในใจเขาดีใจสุด ๆ ครั้งนี้ ‘คุนเผิงกางปีก’ แล้ว
แน่นอนว่าความสงบนิ่งของหลินเชิ่งเทียนก็แกล้งทำเช่นกัน เพราะหลังจากดูรายการจบ เขานั่งเลื่อนดูเทรนด์ฮอตออนไลน์อย่างตื่นเต้น
กระทั่งถึงก่อนฟ้าสางก็ยังพลิกตัวไปมาใต้ผ้าห่มด้วยความดีใจ ทำให้เช้าวันถัดมา เขาต้องไปทำงานพร้อมกับใต้ตาที่ดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า แถมยังไปประชุมเช้าสายอีกต่างหาก…
เวลานี้ ภายในห้องประชุม หัวหน้าแผนกแต่ละคนนั่งกันพร้อมหน้า รวมถึงตำแหน่งสูงสุดแต่ละแผนกก็มากันครบ
ทันทีที่หลินเชิ่งเทียนก้าวเข้าประตู สายตาทุกคู่ในห้องประชุมก็จับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว
“โอ้โห”
หลินเป้าเริ่มเหน็บแนม
“แผนกวาไรตี้แปดนี่พอรายการดังแล้วก็ไม่เหมือนเดิมเลยนะ ทั้งแผนกต้องรอคุณมาเปิดประชุมตอนเช้า แม้แต่หัวหน้าแผนกของเรายัง…”
หัวหน้าใหญ่ของแผนกวาไรตี้รีบขัดจังหวะหลินเป้าทันที
“พูดอะไรแบบนั้นละ ช่วงนี้หัวหน้าหลินทำงานหนักมาก มาสายก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้”
หลินเป้าชะงัก เมื่อก่อนหัวหน้าใหญ่ของแผนกไม่เคยพูดแบบนี้กับเขาเลย เขาพูดอย่างไม่พอใจเล็กน้อย
“เขาทันให้คุณต้องรอนานขนาดนี้…”
หัวหน้าแผนกเริ่มไม่พอใจ
“หลินเป้า อย่าจับผิดเล็กน้อยมาทำเป็นเรื่องใหญ่!”
นี่ถือเป็นการตำหนิอย่างชัดเจนแล้ว
หลินเป้าหุบปาก กัดกรามแน่นจนฟันแทบแตก หลินเชิ่งเทียนยังคงกล่าวขอโทษ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ของตัวเอง
หัวหน้าใหญ่ของแผนกยิ้มให้หลินเชิ่งเทียน
“ผมต้องขอชื่นชมแผนกวาไรตี้แปด เมื่อวานรายการ I Am a Singer ประสบความสำเร็จอย่างมาก!”
ทุกคนปรบมือกันทันที แต่ละคนมีสีหน้ายิ้มแย้ม หลินเชิ่งเทียนยิ้มและปรบมือตามไปด้วย
หลินเป้าเองก็ปรบมือ ขณะที่ทุกคนหยุดปรบแล้ว เขาก็ยังปรบไม่หยุดจนมือแทบเปลี่ยนเป็นสีแดง
“ถ้าคุณมีปัญหาก็ออกไป!”
หัวหน้าใหญ่ของแผนกเหลืออดกับหลินเป้าเต็มที หลินเป้าก้มหน้าลง สีหน้ายิ่งดูไม่ได้
หัวหน้าใหญ่ของแผนกหันมาทางหลินเชิ่งเทียนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอีกครั้ง
“หัวหน้าหลิน ผมว่าห้องถ่ายรายการของคุณดูจะเล็กไปหน่อยนะ งั้นผมให้ใช้ห้องถ่ายหมายเลขหนึ่งแล้วกัน อุปกรณ์เสียงดีกว่า พื้นที่ก็กว้างกว่าด้วย”
“ขอบคุณหัวหน้ามากเลยครับ!”
