ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 81 รายการฮิต
ตอนที่ 81 รายการฮิต
ผลกระทบจากวาไรตี้โชว์ใหม่ ‘I Am a Singer’ ของเสินฮว่า ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตอนนี้
ในโลกออนไลน์ และในชีวิตจริง สื่อต่างๆ และหนังสือพิมพ์ชั้นนำก็พากันรายงานข่าวนี้!
“รายการฮิตมาแน่! วาไรตี้โชว์ใหม่ ‘I Am a Singer’ ของเสินฮว่าสร้างกระแสฮือฮาอย่างมหาศาล!”
“วาไรตี้ใหม่ ‘I Am a Singer’ ของเสินฮว่า สร้างสรรค์แปลกใหม่ ได้รับคำชมล้นหลามจากวงการ!”
“เซี่ยอวี่หลงหวนคืนชื่อเสียงอีกครั้งผ่านวาไรตี้แข่งขันร้องเพลง!”
“จางซีหยางคัฟเวอร์ผลงานชิ้นโบแดงของโจวหานจิ้น: การตีความที่ต่างออกไป!”
“ไม่มีกรรมการ ไม่มีพิธีกร ไม่มีการโต้ตอบกับผู้ชม รายการสามไม่มีนี้กลายเป็นกระแสฮิตได้อย่างไร!?”
“‘I Am a Singer’ ความจริงใจประเมินค่าไม่ได้!”
“วาไรตี้ใหม่จากเสินฮว่า หลินโสวจัวร้องเพลงใหม่ของไปตี้อีกครั้ง!”
“เยว่ซานหลานขึ้นเทรนด์ร้อน เธอคือใคร?”
“ที่แท้ไม่มีซูเปอร์สตาร์: ‘I Am a Singer’ กับกลลวงที่ผู้ชมเต็มใจให้หลอก”
พูดตามตรง แม้จะเห็นว่าสื่อคึกคัก แต่จริงๆ แล้วนักข่าวบางคนที่ตามกระแสไม่ทันก็ถึงกับงง
เพราะเพิ่งมารู้ตอนเช้านี้เองว่ารายการนี้ดังเป็นพลุแตก ข่าวที่ออกมาก็เขียนขึ้นอย่างฉุกละหุก หลายเรื่องยังไม่ได้เจาะลึกอะไร
เช่น สัมภาษณ์ทีมงาน สัมภาษณ์ศิลปินที่เปิดตัว หรือสัมภาษณ์โปรดิวเซอร์ผู้กำกับ
อีกด้านหนึ่ง บนโลกออนไลน์ เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ทุกคนที่ได้ดูรายการเมื่อคืนนี้
มีชาวเน็ตจำนวนมากที่เพิ่งรู้ว่ารายการ ‘I Am a Singer’ กำลังฮิตถล่มทลาย หลังจากได้เห็นข่าวและเทรนด์ฮิตที่มีอยู่เต็มหน้าฟีด
แต่สมัยนี้รายการวาไรตี้ที่ได้รับความนิยมสูง มักจะมีจุดเด่นที่น่าสนใจของตัวเองเสมอ หลายคนจึงหาเวลาย้อนดูตอนแรกด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฟึ่บ!
เมื่อมีผู้ชมหน้าใหม่หลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง การพูดคุยเกี่ยวกับรายการนี้บนโลกออนไลน์ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ส่งผลให้เทรนด์ฮิตเกี่ยวกับรายการนี้ไม่หลุดจากชาร์ตเลย!
“วาไรตี้นี้น่าสนใจมาก!”
“โดนหลินโสวจัวกับท่าดันพื้นห้าสิบครั้งตกเข้าด้อมซะแล้ว”
“จางซีหยางโหดมาก!”
“เซี่ยอวี่หลงแสดงให้เห็นแล้วว่า รุ่นพี่ก็คือรุ่นพี่”
“แม่เยว่คนนี้แทบจะเป็นคนธรรมดา ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่พอขึ้นเวทีแล้วเป็นเทพเลย!”
