ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 553 ตัวแทน
บทที่ 553 ตัวแทน
“ท่านพ่อ”
เว่ยฉิงเชินใบหน้าถอดสีพร้อมกับแตกตื่นในทันที เธอรีบลุกขึ้นพยุงเว่ยหยวนตี้ผู้ซึ่งในตอนนี้ราวกับกำลังจะโดนลมพัดเซให้ล้มลง
หลังจากพ่นเลือดคำโตออกมา แม้จะได้รับการประคองจากเว่ยฉิงเชิน แต่เว่ยหยวนตี้ที่ในตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ได้นั่งลงเอนกายกับเก้าอี้อย่างทุลักทุเล
เว่ยฉิงเชินได้ฉีกชายกระโปรงของตนออกมา แล้วนำมาซับเลือดที่มุมปากของเว่ยหยวนตี้ แต่ก็ถูกเว่ยหยวนตี้จับข้อมือเอาไว้ก่อน
“ฉิงเชิน ลูกรัก ฟัง…เจ้าฟังพ่อนะ รีบไปหาอาจารย์ของเจ้า แล้วจงร่วมมือกับเขาฆ่าศัตรูให้หมดสิ้น”
“อย่ามาเสียเวลากับพ่ออีกเลย”
“พ่อไม่คุ้มค่าพอที่จะให้เจ้าเสียเวลาด้วยอีก”
“พ่อทรยศพี่น้องของตน นี่คือสิ่งที่พ่อควรได้รับ”
“แต่ในฐานะที่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ เจ้าไม่อาจละทิ้งเผ่าพันธุ์เพียงเพื่อพ่อได้”
“ตัวพ่อได้ทำเรื่องที่ต้องเสียใจมาจนเกือบทั้งชีวิต เจ้าจะต้องไม่เดินบนเส้นทางเดียวกับพ่อเป็นอันขาด”
“ไปซะ เพื่อโลกของพวกเรา”
เว่ยฉิงเชินพยักหน้ารับแล้วพูดออกมา “ท่านพ่อ ข้ารู้ ท่านอย่าได้กังวลไป ข้าจะรีบออกไปจัดการเรื่องนั้นในทันทีที่ท่านพ่ออาการดีขึ้น ถ้าท่านพ่อดีขึ้นแล้วข้าจะรีบไปในทันที และข้าสัญญาว่าจะไม่กลับมาจนกว่าจะส่งไอ้พวกผู้รุกรานกลับดินแดนของพวกมันไปจนหมดสิ้น”
หลังจากได้ยินคำมั่นจากลูกสาวตน เว่ยหยวนตี้ก็เผยรอยยิ้มละไม
“อ้อ แล้ว..ได้อย่า…ลืม…ไป…ไปหา…เฉิน…เฉินเฉียง…เจ้าเด็กนั่น…เป็นเด็กดี…เจ้า…”
เว่ยหยวนตี้พยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายพูดประโยคสุดท้ายออกมา เมื่อเห็นลูกของตนพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน มือของเขาก็ได้หลุดออกมาจากข้อมือของลูกสาวของตนตกไปบนพนักพิงแขน
เว่ยหยวนตี้ผู้ซึ่งทำทุกอย่างเพื่อตนเองมากว่าครึ่งค่อนชีวิต ในที่สุดก็เข้าใจในทุกสิ่ง
กับคนที่เต็มไปด้วยความผิดบาป จะไม่อาจได้รับการให้อภัยจนกว่าจะได้รับในสิ่งที่สาสม
ถึงแม้โลกนี้จะไม่มีใครที่จิตใจที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังมีบางคนเลวชาติลืมความเป็นคนไม่ต่างไปจากถูหมั่นเถียน(หัวโจรเขตแดนโลหิต)
ไม่ว่าเว่ยหยวนตี้จะสำนึกผิดในบาปของตนแค่ไหนก่อนตาย อย่างมากก็ทำได้เพียงเศร้าเสียใจไปพร้อมกับจุดจบที่ไม่สมหวัง