หลินเชิ่งเทียนดีใจสุด ๆ เพราะห้องถ่ายหมายเลขหนึ่งนั่นมีไว้สำหรับรายการที่ดังที่สุดของบริษัทเท่านั้น
ที่ผ่านมาแผนกวาไรตี้แปดแทบไม่มีโอกาสได้แตะเลย บางครั้งห้องถ่ายอื่นๆ ยังต้องแย่งมา หลายครั้งถึงขั้นแย่งไม่ทันแผนกอื่นด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าต้องทนกับความอัปยศอย่างถึงที่สุด
คราวนี้ละดีเลย ปืนลูกซองเปลี่ยนเป็นปืนใหญ่ เมื่อได้ห้องถ่ายหมายเลขหนึ่ง เพลงเหล่านั้นก็จะถูกนำเสนอออกมาสมบูรณ์แบบมากขึ้น
ตนเองก็ได้เชิดหน้าชูตาเสียที เพราะในสตูดิโอหมายเลขหนึ่งมีอุปกรณ์ที่ดีที่สุดในตลาด แม้แต่น่านเซินกับเทียนกวงก็ยังสู้เสินฮว่าไม่ได้ในด้านนี้!
“แล้วผมละ?”
หลินเป้าเงยหน้าขึ้นมาอย่างลืมตัว เพราะเขามีรายการหนึ่งที่กำลังถ่ายทำในห้องหมายเลขหนึ่ง
“ก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้คุณใช้สตูดิโอหมายเลขหนึ่งสักหน่อย”
หัวหน้าใหญ่ของแผนกกล่าวเสียงเรียบ
“รอให้แผนกวาไรตี้แปดใช้เสร็จก่อนแล้วค่อยใช้ จัดตารางเวลาของสองแผนกให้ลงตัวก็พอ”
ล้อกันเล่นหรือไง?
ตอนนี้แผนกวาไรตี้ต่างก็ฝากความหวังไว้กับ I Am a Singer ในการสร้างผลงาน รายการนี้กำลังมีแววกลายเป็นกระแสหลัก
หากความร้อนแรงไม่ตกลงก็จะกลายเป็นระดับปรากฏการณ์ บริษัทต้องยกให้เป็นรายการลูกรักอยู่แล้ว! รายการอื่นต้องยอมถอยหมด!
ไม่พอใจงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็สร้างรายการที่ดีกว่า I Am a Singer ให้ได้สิ ที่เสินฮว่า ผลงานคือตัวตัดสินทุกอย่าง
แม้แต่ระดับผู้บริหารหัวหน้าฝ่ายวาไรตี้ก็ต้องการผลงานเหมือนกัน แน่นอนจริงๆ แล้ว หัวหน้าฝ่ายวาไรตี้เองก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่ารายการ I Am a Singer จะดังได้ขนาดนี้ ถึงขั้นขึ้นเทรนด์ฮอตแบบถล่มทลาย!
ก่อนหน้านี้หัวหน้าใหญ่ของฝ่ายยังคิดอยู่เลยว่า ถ้ารายการนี้เกิดปัญหาขึ้น จะต้องปลดหลินเชิ่งเทียนออกหรือเปล่า
เขากับหลินเชิ่งเทียนไม่มีความขัดแย้งส่วนตัว เพียงแต่ไม่อยากรับผิดชอบเฉย ๆ
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าตนต้องดูแลหลินเชิ่งเทียนให้ดีเสียแล้ว ตราบใดที่รายการของแผนกแปดยังดังอยู่
เขาจะต้องรับประกันว่าหลินเชิ่งเทียนจะมีความเป็นอยู่ที่สบายในบริษัท โดยไม่ถูกจำกัดจากใครทั้งนั้น!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หัวหน้าฝ่ายวาไรตี้ให้คำมั่นอีกครั้งว่า
“ต้องเพิ่มงบของ I Am a Singer และในส่วนของการโปรโมตก็ต้องทำให้สมบูรณ์ เรื่องพวกนี้ผมจะไปคุยกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเอง”
หลังจากการประชุมเช้าเสร็จสิ้น เมื่อหลินเชิ่งเทียนกลับถึงห้องทำงาน ผู้ช่วยก็รีบวิ่งมาด้วยท่าทีตื่นเต้นสุด ๆ
“หัวหน้า!”
