ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 500 หุ่นเชิด
บทที่ 500 หุ่นเชิด
ถึงแม้หุ่นเชิดโลหิตของกงซุนหยูหมิงจะอยู่ในระดับราชาปีศาจขั้นกลาง แต่ทั้งในเรื่องความเร็วในการโจมตีและความรุนแรงนั้นหาได้เหนือกว่าเฉินเฉียงไม่ และนี่จึงทำให้เฉินเฉียงนั นได้เปลี่ยนสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ยักษ์ให้กลายเป็นชิ้นเนื้อจำนวนสามร้อยชิ้นเพียงด้วยการตวัดดาบเพียงทีสองทีให้ผู้คนได้พบเห็น
ที่ด้านนอกเขตแดนประลอง ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตของวิหารศักดิ์สิทธิ์กว่าสามร้อยคนนั้นยังไม่ตื่นจากภวังค์ที่เห็นรองเจ้าวิหารของตนต้องตกตาย พร้อมกับสายตาที่จับจ้อง งไปยังชิ้นเนื้อที่ลายอยู่ตรงหน้าของเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งด้วยสายตากระหายจนน้ำลายสอออกมาจากปาก
หากว่าไม่ใช่มีกำแพงเขตแดนนี้กางกั้นอยู่ คนเหล่านี้จะพุ่งเข้าไปเพื่อแย่งชิงพวกมันมา
หลังจากเก็บดาบดั้นเมฆของตนไปแล้ว เฉินเฉียงก็ได้ขยายขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของตนออกไปเพื่อบังคับเปิดกำแพงเขตแดนประลองออก และเมื่อเหล่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต ตของวิหารศักดิ์สิทธิ์เห็นฉากนี้ต่างก็ร้อนรนอยู่ไม่สุข แต่ก็หาได้มีใครกล้าเข้าไปฉกชิงไม่
ผอ.จ้งนั้นสามารถฆ่ารองจ้าววิหารได้อย่างง่ายดาย แล้วนับประสาอะไรกับผู้ติดตามเช่นพวกเขาที่เป็นเพียงราชาเหนือราชาขั้นต้น
ยิ่งไปกว่านั้นคือชิ้นเนื้อที่อยู่ตรงหน้าผอ.จ้งหลายร้อยชิ้นนั้นไม่ว่าพวกเขาจะมองยังไงก็เป็นการหั่นไว้รอเตรียมให้พวกเขาแน่ๆ แล้วพวกเขาจะรีบวิ่งเข้าไปแย่งชิงให้ผอ.จ้งต้องขุ นเคืองใจไปทำไม
เมื่อเห็นว่าเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งนั้นฆ่ารองจ้าววิหารได้อย่างง่ายดาย ตงติ๋น กองกำลังเทียนเว่ย กลุ่มเหมันต์จันทรา และศิษย์ทั้งสามแผนกต่างก็แสดงออกมาด้วยท่า าทางที่มีความสุข
และนี่ทำให้ในยามที่คนของกลุ่มเหมันต์จันทราไชโยโฮ่ร้อง เหล่าศิษย์ส่วนใหญ่จึงไชโยโฮ่ร้องติดตามกันไปโดยปริยาย
นี่ทำให้เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งพยักหน้าออกมาอย่างพึงพอใจ
ผลลัพธ์ที่เกิดจากการต่อสู้แบบฉุกละหุกในครั้งนี้ถือว่าไม่เลวเลยจริงๆ แม้แต่ศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตทั้งหลายเองนั้นก็ไม่ได้แสดงท่าทางจะขัดขืนคำสั่งของเขาอีกต่อไป
เพราะไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ผิวนอกของเฉินเฉียงนั้นยังไงก็เป็นผอ.จ้ง ผู้เดินบนเส้นทางบ่มเพาะหุ่นเชิดโลหิตระดับราชาเหนือราชาขั้นกลางที่ถูกนับหน้าถือตาโดยวิหารศักดิ์สิทธิ์
เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งได้ยกมือขึ้นห้ามปรามอาการดีใจอย่างเกินงามของทุกตน ก่อนจะหันไปพูดกับผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตทั้งสามร้อยคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ “กงซุนหยูหมิงผู้นี้ขัดคำสั่งท่านจ้าววิหารและหมายหัวข้าผอ.ผู้นี้”
“ผอ.ผู้นี้เองก็เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น เนื้อสัตว์ปีศาจเหล่านี้แบ่งให้พวกเจ้าเหล่าคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ตามที่ข้ากล่าวไว้ก่อนหน้านี้”
