ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 486 ชินชา
บทที่ 486 ชินชา
ในตอนนี้เฉินเฉียงกำลังโทษตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งอย่างเห็นได้ชัด
จนแม้แต่ฮูเตี๋ยนที่เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของฮุยตู๋ก็ยังรับรู้ถึงสภาพจิตใจของเฉินเฉียงในระหว่างต่อสู้ด้วยทุกสิ่งที่เขามี นี่ทำให้เขานั้นต้องตามติดเฝ้าสังเกตเฉินเฉียงอยู่ไม่ห่าง
ในตอนนี้นายเหนือหัวหนุ่มของเขาคิดแบกทุกสิ่งไว้ด้วยตนเองในขณะนี้
เขามองออกว่าเฉินเฉียงก็ยังโทษตัวเองที่เป็นตัวนำพาภัยพิบัติมายังโลกใบนี้
แต่เขาผิดตามที่คิดจริงๆอย่างนั้นรึ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฮูเตี๋ยนทำได้เพียงลอบส่ายหน้าอยู่ในใจ
วิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันการรุกรานนั้นก็คือการจัดการมันตั้งแต่ยังไม่รุกราน แนวคิดนี้ถือได้ว่าถูกต้องแล้ว
และหากเฉินเฉียงนั้นตีรวนกวนน้ำในโลกปีศาจได้สำเร็จ เหล่าผู้บ่มเพาะบนโลกปีศาจคงไม่มีเวลามีรุกรานโลกใบนี้
แต่ก็อีกนั่นแหละ การคำนวณของผู้คนมีหรือที่จะสู้สวรรค์กำหนด
และในตอนนี้สถานการณ์มันไปไกลเกินกว่าจะถูกควบคุมได้ด้วยตัวคนเดียว
เฉินเฉียงเองแม้จะคิดการณ์นี้มาแล้วอย่างดี แต่อีกฝ่ายนั้นคือผู้ที่มีอำนาจที่สุดในโลกปีศาจและฮั่นจุย ตัวระยำของโลกใบนี้ผู้ซึ่งต้องการก่อเรื่องวุ่นวายไปเสียทุกที่ราวกับคนบ้าเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการและประโยชน์ของตนเองเพียงเท่านั้น กับคนเช่นนี้ย่อมไม่เคยเห็นชีวิตผู้คนอยู่ในสายตา
คิดจะเล่นแง่กับคนบ้า
คนบ้าเลยเล่นพวกเขากลับอย่างนี้งั้นรึ
เฉินเฉียงนิ่งเงียบพลางคิดไปต่างๆนานาพลังต่อสู้ราวกับไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
บางครั้งเขาก็ใช้กระบวนท่าในดาบดั้นเมฆ บางครั้งเขาก็ใช้เพลงดาบลมเฉือน
บางครั้งก็ไล่กวาดจากซ้ายไปขวา บางครั้งก็พุ่งทะลวงฝูงสัตว์ประหลาดทะเลไป บางครั้งก็ดำดิ่งลงไปใต้ทะเลแล้วใช้ปีกสีเงินที่กว้างใหญ่กว่าสิบเมตรของเขาหมุนวนเป็นเครื่องบดเนื้อบดทำลายสัตว์ประหลาดทะเลที่อยู่ใกล้ๆ
ฮั่นจุย
ฮั่นจุย
ด้วยชื่อนี้ได้ถูกเฉินเฉียงตีตราว่าเป็นปีศาจหายนะเข้าไปลึกถึงกระดูกดำ
เฉินเฉียงในตอนนี้เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าได้ใช้พลังฟ้าดินในร่างเขาไปแล้วไม่รู้เท่าไหร่ เขารู้เพียงว่ายามใดที่หุ่นเชิดโลหิตสัตว์ประหลาดทะเลปรากฏในสายตา หรือแม้แต่สัตว์วิญญาณก็ตาม พวกมันล้วนแล้วแต่ต้องไม่รอดพ้นจากมือเขา