“มีอะไรเหรอ?”
“ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ ผมรับโทรศัพท์ไปหลายสิบสายแล้ว ทั้งหมดเป็นสายที่ขอพบคุณทั้งนั้น!”
“เป็นใครกันบ้างละ?”
“พวกสปอนเซอร์โฆษณาน่ะสิครับ!”
ผู้ช่วยพูดด้วยความตื่นเต้น
“ในนั้นมีแบรนด์ระดับแนวหน้าหลายเจ้าเลยที่อยากจะเป็นผู้สนับสนุนหลักให้กับรายการของเรา
ตอนที่เราประกาศหาผู้ลงโฆษณาก่อนหน้านี้ พวกเขายังไม่ยอมเสนอราคาสูงกันเลย
แต่พอเห็นรายการดังแล้ว แต่ละเจ้าก็เริ่มร้อนรน แถมเสนอราคาแข่งกันสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยครับ!”
“เข้าใจแล้ว”
หลินเชิ่งเทียนยิ้มออกมา ความรู้สึกช่างสะใจเหลือเกิน เมื่อก่อนเขาต้องวิ่งอ้อนวอนผู้คนไปทั่ว แต่ตอนนี้กลับรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังวิ่งเข้ามาหาตนแทน!
ทันใดนั้น เสียงเคลื่อนไหวก็ดังมาจากด้านนอก พอหลินเชิ่งเทียนมองไปก็เห็นว่าหัวหน้าแผนกเพลงหลายคนเดินมาพร้อมกับของติดไม้ติดมือ
“นี่พวกคุณ?”
“สวัสดีตอนเช้าครับหัวหน้าหลิน คือรายการของเราน่ะ ตามกฎแล้วตอนที่สองจะมีนักร้องตกรอบใช่ไหม แล้วตอนที่สามจะมีนักร้องเสริมมาแทน…”
“ผมเข้าใจแล้ว”
กลุ่มคนพวกนี้ก็มาขอร้องเขาเหมือนกัน อยากให้ศิลปินจากแผนกตนมาเป็นนักร้องเสริม เหอะ ๆ
ก่อนหน้านี้ หลินเชิ่งเทียนพยายามขอยืมนักร้องจากแผนกเหล่านี้ นอกจากพี่สาวเขาที่ช่วยเหลืออย่างเต็มที่มาตลอด คนอื่น ๆ ก็เอาแต่พากันบ่ายเบี่ยง
ตอนนี้ละ? พอรายการดังก็อยากยัดคนเข้ามา? จะมาฉวยเอาผลประโยชน์ตอนนี้มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก
แน่นอนว่าฉันต้องให้สิทธิ์พี่สาวก่อนอยู่แล้ว
หลินเชิ่งเทียนทำทีเป็นลำบากใจ
“ของของพวกคุณผมคงไม่กล้ารับไว้หรอกครับ เรื่องนี้บอกอะไรแน่ชัดไม่ได้ ต้องให้ทีมงานประชุมตัดสินใจกันก่อน ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ…”
กว่าจะไล่คนพวกนี้ออกไปได้ก็ไม่ง่ายเลย หลินเชิ่งเทียนนั่งลงบนเก้าอี้ คลายเนกไทเล็กน้อย จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าโลกนี้ช่างงดงามเหลือเกิน
รู้สึกผ่อนคลายมีความสุขแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! ครั้งสุดท้ายที่รู้สึกมีความสุขแบบนี้ คือตอนที่น้องชายหายป่วย…
เดี๋ยวนะ! ยังมีเรื่องสำคัญมากๆ ที่ต้องทำ! หลินเชิ่งเทียนรีบลุกขึ้น แล้วต่อสายโทรศัพท์
“ฮัลโหล?”
