ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1002 พูดคุยเรื่องงานดื่มฉลองในวันพระจันทร์เต็มดวง
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1002 พูดคุยเรื่องงานดื่มฉลองในวันพระจันทร์เต็มดวง
ตอนที่ 1,002 พูดคุยเรื่องงานดื่มฉลองในวันพระจันทร์เต็มดวง
หลินเจียจวินและหลินเจียหงพักที่ชิงโจวเป็นเวลาสามคืนและเดินทางกลับเจียงเฉิงในวันที่ 10 มีนาคม
หลิวอี้ถิงก็กลับไปที่เจี้ยนหยางเหมือนกันในวันนี้
ชีวิตของเจียงเสี่ยวไป๋ก็ประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตอนนี้เขาไปทำงานในเมืองทุกเช้า กลับบ้านตอนเที่ยง จากนั้นก็ต้องไปทำงานในตอนบ่าย และกลับมาในตอนเย็น
ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะทำแบบนี้ แต่หลินเจียอินบอกเขาว่า เขาจะอยู่บ้านแบบนี้ตลอดไม่ได้ บริษัทต้องได้รับการดูแล ดังนั้นเขาจึงต้องไปทำงานทุกวัน
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปฏิบัติตาม
แต่เขาคิดถึงภรรยาและลูก ๆ ของเขามาก จึงกลับมาตอนเที่ยงเพื่อมาอุ้มลูกน้อยทั้งสองเสมอ
ในเรื่องนี้ หลินเจียอินไม่รู้จะแก้ปัญหายังไงเหมือนกัน เพราะไม่สามารถห้ามเขาได้
เธอคิดกับตัวเองว่ามีคนขับรถให้เจียงเสี่ยวไป๋แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องขับรถไป ๆ มา ๆ เอง มันก็แค่ต้องเติมน้ำมันมากขึ้น ถึงยังไง พวกเขาก็มีเงินเติมน้ำมันอยู่แล้วจึงไม่ได้เดือดร้อนอะไร
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และพริบตาเดียวก็ถึงปลายเดือนมีนาคม
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋กลับบ้านและทานอาหารเย็นเสร็จ เขากำลังจะไปอุ้มเจียงห่าว แต่เจียงไห่หยางก็หยุดเขาไว้ก่อน
“เจ้ารอง อย่าเพิ่งไปอุ้มลูกแกเลย นั่งลงก่อน ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง พ่อของเขาไม่เคยจริงจังขนาดนี้มาก่อน
เขายิ้มแล้วนั่งลง “พ่อครับ มีอะไรจะพูดกับผมเหรอ”
เจียงไห่หยางมองเขาอย่างลึกซึ้งแล้วพูดว่า “ในอีกไม่กี่วัน อันอันและห่าวห่าวจะอายุครบหนึ่งเดือน แกจะจัดการยังไง”
เจียงเสี่ยวไป๋เงียบไปครู่หนึ่ง
จริง ๆ แล้วเขาได้พิจารณาถึงเรื่องที่เจียงอันและเจียงห่าวจะอายุครบ 1 เดือนแล้ว และรู้ว่าต้องมีการเฉลิมฉลองในวันที่พระจันทร์เต็มด้วย แต่เขายังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย
หลังจากเกิดใหม่ เขาได้มีลูกชายและลูกสาวเพิ่มเขามา จึงอยากจัดงานฉลองในคืนพระจันทร์เต็มดวงให้ทั้งสอง
ยังไงก็ตาม หากต้องจัดงานเลี้ยง ก็ต้องเชิญคนมา เขาไม่รู้ว่าจะเชิญคนมากี่คน และเขาไม่อยากรบกวนผู้อื่น
“พ่อครับ พ่อและแม่อยากจะจัดงานฉลองในคืนพระจันทร์เต็มดวงอย่างยิ่งใหญ่ไหม ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามหลังจากคิดถึงเรื่องนี้
เจียงไห่หยางตะคอกและพูดด้วยความโกรธ “นี่มันเรื่องสำคัญไม่ใช่เหรอ ? กว่าที่แม่ของแกและฉันจะมีหลานชายสักคน ดังนั้นแน่นอนว่าเราต้องจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า เขาคาดคิดแล้วว่าทัศนคติของพ่อเขาจะเป็นแบบนี้ จึงพูดว่า “เอาล่ะ มันขึ้นอยู่กับพ่อและแม่อยู่แล้วครับ อยากทำยังไงก็ทำเลย ! ”