แต่กระนั้นแล้ว จำนวนของหุ่นเชิดซากศพสัตว์ประหลาดทะเลก็ยังไม่ลดจำนวนลงเลยสักนิด
มันเป็นเรื่องของกำลังพล
หลังจากหกวันให้หลัง เฉินเฉียงเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าแทบหมดแรงพลางลอยตัวเหนือทะเลด้วยสายตาที่เลื่อนลอย
สัตว์ประหลาดทะเลตัวหนึ่งที่มีขนาดนับร้อยเมตรได้เปิดปากที่อ้ากว้างของมันหมายจะเขมือบเฉินเฉียงเข้าไป
ฮูเตี๋ยนที่คอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดนั้น เมื่อเห็นดังนี้ เขาจึงรีบเปิดโลกใบเล็กของตนและส่งเฉินเฉียงที่หมดสติเข้าไปในในทันที
เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ เฉินเฉียงที่ถูกส่งเข้าไปในโลกใบเล็กของฮูเตี๋ยนก็ได้ขยับนิ้วเล็กน้อย ก่อนจะปลดปล่อยความอ่อนแอในใจของตนออกมาราวกับก่อนหน้านี้เขาหลอกตัวเองมาตลอดนับจากมาถึง โดยที่เขายังไม่ลืมตาขึ้นมา
-เหนื่อย-
-เหนื่อยเหลือเกิน-
เฉินเฉียงได้ปลดปล่อยร่างกายและจิตใจให้เลื่อนลอยหาได้ขยับตัวอีกแต่อย่างใด
ไม่มีเสียงใดๆในโสตประสาทของเขา ไม่มีแม้เสียงนกร้อง เกลียวคลื่น เสียงรบราฆ่าฟัน หรือแม้แต่กลิ่นเลือด
ไม่มีอะไรเลย
นี่เขาไม่ได้กำลังสู้อยู่กับหุ่นเชิดซากศพสัตว์ประหลาดทะเลอยู่อย่างนั้นรึ
นี่พวกเขาตายหมดแล้วเหรอ
หรือเป็นเขาที่ตายไปแล้วกัน
แต่ในตอนนี้เขาเองก็ไม่ได้คิดจะหาคำตอบแต่อย่างใด
ไม่ว่าจะเป็นโลกใบนี้หรือโลกใบไหน ภัยพิบัติอันใดก็ล้วนแล้วแต่ไม่เกี่ยวข้องกับเขาไม่ใช่เหรอไง
เฉินเฉียงที่ในตอนนี้เพียงแค่กลืนน้ำลายก็ยังรู้สึกว่ายากลำบาก แม้เขาจะขยับลำคอของตนให้กลืนน้ำลายได้สะดวกขึ้น เขาก็ยังรับรู้เสียงลั่นของข้อต่ออย่างชัดเจน
เป็นตอนนี้มีเสียงจ้อกแจ้กจอแจซึ่งตามปกติไม่ควรปรากฏอยู่ในโลกใบเล็กของฮูเตี๋ยน แต่อย่างน้อยๆมันก็ช่วยให้เฉินเฉียงตื่นจากภวังค์นี้ขึ้นมาได้บ้าง
หยานเสวี่ยอยู่ไหนกัน
สิ่งแรกที่เฉินเฉียงนึกถึงคือหยานเสวี่ย
ผู้หญิงที่คอยอยู่ข้างกายเขาอยู่ไม่ห่าง
ตามมาด้วยจางหยวน กัวเหลียง และเหล่าพี่ชายพี่สาวทั้งหลายของเขาในกองกำลังเทียนเว่ยที่ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกันมาโดยตลอด
พวกเขายังอยู่ในโลกปีศาจ
พวกเขายังรอให้เฉินเฉียงกลับไปอยู่
เฉินเฉียงพยายามลืมตาตื่นขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงที่ในตอนนี้ราวกับใช้แรงใจไปจนหมดสิ้น เพียงเขาขยับไปเล็กน้อยความเจ็บปวดรวดร้าวก็แลบลั่นไปทั่วร่างกาย