นั่นก็เพราะเว่ยหยวนตี้ไม่รู้ว่า เฉินเฉียงในตอนนี้มีหยานเสวี่ยแล้ว
ส่วนเว่ยฉิงเชินนั้น เธอตั้งใจว่าจะเป็นเพียงพี่น้องอันดีกับเฉินเฉียงเท่านั้น
เว่ยฉิงเชินที่กำลังถือชายกระโปรงที่ฉีกออกมาหมายจะเช็ดเลือดที่มุมปากนี้ได้เลื่อนมือของตนไปเช็ดน้ำตาหยดสุดท้ายของเว่ยหยวนตี้ ก่อนที่จะเลื่อนมาเช็ดเลือดที่มุมปากให้ ก่อนที่จะจัดแจงเสื้อผ้าให้พ่อของตน แล้วนำพาร่างไร้วิญญาณของพ่อตนเดินออกไปจากสวน
บนเนินเขาหนึ่งที่ด้านหลังของเขาโชวหยาง เว่ยฉิงเชินกำลังสร้างป้ายหลุมศพง่ายๆปักไว้ตรงหน้าหลุมศพของพ่อของตนเอง
“ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องเป็นกังวล ลูกสาวของท่านจะแก้ไขในสิ่งที่ท่านได้ทำผิดพลาดลงไป”
“ข้าหวังเพียงว่าท่านพ่อและลุงเฉินจะยอมระวางความแค้นและยอมเป็นพี่น้องกันอีกที่โลกนั้น”
หลังจากคุกเข่าก้มกราบไหว้ เว่ยฉิงเชินในชุดกระโปรงขาว ในตอนนี้เธอไม่ได้หลั่งน้ำตาอีกต่อไป แล้วพุ่งตรงไปยังพื้นที่ทะเล
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ฮูเตี๋ยนและเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดจากสามเผ่าพันธุ์ ได้นำผู้คนนับหมื่นลงไปใต้ทะเลลึก และล่าสังหารสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์อย่างไม่หยุดหย่อน
ยังดีที่เฉินเฉียงได้ฆ่าพวกมันส่วนใหญ่ไปจนหมด ส่วนที่เหลือนี้เพียงพอที่ทั้งสามเผ่าพันธุ์จะรับมือได้
ตอนนี้ ผู้คนที่ปรากฏตัวอยู่เหนือมหาสมุทรล้วนแล้วแต่มีระดับบ่มเพาะราชาขุนพลเป็นอย่างน้อย ส่วนคนที่จะลงไปสู้ในทะเลลึกก็มีเพียงมนุษย์กลายพันธุ์ที่มีพลังเหนือมนุษย์ควบคุมสายน้ำเท่านั้น
ถึงแม้ว่าผู้บ่มเพาะจากอีกสองเผ่าพันธุ์จะสามารถต่อสู้ในน้ำลึกได้เพราะมียาที่ชื่อว่ากลมกลืนสายน้ำก็ตาม แต่ความเร็วของพวกเขายังด้อยกว่าเมื่อเทียบกับมนุษย์กลายพันธุ์ที่ที่ทักษะควบคุมสายน้ำอยู่
ภายใต้การนำของผู้อาวุโสจากสหพันธุ์สัตว์ประหลาด สัตว์ประหลาดบางส่วนก็ได้ร่วมมือต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ อีกส่วนก็ทำการช่วยเหลือนำพาเหล่าสัตว์ประหลาดทะเลที่ยังเหลือรอดเข้าไปไว้ในโลกใบเล็กเพื่อไม่ให้ถูกลูกหลงไป
ด้วยการกระทำนี้จะทำให้ต่อให้มีเรื่องเกิดขึ้นในห้วงมหาสมุทรอีก พวกเขาก็จะไม่ต้องกังวลสัตว์ประหลาดทะเลต้องโดนกวาดล้างจนหมดสิ้น
บนท้องฟ้าเหนือมหาสมุทร ฮูเตี๋ยนได้กดปุ่มบนกำไลสื่อสารของตนอยู่
