ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 82 อันดับความนิยมของวาไรตี้โชว์
ตอนที่ 82 อันดับความนิยมของวาไรตี้โชว์
เมื่อมีประสบการณ์ความสำเร็จจากตอนแรก หลินจือไปจึงไม่ต้องกังวลมากกับการถ่ายทำตอนที่สองของ ‘I Am a Singer’ และยังแบ่งความสนใจมาดูแลปู่เยโหวได้อีกด้วย
ในช่วงตรุษจีนนี้เช่นกัน น่าเซินบุ๊คเฮาส์ได้ออกฉบับล่าสุดของ “นิตยสารสืบสวนปริศนา” แล้ว เพียงแต่ในช่วงตรุษจีนหัวข้อข่าวมีมากเกินไป ทำให้กระแสการพูดถึงไม่สูงเท่าเดือนก่อน
เหมือนกับครั้งก่อน “นิตยสารสืบสวนปริศนา” ฉบับนี้ก็ตีพิมพ์ผลงานสองเรื่องสั้นของปู่เยโหวไว้ที่ต้นเล่มกับท้ายเล่มอีกเช่นเคย
เรื่องหนึ่งชื่อ “ตู้เสื้อผ้า”
อีกเรื่องชื่อ “เจ็ดห้อง”
หลังจากอ่านสองเรื่องสั้นนี้ของปู่เยโหว ผู้อ่านมีความรู้สึกว่า : เหมือนได้กลับไปจุดเริ่มต้น ยืนเหม่อลอยอยู่หน้านิตยสาร
พิสดารน่าพรั่นพรึง!
วังเวงชวนขนลุก!
ปู่เยโหวที่เปรียบเสมือนตัวแทนแห่งความมืดมนได้กลับมาแล้ว โดยเฉพาะเรื่อง “ตู้เสื้อผ้า” ที่อ่านแล้วทำให้ค่า SAN (ความมีสติ) ลดฮวบอย่างบ้าคลั่ง
ถ้าเทียบกันแล้ว “เจ็ดห้อง” กลับดูน่ารับมือมากกว่า บางคนถึงกับยกย่อง “เจ็ดห้อง” เป็นพิเศษ แม้ตัวเนื้อเรื่องจะไม่ได้มีพล็อตแข็งแรงนัก แต่กลับโดดเด่นในการใช้ถ้อยคำสร้างบรรยากาศ และเป็นการบรรยายความสยองเชิงจิตวิทยาที่ปู่เยโหวถนัดที่สุด
ฟอรัมสำนักศึกษา เมื่อหัวข้อเทศกาลตรุษจีนค่อยๆ จางหายไป การพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องสั้นสองเรื่องล่าสุดของปู่เยโหวก็เริ่มคึกคัก
“สองเรื่องนี้หน้ากลัวจนเกือบตาย!”
“หลังจากอ่าน ‘บทกวีแห่งแสงตะวัน’ ทุกคนต่างก็คิดว่าปู่เยโหวจะเปลี่ยนแนวแล้ว ที่ไหนได้ฉบับนี้ดันจัดหนัก วิปริตยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!”
“จะมืดมนเกินไปแล้วนะ”
“หรือว่านี่จะเป็นรางวัลเล็กๆ ให้ตัวเองหลังจากเขียน ‘บทกวีแห่งแสงตะวัน’ เสร็จ?”