เหล่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตของวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามร้อยคนเมื่อได้ยินเช่นนี้ก็แสดงออกมาอย่างดีใจ พวกเขายอมรับอาหารที่เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งให้ เป็นอย่างดี และแสดงออกมาซึ่งความเคารพต่อเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งอย่างสุดหัวใจ “พวกข้านั้นต้องขอขอบคุณท่านผอ.จ้ง ที่มีจิตเมตตาต่อพวกข้า”
เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งที่ได้ยินก็แสดงออกมาด้วยใบหน้าที่มืดครึ้มแล้วพูดออกมา “พวกเจ้านั้นต่างเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ข้าเช ชื่อว่าคงมีบางคนในที่นี้ยอมรับไม่ได้ที่ข้าได้ฆ่ารองเจ้าวังของพวกเจ้าไปอยู่บ้างสินะ”
“แต่พวกเจ้าก็ควรจะเห็นแล้วว่าผอ.ผู้นี้นั้นสามารถฆ่าไอ้แก่ตัวฉวยโอกาสกงซุนผู้นี้แม้มันจะอยู่ในระดับบ่มเพาะที่สูงกว่าหนึ่งชั้นได้อย่างง่ายดาย พูดไปแล้วข้าเองก็ต้องขอบ บคุณสิ่งที่ท่านจ้าววังมอบให้ข้าไว้จริงๆที่ทำให้ข้าจัดการไอ้ตัวฉวยโอกาสนี้ได้”
“เอาล่ะ หากว่ามีใครกล้าที่จะแข็งขืนต่อคำสั่งของท่านจ้าววิหารอีกล่ะก็ มันผู้นั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ใบหน้าของผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตของวิหารศักดิ์สิทธิ์กว่าสามร้อยคนนั้นก็ถึงกับกระตุกยับ ก่อนที่จะโค้งคำนับและกล่าวออกมาอย่างพร้อมเพรียง “พวกข้า จะเชื่อฟังคำสั่งท่านผอ.อย่างไม่บิดพลิ้ว”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งก็พยักหน้ารับอย่างพึงพอใจก่อนจะพูดออกมา “คนของหอหุ่นเชิดโลหิตทั้งสามร้อยคนจงฟัง”
“รอรับคำสั่งครับ”
ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตทั้งสามร้อยคนได้เรียงแถวกันในทันทีพร้อมใบหน้าที่แสดงออกมาอย่างตื่นตัวและกระตือรือร้น
“ไม่กี่วันก่อน มีผู้บ่มเพาะบนเส้นหุ่นเชิดโลหิตบางส่วนที่กระทำการที่ไม่สมควรและก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตโดยกายฆ่าล้างและดื่มกินเลือดเนื้อ ของคนทั่วไปที่เป็นผู้บริสุทธิ์ ส่งผลให้ผู้คนทั่วทั้งโลกปีศาจนั้นเดียดฉันท์พวกเราอย่างที่สุดในตอนนี้”
“นี่จึงเป็นเหตุว่า ข้านั้นขอสั่งให้ศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตทุกคนแบ่งกลุ่มโดยมีผู้บ่มเพาะจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามร้อยคนนี้เป็นผู้ดูแลในแต่ละกลุ่ม ภารกิจของพวกเจ้านั้นคื อการสืบสวนเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตไม่ทราบที่มา แต่หากมีผู้ใดลงมือกับคนทั่วไปหรือคนที่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องล่ะก็……”
“หากพวกเจ้าพบเจอมันผู้ใดที่ทำเช่นนั้นก็ฆ่ามันผู้นั้นได้ในทันที”
“ครับ ผู้ใต้บังคับบัญชาทราบแล้ว”
เพียงสิ้นเสียงคำสั่งของเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งที่มีต่อคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามร้อยคนแล้วนั้น พวกเขาทั้งสามร้อยก็ได้ยินเสียงผ่านจิตวิญญาณขึ้นมาในทันที – –พวกเรานั้นต่างก็มาด้วยภารกิจของท่านจ้าววิหาร ดังนั้นพวกเราย่อมต้องไม่ทำผิดพลาดในภารกิจที่ได้รับมา-
