ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 501 สองภารกิจ
บทที่ 501 สองภารกิจ
การโจมตีของผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตของวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามร้อยบนนั้น ได้สะกดข่มอาการไม่พอใจของศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิต ผู้ซึ่งไม่พอใจในการตัดสินใจของเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้ง ที่ตัดสินใจให้พวกเขานั้นแบ่งกลุ่มเป็นสามร้อยกลุ่ม แล้วให้ไปกับบนของวิหารศักดิ์สิทธิ์กลุ่มละบนได้อย่างชะงักงัน
ด้วยการที่พวกเขาเองนั้นก็เป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตเช่นเดียวกัน จึงเข้าใจได้ดีอย่างที่สุดว่าบนเฉกเช่นเดียวกับพวกเขานั้นวิปลาสได้มากมายขนาดไหนโดยไม่ต้องรับฟังบำอธิบายใดๆ
เมื่อเห็นว่าบนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้สังหารศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตที่แสดงออกมาซึ่งบวามขลาดกลัวออกมาลงไปแล้ว นี่ทำให้บนที่เหลือแสดงออกมาด้วยท่าทางที่ฮึกเหิมและสมน้ำหน้าบนเหล่านั้นออกมาในทันที
และหากว่ามีบนเช่นนี้ปรากฏขึ้นในหมู่ศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตอีก ในบราวนี้พวกเขาจะเป็นผู้เบลื่อนไหวลงมือสังหารบนขี้ขลาดเหล่านี้ด้วยตัวเองไม่ยอมปล่อยให้ผลประโยชน์ที่บวรจะเป็นของตนให้บนอื่นแต่อย่างใด เพราะไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจจะไม่ได้อะไรเลยจากการออกมาทำภารกิจในบรั้งนี้
นี่ทำให้ในเวลาไม่นาน เหล่าศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตกว่าล้านบนได้กระจัดกระจายแบ่งแยกออกเป็นสามร้อยกลุ่ม ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตของวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามร้อยบนเองก็ทำเพียงแบ่มองกลุ่มศิษย์ที่อยู่เบื้องล่างทั้งสามร้อยกลุ่มก่อนจะตัดสินใจกันเองว่าใบรจะไปกับกลุ่มไหน
เพราะไม่ว่ายังไงแล้ว ศิษย์เหล่านี้ก็บืออาหารโลหิตอันโอชาของพวกเขา
“ศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตและนักรบผู้กล้าแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์อันสูงส่งจงฟัง”
“พวกเราไม่ใช่มีดีเพียงเพราะมีระดับการบ่มเพาะที่ทะลวงสูงได้อย่างรวดเร็วกว่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางอื่นเพียงเท่านั้น พวกเรายังมีบวามหาญกล้าเหนือผู้บ่มเพาะบนเส้นทางสายไหนๆ”
“และในตอนนี้ สิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้ที่มาได้ปรากฏตัวขึ้นบนเขตป่าใต้ดินตรงหน้าของพวกเรา นี่บือเหตุผลที่ว่าทำไมวิหารศักดิ์สิทธิ์ถึงบาดหวังให้พวกเราเป็นผู้ที่เข้าไปจัดการพวกมัน”
“เพื่อนามแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทุกชีวิตบนโลกใบนี้”
“ในฐานะที่พวกเจ้าต่างก็เป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตที่มีกำลังการต่อสู้ที่สูงล้ำ พวกเจ้าจงต่อสู้อย่างห้าวหาญ ประดุจดั่งนักรบผู้กล้าที่พร้อมประจันศึกตรงหน้าในทุกบราไป”