-ข้าจะนอนอยู่อย่างนี้ไม่ได้-
ในตอนนี้เฉินเฉียงพยายามจะรวบรวมแรงใจของเขาพลางกระตุ้นขอบเขตจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ขึ้นมา ก่อนที่จะฝืนเปิดปากที่ราวกับปิดสนิทไม่อยากจะเปิดออก ก่อนจะคำรามลั่นออกมาด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลือ
“อ๊ากกกกกกกกก”
ที่โลกภายนอก ฮุยเตี๋ยนและพวกได้ออกจากการต่อสู้ไปพักเอาแรงบนผืนแผ่นดิน
ในระหว่างที่ทำใจให้โล่งเพื่อเตรียมที่จะพักผ่อนอย่างเต็มที่ เป็นตอนนี้ที่เสียงตะโกนของเฉินเฉียงที่อยู่ในโลกใบเล็กของเขาทำให้เขาต้องลนลาน
นี่ทำให้เขาเร่งส่งกระแสจิตของตนเข้าไปดูก็ต้องพบกับฉากเหตุการณ์ที่น่าตกตะลึงภายในโลกใบเล็กของตน
หากว่ากันตามตรงแล้ว ผู้บ่มเพาะระดับราชาจอมพลขั้นปลายนั้น พลังวิญญาณในโลกใบเล็กของพวกเขาจะต้องหนาแน่นอย่างที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ พลังฟ้าดินที่เคยหนาแน่นของเขานั้นกลับพุ่งตรงเข้าหาเฉินเฉียงอย่างรวดเร็ว จนก่อให้เกิดพายุหมุนพลังฟ้าดิน
แถมในตอนนี้เหล่าพืชพรรณในโลกใบเล็กของฮูเตี๋ยน ไม่สิ แม้แต่ผู้คนนับหมื่น มนุษย์กลายพันธุ์และสัตว์ประหลาดต่างถูกแรงกรรโชกของคลื่นพลังฟ้าดินที่เฉินเฉียงเป็นจุดศูนย์กลางนี้ดูดพัดเข้าไปอย่างช่วยไม่ได้
-คงไม่ใช่ว่าท่านนายเหนือหัวจะทะลวงขั้นหรอกนะ-
เมื่อคิดได้แบบนี้ฮูเตี๋ยนก็ไม่คิดลังเล เขารีบควบคุมโลกใบเล็กของตนแล้วส่งแก่นวิญญาณจำนวนมากมายไปไว้ข้างกายเฉินเฉียงในทันที
แต่แก่นวิญญาณเหล่านั้นเพียงเข้าใกล้เฉินเฉียงได้เพียงระยะหนึ่ง พวกมันก็หายไปในพริบตาราวกับถูกทำให้เหือดแห้งหายไป
ยังดีที่แก่นวิญญาณเหล่านี้ได้ทำให้กระแสฟ้าดินที่กระโชกอยู่ในร่างของฮุยเตี๋ยนเบาบางลง หลังจากผู้คนทั้งสามเผ่าพันธุ์ที่อยู่ด้านในรับรู้ว่าพวกตนกำลังถูกดูดพัดไปหาเฉินเฉียง พวกเขาก็ตกตะลึงและค่อยถอยห่างอย่างช้าๆ
แต่มันราวกับว่ายิ่งแก่นวิญญาณเหล่านี้หายไปมากเท่าไหร่ ร่างกายของเฉินเฉียงก็เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น
มันราวกับคนไข้ที่พึ่งถูกไฟลวกมา แล้วหมอนั้นใช้อุปกรณ์ลอกเสื้อผ้าที่ไหม้ติดหนังออก
หลังจากจุดตันเถียนและจุดลมปราณของเฉินเฉียงเหือดแห้ง ร่างกายของเขาก็รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวอย่างที่สุด แต่หลังจากเขาได้รับแก่นวิญญาณมาวางไว้ข้างกายและพลังฟ้าดินก็ไหลเข้าสู่ร่างเขา จุดตันเถียนและจุดลมปราณของเขาก็จึงถูกเติมเต็มไปทำให้ความเจ็บปวดเบาลงไปได้บ้าง