“มีแค่ฉันรึเปล่าที่รู้สึกว่าผู้กำกับตอนท้ายตลกมาก?”
“ฮ่าๆๆ อ้อยอิ่งเกินไปแล้ว”
“ชอบเพลงปิด ‘คนแบบฉัน’ ที่สุดเลย”
“ไปตี้เก่งจริงๆ!”
“ถ้าเดือนนี้ไม่ใช่ช่วงสงครามเทพเจ้าละก็ เพลง ‘คนแบบฉัน’ อาจจะคว้าอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลไปแล้วก็ได้!”
“สงครามเทพเจ้าเลี่ยงไม่ได้”
“ยังไงบนชาร์ตเพลงตอนนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงที่เปิดตัวในงานชุนหวานทั้งนั้น ไม่มีวาไรตี้ไหนจะดังเกินชุนหวานได้หรอก แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความน่ากลัวของไปตี้ลงเลย ไม่รู้ว่าตอนต่อไปจะมีเพลงใหม่ของเขาอีกไหมนะ”
“ตั้งตารอตอนที่สองสุดๆ!”
“ไม่ได้ติดตามวาไรตี้มาหลายปีแล้ว แต่รายการนี้ต้องดูต่อให้ได้!”
“จางซีหยางบอกว่าเขาเข้าร่วมรายการเพราะคำเชิญของไปตี้ งั้นไปตี้กับทีมงานรายการมีความเกี่ยวข้องกันยังไงนะ?”
“รายการนี้ทำให้นักร้องกลุ่มนี้กลับมาดังอีกครั้ง!”
ใช่แล้ว รายการนี้ทำให้เหล่านักร้องที่เคยตกกระแส ได้พลิกสถานการณ์กลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง!
จางซีหยาง, เซี่ยอวี่หลง, หลินโสวจัว, เยว่ซานหลาน, หานเยว่ซวง
แม้กระทั่งหลี่หลงและจาวอวี่เสีย ผู้ที่อยู่ท้ายสุดของการจัดอันดับ…
นักร้องทั้งเจ็ดคนที่เปิดตัวเมื่อคืนนี้ต่างก็มีชื่อเสียงพุ่งพรวดในชั่วข้ามคืน
บัญชีบนแพลตฟอร์มจี๋กวงของพวกเขา มีจำนวนผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างมากในระดับที่แตกต่างกัน!
โดยเฉพาะจางซีหยาง เขาเคยกลับมาดังแล้ว รอบนี้ยิ่งเพิ่มความนิยมเข้าไปอีก จนมีแนวโน้มจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์
แทบจะกลับไปถึงจุดที่เคยดังที่สุดในอดีต แถมความสามารถในปัจจุบันยังเหนือกว่าตอนที่ดังที่สุดเสียอีก!
เหล่านักร้องเปิดตัวมีกลุ่มแชทกลุ่มหนึ่ง กลุ่มนี้สร้างโดยหลินเซิ่งเทียน วันนี้ในกลุ่มคึกคักเป็นพิเศษ
เซี่ยอวี่หลง: “ฉันอายุแก่ปูนนี้ ไม่คิดเลยว่าจะได้พบฤดูใบไม้ผลิครั้งที่สองของอาชีพอีกครั้ง”
หานเยว่ซวง: “ขอบคุณโปรดิวเซอร์หลินสำหรับคำเชิญค่ะ”
จาวอวี่เสีย: “คาดว่ารอบหน้าฉันคงเสี่ยงตกรอบแล้ว แต่ได้มาครั้งนี้ก็คุ้มแล้วละ”
หลี่หลง: “รอบนี้คุณที่เจ็ด ผมที่หก รอบหน้าผมก็คงเสี่ยงเหมือนกัน โดยเฉพาะพวกพี่จางโหดเกินไปแล้ว สู้ไม่ไหวเลยจริงๆ”
จางซีหยาง: “ผมก็กลัวเหมือนกันนะ”
หลินโสวจัว: “พี่ซีหยางได้ที่หนึ่งอย่าพูดเลย (อิโมจิสุนัข)”
เยว่ซานหลาน: “ฉันมีงานจ้างแล้ว ฉันมีงานจ้างแล้ว ฉันมีงานจ้างแล้ว ขอบคุณทีมงานรายการ และขอบคุณทุกคนมากๆ นะคะ!”