เดิมที เจียงไห่หยางกังวลว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่เห็นด้วย เพราะตอนที่พวกเขาย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ยอมให้มีการฉลองอะไรเลย ต่อมาก็ตอนที่เจียงเสี่ยวซิงสอบเข้ามหาวิทยาลัยเจียงเฉิงได้ ตอนนั้นเขายอมให้มีการฉลองภายในเครือญาติเท่านั้น
โดยไม่คาดคิด ในครั้งนี้เจียงเสี่ยวไป๋กลับเห็นด้วยอย่างไม่ลังเล
แม้ว่าเขาจะดูลังเลอยู่นาน แต่ในที่สุดเขาก็ตกลง
เจียงไห่หยางไม่ขัดจังหวะลูกชายของเขาอีกต่อไป เขาหยิบบุหรี่ออกมาแล้วจุดด้วยความพึงพอใจ แล้วพูดว่า “แล้วแกคิดว่าเราควรทำยังไง”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างถ่อมตัว “พ่อครับ ผมไม่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากนัก เอาแบบนี้ดีกว่า พ่อจัดการเรื่องงานเลย ส่วนผมมีหน้าที่จ่ายเงินก็พอ”
ที่ผ่านมา แม้แต่งานเฉลิมฉลองขนาดใหญ่ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยังสามารถทำให้ออกมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ แต่เรื่องประเพณีเก่าแก่แบบนี้ เข้าไม่เข้าใจจริง ๆ จึงยกให้พ่อของเขาจัดการทั้งหมด
แน่นอนว่าเจียงไห่หยางได้ยินแบบนี้ก็มีความสุขมาก เขาพ่นควันออกมา และพูดด้วยรอยยิ้ม “การดื่มในงานเฉลิมฉลองในคืนพระจันทร์เต็มดวงนี้แตกต่างไปจากการดื่มในงานอื่น ๆ จะขาดตากับยายของเด็กไม่ได้ด้วย… ”
เขาได้บอกเกี่ยวกับกฎและข้อควรระวังในการจัดงานวันพระจันทร์เต็มดวงนี้ให้เจียงเสี่ยวไป๋ฟังอย่างละเอียด
เจียงเสี่ยวไป๋เชื่อฟังเหมือนนักเรียนชั้นประถม โดยได้แต่นั่งฟังอย่างเงียบ ๆ
หลังจากที่เจียงไห่หยางพูดจบ เขาก็ยังไม่ลืมเตือน “แม่แกและฉันแก่แล้ว ดังนั้นแกต้องเรียนรู้กฎเหล่านี้ต่อ ไป เมื่อเราไม่อยู่จะไม่มีใครดูแลงานเลี้ยงที่บ้าน”
เมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อของเขาพูด เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกเศร้าเล็กน้อยและพูดว่า “พ่อ อย่าพูดเรื่องแบบนี้เลยครับ ชีวิตเรากำลังดีขึ้นแล้ว พ่อและแม่อายุยังไม่มาก ควรสนุกกับชีวิตและดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี ผมเองก็ต้องค่อยเรียนรู้มันไป จะเรียนรู้มันทั้งหมดในคราวเดียวได้ยังไง ! ”
เจียงไห่หยางยิ้ม เขาไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้จริง ๆ จากนั้นเขาก็พูดว่า “ยังอีกนาน เสี่ยวชิง, เสี่ยวเหลย และเสี่ยวหยูยังไม่ได้แต่งงานเลย แม่ของแกและฉันต้องรอให้ทุกคนมีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝาเสียก่อน จึงจะ…”
“พ่อ…หยุดเถอะครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สามารถฟังเรื่องนี้ได้อีกต่อไป ทำไมพ่อของเขาถึงพูดแบบนี้ เขาจึงรีบหยุดมัน
เจียงไห่หยางรู้สึกว่าเขาไม่ควรพูดสิ่งนี้ในเวลานี้ ดังนั้นเขาจึงกลับมาที่หัวข้อเดิมและหารือเกี่ยวกับรายละเอียดของงานเลี้ยง
การจัดงานเฉลิมฉลองในชนบทก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน และทุกคนก็ดูจะคุ้นเคยกับสิ่งนี้เป็นพิเศษ
หลังจากพูดคุยกันสักพัก ทั้งสองก็ได้ตัดสินใจ
ยังไงก็ตาม ก่อนที่บ้านของเขาจะมีการจัดงานฉลองในคืนพระจันทร์เต็มดวง ที่บ้านของหวังผิงก็ได้เริ่มจัดก่อน