มีเสียงตอบมาจากปลายสาย
หลินเชิ่งเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีครับตัวแทนเจียง ผมหลินเชิ่งเทียนจากเสินฮวากรุ๊ป คุณคงรู้สถานการณ์ของ I Am a Singer แล้ว
ตอนนี้ผมโทรมาหาคุณก็เพื่อจะคุยกับคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ของพวกคุณเรื่องลิขสิทธิ์ซีซันสอง…”
ในที่สุดก็รู้จักโทรหาฉันสักที ดูเหมือนพี่ชายจะไม่ฉลาดอย่างเจ้านายเลยนะ
เจียงเฉิงแอบบ่นในใจ คนฉลาดจริงๆ ควรจะโทรมาหาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว! แต่ใครให้เขาเป็นพี่ชายของเจ้านายละ
เจียงเฉิงกระแอมก่อนจะพูดทำเป็นเล่นตัว
“ถ้าอย่างนั้นเราคงต้องคุยเรื่องเงื่อนไขกันสักหน่อยนะครับ เพราะตอนนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
“แน่นอนอยู่แล้วครับ”
พอรายการดังคุนเผิงก็มีสิทธิ์ที่จะตั้งราคาตามต้องการ เพราะลิขสิทธิ์ยังอยู่ในมือของอีกฝ่าย หลินเชิ่งเทียนเข้าใจเรื่องนี้ดี
ดังนั้นท่าทีของเขาจึงสุภาพเป็นพิเศษ
“คุณสะดวกวันไหนครับ?”
“วันมะรืนแล้วกันครับ”
“ถึงตอนนั้นผมเลี้ยงเองครับ”
“ตกลงครับ”
หลังจากวางสายไปได้ไม่นาน เจียงเฉิงก็รับสายอีกสาย พอวางสายที่สองเสร็จ เจียงเฉิงก็รีบติดต่อหลินจือไปทันที
“เจ้านายครับ พี่ชายเราเพิ่งโทรมาหาผมครับ”
“พี่ชายเราเหรอครับ?”
“อะแฮม ผมว่าเรียกแบบนี้มันดูสนิทดีนะครับ”
“แล้วแต่คุณเถอะ”
“เขาต้องการลิขสิทธิ์ซีซันสองครับ”
“ให้เขาไป”
“งั้นถึงตอนนั้นผมจะยื่นเงื่อนไขที่ใกล้เคียงกัน ตามที่พวกเราเคยคุยกันไว้ก่อนหน้านี้นะครับ”
“ตกลง”
“ยังมีอีกเรื่องครับ”
“ว่ามาครับ”
“หลินเป้าจากแผนกวาไรตี้ของเสินฮว่าก็ติดต่อผมมาเหมือนกันครับ พอดีกับที่พี่ชายเราเพิ่งวางสายไปได้ไม่นาน”
หลินเป้า?
หลินจือไปหรี่ตาลงเล็กน้อย
“เขาไม่น่าจะตอบสนองเร็วขนาดนี้ ต้องมีใครบางคนคอยกระซิบอยู่เบื้องหลังแน่”
“แล้วผมควรจัดการยังไงดีครับ?”
“ถ้าคุณเบื่อ ๆ ก็ลองเล่นสนุกกับเขาดูสิ”
“เข้าใจแล้วครับ”
เจียงเฉิงหัวเราะ
“งั้นผมก็เบื่อสุด ๆ เลยครับ!”
คนฉลาดอย่างเจียงเฉิงย่อมเข้าใจความหมายของเจ้านายได้ทันที เขามั่นใจว่าหลินเป้ากับเจ้านายต้องมีความบาดหมางกันอย่างแน่นอน
หรืออาจถึงขั้นเป็นศัตรูกันเลยก็ได้! ไม่อย่างนั้นคนนิสัยแบบเจ้านายคงไม่พูดทำนองว่า ‘เบื่อก็ลองเล่นสนุกกับเขาดู’ ให้ได้ยินแน่
มีความแค้นกันงั้นเหรอ? ถ้าเป็นอย่างนั้น การแกล้งหลินเป้าเพื่อแก้เบื่อก็คงจะสนุกไม่น้อยเลยทีเดียวว่าไหม?