หลินเซิ่งเทียน: “ยินดีด้วย [ดอกไม้] นะครับ!”
ทุกคนต่างยิ้มแย้ม บรรยากาศในกลุ่มชื่นมื่นอย่างมาก สถานการณ์ของแต่ละคนคล้ายกันจึงไม่มีเหตุให้บาดหมาง ความสัมพันธ์เลยค่อนข้างราบรื่นกลมเกลียว
ส่วนเรื่องที่เยว่ซานหลานได้งานจ้าง? ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเยว่ซานหลานกลายเป็นดาวดังในชั่วข้ามคืน ตอนนี้มีคนชื่นชอบเธอมากมาย
ไม่ใช่แค่เยว่ซานหลาน ทุกคนต่างก็ได้รับข้อเสนองานธุรกิจมากมาย ถึงขนาดมีแบรนด์ใหญ่เชิญพวกเขาไปเป็นพรีเซ็นเตอร์!
นี่แหละวงการบันเทิง ใครที่ดัง คนคนนั้นก็จะมีมูลค่าทางธุรกิจ
แม้แต่สำหรับนักร้องที่เปิดตัวกลุ่มนี้ โอกาสในการหวนคืนสู่วงการก็ราวกับฝันไป
กระทั่งจางซีหยางเองก็เช่นกัน เดิมทีเขาไม่มีทางจะมาร่วมรายการแบบนี้เลย ทั้งหมดเป็นเพราะอาจารย์ไปตี้เอ่ยปากชวนเขาถึงได้ตอบตกลง
ตอนแรกคิดว่าแค่ตอบแทนบุญคุณไปตี้เท่านั้น ใครจะไปคิดว่า… กลับกลายเป็นว่าหนี้บุญคุณนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเสียอีก!
พอจางซีหยางเล่าความคิดนี้ให้ผู้จัดการฟัง ผู้จัดการก็หัวเราะลั่นและพูดว่า
“ฉันว่าอาจารย์ไปตี้คือดาวนำโชคของนายเลยนะ เพราะเพลงของเขา นายถึงได้กลับมาดัง เพราะคำแนะนำของเขา นายถึงได้อาศัยรายการนี้กลับสู่จุดสูงสุดอีกครั้งอย่างแท้จริง”
บุญคุณครั้งนี้คงไมอาจทดแทนได้ง่ายๆ จางซีหยางกล่าวอย่างซาบซึ้งว่า
“อาจารย์ไปตี้คือผู้มีพระคุณของฉัน”
ได้เจอผู้มีพระคุณแบบนี้ในวัยที่เข้าใจชีวิต จางซีหยางไม่รู้ว่าจะตอบแทนได้อย่างไร สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือยืนหยัดเคียงข้างเมื่ออีกฝ่ายต้องการความช่วยเหลือ
น้ำใจคนมีขึ้นมีลง วงการบันเทิงมักจะแสดงความจริงออกมาเสมอ
ความโด่งดังของ ‘I Am a Singer’ ในครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงหลายสิ่ง รวมถึงทัศนคติเดิมๆ ของผู้คนจำนวนมาก
ตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านี้นักร้องบางคนไม่พอใจที่รายการ ‘I Am a Singer’ เอาความนิยมของตนไปสร้างกระแส จงใจไม่ออกมาแก้ข่าว เพราะอยากดูว่ารายการนี้จะถูกวิจารณ์อย่างไร
แต่ตอนนี้ พวกเขาเริ่มอยากเกาะกระแสกลับบ้าง หลายคนเหมือนนัดกันไว้ ต่างโพสต์ข้อความในจี๋กวงว่า
“ทำไมรายการยังไม่เชิญฉันอีก?”