“ฉันที่เป็นสายฮาร์ดคอร์ พออ่านเรื่องราวในฉบับนี้จบยังรู้สึกไม่ค่อยไหวเลย แต่ยิ่งไม่ไหวก็ยิ่งตื่นเต้นนี่มันอะไรกันเนี่ย”
“เมนต์บน อ่อนแอแต่ใจแน่สินะ”
“หมอนี่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษรได้เก่งจริงๆ”
“กลัวจนเหงื่อแตกพลั่กเลย เรื่องของปู่เยโหวนี่มันเร้าใจจริงๆ”
“ไหนๆ ปู่เยโหวก็ขยันผลิตผลงานขนาดนี้ ทำไมไม่รวมเล่มเรื่องสั้นไปเลยละ จะได้อ่านรวดเดียวให้จุใจ”
พอดีเลย ในตอนนั้นเอง หลินจือไปก็กำลังเลื่อนดูคอมเมนต์ในหมวดสืบสวนปริศนาของสำนักศึกษาอยู่ เมื่อเห็นว่ามีคนพูดถึงการรวมเล่มเรื่องสั้น เขาก็รู้สึกสะดุดใจขึ้นมา เหมือนจะเป็นความคิดที่ดีเลย
เพราะหลินจือไปได้ตีพิมพ์เรื่องสั้นต่อเนื่องใน “นิตยสารสืบสวนปริศนา” มานานถึงสี่เดือนแล้ว สี่เดือนนี้ทำให้ปู่เยโหวสะสมชื่อเสียงในวงการได้ไม่น้อย ผู้อ่านที่ชื่นชอบแนวมืดหม่นระทึกขวัญต่างก็รู้จักเขาเป็นอย่างดี
และหลินจือไปก็ได้ตีพิมพ์เรื่องสั้นชุดนี้ของโอตสึ อิจิ ไปครึ่งหนึ่งแล้ว ถ้านำเรื่องที่เหลือและเรื่องที่เผยแพร่ไปแล้วมารวมกันตีพิมพ์เป็นเล่ม น่าจะเป็นทางเลือกที่ทำให้หลินจือไปได้ประโยชน์สูงสุด
เพราะถ้าลงต่อจนครบแล้วค่อยมารวมเล่มทีหลัง คนที่สมัครสมาชิกระยะยาวต่างก็อ่านกันไปแล้ว คงไม่ได้อยากซื้อมากขนาดนั้น สู้เก็บอีกไม่กี่เรื่องไว้ก่อน แล้วเอามารวมกับเรื่องที่เคยเผยแพร่ไปแล้วพิมพ์เป็นเล่มทีเดียว ยังกลายเป็นตัวล่อดึงผู้อ่านไปในตัว
งั้นก็เอาตามนี้ ให้ผ่านไปสักระยะค่อยปล่อยรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ออกมาแล้วกัน
หลินจือไปแจ้งการตัดสินใจนี้กับเจียงเฉิง ซึ่งอีกฝ่ายจะเป็นคนติดต่อกับน่าเซินบุ๊คเฮาส์ เมื่อพิจารณาถึงสองฝ่ายที่ทำงานด้วยกันอย่างราบรื่น ปู่เยโหวจึงอาจร่วมงานกับน่าเซินบุ๊คเฮาส์ไปก่อน และอนาคตค่อยพิจารณาความร่วมมือกับสำนักพิมพ์อื่น
หลินจือไปมั่นใจว่า เมื่อชื่อเสียงของปู่เยโหวเพิ่มขึ้น สำนักพิมพ์อื่นๆ ต้องยื่นข้อเสนอเข้ามาแน่นอน
ชั่วพริบตา หนึ่งสัปดาห์ก็ผ่านไป
บนโลกออนไลน์มีการพูดคุยมากมายเกี่ยวกับ ‘I Am a Singer’ หลายคนต่างตั้งตารอผลการแข่งขันในตอนที่สอง และคาดเดาอันดับผู้ชนะกันไปต่างๆ นานา แน่นอนบางคนก็กังวลว่าคุณภาพตอนที่สองจะดรอปลงไปหรือไม่
บ่ายวันนั้น ตอนที่สองกำลังจะออกอากาศ ทุกคำตอบจะถูกเปิดเผยในวันนี้ หลายคนจึงเฝ้ารออยู่หน้าจอตั้งแต่เนิ่นๆ
“ออกอากาศแล้ว!”
“ที่แท้ลำดับการขึ้นเวทีของนักร้องเป็นการจับสลากเหรอ นึกว่าตอนแรกเขาจงใจจัดไว้ซะอีก”
“กำไล (โสวจัว) น่าสงสารจริงๆ!”