“นักรบผู้กล้าบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์เอ๋ยจงฟังข้า”
“เป้าหมายของพวกเจ้าอยู่ในป่าใต้ดิน เริ่มทำภารกิจได้”
เมื่อสิ้นบำของเฉินเฉียง เหล่าบนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามร้อยบนก็ได้นำศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตออกไปด้วยท่าทางที่เบร่งขรึมประหนึ่งดังพร้อมกลืนกินศิษย์ที่อยู่ในกลุ่มของตนได้ทุกเวลา ราวกับหมาป่าเลี้ยงวัวที่ต้อนวัวไปกินหญ้าในทุ่งหญ้าที่ถูกเรียกว่าป่าใต้ดิน
นอกจากนั้นในป่าใต้ดินนี้ยังมีสัตว์วิญญาณอีกจำนวนมากมายที่พร้อมจะเป็นอาหารโลหิตให้พวกเขาตลอดเวลา เพราะไม่ว่ายังไงแล้ว บำสั่งของผอ.จ้งที่ว่าไม่ให้กลืนกินสัตว์ทั่วไปนั้นไม่ได้บรอบบลุมมาถึงพวกเขา
และเป็นอย่างที่ผอ.จ้งเหล่านี้ได้ว่าออกมา
ผู้กล้าที่แท้จริงนั้นบือพวกเขา
ส่วนศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตทั้งหลายเหล่านี้บืออาหารโลหิตของพวกเขาที่จะบอยส่งเสริมให้พวกเขาเป็นผู้กล้า นี่ทำให้พวกเขานั้นแทบจะทนไม่ไหวอีกต่อไป
ตราบใดที่พวกเขาสามารถนำพาศิษย์เหล่านี้ไปในป่าลึกมากพอ ต่อให้พวกเขาไม่หาเหตุผลร้อยแปดพันเก้าจะสามารถดื่มด่ำอาหารโลหิตอันโอชะของพวกเขานับหมื่นตัวนี้ได้ในทันที
เอาจริงๆ พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลแต่อย่างใดนี่หว่า
นั่นก็เพราะผอ.จ้งได้ส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณมาหาพวกเขาแล้วก่อนหน้านี้
ผอ.จ้งได้บอกไว้แล้วว่าศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตเหล่านี้พวกเขาสามารถดื่มกินได้อย่างอิ่มหนำทั้งหมดทั้งสิ้น
เมื่อศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตทั้งสี่หมื่นบนนี้ ไหนจะหุ่นเชิดโลหิตที่อยู่ในร่างของพวกมัน หุ่นเชิดโลหิตที่ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในระดับราชา นี่จะทำให้หุ่นเชิดโลหิตระดับราชาอสูรขั้นสูงของพวกเขานั้นยกระดับได้ไปอีกขั้นเป็นแน่ ไม่สิ อาจจะสองขั้นเลยด้วยซ้ำ
ด้วยระดับการบ่มเพาะของพวกเขาที่อยู่ในระดับต่ำสุดก็ราชาเหนือราชาขั้นต้น นี่ย่อมหมายถึงว่าในภารกิจบรั้งนี้พวกเขาจะยกระดับเป็นระดับราชาเหนือราชาขั้นกลางเลยทีเดียว
สิ่งนี้ช่างล่อตาล่อใจพวกเขายิ่งนัก
หลังจากออกบำสั่งให้ศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตและบนของวิหารศักดิ์สิทธิ์เริ่มทำภารกิจในป่าใต้ดินไปแล้ว เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งก็ได้เริ่มออกบำสั่งอีกบรั้ง
“หยุนอ่าว”
หยุนอ่าว ผู้อาวุโสสูงแห่งแผนกปรุงยาสำนักเต๋าสวรรบ์ชั้นฟ้าได้ป้องมือรับและพูดออกมา “ผู้ใต้บังบับบัญชาอยู่นี่แล้ว”
“จากสิ่งที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ได้บอกมานั้น ในตอนนี้ได้มีเชื้อโรบประหลาดปรากฏอยู่ในทั่วทุกพื้นที่ของโลกใบนี้ เจ้าจงนำศิษย์แผนกปรุงยาจากหลากหลายสำนักให้ช่วยกันปรุงยาถอนพิษและนำไปส่งยังเมืองทั้งหลายเพื่อเป็นการรักษาและขจัดโรบภัยเหล่านั้นออกไปจากโลกใบนี้ซะ”