“ก่อนหน้านี้ไม่ได้บอกว่ามีฉันในรายชื่อด้วยหรอกเหรอ (อิโมจิสุนัข)”
“ฉันยินดีจะร่วมรายการนี้มากเลย (ขำแห้ง)”
“สู้ๆ ‘I Am a Singer’ ฉันก็เป็นนักร้องเหมือนกันนะ!”
“เคยร่วมงานกับอาจารย์เซี่ยอวี่หลงมาก่อน ดีใจที่ได้เห็นเขาในรายการอีกครั้ง ถ้าได้ขึ้นเวทีแลกเปลี่ยนฝีมือกันก็คงฮาๆ”
“เวทีนี้ น่าอิจฉาจริงๆ!”
“เพิ่งรู้วันนี้ว่าก่อนหน้านี้มีข่าวลือในเน็ตว่าฉันจะไปออกรายการ ‘I Am a Singer’ ฉันอยากบอกว่า ฉันนะก็อยากไปนะ แต่เขาไม่ได้เชิญฉัน (ร้องไห้)”
คนเหล่านี้ล้วนเป็นศิลปินใหญ่ แต่ละคนต่างมีกลุ่มแฟนคลับไม่น้อย พอชาวเน็ตเห็นโพสต์ของพวกเขาเข้าก็อดขำก๊ากไม่ได้
ต้องพลิกกลับขนาดนี้เลยเหรอ?
“ลำโพงทองแข็งเลย!”
“คนพวกนี้กำลังบอกใบ้อะไรกับทีมงานรายการเนี่ย?”
“นี่เท่ากับบอกตรงๆ แล้วมั้ง!”
“ฮ่าๆๆ รายการฮอตขนาดนี้ ใครจะไม่อยากมาละ”
“ฉันเริ่มตั้งตารอแล้วว่านักร้องที่มาเสริมในรอบถัดไปจะเป็นใคร”
“สำหรับนักร้องเสริม ฉันไม่ได้ต้องการคนดัง ฉันต้องการคนมีฝีมือ”
“ใช่แล้ว นี่คือเวทีของคนที่มีฝีมือจริงๆ!”
“ถ้าไม่มีฝีมือจริง ขึ้นไปก็ขายหน้าเปล่าๆ”
ทัศนคติของนักร้องกำลังเปลี่ยนไป ความคิดของชาวเน็ตก็กำลังเปลี่ยนไปเช่นกัน
ถ้าอยากดูซูเปอร์สตาร์ก็ดูได้จากรายการอื่น เพราะรายการดังๆ หลายรายการก็มีพวกเขาอยู่แล้ว
แต่รายการ ‘I Am a Singer’ ผู้ชมมุ่งมาที่การแสดงล้วนๆ ขอแค่โชว์บนเวทีอลังการพอ แม้แต่คนที่เกือบจะไม่เป็นที่รู้จักอย่างเยว่ซานหลาน ก็ยังทำให้คนดูตกหลุมรักหัวปักหัวปำ!
ในขณะเดียวกัน ยังมีอีกหนึ่งสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
ก่อนหน้าที่รายการจะดัง ใครๆ ก็สามารถไปชมการถ่ายทำรอบสดของ ‘I Am a Singer’ ได้ง่ายๆ แค่ลงทะเบียนก็มีโอกาสได้คัดเลือก เพราะตอนนั้นคนสมัครยังไม่เยอะ ทีมงานก็มีตัวเลือกไม่มากนัก
แต่ตอนนี้… มีคนสมัครมากเกินไปแล้ว!