“น่าสงสารกำไลจริงๆ ดันจับได้คิวขึ้นเวทีคนที่สอง ซวยเกินไปแล้วมั้ง?”
“เยว่ซานหลานได้คิวที่สามเหรอ?”
“นักร้องที่ขึ้นแรกๆ เสียเปรียบจริงๆ ยังไงลำดับท้ายๆ ดีกว่า เพราะคนดูโหวตทีหลังก็ต้องจำเพลงหลังๆ ได้ดีกว่าอยู่แล้ว”
“เซี่ยอวี่หลงได้ลำดับที่ห้าเหรอ?”
“ก็ไม่เลว แต่ไม่เท่าจางซีหยาง จางซีหยางได้ลำดับหกเลยละ”
“ดวงดีจัง!”
“โอโห จางซีหยางนี่แมนสุดๆ เลย ยอมสลับลำดับหกให้กำไลด้วย!”
“กำไลวิดพื้นไปไม่เสียเปล่าจริงๆ!”
“ฮ่าๆ กำไลซึ้งจนน้ำตาแทบไหลแล้ว”
“ตอนที่แล้วพี่ซีหยางขึ้นร้องคนแรกยังได้ที่หนึ่งเลย ฝีมือสูงใจถึงจริงๆ แต่ก็ถือว่าเขาเอ็นดูกำไลนะ”
“รายการนี้ พี่ซีหยางกวาดแฟนคลับได้จริงๆ!”
“เริ่มแล้วๆ!”
“พิธีกรก็เป็นพี่ซีหยางอีกแล้ว!”
“ทักษะพิธีกรของพี่ซีหยางพัฒนาขึ้นนะ วันนี้ดูไม่ค่อยติดขัดเท่าไหร่ แถมฟังเขาพูดแล้วสนุกดีซะอีก รายการไม่มีพิธีกรมืออาชีพกลับกลายเป็นจุดเด่นไปเลย”
“โอโห! มีโฆษณาแล้ว!”
“น้ำแร่หลงเฉวียนเป็นผู้สนับสนุนหลักเหรอ?”
“ขอบคุณสปอนเซอร์ รายการได้อัปเกรดเวทีแล้ว!”
“น้ำแร่หลงเฉวียนนี่ดีนะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะสั่งยกโหลเลย เป็นกำลังใจให้พวกเขาที่มาสนับสนุนรายการถังแตกของพวกเรา”
รายการเริ่มต้นแล้ว นักร้องเจ็ดคนขึ้นร้องสลับกัน
ในตอนนี้ หลินเซิ่งเทียนอัดรายการที่สตูดิโอหมายเลขหนึ่งของเสินฮวากรุ๊ป ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นระดับท็อปของโลก
เสียงสูงใส เสียงกลางชัด เสียงต่ำทุ้มลึก สรุปคือชัดใสไร้ที่ติ แม้แต่เวทีก็ได้รับการอัปเกรดไปอีก มองแวบแรกก็รู้ว่าหรูหรากว่าสตูดิโอที่ใช้ถ่ายทำตอนแรกมาก แสงไฟอลังการ วงดนตรียิ่งใหญ่
แต่ผู้ชมทั่วไปที่ไม่ใช่มืออาชีพคงไม่รู้สึกถึงสาเหตุ รู้แต่ว่าฟังแล้วสบายหู การแสดงบนเวทีในครั้งนี้ให้ความเพลิดเพลินยิ่งกว่าตอนแรกเสียอีก!
“ค่อยโล่งอกสักที”
“คุณภาพดีกว่าตอนที่แล้วอีก!”
“ก่อนหน้านี้ฉันกังวลจริงๆ ว่าตอนที่สองจะไม่ปัง แต่ตอนนี้ดูแล้วไม่น่าพังได้ง่ายๆ แค่นักร้องกลุ่มนี้อยู่บนเวที ก็สามารถแบกความคาดหวังทั้งหมดเอาไว้ได้!”