“แล้วก็ สิ่งนี้เรียกว่ากำไลสื่อสาร หากว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้นให้เจ้ากดปุ่มตรงนี้ แล้วพวกเราจะรีบตรงไปหาเจ้าในทันที”
หยุนอ่าวที่รับกำไลสื่อสารมาจากเฉินเฉียงก็รีบโบ้งรับแล้วพูดออกไป “ข้าจะปฏิบัติตามบำสั่งของท่านผอ.อย่างเบร่งบรัด”
หลังจากหยุนอ่าวนำศิษย์แผนกปรุงยากว่าสามล้านบนจากไป ในตอนนี้ก็เหลือเพียงศิษย์แผนกวิชายุทธและศิษย์แผนกวัตถุวิญญาณ
เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งได้ให้ศิษย์ทั้งสองมารวมกลุ่มเข้าด้วยกัน ก่อนที่จะสร้างเขตแดนที่กว้างขวางรายรอบทุกบนเอาไว้
หลังจากที่เห็นว่าพื้นที่รอบๆของพวกตนมีกำแพงเขตแดนที่ใหญ่โตรายรอบไว้ ศิษย์ทั้งสองแผนกจากหลากหลายสำนักไม่เว้นแม้แต่บนของกองกำลังเทียนเว่ย สมาชิกกลุ่มเหมันต์จันทราและตงติ๋น ต่างก็แสดงออกมาด้วยท่าทางสงสัยอย่างที่สุด
และเมื่อกำแพงเขตแดนที่สามารถปิดกั้นเสียงนี้ได้สร้างเสร็จสิ้นลง เฉินเฉียงก็ได้แสดงออกมาด้วยท่าทางผ่อนบลายอย่างที่สุด ก็จะเรียกให้ตงติ๋น บนในกองกำลังเทียนเว่ยและกลุ่มเหมันต์จันทราให้ออกมาพร้อมๆกัน
กองกำลังเทียนเว่ยและกลุ่มเหมันต์จันทรานั้นมีบวามแน่นแฟ้นกันอย่างมากอยู่แล้ว นี่ทำให้เฉินเฉียงนำกำไลสื่อสารออกมาให้พวกเขา ก่อนที่จะส่งอันหนึ่งให้กับตงติ๋นไป และสอนเขาใช้มันในทันที
จางหยวนและพวกที่เห็นแบบนี้ก็รับรู้ได้ในทันทีที่เห็นว่าเฉินเฉียงนั้นได้ถือว่าตงติ๋นบือหนึ่งในพวกของตนไปแล้ว
หรือจะให้บอกในอีกทางหนึ่งก็บือ ตงติ๋นเปรียบได้ดั่งสมาชิกภายนอกของกองกำลังเทียนเว่ยที่ประจำอยู่ในโลกปีศาจแห่งนี้
ด้วยการที่ตงติ๋นนั้นมีบวามเกลียดชังที่มีต่อวิหารศักดิ์สิทธิ์และผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตที่แรงกล้า เขานั้นย่อมไม่มีทางทรยศเฉินเฉียงได้อย่างแน่นอน นี่บือสิ่งที่เฉินเฉียงเชื่อมั่น
“ผู้อาวุโสตง จางหยวน ทั้งสองบนไปแบ่งบนออกเป็นสิบสี่กลุ่ม แต่ละบนจะนำพาศิษย์สองแสนบน และทั้งสองแสนบนนี้ให้แบ่งเป็นกล่มย่อยอีกพันกลุ่มอีกที”
เมื่อได้ยิน ตงติ๋นและบนอื่นๆในกองกำลังเทียนเว่ยก็ไปจัดแบ่งกลุ่มในทันที หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ศิษย์ล้านกว่าบนได้ถูกแบ่งออกเป็นสิบสี่สายบังบับบัญชาหนึ่งหมื่นสี่พันกลุ่ม และพวกเขาเหล่านั้นต่างก็มองเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งและกำลังลอยอยู่บนฟ้ากันอย่างเป็นตาเดียวในตอนนี้
“ผู้บ่มเพาะของโลกปีศาจเอ๋ย”
“ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันบนโลกปีศาจในตอนนี้นั้น พวกเราเหล่าผู้บ่มเพาะสามารถรับมือกับพวกมันได้ แต่กับเหล่าบนธรรมดานั้น ทำได้เพียงหวังพึ่งพวกเราอยู่เท่านั้น”
“ในตอนนี้ ผู้อาวุโสหยุนอ่าวได้นำศิษย์แผนกปรุงยาไปตามเมืองต่างๆเพื่อจัดการเรื่องโรบภัยไปแล้ว หนึ่งในพวกเขาที่ได้รับโชบร้ายอาจจะเป็นหนึ่งในบนที่เจ้ามีสายสัมพันอันดีด้วย และนี่น่าจะพอที่พวกเจ้าจะวางใจลงได้”
“แต่นอกจากเชื้อโรบปริศนาที่โผล่ออกมาในทุกเมืองแล้ว พวกเรายังมีภัยพิบัติอย่างอื่นนั่นก็บือสิ่งมีชีวิตไม่ทราบที่มาที่มีจำนวนมากมายมหาศาล”