ผู้ชมมากมายอยากไปร่วมชมการถ่ายทำเทปที่สอง ทีมงานจึงมีทางเลือกมากขึ้นในการคัดเลือกผู้ชมจากหลากหลายช่วงอายุ
สำหรับเรื่องนี้ หลินเซิ่งเทียนให้ความสำคัญมาก ถึงขั้นมีหลายคนโทรหาหลินเซิ่งเทียน หวังจะได้บัตรเข้าชมผ่านเส้นสาย ซึ่งรวมถึงผู้บริหารระดับสูงภายในบริษัทด้วย
น้ำใจต้องตอบแทนน้ำใจ หลินเซิ่งเทียนยืดหยุ่นรู้จักปรับตัว จึงจัดสรรบัตรประมาณสิบใบสำหรับรักษาความสัมพันธ์ภายในบริษัท ซึ่งน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ได้ โดยไม่กระทบกับภาพรวมของการแข่งขัน แล้วจะไม่ทำไปทำไมละ?
คนรุ่นที่สามของตระกูลหลินรวมกลุ่มกัน แต่ครอบครัวของหลินเซิ่งเทียนกลับถูกกันออกไป แม้ว่ากลุ่มเล็กๆ ของคนรุ่นสามจะต่างมีแผนในใจ แต่เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว พวกเขาก็ให้ความร่วมมือกันอย่างดี
ไม่อย่างนั้นก่อนหน้านี้หลินเซิ่งเทียนกับหลินซีคงไม่ตกที่นั่งลำบากในบริษัทขนาดนี้ หลินเซิ่งเทียนจำเป็นต้องสร้างสายสัมพันธ์ของตัวเอง
ก่อนหน้านี้อาจจะยากลำบาก แต่ตอนนี้เมื่อเขามีรายการ ‘I Am a Singer’ ที่มีศักยภาพไร้ขีดจำกัดอยู่ในมือ เริ่มมีคนอยากเข้ามาสนิทสนมกับหลินเซิ่งเทียน
ที่บ้าน เป็นไปตามที่หลินจือไปคาดไว้ ความสำเร็จของรายการวาไรตี้ก็ถูกระบบนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจระยะยาว
“ติ้งต่อง!”
“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สามารถบรรลุความก้าวหน้าในขั้นตอนของภารกิจ [การแย่งชิงสิทธิ์สืบทอด] อีกครั้ง ได้รับแต้มทักษะ *1”
“คำแนะนำภารกิจ: ทุกครั้งที่คุณบรรลุความก้าวหน้าในแต่ละขั้นตอนของภารกิจระยะยาว จะได้รับรางวัลนี้”
ตอนนี้หลินจือไปมั่นใจ เมื่อ ‘The Knockout’ ออกอากาศ ตนก็น่าจะได้แต้มทักษะอีก ภารกิจระยะยาวนี้จะทำให้เขาเก็บแต้มทักษะได้อีกมาก
เวลานี้เอง เจียงเฉิงโทรมา
“หลินเป้านั่นดูเหมือนจะไม่ค่อยฉลาดนะครับ กำลังเจรจาขอตกลงกับผมอยู่เลย”
“อืม” หลินจือไปเผยยิ้มเย็นชา ตอนนี้หลินเป้าคงจะคิดว่าตัวเองชนะได้แน่ๆ สินะ
เจียงเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เพื่อไม่ให้มีพิรุธ ผมเลยแกล้งเจรจากับเขาอยู่ นอกจากหลินเป้าแล้ว ตอนบ่ายยังมีหัวหน้าแผนกวาไรตี้อีกสี่คนติดต่อผมมาเหมือนกันครับ”