“เพลงนี้ของจางซีหยางเป็นของเขาเองเหรอ?”
“นี่คือเพลงสร้างชื่อของเขา แต่ถูกดัดแปลงไปมาก ฟังแล้วสนุกเร้าใจกว่าเดิม จนอดขยับตัวตามไม่ได้เลย ต้นฉบับไม่มันขนาดนี้ จริงๆ ต้องมันแบบนี้แหละถึงจะสนุก”
“โอโห เซี่ยอวี่หลงร้องเสียงสูงซะด้วย?”
“ว้าว เสียงสูงนี่เหมือนฟาดนักร้องรุ่นใหม่ได้ในพริบตาเลยนะ!”
“นักร้องรุ่นเก๋ากลุ่มนี้กำลังเล่นสลับแนวเหรอ คราวนี้เยว่ซานหลานกลับไม่โชว์เสียงสูง แต่เสียงเธอสุดยอดจริงๆ ไม่ต้องร้องเสียงสูงก็ยังทรงเสน่ห์เต็มเปี่ยม”
“หลี่หลงดูเหมือนจะตื่นเต้นหรือเปล่า?”
“เมื่อกี้ดูเหมือนจะร้องผิดไปท่อนหนึ่งนะ”
“หานเยว่ซวงนิ่งมากเลยนะ นิ่งจนไม่เหมือนนักร้องรุ่นใหม่เลย!”
“กำไลกำไลกำไล เก่งมากเลย นี่ใช้เสียงของกำไลจริงๆ เหรอ ทำไมรู้สึกว่าสไตล์เปลี่ยนไปจากเดิมเลย เขาร้องเสียงสูงได้ด้วยเหรอเนี่ย?”
“เจ๋งมาก!”
ผู้ชมทึ่งกับรายการนี้อีกครั้ง! ในตอนนี้ นอกจากหานเยว่ซวงที่ยังคงสไตล์เดิมที่ถนัดเพื่อความแน่นอน นักร้องคนอื่นๆ ต่างก็ท้าทายตัวเอง ด้วยการร้องเพลงที่มีสไตล์แตกต่างจากตอนก่อนแบบสิ้นเชิง แต่กลับไพเราะเหมือนเดิม
สมกับที่เป็นรุ่นเก๋าแห่งวงการเพลง ความสามารถรอบด้านแทบไม่มีจุดอ่อนเลย แม้แต่หลินโสวจัวก็เริ่มเปลี่ยนแนวบ้างแล้ว!
อย่างเซี่ยอวี่หลง ในตอนแรก เซี่ยอวี่หลงอาศัยอารมณ์เพลงมัดใจคนดู แต่ภาพลักษณ์ในสายตาวัยรุ่นดูค่อนข้างโบราณ อารมณ์อย่างเดียวใช้ไม่ได้ตลอดชีวิตจริงไหม พอมาถึงตอนที่สองเขาจึงเปลี่ยนแนวไป จากคนที่ดูเคร่งขรึม กลับมาร้องเพลงป๊อปเสียงสูงที่โหดหิน ฟังดูสดใหม่และยังไพเราะสุดๆ!
หลังจากนักร้องทั้งเจ็ดคนร้องจบ ก็ถึงเวลาประกาศอันดับ หลินเซิ่งเทียนเดินขึ้นมาพร้อมโทรศัพท์มือถือ
ผู้ชมพลันหัวเราะลั่นออกมาอย่างรู้กันดี พวกเขาสงสัยว่าคุณโปรดิวเซอร์จอมเยิ่นเย้อคนนี้คงจะสร้างสีสันอีกแล้วแน่ๆ! และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
“อันดับที่สามคือ…อันดับที่สามคือ…เอาละ เราประกาศที่สองเลยแล้วกัน”
“ต่อไปเป็นลำดับที่ห้า…ใครกันนะที่จะได้ที่ห้า? เอาเป็นว่าเราทิ้งปริศนาไว้ก่อน มาดูที่สามกันก่อนดีกว่า”
“งั้นให้ทุกคนลองทายดูก่อนเป็นไง?”