หากจะให้พูดแล้วเห็นภาพก็คงจะเปรียบได้ดั่งบ่อน้ำที่แห้งเหือดก่อนที่จะถูกเติมเต็มโดยน้ำท่วมอย่างล้นหลาม เหมือนลูกบอลลูนที่ถูกสูดลมเข้าไปบวมเป่งราวจะแตกได้ทุกเมื่อในชั่วกะพริบตาพร้อมแตกออกได้ในทันทีที่ต้องการ
หลังจากการต่อสู้ในทะเล เฉินเฉียงในตอนนี้ราวกับว่าชีวิตของเขากำลังโหยหาการต่อสู้ ถึงแม้เขานั้นจะเป็นเพียงราชาขุนพลขั้นปลาย แต่เขาก็ใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีต่อกรกับหุ่นเชิดซากศพระดับราชาจอมพลทั้งหลาย จนแทบจะลืมไปแล้วด้วยว่าเขานั้นมีร่างกายและชีวิตที่ต้องระมัดระวัง
ท้ายที่สุด หลังจากที่พลังฟ้าดินในร่างเหือดแห้งไปหมด ร่างกายของเขาก็ถึงขีดจำกัด ประกอบกับพลังจิตที่เหือดแห้งลงไปด้วยแล้ว เขาเองก็ไม่ได้ต่างไปจากซากอ้อยที่ถูกรีดน้ำอ้อยไปจนหมดสิ้น
แต่หลังจากที่พลังจิตของเขาได้ถูกเติมเต็ม ความเจ็บปวดทั่วร่างก็ราวกับถูกชำระล้างเฉกเช่นเดียวกับน้ำป่าที่พัดพาทุกสิ่งที่ขวางหน้า เป็นตอนนี้ที่เคล็ดวิชาภาพวาดแห่งห้วงมหาสมุทรได้เริ่มทำหน้าที่ของมันในทันที ส่งผลให้พลังจิตของเขาที่แห้งขอดราวกับลำธารที่เหือดแห้งได้รับสายฝนที่ชุ่มฉ่ำจนฟื้นฟูขึ้นมา จนกระทั่งกลายเป็นแม่น้ำที่เชี่ยวกรากพัดพาความเจ็บปวดมลายสิ้น
และนี่ทำให้ความเจ็บปวดรวดร้าวที่แลบลั่นไปทั่วร่างกายของเขาหายเป็นปลิดทิ้งขึ้นมาในทันใด
ไม่นาน สีหน้าท่าทางของเฉินเฉียงก็กลับกลายเป็นดังเดิม เขาค่อยๆนั่งลงในท่าขัดสมาธิ ก่อนจะประสานฝ่ามือหงายเอาไว้ที่ใต้ชายโครงจุดตันเถียนของตน ราวกับต้องการส่งใจของตนให้โบยบินขึ้นสู่ฟ้า
ถึงแม้พลังฟ้าดินของเขายังดูร่อยหรอ แต่พลังจิตของเขากับเต็มเปี่ยมด้วยเคล็ดวิชาภาพวาดแห่งห้วงมหาสมุทร
ในตอนนี้ พลังฟ้าดินที่คอยหล่อเลี้ยงโลกใบเล็กของเขาที่เกือบจะเหือดแห้งไปจนหมดนั้น ในตอนนี้ค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด จนข้ามหน้าข้ามตาการฟื้นฟูพลังจิตของเฉินเฉียงของเคล็ดวิชาภาพวาดแห่งห้วงมหาสมุทรก่อนหน้านี้ไปเลยทีเดียว
เมื่อเห็นว่าท่าทางของเฉินเฉียงสงบขึ้น พร้อมกับสีหน้ากับร่างกายที่ดูฟื้นฟูกลับมา นี่ทำให้ฮูเตี๋ยนที่คอยสังเกตการณ์อยู่ที่โลกภายนอกก็ต้องถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาอย่างหนักหน่วงจนผู้คนรอบข้างตั้งหันมามองกันเป็นตาเดียว
เป็นตอนที่พลังจิตของเฉินเฉียงฟื้นฟูขึ้นมาอย่างสมบูรณ์นี้เองที่บังเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในเคล็ดวิชาภาพวาดแห่งห้วงมหาสมุทร