“พวกเขาต่างก็อยากได้ลิขสิทธิ์ ‘I Am a Singer’ ซีซันสองกันทั้งนั้น คราวนี้คุนเผิงอินเวสต์เมนต์ของพวกเราก็กลายเป็นที่รู้จักแล้วนะครับ คาดว่าอีกไม่นานในวงการคงรู้จักชื่อของเราแน่ๆ”
“ดึงเชิงไว้ก่อนแล้วกันครับ” หลินจือไปจะไม่ออกหน้าเอง งานนี้ต้องให้เจียงเฉิงเป็นคนจัดการ
ลิขสิทธิ์ ‘I Am a Singer’ อยู่ในมือคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ จะมอบซีซันสองให้พี่ชายเลยตรงๆ ก็ไม่ได้ ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการหน่อย
“ผมรู้ว่าต้องทำยังไงครับ” เจียงเฉิงรู้สึกว่าการจัดการเรื่องนี้มันสนุกจริงๆ
เพราะบรรดาหัวหน้าฝ่ายจากเสินฮวาที่ติดต่อเจียงเฉิงมา ล้วนเป็นคนใหญ่คนโตสำหรับเขาในอดีต ถ้าไม่ได้เจ้านายสนับสนุน เขาก็คงไม่มีสิทธิ์ไปนั่งโต๊ะเจรจาธุรกิจกับคนพวกนี้แน่ๆ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นแรงบันดาลใจและแรงกระตุ้นที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนคนหนึ่ง และยังช่วยให้เติบโตขึ้นด้วย
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมหลินเป้าและหัวหน้าแผนกวาไรตี้ของเสินฮวาถึงรู้จักคุนเผิง?
เพราะหลังจากคุนเผิงนำแผนงานของ ‘I Am a Singer’ ออกมาและเซ็นสัญญากับหลินเซิ่งเทียน แค่เห็นสัญญาฉบับนั้นก็จะรู้ว่าคุนเผิงอินเวสต์เมนต์เป็นฝ่ายเจ้าของลิขสิทธิ์ ย่อมสามารถหาข้อมูลการติดต่อของเจียงเฉิงซึ่งเป็นตัวแทนได้
“อีกไม่นานเราจะได้รับผลตอบแทนทางการเงินแล้วนะครับ” หลินจือไปกล่าวว่า “พี่เริ่มแผนก่อตั้งบริษัทเพลงขนาดเล็กได้เลยนะ”
“ครับ”
ก่อนหน้านี้เจียงเฉิงใช้ ‘I Am a Singer’ ทำสัญญากับเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โดยมีเงื่อนไขว่าจะได้ส่วนแบ่งสิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดจากรายการ
อย่าดูถูกสิบเปอร์เซ็นต์นี้เชียว จากความนิยมในปัจจุบันของ ‘I Am a Singer’ แค่ค่าลิขสิทธิ์การเป็นสปอนเซอร์หลักเพียงเจ้าเดียวก็มูลค่าขั้นต่ำถึงห้าสิบล้านเข้าไปแล้ว!
นอกจากนี้ ยังมีส่วนแบ่งจากเว็บสตรีมมิงและอื่นๆ อีก เจียงเฉิงและหลินจือไปคาดว่ารายการนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้กับคุนเผิงอินเวสต์เมนต์มากกว่าสิบล้านได้อย่างแน่นอน!
นี่แค่ซีซั่นแรกเท่านั้น! ซีซั่นสอง รายได้จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก!