ไม่นาน ผู้บ่มเพาะนับพันก็ได้ขึ้นมาจากมหาสมุทร ก่อนจะถูกพาเข้าไปในโลกใบเล็กของหลิวฉิง
ตามมาด้วยสัตว์ประหลาดนับพันที่ได้ขึ้นมา
“ท่านผู้อาวุโส พวกเรายังไหวอยู่ ให้พวกเราลงไปสู้ต่อเถอะ”
“ไอ้พวกเวรตะไล นี่คือคำสั่ง แต่ละกลุ่มที่ลงไปนั้นสามารถต่อสู้ได้เพียงแค่สามวันเป็นอย่างมากเท่านั้น ตอนนี้ก็ครบสามวันแล้ว รีบไสหัวกลับบ้านของพวกเจ้าไปซะ”
ผู้อาวุโสสูงสุดของสหพันธุ์สัตว์ประหลาดไม่คิดจะอธิบายเหตุผลแต่อย่างใด เขาทำเพียงนำพาผู้คนของตนเข้าไปในโลกใบเล็กเพราะถึงเวลาเพียงเท่านั้น
จากการต่อสู้ที่ผ่านมา ผู้อาวุโสของทั้งสามเผ่าพันธุ์ได้รับประสบการณ์ในการต่อสู้กับผู้รุกรานอย่างมาก และพวกเขาเลือกที่จะใช้วิธีการผลัดเวียนกันต่อสู้ นี่ไม่เพียงจะเป็นการรับประกันผลการต่อสู้เท่านั้น มันยังทำให้คนที่ออกไปสู้ได้มีโอกาสกลับมาต่อสู้ได้อีกครั้งในสภาพสมบูรณ์พร้อม
และที่ดีที่สุดก็คือ มันทำให้พวกเขามีเวลาพักหายใจ
ถึงแม้ว่ายังมีสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์บางตัวที่ยังหลงเหลืออยู่เพราะมหาสมุทรบนโลกนี้กว้างใหญ่อย่างมาก หากจะจัดการพวกมันให้หมดสิ้น พวกเขาก็ต้องมีพลังจิตที่ทรงพลังเทียบเท่ากับเฉินเฉียงเท่านั้นถึงจะทำได้
สำหรับฮูเตี๋ยนและผู้อาวุโสสูงสุดของอีกสามเผ่าพันธุ์ ด้วยที่พวกเขามีระดับบ่มเพาะราชาจอมพลขั้นสูง ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้พบเจอที่ทรงพลัง การต่อสู้สำหรับพวกเขาถือได้ว่าไม่ได้เปลืองแรงแต่อย่างใด
แต่มันไม่ใช่กับผู้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับราชาจอมพลขั้นกลางลงไป
ยังดีที่คนเหล่านี้ได้เก็บเกี่ยวแก่นหุ่นเชิดจากการต่อสู้กับหุ่นเชิดซากศพสัตว์ประหลาดทะเลเอาไว้ได้ ไม่เพียงมันจะช่วยรื้อฟื้นพละกำลัง มันยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พวกเขา นี่เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว
“เฮ้ออออ พี่ฮู ท่านสังเกตรึเปล่าว่าพลังฟ้าดินบนโลกในตอนนี้เบาบางลง กับเรื่องนี้ช่างยากที่จะเชื่อได้จริงๆ”
“หากข้าเข้าใจไม่ผิด การเปลี่ยนแปลงนี้สมควรจะเกี่ยวข้องกับสัตว์ปีศาจที่มารุกรานโลกของพวกเรา”
“ข้าล่ะสงสัยนักว่าท่านนายเหนือหัวเฉินเฉียงและคนอื่นๆจัดการเรื่องทางฟากฝั่งนั้นไปถึงไหนแล้ว”