“การแสดงของอันดับหนึ่งวันนี้ยอดเยี่ยมมาก! เวลาตะโกนชื่อเขาต้องดังสุดเสียง เพราะฉะนั้นเราต้องดื่มน้ำแร่หลงเฉวียนหนึ่งแก้ว!”
“ทุกคนรู้สึกไหมว่าเสียงของผมดังกว่าเดิมแล้ว?”
“ฮาๆ หลังจากดื่มน้ำแร่หลงเฉวียน ชื่อที่ดังกังวานนั้นก็คือ…เซี่ยอวี่หลง!”
หลังจากได้หลงเฉวียนเป็นสปอนเซอร์หลัก หลินเซิ่งเทียนก็เริ่มโชว์ลีลา ผู้ชมรู้สึกว่าคนคนนี้พูดจ้อเสียจริง แต่ก็อดขำไม่ได้ คนคนนี้มีมุกเด็ดเยอะจริงๆ!
หลังจากเยิ่นเย้ออยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็ประกาศผล
อันดับหนึ่ง: เซี่ยอวี่หลง
อันดับสอง: จางซีหยาง
อันดับสาม: เยว่ซานหลาน
อันดับสี่: หลินโสวจัว
อันดับห้า: หานเยว่ซวง
อันดับหก: จาวอวี่เสีย
อันดับเจ็ด: หลี่หลง
เมื่อรวมผลโหวตทั้งสองตอนแล้ว ในที่สุดหลี่หลงก็เป็นคนที่ตกรอบ แม้เขาจะเป็นนักร้องเฉพาะกลุ่ม แต่ผลงานของเขาในรายการก็ได้การยอมรับจากทั้งนักร้องคนอื่นๆ และผู้ชม
“เสียดายจัง”
“หลี่หลง สู้ๆ นะ”
“จริงๆ หลี่หลงไม่แย่เลยนะ แต่ทำไงได้ คู่แข่งแต่ละคนโหดเกินไปแล้ว!”
“แม้แต่สองนักร้องรุ่นใหม่อย่างหลินโสวจัวกับหานเยว่ซวง ก็ยังถือเป็นตัวท็อปของรุ่นเดียวกัน”
“เศร้าเลย…”
“ฉันชอบเขามากเลยนะ!”
“ทีมงานรายการแอบโกงผลโหวตหรือเปล่า?”
“ฉันว่าตอนนี้หลี่หลงน่าจะติดสี่อันดับแรกด้วยซ้ำ!”
“นี่แหละการแข่งขัน ยังไงก็ต้องมีคนได้อันดับเจ็ด”
“จาวอวี่เสียรอดตัวไปหวุดหวิด”
“หลี่หลงพลาดไปนิดเดียว ดูเหมือนจะตื่นเต้นเกินไป ไม่อย่างนั้นคงได้อยู่ต่อ”
ผู้ชมต่างก็โศกเศร้า หลี่หลงกอดกับนักร้องคนอื่นทีละคน ดวงตาของทุกคนเริ่มแดงก่ำ นี่ไม่ใช่การแสดง เพราะทุกคนต่างก็เป็นนักร้องที่เคยหมดกระแสแล้วเพิ่งกลับมาดัง จึงมีประสบการณ์คล้ายกัน ได้ใช้เวลาร่วมกันมาพักหนึ่งจึงมีความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน
“ทุกคนครับ!” หลินเซิ่งเทียนพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ทุกคนพากันหันไปมองเขา ผู้ชมเริ่มรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย บางคนบ่นในคอมเมนต์ว่า หมอนี่พูดขยี้ยืดยาดก่อนหน้านี้ก็สนุกดี แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาปล่อยมุกเยิ่นเย้อนะ อ่านบรรยากาศไม่ออกหรือไง?