ต้องรู้ไว้ว่ารายการนี้ในชาติก่อนถือเป็นหนึ่งในรายการที่ยืนยาวที่สุด ทำไปหลายซีซันกว่ากระแสจะตกลง อย่างไรผู้ชมย่อมมีเบื่อกันบ้างเป็นธรรมดา
แต่หลินจือไปไม่สนใจเรื่องนั้น ในชาติก่อนยังมีแผนงานวาไรตี้ระดับท็อปอีกไม่น้อย คล้ายกับการลงทุนด้วยไอเดีย หรือเรียกได้ว่าเป็นรูปแบบการลงทุนด้วยเทคนิค
หลินจือไปไม่ต้องควักเงินสักหยวน แค่หยิบแผนงานของ ‘I Am a Singer’ ออกมาก็ทำให้แผนกวาไรตี้ของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์มาทำงานแทนตนได้
เสินฮว่าไม่ยินดีทำงานให้? เช่นนั้นหลินจือไปก็ยังสามารถไปหาน่าเซิน หรือเทียนกวงได้ ความสัมพันธ์แบบแข่งขันระหว่างสามบริษัทใหญ่ทำให้หลินจือไปสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
เพราะในอนาคต หลินจือไปต้องมีวาไรตี้อีกมากมายให้หยิบมาเสนอ จะยกให้พี่ชายหมดก็ใช่ว่าหลินเซิ่งเทียนจะรับไหว เว้นแต่ว่าเขาจะเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าใหญ่ฝ่ายวาไรตี้ของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์…
หลินจือไปกำลังรอคอยให้วันนั้นมาถึง มีเขาช่วย ก็ใช่ว่าพี่ชายจะไปถึงจุดนั้นไม่ได้
และหากพี่ชายสามารถควบคุมฝ่ายวาไรตี้ของเสินฮว่าได้ หลินเป้าก็ต้องหลุดจากวงโคจรอย่างแน่นอน เหมือนกับที่หากพี่สาวสามารถควบคุมฝ่ายเพลงได้อย่างสมบูรณ์ หลินหลิวก็ต้องหลีกทางไปเช่นกัน
ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในแผนการอนาคตของหลินจือไป เขาต้องการทำให้คนรุ่นสามของตระกูลหลินถูกกันออกไปทีละคนๆ
เจียงเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “งั้นต่อไปเราก็ให้คุนเผิงกางปีกได้แล้ว ไม่อย่างนั้นน่าเซินกับเทียนกวงคงกระวนกระวายแย่ ถ้าสามยักษ์ใหญ่ไม่ตีกันบ้าง เราจะฉวยโอกาสได้ยังไง?”
“เริ่มกันเลย” หลินจือไปหรี่ตาลง นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนเช่นกัน
คุนเผิงอินเวสต์เมนต์จะใช้ ‘I Am a Singer’ เพื่อสร้างชื่อเสียงในวงการ และดึงดูดความสนใจจากวงการบันเทิง โดยเฉพาะต้องดึงดูดสายตาจากสามบริษัทใหญ่ ถึงตอนนั้นต้องมีคนเข้ามาแสวงหาความร่วมมือมากขึ้นอย่างแน่นอน
เค้กในมือของหลินจือไปมีหลากหลายรสเกินไป ของที่คนในครอบครัวกินไม่หมด ก็เอาให้สามบริษัทใหญ่มาช่วยกันนี่แหละ นี่เป็นการลงทุนน้อยที่ได้กำไรมหาศาล
แน่นอน หลินจือไปก็รู้ดีว่าหากเขาทํา ‘I Am a Singer’ ด้วยตัวเอง ต้องทำกำไรได้มากกว่านี้แน่นอน รายการวาไรตี้นี้มีมูลค่าสูงอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้เขาไม่มีทรัพยากรและเวลาเหลือเฟือขนาดนั้น ต้องหาเวที ติดต่อศิลปิน จัดหาอุปกรณ์ ประชาสัมพันธ์ แพลตฟอร์มออกอากาศ และอื่นๆ อีกมากมาย มีเรื่องที่ต้องคิดเยอะเกินไป ไม่ว่ายังไงก็ยุ่งยากทั้งนั้น
คิดว่าทรัพยากรของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็นเรื่องล้อเล่นเหรอ? อีกอย่างอนาคตระบบจะมอบผลงานให้เขามากมาย ยืมมือสามบริษัทใหญ่มาช่วยทำงานก่อนนะเหมาะที่สุดแล้ว