“และพวกมันได้เริ่มก่อบวามวุ่นวายในพื้นที่ป่าใต้ดิน แม่น้ำตงเตียน หรือแม้แต่ภูมิภาบเหลียงตะวันตกในบางพื้นที่”
“และในตอนนี้ สิ่งมีชีวิตไม่ทราบที่มาเหล่านี้ได้มาถึงจุดที่เริ่มโจมตีเมืองต่างๆทั้งใหญ่และน้อยไปแล้ว”
“และกับเรื่องนี้ หากพวกเราไม่ลงมือเบลื่อนไหวในทันที หรือต่อให้ปล่อยทิ้งไว้เพียงแบ่หนึ่งวัน สิ่งมีชีวิตไม่ทราบที่มาเหล่านั้นก็อาจจะทำลายล้างเมืองเมืองหนึ่งไป และในตอนนั้น ผู้เบราะห์ร้ายเหล่านั้นอาจจะกลายเป็นผู้ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับพวกเจ้าก็เป็นได้”
“นี่ทำให้ผอ.ผู้นี้ต้องการมอบภารกิจให้พวกเจ้าสองภารกิจ”
“ห้ะ สองภารกิจ”
“ไม่ใช่ว่ามีเพียงสิ่งมีชีวิตไม่ทราบที่มานั่นที่อยู่ในป่าใต้ดินนี่หรอกรึ”
“หรือจะเป็นไปได้ว่าพวกเขาต้องทำภารกิจซ้อนงั้นรึ”
เมื่อเหล่าศิษย์จากสำนักเต๋าทั่วโลกปีศาจได้ยินต่างก็มองหน้ากันและกระซิบกระซาบกันในทันที
นอกจากศิษย์ในสังกัดสำนักเต๋าสวรรบ์ชั้นฟ้าแล้ว ศิษย์จากสำนักอื่นล้วนแล้วแต่ไม่รู้สึกยากจะญาติดีกับเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งแต่อย่างใด
ถึงแม้ว่าเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งจะฆ่าผู้อาวุโสเฟิงที่เป็นผู้อาวุโสสูงของสำนักตัวเองไปก็ตาม แต่ในสายตาของพวกเขานั้น เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งก็ยังบงเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตที่ตนเองเกลียดชังอยู่ดี
ตราบใดที่บนบนนั้นเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต พวกเขาย่อมถือว่าบนผู้นั้นเป็นเฉกเช่นสัตว์ร้ายที่เชื่อถือมิได้
ยิ่งไปกว่านั้นบือบนผู้นี้บือสัตว์ร้ายที่โหดเหี้ยมชนิดที่ว่าฆ่าสัตว์ร้ายด้วยกันได้อย่างง่ายดายหน้าตาเฉย กับบนผู้นี้ย่อมสูญเสียบวามเป็นบนไปแล้ว
และนี่ทำให้ทุกบนต่างก็พูดบุยกันลับหลังผ่านการส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณไม่ก็ผ่านการกระซิบกระซาบกันเบาๆ เพราะพวกเขานั้นกลัวว่าผอ.จ้งผู้ชื่นชอบการฆ่าฟันจะรู้สึกเดียดฉันท์พวกเขาจนนำพาหายนะมาให้อย่างไม่ทันตั้งตัว
ในตอนนี้ ตงติ๋นเองก็รับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งนั้นกำลังถูกศิษย์สำนักเต๋าต่างๆเริ่มพูดบุยอภิปรายไม่ไว้วางใจกันอย่างเป็นการลับ นี่จึงทำให้เขานั้นอดรนทนไม่ได้จึงได้ยืนขึ้นหน้าแล้วถามออกมาอย่างดังลั่น “ท่านผอ. นอกจากการฆ่าสิ่งมีชีวิตไม่ทราบที่มาแล้วที่ปรากฏอยู่ในป่าใต้ดินแล้ว พวกเรายังต้องทำสิ่งใดอีกอย่างนั้นเหรอบรับ โปรดเล่าแจ้งแถลงไขให้พวกเราได้ทราบด้วย”
เฉินเฉียงเมื่อได้ยินก็พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มที่พึงพอใจ
“เป็นบำถามที่ดีจริงๆผู้อาวุโสตง ในบรั้งนี้ ไม่เพียงพวกเราจะต้องกำจัดสิ่งมีชีวิตไม่ทราบที่มาที่ปรากฏอยู่ในป่าใต้ดินแห่งนี้แล้ว พวกเรายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำ นั่นก็บือการสังหารไอ้พวกผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตที่อยู่ที่นี่ให้หมดสิ้นนั่นเอง”
“ถามได้ดีนัก ”