“ผมคิดว่าต่อไปอยากจัดรอบชิงคืนชีพ…”
เมื่อหลินเซิ่งเทียนพูดจบ นักร้องทุกคนพลันตื่นเต้นดีใจ ผู้ชมเองก็ยิ้มออกมา ส่วนคอมเมนต์ที่บ่นเมื่อครู่ก็เปลี่ยนสีหน้ากันแบบสายฟ้าแลบ
“พูดดีมากเลยผู้กำกับหลิน!”
“คุณผู้กำกับหลินคือแสงสว่างของฉัน!”
“จะเยิ่นเย้อเท่าไหร่ก็ได้เลย ถ้ารำคาญถือว่าฉันแพ้!”
“ฮาๆๆๆๆๆ เริ่มจะชอบผู้กำกับหลินแล้วสิทําไงดี?”
“ผู้กำกับมีสิทธิทําแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?”
“ลืมไปแล้วเหรอ ผู้กำกับหลินเป็นโปรดิวเซอร์รายการนะ”
“ผู้กำกับหลินเจ๋งสุดๆ!”
“เมื่อกี้ใครบอกว่าผู้กำกับหลินอ่านบรรยากาศไม่ออกนะ”
“แหะๆ ฉันขอโทษ”
“ไม่รู้ตอนหน้าจะมีใครมาเป็นนักร้องเสริม?”
คอมเมนต์ไลฟ์สดเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร ถึงรอบแก้ตัวจะเป็นไอเดียซ้ำๆ แต่ทุกคนก็ชอบมันนี่นา!
ยิ่งไปกว่านั้น… หลังจากสองตอนที่ผ่านมา หลายคนชื่นชอบหลี่หลงจริงๆ เสียดายที่เขาต้องออกไปแบบนี้ แน่นอนว่าความคาดหวังต่อนักร้องเสริมก็กลายเป็นหนึ่งในแรงจูงใจที่ทำให้ผู้ชมรอคอยตอนต่อไปด้วยเช่นกัน!
เช่นนี้ ตอนที่สองก็จบลง
เมื่อหลินจือไปดูตอนที่สองจบพร้อมครอบครัว จู่ๆ ก็ได้ยินพี่สาวหัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า
“เมื่อรายการวาไรตี้ใหม่ออกอากาศครบเจ็ดวัน ฝ่ายทางการจะคำนวณระดับความนิยมแล้วเอาไปเปรียบเทียบจัดอันดับรวมกับรายการวาไรตี้อื่นๆ ฉันรู้สึกว่ารายการของเสี่ยวเทียนน่าจะติดท็อปสามในชาร์ตความนิยมของรายการวาไรตี้แห่งฉินโจวได้เลยนะ”
“ชาร์ตความนิยมของรายการวาไรตี้เหรอ?” หลินจือไปเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก
หลินเซิ่งเทียนอธิบายด้วยรอยยิ้มว่า “ชาร์ตความนิยมของรายการวาไรตี้ก็คล้ายๆ กับชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลของวงการเพลงพวกนายนั่นแหละ แต่แตกต่างตรงที่ของพวกนายจะอัปเดตทุกเดือน ส่วนชาร์ตความนิยมวาไรตี้ของพวกพี่จะเป็นแบบระยะยาว ส่วนจะติดท็อปสามได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการคำนวณข้อมูลความนิยมของทางการแล้วละ พี่เองก็ไม่กล้ารับรองจะได้อันดับที่เท่าไหร่ ยังไงรายการเราก็ยังใหม่อยู่ ไม่มีฐานที่มั่นคงพอ”
หลินจือไปเข้าใจแล้ว ที่จริงมันก็คือการจัดอันดับความนิยมของรายการวาไรตี้ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็เหมือนกับการแข่งขันด้านเรตติ้ง เพียงแต่วิธีคำนวณจะละเอียดกว่าเท่านั้นเอง…
เวลานี้เอง คนในวงการบันเทิงทุกคน ต่างก็กำลังรอคอยผลการจัดอันดับความนิยมของ ‘I Am a Singer’!