-แต่หากเจ้านั้นรับปากข้าว่าจะปฏิบัติหน้าที่ที่ข้าสั่งเป็นอย่างดี ข้าจะยอมปิดตาข้างหนึ่งปล่อยให้พวกเจ้าดูดซับศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตและหุ่นเชิดโลหิตของศิษย์เหล่านี้ที่พวก เจ้าต้องดูแลจนหมดสิ้นได้ก็แล้วกัน เพื่อที่ว่าภารกิจของพวกเราจะได้สำเร็จได้ดั่งที่มุ่งหวัง แต่บอกไว้ก่อนนะว่าห้ามพวกเจ้ายุ่งเกี่ยวกับศิษย์แผนกวิชายุทธ์ ศิษย์แผนกปรุงยา แ และศิษย์แผนกวัตถุวิญญาณเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นว่าชื่อเสียงของวิหารศักดิ์สิทธิ์จะได้ด่างพร้อยกว่านี้อีกมากนัก-
เมื่อคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามร้อยคนได้ยินเสียงภายในจิตสำนึกของตนต่างก็ต้องอดกลั้นความรู้สึกยินดีที่เอ่อล้นออกมา
พวกเขานั้นแต่เดิมแล้วที่คิดติดตามกงซุนหยูหมิงมานั้นก็เพราะว่าอยากได้รับผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆ
แต่สิ่งที่ได้รับกลับสูงล้ำเหนือคณะนัก
เมื่อเทียบกับการกลืนกินเลือดเนื้อของผู้บ่มเพาะทั่วไป การกลืนกินผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตด้วยกันย่อมได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามากนัก
และนี่ไม่เพียงจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของหุ่นเชิดโลหิตของพวกเขา แม้แต่พวกเขาเองก็อาจจะเพิ่มระดับบ่มเพาะได้เลยด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นอาการอดกลั้นจนตัวสั่นของผู้คนกว่าสามร้อยตรงหน้า เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งก็ลอบสบถขึ้นมาในใจ
สิ่งที่เขาทำอยู่นั้น มันก็ส่วนหนึ่งของการถอนรากถอนโคนผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตออกจากโลกปีศาจเพียงเท่านั้น
หลังจากนั้น เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งก็ได้ลอยตัวอยู่เหนือศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตและตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดังลั่น “ศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตจงฟัง พวกเจ้าจงรีบกระจัดกระ ะจายกลายเป็นสามร้อยกองกำลัง โดยให้ยึดเหล่าผู้อาวุโสจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามร้อยคนนี้เป็นผู้นำของพวกเจ้าและตรงเข้าไปยังป่าใต้ดิน”
“พวกเจ้าทุกคนหลังจากได้เข้าไปแล้ว หากมีผู้ใดที่กล้ากลืนกินมนุษย์ด้วยกันเองหรือแม้แต่สัตว์วิญญาณทั่วไปแล้ว คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นผู้นำของพวกเจ้านั้นจะฆ่าพวกเจ้าได้ โดยตรงและไม่ต้องชี้แจงต่อสำนักต่อข้าหรือสำนักของพวกเจ้าแต่อย่างใด”
คำประกาศของเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งนี้ทำให้เหล่าศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตถึงกับต้องครั่นคร้ามหวาดกลัวกันไปทั่ว
แต่เดิม ตอนที่พวกเขารับคำสั่งนี้และตกปากรับคำออกมาทำภารกิจด้วยนั้นเป็นเพราะพวกเขาต้องการหาผลประโยชน์ที่ทำไม่ได้ยามที่อยู่ในสำนักเต๋าของตน แต่พวกเขานั้นกลับนึกไม่ถึงว่า เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งจะทำการผูกมัดคำสาปที่พร้อมส่งพวกเขาลงนรกได้ทุกเมื่อเช่นนี้