หวังโหรวลูกสาวของหวังผิง เกิดในวันที่ 26 เดือนแรกตามปฏิทินจันทรคติ มีอายุมากกว่าเจียงอันและเจียงห่าวเพียงไม่กี่วัน
เนื่องจากบ้านเก่าในหมู่บ้านหวังเจียถูกรื้อถอนไป หวังผิงจึงจัดงานเลี้ยงวันพระจันทร์เต็มดวงที่บ้านใหม่ของเขาในเมือง
ในคืนวันที่ 25 หลังอาหารเย็น ครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้มานั่งล้อมที่โต๊ะไฟในห้องโถงด้านข้าง พูดคุยและเล่นกับเด็กน้อยทั้งสอง
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “พรุ่งนี้ผิงผิงจะดื่มฉลองในคืนพระจันทร์เต็มดวงให้กับเสี่ยวโหรว เราต้องไปร่วมงานพวกเขาด้วย”
ทันใดนั้น หลินเจียอินก็ตระหนักได้ว่าเวลานั้นช่างผ่านไปเร็วจริง ๆ พริบตาเดียวก็จะมีการดื่มฉลองในวันพระจันทร์เต็มด้วยให้กับหวังโหรวแล้ว
เธอจึงพูดออกมาว่า “วันพรุ่งนี้พ่อกับแม่ก็ไปร่วมงานเถอะ ฉันจะอยู่ที่บ้านเอง”
ในความเป็นจริง หลินเจียอินเองก็อยากไปงานฉลองของหวังโหรวด้วย แต่เธอยังอยู่ในช่วงอยู่ไฟ ตามความเชื่อนั้น จะห้ามไม่ให้คนที่อยู่ไฟออกไปไหน
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “ลูกต้องอยู่ไฟ แต่จะอยู่บ้านคนเดียวได้ยังไง ? ”
เจียงไห่หยางยังกล่าวอีกว่า “ถูกต้อง ไหนจะเด็กสองคนนี้ที่ต้องดูแลอีก จะอยู่คนเดียวได้ยังไง ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็หันไปพูดกับหวังซิ่วจวี๋ “คุณกับเจ้ารองไปที่นั่นไหม ฉันจะอยู่บ้านช่วยเจียอินดูแลเด็ก ๆ เอง”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “คุณเป็นผู้ชาย จะดูแลเด็กได้ดีเท่าฉันได้ยังไง คุณและเสี่ยวไป๋นั่นแหละที่ควรไปที่นั่น ฉันจะอยู่กับเจียอินที่บ้านเอง”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “แต่เธอเป็นป้าสามของหวังผิง มันคงจะดูไม่ดี ถ้าเธอไม่ไป ! ”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “ไม่เป็นไร ผิงผิงและเยี่ยนหงก็รู้ว่าเจียอินอยู่ไฟ พวกเขาคงเข้าใจได้”
ทั้งสองถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องนี้
เจียงเสี่ยวไป๋ฟังแล้วจึงพูดว่า “แม่ พ่อ ไม่ต้องเถียงกันหรอกครับ พรุ่งนี้ตอนเช้าผมจะไปที่นั่นก่อน แล้วกลับมาตอนเที่ยง จากนั้นก็ให้พ่อกับแม่ไปพร้อมกัน”
เจียงไห่หยางพยักหน้า “ตกลงตามนี้ แต่ครั้งนี้ผิงผิงจัดงานเลี้ยงในเมือง ถ้าแกไม่ไปส่งเราที่นั่น เราจะไปเองได้ยังไง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “พ่อไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมจะให้คนขับรถไปส่งพ่อกับแม่เอง”
เมื่อได้ยินที่เขาพูด เจียงไห่หยางก็พูดว่า “เอาล่ะ งั้นตามนี้”
หลังจากพูดจบเขาก็กล่าวเสริมว่า “คนขับรถนั่นคือ…”
“เสี่ยวจาง จางเสี่ยวซุน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว
“อ้อ ใช่แล้ว จางเสี่ยวซุน พอไปส่งก็บอกให้เขารอเราด้วยนะ ตอนที่เราจะกลับ จะได้เรียกเขาให้มาส่งทันที”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ได้ครับ ผมจะบอกเขาให้”
หลังจากตัดสินใจกำหนดการเดินทางแล้ว เจียงไห่หยางก็พูดถึงเงินใส่ซองกับเจียงเสี่ยวไป๋ต่อ “ครั้งที่แล้วหวังผิงใส่ซองในงานของเสี่ยวซิง 10,000 หยวน แกคิดว่าถ้าครั้งนี้ฉันใส่ซองเท่าที่เขาให้มา มันจะเหมาะสมไหม”