ฮูเตี๋ยนได้ส่ายหัวไปมาพลางถอดถอนลมหายใจ “ท่านนายเหนือหัวต้องการให้พวกเราอยู่จัดการเรื่องที่นี่ ส่วนท่านได้นำพี่น้องของท่านติดตามไปด้วย พวกเขาน่าจะพอที่จะจัดการเรื่องทางนั้นได้อยู่”
“ส่วนการเปลี่ยนแปลงของพลังฟ้าดินในโลกนี้เอง ท่านก็ใช่ว่าจะไม่รู้”
“แต่ตราบใดก็ตามที่พวกเราทั้งสามเผ่าพันธุ์ยังคงอยู่รอดปลอดภัยและยังคงรักษาเชื้อสายของพวกเราสามเผ่าพันธุ์ไว้ โลกใบนี้จะฟื้นคืนได้ในสักวันหนึ่ง”
“ถูกต้อง เพื่อให้มีวันนั้น ต่อให้ไอ้แก่เช่นข้าจะต้องสละชีวิต ข้าก็ยินดีที่จะทำ ”
ในขณะที่ผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสี่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ พวกเขาก็รับรู้ได้ถึงร่างหนึ่งที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“ฮื้ม พี่หลิว นั่นมันศิษย์รักของท่านไม่ใช่รึ รู้สึกจะชื่อเว่ยฉิงเชินใช่ไหมนั่น ไม่ใช่ว่านางกำลังดูแลพ่อของนางหรอกเรอะ”
ฮูเตียนรู้สึกไม่ได้รู้สึกดีกับเว่ยฉิงเชินสักเท่าไหร่นัก ส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเฉินเฉียง
แต่ด้วยการที่เขายังคิดไว้หน้าเฉินเฉียง ต่อให้เขาไม่ได้รู้สึกดีแต่ก็ไม่ได้แสดงออกมาอย่างตรงๆ
ในตอนนี้หลิวฉิงที่มองไปยังทิศทางที่เว่ยฉิงเชินเข้ามา เขาก็เข้าใจในอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะลอบส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณออกไป “เว่ยหยวนตี้ตายแล้ว”
เขารู้ดีว่าเว่ยฉิงเชินที่ในตอนนี้เป็นยอดฝีมือที่มีระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับราชาจอมพลขั้นสูงคนหนึ่ง เธอย่อมรับรู้ในสิ่งที่พวกเขาได้พูดคุยกันในระยะที่เธอบินมา เขาจึงเลือกใช้วิธีการส่งเสียงทางจิตวิญญาณตอบฮูเตียนแทน
ผ้าผูกแขนสีดำที่ฉิงเชินกำลังใช้อยู่ในตอนนี้ก็เพียงพอที่จะอธิบายในเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ความเร็วของเว่ยฉิงเชินในตอนนี้รวดเร็วอย่างที่สุด เพียงแค่ชั่วพริบตา เธอก็มาอยู่ต่อหน้าผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสี่คน
“ฉิงเชิน เจ้ามาทำไมกัน”
หลิวฉิงถามออกมาพร้อมสายตาที่จ้องมองไปยังผ้ารัดแขนสีดำ
เว่ยฉิงเชินได้มองไปที่ฮูเตี๋ยน ก่อนจะหันไปมองหลิวฉิงแล้วพูดออกมา “ท่านอาจารย์ ท่านพ่อบอกข้าให้มาที่นี่ เขาบอกให้ข้าไม่ต้องกลับไปหากปีศาจร้ายเหล่านี้ยังคงอยู่”
เมื่อพูดจบ เว่ยฉิงเชินก็ดำลงพื้นสมุทรไปในทันทีอย่างไม่ลังเล