ไม่เพียงความต้องการหาประโยชน์ใส่ตนของพวกเขาจะถูกเตะตัดขา ดีไม่ดีพวกเขานั้นจะเป็นฝ่ายตกตายเสียชีวิตเป็นประโยชน์กับคนอื่นไปแทนด้วยซ้ำ
แต่นี่ก็ไม่ได้มีใครกล้าที่จะแสดงออกมาว่าไม่พอใจแต่อย่างใด
นั่นก็เพราะทั้งสามร้อยคนนี้คือผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต ทุกคนล้วนแล้วแต่ถือได้ว่าเป็นผู้มีฝีมือที่สูงล้ำ และผู้สูงล้ำเหล่านี้คือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้สะบั้นชีวิต ตของพวกเขาให้มอดม้วยลงตามความเหมาะสมของพวกเขา
และด้วยการที่เป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตด้วยกัน พวกเราย่อมรู้ดีว่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตนั้น ยามที่ไร้ใจต่อพวกเดียวกันจะโหดเหี้ยมแค่ไหน
ส่วนศิษย์อีกสามแผนกนั้นหาได้แยแสต่อความวิตกกังวลและการแสดงออกของผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตเหล่านี้ไม่
หลังจากได้เห็นฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์จนทำให้พวกเขาอดจะสาปแช่งคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ในทุกๆครั้งที่พบเห็น และความเกลียดชังที่พวกเขามีต่อหุ่นเชิดโลหิ ตเองนั้นก็เปรียบได้ดั่งฟันคุดที่เรื้อรัง เก็บไว้ก็มีแต่ความเจ็บปวดระยะยาว แต่หากจะเอาออกก็ต้องแลกกับความเจ็บปวดที่สูงล้ำเหนือจะคาดคำนวณ
พวกเขาต่างก็ภาวนาต่อฟ้าดินให้ผู้คนเหล่านี้ให้ตกตายไปให้หมดจนสิ้นสูญ
“ไม่นะ ข้าไม่เอาด้วยแล้ว ข้าจะกลับสำนัก”
“ข้าเองก็จะกลับสำนัก นี่มันภารกิจเพื่อฆ่าข้าชัดๆ”
“ใครก็ตามที่ฆ่าคนทั่วไปจะถูกฆ่าทิ้งเหรอ เหอะ ทำไมข้าต้องไปห้ามใจไม่ให้ฆ่าไอ้คนพวกนั้นด้วยกัน ทำไมข้าต้องปล่อยให้มันมาหยามเหยียดที่ข้าแค่เพียงฝ่ายเดียวล่ะห้ะ ข้าไม่เอา แล้วข้าจะกลับแล้ว”
ศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตจำนวนหนึ่งได้เริ่มแสดงออกมาถึงความไม่พอใจและเริ่มโวยวายออกมา จนหน่อยที่สุดก็เริ่มก่อหวอดกันขึ้น
เมื่อเห็นฉากนี้เฉินเฉียงก็ได้แสดงออกมาด้วยท่าทางเย็นชาและพูดออกมาในทันใด “ฮึ่ม เป็นถึงผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต แต่กลับแสดงออกมาอย่างหนูที่ขี้ขลาดตาขาว พวกเจ้าเน นี่ยนะเป็นหน้าตาอันดีให้กับผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตของพวกเราเลยจริงๆ”
เพียงสิ้นคำของเฉินเฉียง คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตทั้งสามร้อยคนต่างก็เข้าใจและพุ่งตรงเข่นฆ่าศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตที่ก่อหวอดขึ้นมาจน นหมดสิ้น และสะอาดเกลี้ยงในบัดดล
ยามที่ทั้งสามร้อยคนกลับมาตั้งแถวต่อหน้าเฉินเฉียง เฉินเฉียงก็ได้พยักหน้ารับออกมาอย่างพึงพอใจ
เมื่อเห็นท่าทางประดุจยกยอของเฉินเฉียงแล้ว คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามร้อยคนต่างก็แสดงออกมาอย่างตื่นเต้นยินดีอย่างเห็นได้ชัด
เพราะนี่แสดงให้เห็นแล้วว่าภารกิจในครั้งนี้พวกเขาจะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่สูงล้ำได้โดยไม่ต้องแย่งชิงกันเองแต่อย่างใด